<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว! &#039;กรมการข้าว&#039; แจก 5 พันธุ์ข้าวพระราชทาน สร้างสิริมงคลประกอบอาชีพเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า แจก 5 พันธุ์ข้าวพระราชทาน สร้างสิริมงคลแก่ประชาชน มาแล้วครับ...เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จำนวน 5 พันธุ์ ที่ทางกรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเข้าพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นการทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ ให้ปลอดจากโรค เจริญงอกงามสมบูรณ์ และเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของประชาชนตามประเพณีนิยม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวเจ้าที่สามารถทนแล้ง และทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็มได้ คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้าวปทุมธานี 1 ข้าวเจ้าที่นุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้าว กข 43 ข้าวเจ้าที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น หุงต้มรับประทานดี สุกนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้าว กข 6 ข้าวที่มีคุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม ลำต้นแข็งปานกลาง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล ให้ผลผลิตสูง และทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข้าว กข 79 ข้าวที่มีอมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่กองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว โทร.02-561-3794 หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 28 แห่งทั่วประเทศ
(http://brs.ricethailand.go.th/index.php/2016-05-01-04-43-26)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กองเมล็ดพันธุ์ข้าว, พันธุ์ข้าวพระราชทานปี63, วันพืชมงคล, เพจไทยคู่ฟ้า, แจกพันธุ์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb77182c0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชพิธีเนื่องใน&#039;พืชมงคล&#039; 2563 ประเพณีบำรุงขวัญเกษตรกรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;เป็นพระราชพิธีซึ่งจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทยกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา&amp;nbsp;อาชีพหลักของคนไทย&amp;nbsp;แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่น&amp;nbsp;ๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น&amp;nbsp;โดยพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;มีพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน&amp;nbsp;คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์&amp;nbsp;ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์&amp;nbsp;ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมางานแรกนาขวัญมีแต่เพียงพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น จนกระทั่งถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่าง&amp;nbsp;ๆ ทุกพิธี&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงได้เริ่มมีขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&amp;nbsp;โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;จึงมีชื่อเรียกรวมกันว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;rdquo; ​การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2479 แล้วว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชพิธีขึ้นใหม่และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ด้วยเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชพิธีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของเกษตรกรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระสังฆราชทรงปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานที่วัดพระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในปี 2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องจากประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งมีมาตรการและข้อปฏิบัติทางสาธารณสุขหลายประการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้&amp;nbsp;จากเดิมที่สำนักพระราชวังได้กำหนดให้ประกอบพระราชพิธีในวันอาทิตย์ที่ 10 และวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 โดยนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานในฤดูทำนาปี 2562 และพันธุ์พืชต่าง ๆ มาเข้าประกอบพิธี พร้อมทั้งพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทุกสาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​ในแต่ละปีได้มีการกำหนดว่า ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีนี้&amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีทั้งหาบทองและหาบเงิน&amp;nbsp;จะทำการคัดเลือกจากบรรดาข้าราชการหญิงโสด&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นไป&amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกเทพีในแต่ละปีจะดูที่ความเหมาะสมต่าง ๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;ที่เป็นทางการ&amp;nbsp;คือ โสดและได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว&amp;nbsp;ที่ไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อายุพอสมควร สุขภาพดี ส่วนสูงพอเหมาะหรือสูงใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;เทพีคู่หาบทอง ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวกันยารัตน์ เศวตนันทิกุล&amp;nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาบทองและหาบเงินใช้ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพระโคที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการคัดเลือกพระโคตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;คือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวของลำตัวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;120 เซนติเมตร&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกันผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้องตามลักษณะที่ดี กีบและข้อเท้าแข็งแรง&amp;nbsp;ถ้ามองดูด้านข้างของลำตัวจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม งานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ทุกปีจะเตรียมพระโคไว้ 2 คู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพันธุ์ข้าวที่ใช้ในงานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ ซึ่งผู้คนในสนามหลวงทุกเพศทุกวัยจะกรูกันเข้าไปยังลานแรกนา เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวกลับไปเป็นสิริมงคลนั้น นับตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ได้มาจากแปลงนาในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ที่ทรงโปรดเกล้า&amp;nbsp;ฯ ให้กรมการข้าวจัดทำขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวเป็นพันธุ์ข้าว ทรงปลูกพระราชทานสำหรับไว้ใช้ในงานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ปี 2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธี&amp;nbsp;มีทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;น้ำหนักรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,458&amp;nbsp;กิโลกรัม ประกอบด้วย&amp;nbsp;ขาวดอกมะลิ105&amp;nbsp;ปทุมธานี1&amp;nbsp;กข79&amp;nbsp;กข43 และ&amp;nbsp;กข6&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งใช้หว่านในระหว่างพิธี และจัดเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;บรรจุใส่ซองขนาดเล็กเพื่อจัดส่งให้จังหวัดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สำหรับใช้แจกจ่ายแก่เกษตรกรรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพตามพระราชประสงค์ และเมล็ดพันธุ์ที่เหลือทั้งหมด กรมการข้าวขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำไปปลูกไว้ทำพันธุ์ในฤดูกาลปี 2563เพื่อเป็นต้นตระกูลของพืชพันธุ์ดีเผยแพร่สู่เกษตรกรต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พันธุ์ข้าวพระราชทานเนื่องในวันพืชมงคล 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี จะมีการการเสี่ยงทายในพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;แต่ละปีนั้นประกอบด้วย&amp;nbsp;2 ช่วง&amp;nbsp;คือ ช่วงแรกพระยาแรกนาจะตั้งสัตยาธิษฐานหยิบนุ่งทับผ้านุ่งเดิมนั้นเป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ&amp;nbsp;ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุมเพื่อให้ พระยาแรกนาหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้นคือ ถ้าหยิบได้ 4 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่าน้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่&amp;nbsp;ถ้าหยิบได้ 5 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;ถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดีแต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ไม่ได้ผลเต็มที่&amp;nbsp;ส่วนช่วงที่ 2 คือ ภายหลังจากการไถหว่านซึ่งจะเป็นการไถดะไปโดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดินให้เป็นก้อน ไถโดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์พืช และไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์พืชลงในดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการไถแล้วจะเป็นการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำและหญ้า&amp;nbsp;เมื่อพระโคกินของสิ่งใดโหรหลวงจะถวายคำพยากรณ์ ดังนี้&amp;nbsp;ถ้าพระโคกินข้าวหรือข้าวโพด&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี ถ้าพระโคกินถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;และถ้าพระโคกินเหล้า&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้นทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าว 5 สายพันธุ์ เป็นสิริมงคลชาวนาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลนี้เป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันเกษตรกร&amp;rdquo;&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมาโดยในปี 2563&amp;nbsp;เกษตรกร สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นประเภทต่าง&amp;nbsp;ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลและยกย่องประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พระโคเสี่ยงทาย, พันธุ์ข้าวพระราชทานปี63, เทพีคู่หาบทองเทพีคู่หาบเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8c14273545.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
