<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พันธ์ยศ&#039;ไขก๊อกพ้นสมาชิกพรรคภราดรภาพหลังถูกแจ้งจับกักตุนหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 เม.ย. 63- นายพันธ์​ยศ​ อัครอมร​พงศ์​ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ เขียนใบลาออกสมาชิกพรรคแล้ว โดยระบุว่า &amp;quot;ตามที่ในช่วง 3​ สัปดาห์ที่ผ่านมา​ ได้มีข่าวของข้าพเจ้าในสื่อต่างๆว่ามีส่วนพัวพันในคดีเรื่องของการกักตุนหน้ากากอนามัย และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค ​(บก.บคบ.)​ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากในเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และติดตามอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังต้องมีการพิสูจน์ความบริสุทธิ์​ของข้าพเจ้าในข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมาย​ในชั้นอัยการและชั้นศาล​ ซึ่งอาจจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมายในเรื่องการดูแลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของพรรค มีประสิทธิภาพที่ลดน้อยลง รวมทั้งเหตุการณ์นี้อาจทำให้ชื่อเสียงที่ดีของพรรคภราดรภาพ​ ต้องมาเสื่อมเสียกับเรื่องส่วนตัวของข้าพเจ้าโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นบรรทัดฐานและธรรมเนียมปฏิบัติ​ที่ดี​ รวมทั้งต่อความสง่างามของตำแหน่ง​ &amp;quot;ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ&amp;quot; ที่หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบให้แก่ข้าพเจ้าในปัจจุบั​น​ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ที่จะขอลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพและสมาชิกของพรรค​ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62734</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุนหน้ากากอนามัย, พรรคภราดรภาพ, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb81397ef81d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงยุบพรรคเฮียมิ่ง ผู้สมัครสส.เศรษฐกิจใหม่ยื่นเองแฉ&#039;นายทุนส.&#039;จุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต 1 จังหวัดนครปฐม &amp;ldquo;ปชป.-อนค.&amp;rdquo; ได้เสียวใครจะยึดเก้าอี้ พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยใน จ.ชุมพร ขอนแก่นประเดิมนับใหม่พบนับผิดแค่หน่วยละใบ อึ้ง! ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรคตัวเอง อ้างนายทุนจุ้น วิษณุให้ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับตีความสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; เชื่อยึดหลักกฎหมายไม่มีทางตัน พาเหรดอัดแนวคิด &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; เลอะเทอะอ้างมาตรา 270 ปชป.ดีเดย์ 15 พ.ค. ได้ชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่าที่ประชุม กกต.มีมตินับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ทุกหน่วยเลือกตั้ง หลังปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องตามมาตรา 124 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดนอาจมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงลำดับผู้ได้รับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมนั้น มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 หน่วย รวมกับอีก 9 หน่วยของบัตรนอกเขตและนอกราชอาณาจักร โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ผ่านมา ผู้ได้คะแนนลำดับ 1 คือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนน 35,762 คะแนน ส่วนอันดับสองคือ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้คะแนน 35,615 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุมยังมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดชุมพร หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ในหมู่ที่ 7 บ้านดวงดี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ โดยกำหนดให้ลงคะแนนในวันที่ 28 เม.ย. เนื่องจากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการนับคะแนนมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หอประชุมอำเภอน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ กกต.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้เป็นสถานที่นับคะแนนใหม่ตามคำสั่ง กกต.ที่ 181/2562 ในการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บัวใหญ่ จำนวน 324 ใบ และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพองจำนวน 624 ใบนั้น นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ลงพื้นติดตามการนับคะแนนใหม่ทั้ง 2 หน่วย ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์จากผู้สมัคร ผู้แทนพรรคการเมืองและประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. การนับคะแนนใหม่ก็เสร็จสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งหรือการร้องเรียนในการนับคะแนนใหม่ นายฉัตรไชยจึงให้ กกต.เขต 3 ทำการรับรองผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยการนับใหม่ครั้งนี้พบว่ามีคะแนนเกินมาหน่วยละ 1 คะแนน โดยในกรณี ต.บัวใหญ่ เป็นกรณีบัตรเสีย ส่วนที่ ต.ม่วงหวาน เป็นกรณีนับคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิน 1 คะแนน ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 กรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกาคะแนนผิด&amp;nbsp;
ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงาน กกต. ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำโดย น.ส.อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, นายประยงค์ สร้างศรีหา และนายคมกฤษ สุภักดี ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค เนื่องจากถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกที่สั่งการชี้นำไม่ให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเอกสารระบุว่า การส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 350 เขต นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค ได้ให้เงินค่าสมัคร ส.ส.คนละ 15,000 บาท โดยนัดกับว่าที่ผู้สมัครว่าหลังการประกาศรับรองผู้สมัครนายมิ่งขวัญจะนัดประชุมผู้สมัครเพื่อแนะแนวทางกับผู้สมัครอีกครั้ง แต่ปรากฏว่านายมิ่งขวัญไม่ได้นัดประชุมแต่อย่างใด จนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครสืบทราบมาว่าการที่ไม่ได้นัดประชุมผู้สมัคร เป็นเพราะมีนายทุนพรรคที่มีชื่อย่อ ส.ได้บงการควบคุม ครอบงำชี้นำพรรคไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงขอให้ กกต.ไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งระงับการประกาศคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และการประกาศผลการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ จนกว่าวินิจฉัยแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่งยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย&amp;rdquo; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่ กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าศาลไม่รับเรื่อง กกต.ต้องชี้แจงรายละเอียดเอง ถ้าชี้แจงแล้วมีใครไม่เห็นด้วยก็ต้องไปร้องต่อศาล เรื่องนี้ต้องรอดูว่าศาลจะว่าอย่างไร ถ้ารับเรื่องเอาไว้ก็หมดเรื่อง เมื่อรับแล้วจะพิจารณาช้าหรือเร็วก็ว่ากันไป แต่คิดว่าศาลต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ ตามที่ กกต.ระบุว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎหมายเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ส่วนการพิจารณาใบเหลือง ใบส้ม และใบแดง เป็นเรื่อง ส.ส.เขต ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่ง กกต.สามารถทำควบคู่ไปได้ แต่ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยแล้วยังมาติดเรื่องใบเหลืองใบแดง อย่างนั้นถือเป็นความบกพร่องของ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้า กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.ไม่ทันในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะทำให้เกิดเดดล็อกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ ไว้ถึงเวลาค่อยบอกค่อยคิดกันต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า กกต.ต้องมีแผนสำรอง เพราะที่ประชุมใหญ่ของศาลจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับก็ย่างเข้าไป 24 เม.ย. และหากรับ ศาลอาจต้องใช้เวลาพิจารณาอีก 2 สัปดาห์ ก็เข้าใกล้เส้นตายที่ต้องประกาศคือ 9 พ.ค.เข้าทุกที และหากมีคำพิพากษาแบบกว้างๆ แบบให้ไปดำเนินการเองโดยไม่ผิดรัฐธรรมนูญ นั่นแปลว่าบทเล่นทั้งหมดจะกลับไปอยู่ที่ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่แผนหนึ่งจะเป็นแผนรุก และแผนสองคือแผนถอย แต่ต้องถอยที่ตนเองไม่บาดเจ็บ ไพร่พลไม่ล้มตาย เรียกว่าถอยอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ถอยกรูดแบบหมดรูป คงต้องรอดูและให้กำลังใจ กกต.ว่าจะมีแผนสองอย่างไร&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า 9 พ.ค. คือเส้นตายที่ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือศาลยังพิจารณาไม่เสร็จ กกต.ต้องตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ คือไม่ต้องรอศาลพิจารณา เพราะหากเลยเวลาไปจะเกิดผลเสียหาย กกต.ต้องรับรองผลภายในกำหนดเวลา
พรเพชรเชื่อไม่มีถึงทางตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมายื่นหนังสือ โดยขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 128 วรรคหนึ่ง (5) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขัดมาตรา 83 วรรค 1 (2) หรือไม่ และหาก กกต.จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบ 150 คน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) หรือไม่ และเป็นการกระทำที่ใช้บังคับมิได้ตามมาตรา 5 หรือไม่ ขณะเดียวกันการประกาศของ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 95 หรือไม่ เนื่องจากตามประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี กกต.ใช้ตัวเลขประกาศจากสำนักทะเบียนกลางของวันที่ 31 ธ.ค.2560 จำนวน 66,188,543 คน ได้รวมราษฎรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยจำนวน 875,814 คนไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตรวจดูความพร้อมของห้องประชุมทีโอที อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการประชุมรัฐสภาในการประชุมเพื่อเลือกนายกฯ โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวการเมืองอาจเกิดทางตัน ว่ายังไม่ถึงทางตัน หากทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย และอย่าไปต่อว่าคนที่เขาเดินตามกฎหมายด้วย อย่างที่ กกต.