<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบต่ออายุเก้าอี้ผู้ว่า 5 จังหวัด ออกไปอีก 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ส.ค.64 -&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร&amp;nbsp;ระดับสูง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;นายภัคธรณ์&amp;nbsp;เทียนไชย&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ต่อไปอีก&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;นายจีระเกียรติ&amp;nbsp;ภูมิสวัสดิ์&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อไปอีกเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ต่อไปอีกเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;นายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธุ์&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ต่อไปอีกเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ต่อไปอีกเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ. 2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ. 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ขอนแก่น, คณะรัฐมนตรี, ชลบุรี, ต่ออายุ, ผู้ว่าราชการจังหวัด, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6023e882d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลังสังคม-ชุมชนท้องถิ่นใช้พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด วิจัยแก้ปัญหา-ลดผลกระทบจากโควิด-19-สร้างวัคซีนทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด (บ้านน้ำคำ&amp;nbsp; อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0cm 72pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ สานพลังทางสังคม&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีร่วมมือชุมชนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง เป็นพื้นที่วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม สร้าง &amp;lsquo;วัคซีนทางสังคม&amp;rsquo; เริ่มกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะใช้ผลการศึกษาวิจัยจากชุมชนต้นแบบเป็นโมเดลขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ในปี 2564 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp; วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ตระหนักถึงสภาวะวิกฤตความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม&amp;nbsp; มีการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประมาณ 87 คนร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ว่า 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบาง&amp;nbsp; ในมิติด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และสังคม 2. เพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.เพื่อศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น&amp;nbsp; 4. เพื่อเสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และ 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Pre-crisis management) ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า&amp;nbsp; อ.บุ่งคล้า&amp;nbsp; จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; มอบอาหาร-น้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยได้เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มกระบวนการตั้งแต่การจัดตั้งกลไก&amp;nbsp; เตรียมทีมงานโครงการ&amp;nbsp; การคัดเลือกจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp; วางแผนการดำเนินงานร่วมกับกลไกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สำรวจปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อออกแบบแนวทางความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ทั้งในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; เฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟู &amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก &amp;nbsp;การบูรณาการแผนงาน และ เชื่อมโยงสู่แผนการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์และสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับชุมชน &amp;nbsp;กลไกในพื้นที่ &amp;nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนาเป็นแผนหรือนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp; ตลอดจนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการเชิงรุกรองรับสภาวะวิกฤตเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัดอีสาน-ใต้เป็นพื้นที่วิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกจังหวัดที่ดำเนินการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; คณะกรรมการโครงการฯ ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการประสานความร่วมมือในการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนงานโครงการให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;โดยมีจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกวิจัยนำร่อง 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อำนาจเจริญ &amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีทีมวิจัย&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะวิจัย&amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนจน &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้ง 5 จังหวัดมีแผนงานการขับเคลื่อนเบื้องต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคำโพน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรินทร์ &amp;nbsp;: เตรียมข้อมูลพื้นที่เพื่อวางแผนการทำงาน&amp;nbsp; คัดเลือกชุมชน 5 พื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคลงมติร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนในการทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา &amp;nbsp;: ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหลัก &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่มี &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างทีมนักวิจัยและนักปฏิบัติการ &amp;nbsp;ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กาฬสินธุ์ : เตรียมคัดเลือกพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคมีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; มีทั้งหมด 5 พื้นที่ &amp;nbsp;5&amp;nbsp; โมเดล&amp;nbsp; มีการวางทีมคณะทำงานโดยเชื่อมโยงการทำงานทั้งในส่วนของท้องที่และท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ : วางแผนการทำงานร่วมกับทีมวิชาการในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งแกนนำขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนจากพื้นที่ทั้งเขตเมืองและชนบท &amp;nbsp;ภาคีที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;(พมจ.) มีการนิยามคำว่าชุมชนร่วมกันเพื่อคัดเลือกพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง : กำหนดเป้าหมายทำงานเชิงรุก&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์พักคอย&amp;nbsp; ใช้สมุนไพรรักษาโควิด &amp;nbsp;ใช้ทุนชุมชนเพื่อสร้างโมเดลในการจัดการตนเอง &amp;nbsp;โดยใช้กลไกชุมชน ผ่านการระดมทุนและการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมาย 5 ชุมชน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการโครงการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 3.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-พัฒนา เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาวะในช่วงโควิด&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; จังหวัดละ 500,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในการวิจัยอย่างน้อย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีโจทย์การวิจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชน &amp;nbsp;มีผลกระทบต่อคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; 2. การแก้ไขปัญหาวิกฤตในชุมชนเพื่อการดูแลคนเปราะบางเดิม (ก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่) มีการจัดการอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.ชุมชนจะมีระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาคนเปราะบางในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างไร&amp;nbsp; และ 4. ชุมชนจะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้พ้นสภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; การวิจัยเรื่องโควิดครั้งนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างระบบของชุมชนเพื่อดูแลช่วยเหลือกันในระยะยาว &amp;nbsp;โดยใช้โอกาสจากงานวิจัยมาหนุนเสริม &amp;nbsp;ใช้ทุนต่างๆ ที่มีในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือกันในช่วงโควิด&amp;nbsp; หรือมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; และต้องจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน&amp;nbsp; มีปัญหาความต้องการอย่างไร&amp;nbsp; อาจเชื่อมทุนจากภายนอกมาหนุนเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเปลี่ยนระบบ&amp;nbsp; ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนมาดูแลกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะยาวชุมชนจะสามารถจัดระบบ&amp;nbsp; เพื่อวางแผนพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแผนพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนอกเหนือจาก 5 จังหวัดที่วิจัย&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่อื่นมาเรียนรู้&amp;nbsp; มาแลกเปลี่ยน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัย&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp; จะเชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อเกื้อหนุนกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำสินค้าผลผลิตจากชุมชนมาแลกเปลี่ยนหรือขายราคาถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้โอกาสจากงานวิจัยไปทำงานให้สอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp; สามารถตอบคำถามงานวิจัยได้&amp;nbsp; เพราะชุมชนไม่ได้ทำวิจัยเพื่อวิจัย &amp;nbsp;แต่เป็นการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และขยายการพัฒนาของชุมชนไปเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp; ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวพรรณทิพย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเครือข่ายชุมชน จ.กาญจนบุรี ส่งน้ำใจช่วยเหลือชาวชุมชน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นพ.สำเริง&amp;nbsp; แหยงกระโทก &amp;nbsp;จากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; เสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; อยากให้งานวิจัยครั้งนี้เน้นไปที่จุดสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การทำศูนย์พักคอย หรือ CI (Community Isolation) ว่า&amp;nbsp; CI เกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;ทำอย่างไร &amp;nbsp;มีความสำเร็จอย่างไร &amp;nbsp;หรือไม่สำเร็จ&amp;nbsp; ให้เจาะลึกเพื่อให้เกิดบทเรียนที่ชัดเจน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้&amp;nbsp; ยังเป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลไม่พอ&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องมาช่วยกันทำ CI เพื่อมาดูแลผู้ป่วยสีเขียวหรือเหลืองอ่อนซึ่งยังมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; เพราะไม่ต้องใช้หมอ&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้พยาบาล&amp;nbsp; ใช้คนในชุมชนมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; อสม. ชาวบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นการรวมตัวของคนในตำบล&amp;nbsp; จึงอยากให้ทีมวิจัยภาคอีสาน 