<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;เดือด!จัดหนักแก๊งคลั่งปชต.แต่ย้อนยุค316ปีสมัย&#039;พันท้ายนรสิงห์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62 - นายสุทิน วรรณบวร อดีตนักข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คลั่ง ปชต แต่ใช้มาตรฐานสมบูรณาญาสิทธิราชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครอยู่ใกล้ช่วยพาไอ้หมอนั่นส่งหลังคาแดงที เพื่อเรียกสติคืนมาจาก ย้อนยุคกลับไป ๓๑๖ ปี ถึงสมัยพระเจ้าเสือ ที่พันท้ายนรสิงห์ยอมถวายหัวเพื่อรักษาไว้ถึงความศักดิสิทธิของกฏมณเทียนบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้หมอฉีดยาฟื้นฟูสมองให้มันเพื่อได้สำเหนียกว่ายุคนั้นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราช ส่วนปีพ.ศ ๒๕๖๒ นั้นปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ระบอบนี้เขาแบ่งอำนาจและถ่วงดุลกันเป็น นิติบัญญัต ตุลากาล บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติกล่าวว่าฝ่ายบริหารทำความผิดและส่งเรื่องให้ฝ่ายตุลาการ พิจารณตัดสินแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัตที่มีอารยะก็จะไม่ก้าวก่ายแทรกแซงโวกเวกโวยวายคล้ายกับว่า.. ศรีธัญญาน่าจะมีภาระเพิ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43143</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พันท้ายนรสิงห์, สุทิน วรรณบวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปกันใหญ่!&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ยกกรณี&#039;พันท้ายนรสิงห์&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;รับผิดชอบปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 62 - พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่เพียงนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้กล่าวนำเท่านั้น รัฐมนตรีทุกคนจะต้องกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตามนายกรัฐมนตรีด้วย คณะรัฐมนตรีจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบในการทำผิดรัฐธรรมนูญร่วมกัน &amp;nbsp;เมื่อคณะรัฐมนตรีรู้ว่าได้กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว แต่กลับไม่แสดงออกถึงความรับผิดชอบประการใดประการหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ตงอ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่ายกตัวอย่างกรณีพันท้ายนรสิงห์ แม้ว่าจะเป็นคนโปรดของพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อได้ทำความผิด และแม้เป็นเพียงไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เพื่อไม่ให้เสียพระเกียรติ พระมหากษัตริย์และกฎจารีตประเพณี จึงยอมรับโทษประหาร &amp;nbsp;ยิ่งกรณีนี้เป็นการจงใจกระทำผิด นายกรัฐมนตรีจึงควรต้องแสดงความรับผิดชอบในทางการเมืองจนถึงที่สุดด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, บิ๊กตู่, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช, พันท้ายนรสิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1320bc32cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อ&#039;พระพิชัย&#039;รู้ว่า&#039;พระเจ้าเสือ&#039;ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระแสละครบุพเพสันนิวาสเริ่มจะจางหายแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ชาติไทยยังคงอยู่และมีให้ศึกษามากมาย ฉะนั้นมากล่าวกันต่อเรื่องพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นพระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง &amp;nbsp;ทรงขึ้นครองราชย์หลังสมเด็จพระเพทราชา คือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ &amp;quot;พระเจ้าเสือ&amp;quot; ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.2246-2251&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ จดพระนามเดิมของพระองค์ว่า &amp;quot;มะเดื่อ&amp;quot; ส่วนในหนังสือปฐมวงศ์ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ เรียกว่า &amp;quot;ดอกเดื่อ&amp;quot; เนื่องจากประสูติใต้ต้นมะเดื่อในแขวงเมืองพิจิตรขณะพระมารดาเสด็จติดตามออกพระเพทราชาที่โดยเสด็จสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 (สมเด็จพระนารายณ์) ขึ้นไปนมัสการพระพุทธชินราชและพระพุทธชินสีห์ที่เมืองพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพนฯ ฉบับตัวเขียนระบุว่า สมเด็จพระเจ้าเสือเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระสนมซึ่งเป็นพระราชธิดาในพญาแสนหลวง เจ้าเมืองเชียงใหม่ โดยคำให้การขุนหลวงหาวัดออกพระนามว่า พระราชชายาเทวี หรือ เจ้าจอมสมบุญ &amp;nbsp;ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าเรียกว่า นางกุสาวดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในเวลาต่อมา สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานพระสนมดังกล่าวแก่พระเพทราชา เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง (เจ้ากรมช้าง) โดยในคำให้การขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่ามีเนื้อหาสอดคล้องกัน กล่าวคือนางเป็นสนมลับของพระนารายณ์แต่แตกต่างกันเพียงชื่อของนาง และเหตุผลในการพระราชทานพระโอรสแก่พระเพทราชา แต่พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ กลับให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติกำเนิดแตกต่างไปจากคำให้การของขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทำศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้วได้ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นสนม แต่นางสนมเกิดตั้งครรภ์ พระองค์ทรงละอายพระราชหฤทัยด้วยเธอเป็นนางลาว พระองค์จึงได้พระราชทานแก่พระเพทราชา ดังความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระพนรัตน์ ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาจากเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์เสด็จทรงสังวาสด้วยพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ และนางนั้นก็ทรงครรภ์ขึ้นมา ทรงพระกรุณาละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นให้แก่พระเพทราชา แล้วดำรัสว่านางลาวนี้มีครรภ์ขึ้นมา เราจะเอาไปเลี้ยงไว้ในพระราชวังก็คิดละอายแก่พระสนมทั้งปวง และท่านจงรับเอาไปเลี้ยงไว้ ณ บ้านเถิด และพระเพทราชาก็รับพระราชทานเอานางนั้นไปเลี้ยงไว้ ณ บ้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุผลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ปรากฏในคำให้การชาวกรุงเก่าว่า พระองค์ทรงเกรงว่าพระราชโอรสองค์นี้จะคิดกบฏชิงราชสมบัติอย่างเมื่อคราวพระศรีศิลป์ ส่วนคำให้การของขุนหลวงหาวัดว่า พระองค์ทรงต้องรักษาราชบัลลังก์ให้แก่พระราชโอรสที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จดหมายเหตุเอนเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ชาวเยอรมันประจำคณะทูตของบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดาที่เข้ามาเจริญพระราชไมตรีราชสำนักสยามในปี พ.ศ. 2233 ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปีประสูติของออกหลวงสรศักดิ์ว่า เมื่อ พ.ศ.2233 พระสรศักดิ์ (Peja Surusak) พระมหาอุปราชมีพระชนมายุ 20 พรรษา แสดงว่าพระองค์ประสูติในปี พ.ศ.2213&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนในสมัยดังกล่าวเรียกขานพระนามพระองค์ว่า &amp;quot;พระเจ้าเสือ&amp;quot; ก็เพื่อเปรียบว่าพระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ พระองค์มีพระปรีชาด้านมวยไทย โดยทรงเป็นผู้คิดท่าแม่ไม้มวยไทย ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ระบุในหนังสือ &amp;quot;ศิลปะมวยไทย&amp;quot; ถึงการที่พระองค์ทรงปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านมาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษชัยชาญ และสามารถชนะนักมวยเอกได้ถึง 3 คน ซึ่งได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์เป็น


สล็อต789 &amp;quot;วันมวยไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงฝึกเจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรผู้เป็นพระราชโอรส ให้ทรงมีความสามารถในด้านมวยไทย, กระบี่กระบอง และมวยปล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำนานฝ่ายเหนือระบุว่า เมื่อเจ้าเดื่อโตขึ้นได้เป็นมหาดเล็ก พระนารายณ์ทรงพยายามสื่อนัยบางอย่างให้เจ้าเดื่อรู้ว่าคือลูก อาทิ ชวนมาส่องกระจกดูว่าคนทั้งสองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ จนเจ้าเดื่อได้ใจมักเอาเศษอาหารในจานเสวยไปกินต่อทุกครั้ง ติดนิสัยกร่างผสมเกรียนไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนตั้งแต่วัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของนายพลเดส์ฟาร์จชาวฝรั่งเศส บันทึกเหตุการณ์ช่วงพระนารายณ์ใกล้สวรรคตว่า &amp;nbsp;พระองค์ทรงโทมนัสที่เสียรู้ต่อ &amp;quot;กบฏสองพ่อลูกคู่นี้&amp;quot; ยิ่งนัก มิมีตอนใดเลยที่บอกว่าพระองค์ทรงเจ็บพระราชหฤทัยต่อลูกในไส้ที่ฝากเขาไปเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มิทรงเชื่อว่าหลวงสรศักดิ์จะเป็นพระราชโอรสลับในสมเด็จพระนารายณ์ ทรงวินิจฉัยว่าในเมื่อหลวงสรศักดิ์รู้อยู่เต็มอกว่าสมเด็จพระนารายณ์คือพระราชบิดา เหตุไฉนจึงร่วมมือกับพระเพทราชาบิดาบุญธรรมปราบดาภิเษกชนกแท้ๆ ของตน แทนที่จะประจบเอาใจขอราชสมบัติจากพระราชบิดาเมื่อครั้งยังทรงพระประชวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ได้รับการสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย &amp;quot;กรมพระราชวังบวรสถานมงคล&amp;quot; ซึ่งหวังจะได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สมเด็จพระเพทราชากลับโปรดปรานเจ้าพระขวัญ พระราชโอรสของพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ แถมมีผู้คนมากมายต่างพากันนับถือ ทำให้กรมพระราชวังบวรฯ เกิดความหวาดระแวงว่าราชสมบัติจะตกไปอยู่กับเจ้าพระขวัญ จึงทรงลวงเจ้าพระขวัญมาสำเร็จโทษด้วยไม้ท่อนจันทน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมเด็จพระเพทราชาซึ่งทรงประชวรได้ทราบก็ทรงพระพิโรธกรมพระราชวังบวรฯ&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง