<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4ฟุ้งคดีมั่นคงลด35%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เชื่อดับไฟใต้มาถูกทาง &amp;nbsp;คดีมั่นคงลดกว่า 35% ควบคู่ใช้โมเดล &amp;quot;CAMP 35&amp;quot; แก้ปัญหายาเสพติด ผบ.ทร.สั่งเพิ่มมาตรการด้านการข่าว-สร้างความไว้ใจคนในพื้นที่ คุมเข้มช่วงวันเข้าพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อม พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการ ศปก.ตร.สน. แถลงสรุปผลการปฏิบัติด้านความมั่นคงและยาเสพติดในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ ไตรมาส&amp;nbsp;3 (เม.ย-มิ.ย.&amp;nbsp;62)&amp;nbsp;โดยมีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและยาเสพติดในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 &amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4 ส่วนหน้า ได้ร่วมกับ ศปก.ตร.สน. และตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนด้านการควบคุมพื้นที่ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม บูรณาการการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชนมาช่วยดูแลหมู่บ้านชุมชน ใช้ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน รวม&amp;nbsp;775&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการ เข้าปฏิบัติงานในหมู่บ้านร่วมกับผู้นำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เสาหลัก ทั้งคณะกรรมการหมู่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัย เพื่อกดดันจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ให้ใช้หมู่บ้านเป็นแหล่งพักพิง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความเชื่อมั่นศรัทธาในรัฐที่เข้มแข็ง ทำให้สถิติเหตุการณ์ในคดีความมั่นคงลดลงจากปี&amp;nbsp;61 กว่าร้อยละ&amp;nbsp;35.18&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือว่าสถานการณ์ในภาพรวมมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้&amp;nbsp;CAMP 35&amp;nbsp;เป็นโมเดลในการบำบัดทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และชุมชนบำบัด พบว่าร้อยละ 70 &amp;nbsp;สามารถเลิกขาดจากยาเสพติดได้ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยจะนำโมเดล&amp;nbsp;CAMP 35&amp;nbsp;ไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆให้ครอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดต่อไป เชื่อว่ามาถูกทางแล้ว&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า คดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;พบว่าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีคดีความมั่นคงเพียง&amp;nbsp;115&amp;nbsp;คดี คดียาเสพติดสามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,709&amp;nbsp;คดี ผู้ต้องหา&amp;nbsp;5,256&amp;nbsp;คน สามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้กว่า&amp;nbsp;56,930,565&amp;nbsp;บาท ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ดำเนินงานตามนโยบายอย่างเด็ดขาดเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินกองทัพเรือ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ริมถนนสายบ้านทอน-บาเจาะ ช่วงบริเวณบ้านดูกู หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ทหารพรานนาวิกโยธินที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย พันจ่าเอกเชิดชัย อินต๊ะวิกุด, อาสาสมัครทหารพรานธีระวัฒน์ ศรีสุข และอาสาสมัครทหารพรานวิทยา อักขชาติ เมื่อวันที่่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 นายถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะ ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า เส้นทางที่ถูกลอบวางระเบิดในครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่พระสงฆ์และพี่น้องประชาชนในพื้นที่สัญจรไปมาอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกคนให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข รวมทั้งเตรียมความสงบเรียบร้อยก่อนวันพระใหญ่ ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา กองทัพเรือจึงได้จัดกำลังทำการลาดตระเวนและคุ้มครองเส้นทางดังกล่าว โดยกำลังพลของกองทัพเรือทุกนายจะยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้ความคุ้มครองในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.อ.เอกลือชัย รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความห่วงใยและกำชับกำลังพลให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท เพิ่มมาตรการด้านการข่าวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่กำลังพลทุกนายที่ว่า ทหารเรือต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน หายใจ เชื่อมใจ และมีชะตาชีวิตร่วมกันกับประชาชน สู้เพื่อรับใช้ประชาชน ที่ใดมีศัตรู ที่ใดมีอันตราย ที่นั่นย่อมมีทหารของกองทัพเรือ ให้สมกับคุณค่าที่ส่งมอบให้กับสังคม เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ท.กาญจน์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41168</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล, พล.ร.อ.เอกลือชัย รุดดิษฐ์, พันจ่าเอกเชิดชัย อินต๊ะวิกุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2de5062890c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
