<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปูพรมลงพื้นที่ช่วยยกระดับ&#039;โชห่วย&#039;เป้าหมาย3,500 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ จะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโชห่วยท้องถิ่น ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;พัฒนาศักยภาพร้านค้าปลีกสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย&amp;rdquo; ระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ย.2564 ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ โดยพิจารณาจากจังหวัดที่มีร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการสมาร์ทโชห่วยกับกรมฯ ในปี 2563 เป็นจำนวนมาก เช่น เชียงใหม่ ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี หนองบัวลำภู สงขลา พังงา เป็นต้น และได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้จำนวน 3,500 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ จะนำผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ เรื่องบัญชี ภาษี การปรับปรุงร้านค้าให้มีความทันสมัย สวยงาม สะอาด และมีความสะดวกสบายในการเลือกหาสินค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภายในร้าน รวมถึงสอนเทคนิคการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคละแวกร้านค้าเบื้องต้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรืออาศัยลูกหลานที่เป็นคนรุ่นใหม่ในการเก็บข้อมูล เพื่อให้เข้าถึงความต้องการสินค้าของลูกค้าอย่างแท้จริง ก่อนนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในร้าน ทำให้ไม่ต้องสต๊อกสินค้าเกินความจำเป็น สินค้าที่ได้รับความสนใจน้อยหรือไม่ได้รับความสนใจเลยก็ไม่จำเป็นต้องนำมาจำหน่าย เป็นการลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ ทำให้ร้านค้าโชวห่วยมีสินค้าที่เข้าคอนเซป &amp;ldquo;ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้บ้าน&amp;rdquo; ช่วยให้ผู้ประกอบการโชวห่วยท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย สินค้าชุมชน การผลักดันให้นำเทคโนโลยี POS มาใช้ และความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน รวมทั้งบริการเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าโชห่วย เช่น ตู้น้ำดื่ม ตู้เติมเงิน และการบริการจัดส่งสินค้า (เดลิเวอรี) เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมฯ ได้มีการนำเทคโนโลยี ระบบการเรียนออนไลน์มาเสริมเข้ากับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ โดยได้จัดหลักสูตร e-learning &amp;ldquo;จากร้านธรรมดา มาเป็น สมาร์ทโชห่วย&amp;rdquo; ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการร้านค้าปลีก บัญชี กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าโชวห่วย ความยาว 3 ชั่วโมง โดยเมื่อเรียนจบหลักสูตร ผู้ประกอบการจะได้รับประกาศนียบัตรออนไลน์ และคู่มือความรู้ 3 เล่ม โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรีที่ dbdacademy.dbd.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพลกล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง เราชนะ และม33เรารักกัน ทำให้มีผู้สนใจเปิดร้านค้าโชวห่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกระตุ้นให้มูลค่าการตลาดของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2563 และคาดว่าในปี 2564 จะมีมูลค่าที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับร้านโชวห่วยท้องถิ่น ที่จะเร่งพัฒนาร้านค้าและนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย ลดต้นทุน โดยมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งค้าปลีกโชห่วยขนาดกลาง จำนวน 18,735 ร้านค้า และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โชห่วยขนาดเล็กประมาณ 400,000 ร้านค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97214</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาโชห่วย, พาณิชย์, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605bee03c16d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สนธิรัตน์” โวเป้าหมายทำงานยกระดับสินค้าเกษตรสร้างโชห่วยยั่งยืนก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; ลุยยกระดับราคาสินค้าเกษตร พัฒนาโชห่วยให้ทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ก่อนเลือกตั้งใหม่ หวังเกษตรกรอยู่ดีกินดี โชห่วยเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันงานสำคัญๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการยกระดับราคา เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แลมีรายได้ดีขึ้นยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อกลไกตลาด เพราะสินค้าเกษตรบางประเภทมีกลุ่มพ่อค้าที่มีอิทธิพลเพียงไม่กี่รายเป็นผู้กำหนดราคา จนเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เหลือของรัฐบาล จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและประชาชนฐานราก หลังจากที่รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มอื่นๆ ได้ค่อนข้างดี ส่วนสินค้าบางอย่างที่มีพ่อค้าไม่กี่รายควบคุมราคาจนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน กระทรวงฯจะเข้าไปดำเนินการตรงนี้อย่างจริงจังด้วย ไม่เช่นนั้นราคาสินค้าจะถูกควบคุมโดยพ่อค้าไม่กี่คน&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อให้การออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล เป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง อย่างข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 61/62 ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการรับจำนำยุ้งฉาง หรือโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ และล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ปรับปรุงค่าฝากเก็บข้าวเปลือกไว้ที่สหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกร ตันละ 1,500 บาท โดยให้้เกษตรกรได้รับตันละ 1,000 บาท และสหกรณ์ได้รับตันละ 500 บาท จากเดิมให้สหกรณ์ตันละ 1,000 บาท และเกษตรกรได้รับตันละ 500 บาท ซึ่งกระทรวงฯจะติดตามในส่วนภาคปฎิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปาล์มน้ำมันเตรียมหารือกับรมว.พลังงานในการผลักดันการใช้ไบโอดีเซลบี 20 &amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซลบี 20 ให้มากขึ้น เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากตลาด ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาผลปาล์มสดในประเทศปรับตัวดีขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ การดำเนินงานยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะราคาผลปาล์มสดยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ขณะที่ยางพารา แม้เป็นสินค้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบ แต่กระทรวงฯจะพยายามเจรจากับประเทศต่างๆ ในการระบายผลผลิตของไทยให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งรัดส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการร้านโชห่วย หรือร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม รวมถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ให้สามารถทำธุรกิจได้ย่างเข้มแข็ง และอยู่รอดได้ในอนาคต ซึ่งล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ เช่น พีแอนด์จี, ยูนิลีเวอร์ ฯลฯ พัฒนาผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยอบรมให้ความรู้ในเรื่องของการจัดร้านให้ทันสมัย สะอาด น่าเข้ามาใช้บริการ การบริหารจัดการร้าน การทำบัญชี ฯลฯ ตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ได้ในเบื้องต้น 10,000-20,000 ราย รวมถึงเชื่อมโยงสินค้้าของผู้ผลิตท้องถิ่น ผู้ผลิตชุมชน สินค้าโอทอป ให้เข้าไปขายในร้านค้าเหล่านี้ และร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่มีอยู่กว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางขาย และยกระดับรายไดให้ผู้ผลิต ขณะเดียวกัน จะพัฒนาร้านโชห่วย และร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ ให้สามารถค้าขายสินค้าทางออนไลน์ได้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อนเลือกตั้ง, พัฒนาโชห่วย, ยกระดับราคาสินค้าเกษตร, รมว.พาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5973365117c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
