<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงคดี‘พัน คำกอง’ 10แกนนำนปช.ยังไม่หนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทบ.&amp;quot; แจงคดี &amp;quot;พัน คำกอง&amp;quot; เสียชีวิต อยู่คนละจุดกับรถตู้ที่ขับฝ่าแนวกั้น รวมทั้งมีการใช้อาวุธสงครามจากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐตลอดเวลา &amp;nbsp;สะพัด 10 แกนนำ นปช.ล้มประชุมผู้นำอาเซียนยังไม่หนี ทำใจนอนคุก เตรียมทยอยมอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวกรณีนางหนูชิด คำกอง ภรรยาของนายพัน คำกอง พร้อมทนายและญาติ เข้ายื่นฟ้องต่อศาลอาญา เพื่อให้เอาผิดนายทหาร 2 นาย กรณีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณถนนราชปรารภ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 พ.ค.2553 ว่าที่ผ่านมาคดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ทางพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด แต่เนื่องจากยังไม่สามารถสืบสวนหาตัวผู้ที่เป็นคนทำให้นายพันเสียชีวิตได้ คดีจึงได้งดการสอบสวนไว้ ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานมาใหม่ คดีก็สามารถนำมาสอบสวนเพิ่มเติม แล้วดำเนินการต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า เหตุการณ์ช่วงนั้น การควบคุมพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำได้ 100% และการใช้อาวุธสงครามจากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยในภาพข่าวที่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธพยายามสกัดกั้นรถต้องสงสัยที่ฝ่าด่านบุกเข้ามาจริง แต่นายพันก็ไม่ได้อยู่ในรถคันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พบว่าจุดที่นายพันเสียชีวิตนั้นอยู่คนละจุดกับรถตู้ที่ขับฝ่าเข้ามา และอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันกับเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ จึงทำให้ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถหาตัวผู้ที่กระทำต่อตัวนายพัน ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.วินธัยกล่าวว่า การดำเนินการไปยื่นฟ้องเองต่อศาล คงเป็นสิทธิ์ที่ญาติผู้เสียชีวิตที่สามารถกระทำได้ แต่ก็อยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในขณะนั้นด้วย จะอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ทางกองทัพก็ต้องดำเนินการแก้ต่างทางคดีให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป และขอเพิ่มเติมว่า คดีนี้ ทางทนายและญาติเคยดำเนินการลักษณะนี้มาแล้ว โดยได้ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งศาลมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรมรอยัลคลิฟบีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 โดยพิพากษาให้จำคุกจำเลย 11 คน เป็นเวลา 4 ปีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำหลังศาลอ่านคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยอีก 10 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง ไม่ได้เดินทางเข้าฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอริสมันต์, นายวัลลภ ระบุว่ามีอาการป่วยแสดง อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดพัทยาเห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์, นายสำเริง, นายวรชัย ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจาก นปช.เปิดเผยว่า แกนนำส่วนใหญ่ ไม่คิดจะหนีโดยไม่รับโทษ เพียงแต่ในวันพิพากษาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.นั้น ประเมินกันว่าศาลอาจจะเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป จึงไม่เดินทางไปศาล แต่พอมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี ทำให้ตั้งตัวกันไม่ทัน จึงขอตั้งหลักสักพัก แล้วจะทยอยเข้ามอบตัวเร็วๆ นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45776</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน, ทยอยมอบตัว, พัน คำกอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7cf69963ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ภรรยา&#039;พัน คำกอง&#039;ผู้เสียชีวิตเหตุสลายม็อบนปช.