<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ทุ่มงบ110 ล้านบาทพัฒนาสนามบินร้อยเอ็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 2564 รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า ขณะนี้ ทย. อยู่ระหว่างจัดทำร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) โครงการก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร(เทอร์มินอล) ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด วงเงินประมาณ 110 ล้านบาท คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลได้ประมาณเดือน กุมภาพันธ์ 2564 และได้ผู้ชนะประมูลประมาณกลางเดือน มี.ค.64 เริ่มก่อสร้างประมาณเดือน เม.ย. ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี จะแล้วเสร็จในเดือน เม.ย.65

ทั้งนี้คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการประมาณเดือน พ.ค.65 ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 300 คนต่อชั่วโมง(ชม.) หรือ 8.6 แสนคนต่อปี เป็นไม่น้อยกว่า 450 คนต่อ ชม. หรือ 1.2 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาคารผู้โดยสารหลังนี้ก่อสร้างมานานกว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันมีสภาพเก่า และทรุดโทรม เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่เคยได้รับการปรับปรุงหรือต่อขยายเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการเกินขีดความสามารถในการรองรับของท่าอากาศยานร้อยเอ็ดแล้ว และได้รับเสียงร้องเรียนจากผู้โดยสารค่อนข้างมาก อาทิ ขอให้ขยายอาคารผู้โดยสาร และเพิ่มที่นั่งให้เพียงพอ เพราะภายในอาคารค่อนข้างหนาแน่นและแออัดมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาคับคั่ง อย่างไรก็ตามก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ท่าอากาศยานร้อยเอ็ดมีผู้โดยสารประมาณ 3-4 แสนคนต่อปี มีสายการบินไทยแอร์เอเชียทำการบิน วันละ 4 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทย. แจ้งว่า หลังจากเกิดโควิด-19 จำนวนผู้โดยสารลดลงมาก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารของการขนส่งทางอากาศทั่วโลกจะกลับไปเท่ากับปี 62 ประมาณปี 66-67 ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับผู้โดยสาร และเป็นไปตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ทาง ทย. จึงใช้โอกาสในช่วงที่เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางน้อย ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงเพื่อทำให้การบริการมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานทั้งความปลอดภัย และความสะดวกสบาย รวมถึงผู้ที่มาใช้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุด
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90909</URL_LINK>
                <HASHTAG>4สนามบิน, กรมท่าอากาศยาน (ทย.), จ.ร้อยเอ็ด, พัฒนาสนามบินภูมิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมทุ่ม 3.7 พันล.พัฒนาสนามบินสุราษฎร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.63-นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ได้มอบนโยบายให้กรมท่าอากาศยาน เร่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภคต่างๆ ภายในสนามบินให้มีความทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของ ผู้มาใช้บริการ ในปีนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี มีโครงการที่จะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 2567 ภายใต้งบประมาณ 3,639 ล้านบาท

ทั้งนี้ ได้แก่ การติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ LEDS ที่ทันสมัย ปรับปรุงระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน ติดตั้งระบบลงทะเบียนสัมภาระอัตโนมัติ (Self Bags Drop) จัดหาลาดลำเลียงผู้โดยสารทุพพลภาพ ขึ้น-ลงอากาศยาน เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย แก่ผู้พิการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามด้านการก่อสร้างจะขยายอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมอาคารจอดรถ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2,000 ต่อชั่วโมง ขยายความยาวทางวิ่ง ขยายลานจอดเครื่องบิน ให้สามารถจอดเครื่องโบอิ้ง 737 ได้ 8 ลำในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะมีมากขึ้นกว่า 3.6 ล้านคนในปี 2568