4 จังหวัดทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ระดมสรรพกำลังสู้โควิด-สร้างวัคซีนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชน (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบแห่งหนึ่งในการรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กเป็นศูนย์พักคอยในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดา&amp;nbsp; แต้อารักษ์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำศูนย์พักคอยในชุมชนหรือ CI หรือศูนย์พักพิงเพื่อจะส่งต่อ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถจะส่งต่อไปไหนได้แล้วเพราะไม่มีที่จะให้ส่ง&amp;nbsp; แต่ CI จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนสามารถทำได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พอช.&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพราะทำเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวว่า&amp;nbsp; การทำ CI โดยชุมชนไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; จึงต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; และต้องรีบทำ&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะเสียชีวิตอีกมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมี &amp;lsquo;4 อ.&amp;rsquo; ที่ต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; คือ 1. อาการ &amp;nbsp;ดูอาการ &amp;nbsp;การหายใจ&amp;nbsp; ว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;รักษาตามอาการ &amp;nbsp;และช่วยกันดูแล &amp;nbsp;2.อาหาร &amp;nbsp;3. อาศัย &amp;nbsp;คือศูนย์พักคอยหรือที่พักพิง &amp;nbsp;และ 4. อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สปสช.เชื่อม CI เข้าสู่ระบบและจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์พักคอยชุมชนโดยตรง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าวัคซีนจะมีมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่พวกเราทำนี้&amp;nbsp; ทั้งสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม&amp;nbsp; เป็นวัคซีนทางสังคมที่พวกเราช่วยกันทำได้อย่างดี&amp;nbsp; ต้องสร้างเครือข่าย&amp;nbsp; ต้องทำต่อไป&amp;nbsp; และขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แล้วเราจะไปรอด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ปรีดาย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สร้างวัคซีนทางสังคม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบให้ครอบครัวที่กักตัวในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวในตอนท้ายว่า ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพูดคุยกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. พอช.&amp;nbsp; และพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; เพื่อกระชับความร่วมมือให้เต็มที่และมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะจะต้องระดมสรรพกำลังร่วมกันให้มากกว่าโควิดรอบแรก&amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หนักกว่าสงครามโลก&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;สงครามโรค&amp;rsquo; และหากระบาดระลอก 4 หรือเป็นโควิดสายพันธุ์ใหม่จะอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; ขณะที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องช่วยกันยันสมรภูมิในพื้นที่ให้ชัดเจน&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; โดยใช้จุดแข็งของ พอช.และสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; คือมีกำลังคนในพื้นที่&amp;nbsp; มีทีม&amp;nbsp; และมีทุนบางส่วนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ สปสช.&amp;nbsp; สสส. และ สช.จะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องรูปแบบ&amp;nbsp; ความรู้&amp;nbsp; เรื่องการจัดการ&amp;nbsp; การรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp; เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการสานพลัง&amp;nbsp; สานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ หรืออุปสรรคทางนโยบาย&amp;nbsp; โดย สช.จะช่วยเชื่อมประสานงานทางหน่วยงานนโยบาย&amp;nbsp; เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เป็นทางรอดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111736</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 อ., Community Isolation, Zoom Meeting, กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า, การทำศูนย์พักคอย, กาฬสินธุ์, ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด, ชุมชนท้องถิ่น, นครราชสีมา, นพ.ปรีดา  แต้อารักษ์, นพ.สำเริง  แหยงกระโทก, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก, บพท., พลังสังคม, พัทลุง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สร้างวัคซีนทางสังคม, สานพลังทางสังคม, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สุรินทร์, หน่วยงานภาคี, อำนาจเจริญ, โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fe67111fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>.38 ยิงดับอดีต ตำรวจ นปพ. ยศ ส.ต.ต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น &amp;nbsp;ร.ต.ท.โยธินโยธี รอง สว.สอบสวน สภ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล และแพทย์เวร รพ.พัทลุง &amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุยิงกันตาย 1 ศพ ที่ถนนลูกรังสาย อบต.ตำนาน-สมคิดวิลเลจ หมู่ที่ 4 ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง ห่างจากสำนักงาน อบต.