<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผนึกกำลังดันนวัตกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันนี้แนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการเริ่มเดินไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องจากการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการเปิดตัวโครงการต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีการรับรู้และเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากต้องยอมรับว่าประเทศไทยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยผู้ประกอบการรายเล็กๆ ซะมากกว่ารายใหญ่ หากมีการเข้ามาสนับสนุนให้กลุ่มนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ก็จะช่วยผลักดันภาพรวมของเศรษฐกิจไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ผ่านมาการผนึกกำลังของทั้งจากเอกชนกับเอกชน รัฐกับรัฐ หรือเอกชนกับรัฐเอง เพื่อให้เกิดการสนับสนุนผู้ประกอบการที่เรียกว่าเอสเอ็มอีนั้น ก็มีความหลากหลายและถือว่าครอบคลุมเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการมอบเงินทุน การมอบความรู้ การให้โอกาส และเปิดช่องทางการตลาด รวมถึงพัฒนาคน พัฒนาแนวธุรกิจ และทำให้เกิดการจับคู่ธุรกิจร่วมกันเองภายในประเทศและภายนอกประเทศ ซึ่งมีหลายโครงการพิสูจน์ได้ว่าสามารถสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เกิดประโยชน์ได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเร็วๆ นี้เองก็เกิดการผนึกกำลังขึ้นอีกครั้งระหว่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กับสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยได้เริ่มโปรแกรมพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมองค์กร หรือ IOP เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพเกิดความรู้และเข้าใจในการบริหารจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร และทราบสถานะระดับความสามารถทางนวัตกรรมของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้สามารถกำหนดแผนงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่นำไปสู่การยกระดับส่วนงานต่างๆ ในธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งนี้ โปรแกรม IOP มีการให้บริการเพื่อยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมกับองค์กรใน 3 ระดับคือ การประเมินศักยภาพนวัตกรรมขององค์กรด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ การเข้าประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อระบุโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนานวัตกรรมองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวย NIA กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ในการนำนวัตกรรมมาต่อยอดและพัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพราะกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจ 4.0&amp;rdquo; ตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มของจีดีพีการจ้างงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งภาพลักษณ์ที่ดีต่อความน่าลงทุนให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่ายังมีเอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดการเข้าถึงนวัตกรรม และยังไม่สามารถนำองค์ความรู้ งานวิจัย รวมถึงกระบวนการที่แตกต่างมาสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้ ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นความท้าทายที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องหันมาให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง เพื่อสร้างโอกาสให้การทำธุรกิจเหล่านี้มีการเติบโตและแข่งขันได้มากขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการร่วมมือครั้งนี้จะปรับเนื้อหาให้ตรงกับเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยเฉพาะ 8 มิติที่สำคัญ ได้แก่ 1.มิติด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม เป็นการวางยุทธศาสตร์และแผนงานด้านนวัตกรรมในระยะยาวสำหรับองค์กร 2.มิติด้านการมุ่งเน้นธุรกิจ เป็นการวางเป้าหมายการเติบโตด้านนวัตกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจ 3.มิติด้านกระบวนการ เป็นการวางโครงสร้างกระบวนการด้านนวัตกรรมขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ 4.มิติด้านผลิตผล เป็นการวางแนวทางการติดตามและประเมินผลลัพธ์ด้านนวัตกรรมขององค์กร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มิติด้านบุคลากร เป็นการยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน 6.มิติด้านองค์ความรู้ เป็นการบริหารจัดการองค์ความรู้ที่สำคัญสำหรับการพัฒนานวัตกรรมทั้งจากภายในและภายนอก 7.มิติด้านวัฒนธรรม เป็นการสร้างวัฒนธรรมด้านนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการคิดและพัฒนาสิ่งใหม่ และ 8.มิติด้านทรัพยากร เป็นการออกแบบการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมเพื่อกิจกรรมนวัตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ไร้พรมแดนแบบนี้ การยกระดับเอสเอ็มอีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากจะช่วยสร้างความแตกต่างหรือความโดดเด่นแล้วนั้น ยังเป็นการเดินหน้าตามการหมุนเวียนของโลกที่ดีอีกด้วย โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมผ่านการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาองค์กรไปในทิศทางที่ต้องการอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรม.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56921</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, พันธุ์อาจ ชัยรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