ทั้งนี้ปัจจุบัน ท่าอากาศยานต่างๆ ก็ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน อาทิ บริการ free &amp;ndash; wifi มีระบบแอพลิเคชั่น Thaifighinfo แสดงข้อมูลเที่ยวบินท่าอากาศยาน ซึ่งจะมีพัฒนาต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, พัฒนาสนามบินภูมิภาค, สนามบินสุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3cf1d15bb97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย. ลุยพัฒนาสนามบินเมืองรอง ตั้งเป้าผู้โดยสารขยายโต 4-7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย. ตั้งเป้าปี 62ผู้โดยสารโต 4-7%เดินหน้าขยายอาคารผู้โดยสาร และลานจอดในจังหวัดรอง รองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว เดินหน้าติดตั้งระบบตรวจค้นสัมภาระอัตโนมัติคาดแล้วเสร็จปี62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่าสำหรับปริมาณจราจรทางอากาศยานที่อยู่ในความดูแลทั้ง 28 แห่ง ที่ผ่านมามีปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการ 19 ล้าาคนโดยมีอัตราการเติบโต 4%เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดว่าในปี 2562 จะมีอัตราการขยายตัวประมาณ 4-7% โดยกรมท่าอากาศยานก็ได้มีแผนที่จะพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการปรับปรุงในส่วนของอาคารโดยสารโดยปีที่ผ่านมาได้มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 แห่ง คือท่าอากาศยานขอนแก่น โดยมีระยะดำเนินการปี ‭61-64‬ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 5ล้านคนต่อปี สามารถจอดรถยนต์ได้ 550 คัน &amp;nbsp;และแผนขยายลานจอดเครื่องระยะเวลาดำเนินการปี ‭63-65‬ สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737 ได้ 11 ลำในเวลาเดียวกัน &amp;nbsp;และท่าอากาศยานกระบี่วงเงินลงทุน 2,923,400,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ปี ‭61-63‬ สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737ได้ 40 ลำในเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรมท่าอากาศยานก็ได้มีแผนที่จะพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนการปรับปรุงในส่วนของอาคารโดยสารโดยปีที่ผ่านมาได้มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 แห่ง คือท่าอากาศยานขอนแก่น โดยมีระยะดำเนินการปี ‭61-64‬ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 5ล้านคนต่อปี สามารถจอดรถยนต์ได้ 550 คัน &amp;nbsp;และแผนขยายลานจอดเครื่องระยะเวลาดำเนินการปี ‭63-65‬ สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737 ได้ 11 ลำในเวลาเดียวกัน &amp;nbsp;และท่าอากาศยานกระบี่วงเงินลงทุน 2.92 พันล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ปี ‭61-63‬ สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737ได้ 40 ลำในเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่3 พร้อมอาคารจอดรถยนต์ ระยะเวลาดำเนินการปี ‭61-64‬ &amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3,000 คนต่อชั่วโมง &amp;nbsp;หรือ 8 ล้านคนต่อปี และสามารถจอดรถยนต์ได้ 2,000 คัน &amp;nbsp;ซึ่งแผนในปี 62ก็มีแผนที่จะก่อสร้างเพิ่มในส่วนของ ท่าอากาศยานตรัง วงเงินลงทุน 1.2 พันล้านบาท &amp;nbsp;และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช วงเงินลงทุน 1.8 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีโครงการก่อสร้างทางขับและลานจอดอากาศยานเพื่อให้รองรับประสิทธิภาพได้มากขึ้น ประกอบด้วย สนามบินอุดรธานีวงเงินลงทุน 159 ล้านบาท สนามบินลำปาง วงเงินลงทุน 84 ล้านบาท &amp;nbsp;สนามบินตรังวงเงินลงทุน 600 ล้านบาท สนามบินบุรีรัมย์ วงเงินลงทุน 102.87 ล้านบาท โดยเป็นแผนที่ได้ดำเนินการในปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2563 มีแผนต่อเนื่องที่จะขยายอาคารผู้โดยสารสนามบินสุราษฎร์ธานี วงเงินลงทุน 180 ล้านบาท สนามบินบุรีรัมย์ สนามบินเลย วงเงินลงทุน 600 ล้านบาท และสนามบินร้อยเอ็ด &amp;nbsp;วงเงินลงทุน 100 ล้านบาท&amp;quot;นางอัมพวัน กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการโอนสนามบิน 4 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินอุดรธานี ตาก สกลนคร และชุมพร ที่อยู่ในความดูแลกรมท่าอากาศยาน ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ดูแลบริหารนั้น ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ประชุมได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลในเรื่องกฎหมายรองรับ &amp;nbsp;โดยจะต้องถูกต้องตามระเบียงข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถาม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อความถูกต้อง โดยในวันที่ 19 ธันวาคม 2561 จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อสรุปแนวทางการโอนเป็นรูปแบบใดในการบริหาร และจะเสนอต่อรัฐมนตรีว่ากากระทรวงคมนาคม ก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของแผนการลงทุนในปี 62 &amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นอกจากมีเป้าหมายให้ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ผ่านอุตสาหกรรมและบริการขนส่งและโลจิสติกส์แล้วมกรมฯจะพัฒนาท่าอากาศยานให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมไทย เชื่อมโลก