ตำนาน ประมาณ 500 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณที่เกิดเหตุพบศพนายธนพัฒน์ คงใหม่ อายุ 31 ปี อาศัยอยู่ที่ หมู่ 10 ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในลักษณะหงายหน้า สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นเทาดำ รองเท้าแตะแบบยางสีดำ สภาพศพมีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับขวาทะลุด้านซ้าย ที่บริเวณชายโครงขวา แผ่นหลัง กระสุนฝังในทั้ง 2 จุด ตรวจสอบในร่างกายไม่มีเอกสารและหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธนพัฒน์ผู้ตาย อดีตเป็นตำรวจยศสิบตำรวจตรี(ส.ต.ต.) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จว.นราธิวาส และถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2560 หลังจากถูกออกจากราชการเคยถูก ตร.สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง จับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุเวลา 19.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ตายได้เดินเท้าออกจากบ้านโดยมีกลุ่มคนร้ายขับรถยนต์กระบะมารับที่หน้าบ้าน จากนั้นได้หายตัวไปจนพลเมืองดีพบว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ตำรวจคาดว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะขับรถยนต์กระบะมารับผู้ตายเพื่อไปพูดคุยเจรจาเกี่ยวกับการค้าแต่การพูดคุยหาข้อสรุปไม่ได้ จึงถูกกลุ่มคนร้ายนำไปยิงทิ้งในจุดเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะได้เร่งสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของอดีตตำรวจรายนี้ต่อไป. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102885</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัทลุง, ยากเสพติด, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e063aef9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัทลุงป่วน 3 หมู่บ้าน &#039;กักตัว&#039;เร่งหาโควิด-19 จากการติดเชื้อของคณะมโนราห์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้รายงงานสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จ.พัทลุง โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ป่วยรวมจำนวน&amp;nbsp;83&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงานผลห้องปฏิบัติการรายใหม่ จำนวน&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ราย ซึ่งจากการตรวจในครั้งนี้พบผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ราย ทำให้จังหวัดพัทลุงมีจำนวน มีผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp;97&amp;nbsp;รายสำหรับผู้ติดเชื้อที่พบในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มี อ.ควนขนุน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย อ.เมือง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย อ.ป่าบอน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย และ อ.กงหรา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย เป็นผู้ป่วยที่พบใหม่ทั้งหมดในวันนี้(ที่&amp;nbsp;24)&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายติดเชื้อมาจากพื้นที่ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง หัวคณะมโนราห์ชื่อดังของภาคใต้และเป็นเจ้าของรางวัลถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการแพร่เชื้อไปยังภรรยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แสดงมโนราห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้ใกล้ชิด จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;รายนั้น ล่าสุดในตอนเช้าวันนี้ (ที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน นายเรืองเดช เรืองพริ้ม สจ.พัทลุง เขต อ.เขาชัยสน พร้อมญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ได้จัดตั้งโรงครัวขึ้นเพื่อจัดทำอาหารกล่อง อาหารสำเร็จรูป พร้อมน้ำดื่ม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่กักเก็บตัวในบ้าน หมู่ที่&amp;nbsp;6,8,9&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจะจัดทำอาหาร อาหารสำเร็จรูป ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านในท้องที่ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้านทุกวัน จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมโนราห์, พัทลุง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083cf18186e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัทลุงพบนักเรียนนายสิบตำรวจทั้ง 2 ราย ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 10 เมย.64 &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง นายฉัตรชัย อุสาหะ รอง ผวจ.พัทลุง นายแพทย์ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และ พ.ต.ท.หญิง ศิริลักษณ์ คงแก้ว รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.พัทลุง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ใ จ.พัทลุง จำนวน 2 ราย โดยทั้ง 2 ราย เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่เข้ามาฝึกงาน ณ สภ.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดดังกล่าวมาจากสถานบันเทิงแถวทองหล่อ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โดยก่อนเกิดเหตุบุตรชายของหญิงสาวรายหนึ่ง ใน จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาเที่ยวผับ บริเวณทองหล่อ ต่อมามารดาของนักเที่ยวรายนี้ที่อาศัยอยู่ใน จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติที่รักษาตัวอยู่ใน รพ.แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;โดยมีมารดาของนักเรียนนายสิบตำรวจคนดังกล่าวไปเยี่ยมคนไข้รายนี้ด้วย ต่อมานักเรียนนายสิบคนดังกล่าว ได้เดินทางไปเยี่ยมมารดาในบ้านพักในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;ทำให้ติดเชื้อจากมารดาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตรวจพบเชื้อโควิด-19 นักเรียนนายสิบตำรวจคนดังกล่าวได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ รวมทั้ง สภ.เมือง จ.