ปี53ยื่นฟ้องทหาร2นายฐานฆ่าผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางหนูชิต คำกอง ภรรยาของนายพัน คำกอง (ผู้เสียชีวิต) อาชีพขับรถแท็กซี่ ชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 เดินทางมาพร้อมนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.อ.วรการ ฮุ่นตระกูล และ พ.ท.เสริมศักดิ์ คำละมูล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บังคับบัญชาและขั้นตอนคำสั่งปฏิบัติของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83, 84&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2553 เวลาประมาณเที่ยงคืนห้านาที (0.05 น.) จำเลยทั้งสอง ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคมบริเวณ ถ.ราชปรารถ ตั้งแต่สี่แยกประตูน้ำ ถึงสี่แยกมักกะสัน จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา ต้องยึดแนวทางและขั้นตอนตามคำสั่งปฏิบัติการที่ 1/53 - ศอฉ. อย่างเคร่งครัด ซึ่งการใช้อาวุธให้กระทำต่อเป้าหมายที่มุ่งประทุษร้ายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น และการยิงต้องทำเท่าที่จำเป็นสมควรแก่เหตุและไม่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ได้ควบคุม สั่งการหรือปล่อยให้ทหารซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาใช้อาวุธปืนเล็กกล ที่ใช้ในราชการสงครามระดมยิงใส่รถยนต์ (รถตู้) หมายเลขทะเบียน ฮค 8651 กทม. ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับมาตาม ถ.ราชปรารภ มุ่งหน้าแยกมักกะสัน ด้วยเจตนาฆ่าโดยประสงค์ต่อผล หรือย่อม เล็งเห็นผลถึงการกระทำว่าจะกระทำให้นายสมรหรือผู้อื่นซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวถูกลูกกระสุนปืนเล็กกล ซึ่งใช้ในราชการสงครามที่เป็นอาวุธร้ายแรงนั้นถึงแก่ความตายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรถตู้ที่นายสมรขับมาถูกกระสุนปืนระดมยิงใส่ และนายสมรได้รับบาดเจ็บสาหัสกระสุนปืนถูกเข้าที่บริเวณลำตัว และทำให้นายพัน คำกอง อายุ 43 ปี สามีของโจทก์ ซึ่งขณะยืนอยู่หน้าสำนักงานขายคอนโดมิเนียม บริเวณราชปรารภ ถูกกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 หรือ 5.56 มม. จากการระดมยิงใส่รถยนต์ตู้คันดังกล่าว ซึ่งกระสุนเข้าบริเวณที่หน้าอกซ้ายใต้ราวนมของนายพัน และไปถูกต้นแขนซ้ายและเส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2429/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อที่จะพิจารณาต่อไปว่าคดีที่ฟ้องนั้นมีมูลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของนางหนูชิต โจทก์ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องคดีนี้ก็สืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการไต่สวนชันสูตรศพ ที่มีผลชัดเจนแล้วว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกนายพันจนเสียชีวิตนั้นมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ โดยการฟ้องคดีนี้ ตนได้เตรียมพยานบุคคลไว้หลายปากที่จะนำเข้าไต่สวนมูลฟ้องซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือนางหนูชิต ภรรยาในฐานะโจทก์ที่จะต้องเบิกความเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางหนูชิต คำกอง ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้เพราะว่าการดำเนินคดีของสามีไม่คืบหน้า แม้จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลมาแล้ว แต่ยังต้องการความเป็นธรรมมากกว่านี้ เนื่องจากรายได้ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เพราะที่เคยยื่นฟ้องร้องเรียนไปไม่มีการดำเนินการ จึงอยากให้การฟ้องครั้งนี้ได้รับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเดินทางมายื่นฟ้องวันนี้ก็มีญาติของกลุ่มผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ในเหตุการณ์ ก็ได้เดินทางมาร่วมติดตามการฟ้องคดีอาญาเองกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยยังไม่ปรากฏว่าญาติรายอื่นที่เสียชีวิตได้มีการยื่นฟ้องเป็นคดีเพิ่มเติมด้วยในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45668</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.เสริมศักดิ์ คำละมูล, พ.อ.วรการ ฮุ่นตระกูล, พัน คำกอง, ม็อบนปช.ปี53, ศอฉ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b178d68b11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