โดยให้ไทยเป็นจุดเชื่อมโยงคมนาคมของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะเดียวกันจะศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างสนามบินใหม่ขึ้นที่พื้นที่ที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยังปรับปรุงมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO )ผ่านโครงการระบบตรวจค้นสัมภาระอัตโนมัติหลังเคาน์เตอร์เช็คอิน EDS in line คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62 รวมถึงการให้บริการฟรีอินเตอร์เน็ตไรสาย ที่สนามบินทุกแห่งในสังกัดกรมท่าอากาศยาน ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22965</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยว, พัฒนาสนามบินภูมิภาค, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน, อัมพวัน วรรณโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe0141b094a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.อัดงบ3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.อัดงบ 3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน-BIMSTEC เจาะกลุ่มตลาดทะเลอินเดีย หวังเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว-ดันผู้โดยสารโต 150%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนมีปริมาณการบินเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคคิดเป็นค่าเฉลี่ยปีละ 6.6% ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าภายใน 20 ปีจะเติบโตมากกว่า 12% ต่อปีหรือเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ดังนั้นกรมท่าอากาศยาน(ทย.)จึงมีแผนลงทุนเพื่อรองรับตลาดการบินและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนรวม 5 ชาติ ตลอดจนดึงนักท่องเที่ยวศักยภาพจากกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่ประกอบด้วยบังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;5ประเทศเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพจับจ่ายสูงอีกทั้งตัวเลขจีดีพีในกลุ่มชาติดังกล่าวยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทั้งนี้สนามบินใต้นั้นมีศักยภาพอย่างมากปัจจุบันรองรับผู้โดยสารมากถึง 50% ของปริมาณผู้โดยสารทั้งหมดหรือคิดเป็นปีละ 10 ล้านคน ทั้งหมดนี้ในอนาคตสนามบินภูมิภาคทุกแห่งจะถูกเชื่อมด้วยระบบขนส่งที่ครอบคลุมทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่และเส้นทางเดินเรือ&amp;quot;ไพรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน （ทย.) กล่าวว่าทย.มีแผนพัฒนาสนามบินเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางภูมิภาคระยะเวลา 10 ปี วงเงินรวม 3.45 หมื่นล้านบาท (‭2561 &amp;ndash; 2570‬) ประมาณ 34,507 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี ‭2561 &amp;ndash; 2565‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 17 โครงการก่อสร้างใหม่ 1 ท่าอากาศยาน วงเงินลงทุน 27,248 ล้านบาท ปี ‭2566 &amp;ndash; 2570‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 8 โครงการวงเงินลงทุน 7,259 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ 150% จากเดิม 20 ล้านคนเป็น 50 ล้านคนในปี 2580 เช่นเดียวกับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 55,000 เที่ยวบินต่อเดือนจากปัจจุบัน 21,480 เที่ยวบินต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดรุณกล่าวต่อว่าสำหรับภาคเหนีอนั้นจะพัฒนาสนามบินลำปาง สนามบินแพร่ สนามบินน่านและสนามบินแม่ฮ่องสอนเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางCLMV เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีชีวิตล้านนา โดนใช้สนามบินลำปางเป็นฮับเชื่อมการเดินทางสปป.ลาว-คุนหมิง นอกจากนี้จะใช้สนามบินตากเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศสนับสนุนเส้นทางการค้าแนวระเบียงภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก (EWEC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ในภาคอีสานนั้นจะใช้ 4 สนามบินหลักได้แก่สนามบินอุบลราชธานี สนามบินนครพนม สนามบินสกลนครและสนามบินเลย เป็นเกทเวย์ประตูการค้าCLMB เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ(SEZ) นครพนมและมุกดาหาร โดยใช้สนามบินบุรีรัมย์เป็นฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา ส่วนด้านภาคใต้นั้นจะใช้สนามบินชุมพร สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินระนอง สนามบินกระบี่และสนามบินตรัง รองรับการดึงดูดนักท่องเที่ยว BIMSTEC ที่จะบินเข้ามาจากเส้นทางมหาสุมรอินเดียและทะเลอันดามันควบคู่ไปกับการสนับสนุนเส้นทางท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งตะวันตก(ไทยแลนด์ริเวียร่า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ดรุณ แสงฉาย, พัฒนาสนามบินภูมิภาค, ศูนย์กลางการบินอาเซียน, สนามบินภูมิภาค, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