พัทลุง และทำให้นักเรียนนายสิบคนหนึ่งที่ฝึกงานด้วยกันตรวจพบเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย รวมเป็น 2 ราย ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขร่วมกับตำรวจ กก.ภ.จว.พัทลุง ได้ร่วมกันพ่นฆ่าเชื้อใน สภ.ตะโหมด และ สภ.เมืองพัทลุง &amp;nbsp;จัดระบบให้ ตร.ทำงานที่บ้าน และนำ ตร.ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย ตร.สภ.ตะโหมด &amp;nbsp;62 ราย &amp;nbsp;และ ตร.สภ.เมืองพัทลุง &amp;nbsp;6 ราย มาตรวจหาสารคัดหลั่งทั้ง 68 รายแล้ว &amp;nbsp;คาดว่าน่าจะทราบผลในคืนนี้(ที่ 10) และในวันพรุ่งนี้(ที่ 11) &amp;nbsp;ในขณะเดียวกันทาง สสจ.พัทลุง ก็ได้เตรียมเวชภัณฑ์สำหรับการตรวจบุคคลในกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดตำรวจทั้ง &amp;nbsp;2 คน แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย อุสาหะ, พัทลุง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072656c6f510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นพัทลุงโหดสู้พ่อคู่อริไม่ไหวขับรถไปคว้าปืนยิงดับคาบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64- เมื่อช่วงค่ำ &amp;nbsp;ร.ต.อ.สุรันต์ เบื้องบน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำปำ พ.ต.ต.ขจรจักษ์ ชูแป้น สว.สภ.ลำปำ &amp;nbsp;อ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp; หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล &amp;nbsp;พิสูจน์หลักฐานพัทลุง รุดตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิต 1 ศพ โดยเหตุเกิดในบ้านชั้นเดียวแบบก่ออิฐถือปูน บ้านเลขที่ 194/1 หมู่ &amp;nbsp;3 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง ในที่เกิดเหตุที่ประตูเข้าบ้าน &amp;nbsp;พบศพนายจารึก บุญศรี อายุ 39 ปี &amp;nbsp;เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตในลักษณะหงายหน้า &amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณใต้ราวนามซ้าย 1 แผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการสอบสวนในขั้นต้นทราบว่า &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุได้มีวัยรุ่นที่เป็นคู่อริกับบุตรชายผู้ตาย ได้ขี่ จยย.ฮอนด้าเวปสีแดง-ดำ มามีเรื่องกับบุตรชายที่อยู่ในบ้าน &amp;nbsp;ผู้ตายเห็นท่าไม่ดีจึงปิดประตู ให้ลูกชายออกมาจากบ้าน จนผู้ตายกับคู่อริของลูกชายเกิดชกต่อยกัน วัยรุ่นเห็นท่าไม่ดีจึงขี่ จยย.กลับออกไป ต่อมาประมาณ 30 นาที วันรุ่นคนดังกล่าวได้ขี่ จยย.มายังบ้านเกิดเหตุและใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด จากนั้นก็ได้ขี่ จยย.หลบหนีไป ขณะนี้ ตร.รู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94549</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัทลุง, ยิงเสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b91459a8d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ควาย&#039;ราคาดีตัวละ5หมื่นตลาดต้องการมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63- นายวิรัตน์ รอดนวล &amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนเลี้ยงวัวลังกาสุกะพัทลุง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตลาดกลางลังกาสุกะกรุ๊ป &amp;nbsp;โค กระบือ โคกุรบัน &amp;nbsp;อ.กงหรา จ.พัทลุง เป็นตลาดเปิดเพื่อพบกัน ระหว่างผู้เลี้ยง ผู้ขาย ผู้ซื้อ &amp;nbsp; โค กระบือ และโคกรุบัน &amp;nbsp; โดยเปิดตลาดทุกวันเสาร์ &amp;nbsp;โดยที่เปิดมา 3 &amp;nbsp;นัด สามารถซื้อโคเนื้อ โคขุน โคกุรบัน และกระบือ ประมาณกว่า 500 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้มาซื้อที่ตลาดกลางลังกาสุกะกรุ๊ป จะมาจากภาคกลางและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ส่วนคนเลี้ยงคนขาย จะเป็นคนในพื้นที่ จ.พัทลุง และ จ.ใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัตน์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ตลาดกลางลังกาสุกะ ยังมีการค้ากระบือหรือควาย &amp;nbsp;ซึ่งจะจัดส่งไปในประเทศมาเลเซีย &amp;nbsp;โดยส่งล็อตละ 10 ตัว 15 ตัว และจะมีการส่งออกเป็นประจำ ซึ่งเป็นกระบือหรือควายเลี้ยงในพื้นที่ &amp;nbsp;สำหรับกระบือ มีราคาตั้งแต่ &amp;nbsp;20,000 บาท ถึง &amp;nbsp;40,000 บาท และ50,000 บาท / ตัว &amp;nbsp;และกระบือ &amp;nbsp;ยังเป็นที่ต้องการของตลาดมากเช่นกัน &amp;nbsp;และการเลี้ยงกระบือหรือควาย เป็นตลาดที่ไปได้ไม่ต่างกับโค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัตน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนแนวทางที่จะเปิดตลาดกลางแพะ ด้วย แต่คาดว่าในระยะนี้ไม่สามารถดำเนินการ เพราะในพื้นที่ยังมีการเลี้ยงแพะกันน้อยและราคาก็สูงกว่ากับราคาที่จะส่งไปปลายทางรับซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตลาดกลางลังกาสุกะกรุ๊ปที่จัดขึ้น เป็นตัวกลาง &amp;nbsp;ให้พบกันระหว่างผู้เลี้ยง ผู้ขาย ผู้ซื้อ &amp;nbsp;มีนโยบายความดี ความงาม แบ่งปัน ผู้เลี้ยง ผู้ขาย ผู้ซื้อได้พบกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอตะโหมด จ.พัทลุง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กระบือหรือควายทางภาคใต้ ที่เลี้ยงกันมากจะไปทางฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต เป็นต้น &amp;nbsp;และจะนิยมบริโภคกันมาก สำหรับฝั่งทะเลอ่าวไทย &amp;nbsp;จะเลี้ยงกันมากระหว่างรอยต่อ จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ระโนด คาดกว่าประมาณกว่า 3,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ควายจะได้ราคาดีกว่าโคพื้นบ้าน ส่วนน้ำหนักกระบือจะมากกว่า และการเลี้ยงจะงายกว่าการเลี้ยงโค เพราะสร้างที่ปลักก็อยู่ได้แล้ว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควาย, ตลาดกลางลังกาสุกะกรุ๊ป, พัทลุง, ราคาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efaabe3b057a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