เป็นอันมาก แลตรัสว่าจะไม่ยกราชสมบัติแก่กรมพระราชวังบวรฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเวนราชสมบัติให้เจ้าพระพิไชยสุรินทร พระราชนัดดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นสมเด็จพระเพทราชาทรงสวรรคต เจ้าพระพิไชยสุรินทรทรงเกรงกลัวกรมพระราชวังบวรฯ จึงไม่กล้ารับ และน้อมถวายราชสมบัติแด่กรมพระราชวังบวรฯ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2246 มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) มีพระสมัญญานามว่า &amp;quot;เสือ&amp;quot; ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเช่นในการเสด็จฯ ไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสทรงดำเนินงานเสร็จตามกำหนด &amp;nbsp;แต่เมื่อพระราชบิดาเสด็จพระราชดำเนินมา ช้างทรงเกิดตกหลุม จึงทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่ภายหลังก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 บ้านเมืองวุ่นวายเพราะพระยาราชสงครามรีดไถประชาชน ด้วยการอ้างพระบรมราชโองการในการเกณฑ์ช้างม้าวัวควายไปเพื่อเป็นภาษี ส่วนสาววัยรุ่นจะนำไปถวายพระเจ้าเสือเพื่อเป็นนางสนมในพระราชวัง ส่งผลให้ชาวบ้านทุกทั่วหัวระแหงได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันพระพิชัย เจ้าเมืองวิเศษชัยชาญ ก็ได้ตั้งกลุ่มเพื่อต่อต้านการกระทำของขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ด้วยการตั้งตัวเป็นกองโจรเพื่อปล้นเสบียงและนำตัวผู้หญิงที่ถูกเกณฑ์ไปในวังหลวงคืน &amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในกองโจรนั้นมี &amp;quot;สิน&amp;quot; ซึ่งชอบช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระเจ้าเสือได้เสด็จพระราชดำเนินไปตกปลากับขุนนางคนสนิทเป็นการส่วนพระองค์ โดยปลอมตัวเป็นสามัญชนชื่อว่า ทิดเดื่อ ซึ่งนัยหนึ่งพระองค์ต้องการทราบถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นได้ปะฝีมือเชิงมวยกับ &amp;quot;สิน&amp;quot; ผู้เป็นชาวบ้านธรรมดา โดยไม่รู้ว่าคนที่ตนกำลังชกอยู่ด้วยเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ไม่ทันได้รู้ผลแพ้ชนะก็มีขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงมาอ่านพระบรมราชโองการในการเกณฑ์ราษฎรชายไปเป็นทหาร ทำให้พระเจ้าเสือทรงได้รับทราบการทุจริตของข้าราชการและได้พูดคุยกับ &amp;quot;สิน&amp;quot; อย่างถูกคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิน&amp;quot; ซึ่งต่อมาคือ พันท้ายนรสิงห์ ได้รับคำยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัย ครั้นพระเจ้าเสือเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรี ซึ่งจะต้องผ่านตำบลโคกขามซึ่งคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวและแคบ ทำให้พระพิชัย และพระพินิจ ทหารเก่าในสมัยพระนารายณ์ที่เกลียดชังพระเจ้าเสือวางอุบายลอบปลงพระชนม์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนั้นสินที่ได้ล่วงรู้แผนการนี้ จึงให้นวลไปขอร้องกับพระพิชัยแต่ไม่ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;จึงวางแผนบังคับเรือพระที่นั่งให้ชนกับริมตลิ่งเพื่อไม่ให้พระเจ้าเสือเสด็จพระราชดำเนินไปถึงจุดที่กลุ่มชาวบ้านซุ่มอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเรือพระที่นั่งเอกไชยมาถึงตำบลโคกขาม &amp;quot;สิน&amp;quot; พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งจนชนตลิ่ง ทำให้หัวเรือพระที่นั่งเอกไชยหักตกลงไปในน้ำ สินรู้ดีว่าความผิดครั้งนี้โทษถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิน&amp;quot; จึงกราบทูลขอน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี พระเจ้าเสือทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยมิใช่ความประมาทจึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่ &amp;quot;สิน&amp;quot; ก็กราบบังคมทูลยืนยันให้ตัดศีรษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย และเป็นการป้องกันมิให้เกิดข้อติเตียนต่อพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้พระเจ้าเสือจะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใด ก็ทรงจำพระราชหฤทัยปฏิบัติตามพระราชกำหนด จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์ แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตาและนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล &amp;nbsp;ทำให้พระพิชัยที่แอบดูอยู่รู้ความจริงว่าพระเจ้าเสือมิได้ทรงเลวร้ายอย่างที่คิด จึงถวายตัวรับใช้พระเจ้าเสือด้วยความซื่อสัตย์ตลอดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพระราชวังบวรสถานมงคล, พระพิชัย, พระเจ้าเสืิอ, พระเพทราชา, พันท้ายนรสิงห์, มะเดื่อ, สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8, สิน#</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae6c31bc2fee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