ยื่นศาลสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ให้เป็นอำนาจของศาลจะรับหรือไม่ ขอให้เดินหน้าไปตามกฎหมาย ก็ไม่มีทางตัน แต่หากคุณเก่งกว่านั้น แสดงความรู้ ภูมิของคุณทำให้สังคมสับสนและไปโหวตกันโซเชียลมีเดีย มันก็เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้ผิดกฎหมายก็ควรปล่อยให้เขาเดินหน้า แต่อะไรที่ผิดกฎหมายก็ไปฟ้องร้องกันตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงข้อเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า รัฐธรรมนูญเปิดทาง แต่การพูดถึงในขณะนี้ก็เหมือนข้ามขั้นตอนไป เราต้องเคารพในทุกความเห็น หากเดินหน้าได้ตามข้อเสนอก็เดินไป แต่หากไม่ได้ก็ไม่ได้ และส่วนตัวยังไม่ได้วิเคราะห์ว่าการมีรัฐบาลแห่งชาติจะแก้ไขปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลแห่งชาติ กับรัฐบาลปรองดองมันต่างกันอย่างไร ทางที่ดีควรให้การเลือกตั้งเป็นไปตามวิถีทางของมัน พรรคใดรวมเสียงพรรคข้างมากตั้งรัฐบาล และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ว่าไปตามนั้น ไม่ควรคิดอะไรนอกกรอบที่กฎหมายวางไว้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อไปประเทศไทยจะคิดทำอะไร ก็จะนึกถึงข้อยกเว้นทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญตลอด ซึ่งไม่เป็นผลดีโดยภาพรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เวลานี้มีความจำเป็นอย่างไรที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ขณะนี้เพิ่งผ่านพ้นวันเลือกตั้งมาใหม่ๆ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะมาเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และเชื่อว่ากลไกของรัฐธรรมนูญเรื่องการให้มี ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ได้ จะเป็นช่องทางไม่ให้เกิดวิกฤติทางตัน ส่วนที่วิจารณ์ว่า ส.ว.ที่แต่งตั้งโดย คสช.จะไม่เป็นกลางนั้น ก็วิจารณ์กันไป แต่เชื่อว่าคนที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.จะใช้ดุลพินิจและเหตุผลเลือกนายกฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงหาทางออกแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้
รุมจวกข้อเสนอมาตรา 270
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ช่องมาตรา 270 ให้ ส.ว.โหวตกฎหมายปฏิรูป เพื่อแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น นายวิษณุกล่าวว่า สามารถแก้ได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทั้งหมด จะใช้ได้กับกฎหมายบางฉบับเท่านั้น และแก้ไม่ได้ตลอดไป ซึ่งกฎหมายใดที่รัฐบาลบอกไปยังสภาว่าเป็นกฎหมายปฏิรูป ต้องประชุมร่วมกันอยู่แล้ว แต่มีบางฉบับที่ไม่ใช่กฎหมายปฏิรูป เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ ดังนั้นไม่ใช่ว่าต้องไปดึง ส.ว.มาร่วม หรืออันธพาลเสียงมากลากไป เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าถ้าเป็นกฎหมายปฏิรูปต้องประชุมร่วม ไม่เช่นนั้นการประชุมเป็นโมฆะอยู่แล้ว แต่คงไปทำแบบนี้กับกฎหมายทุกฉบับไม่ได้ มาตราดังกล่าวไม่ใช่ทางออกที่หมดจด แต่การมีเสียงข้างมากจึงเป็นทางออกที่หมดจด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรมองว่า หากเข้าองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญกำหนดก็ทำได้ แต่การจะเดินหน้าตามมาตรา 270 จะทำได้ต่อเมื่อมีรัฐบาลแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศอยู่ในหมวด 16 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจน มีปฏิรูปด้านใดบ้าง ซึ่งอ่านแล้วอ่านอีก ไม่คิดว่าจะมีใครไปตีความว่าให้ ส.ว.พิจารณากฎหมายงบประมาณ มันเป็นไปไม่ได้เลย จะตีความว่าเรื่องงบประมาณเป็นการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เลย ตีความอย่างนั้นไม่ได้ เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำทุกปี ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระก่อนแล้วถึงเข้าวุฒิสภาพิจารณาเท่านี้จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าเขาอาจมีเจตนาทำให้รัฐบาลปริ่มน้ำสามารถบริหารต่อไปได้ ด้วยความมั่นคง เพราะถือว่ามี ส.ว.มาช่วย เพราะในอดีตหากกฎหมายงบประมาณแผ่นดินไม่ผ่าน ทางจารีตประเพณีการปกครองรัฐบาลต้องลาออก เขาก็อาจมีเจตนาที่ต้องการช่วยๆ กัน&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว และว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว อย่าไปตีความให้มันเลยเถิดไปใหญ่ ตีความแบบเข้ารกเข้าพง ประเทศชาติมันจะไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ การอ้างถึงมาตรา 270 เป็นการคิดแผลงๆ ที่ไม่เป็นไปตามระบบรัฐสภา ซึ่งจะสร้างปัญหามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวเช่นกันว่า มาตราที่นายไพบูลย์ยกขึ้นมาอยู่ในบทเฉพาะกาล ซึ่งไม่ควรมีตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเช่นนี้ก็เอายางลบไปลบมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยกระบวนการทางนิติบัญญัติออก ลบสภาผู้แทนราษฎรทิ้งไปเลยก็ได้ ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง มี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.อย่างเดียวจบ มีอำนาจทั้งเลือกนายกฯ และออกกฎหมายเอง สุดท้ายก็เหมือน สนช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตีความรัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากหลักก่อน ไม่ใช่เอาข้อยกเว้นมาใช้ตลอด ประเทศไทยอยากปกครองด้วยอำนาจการยกเว้น ที่ผ่านมาก็ใช้กันอยู่ตลอดคือ อำนาจพิเศษ การยกเว้น ทหารต้องเข้ามา พอยกเว้นกันไปมา ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติแล้วก็อยู่จนชิน นี่คือพิษร้ายที่สุดที่มีการนำสิ่งแปลกๆ เข้ามาในรัฐธรรมนูญ จนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรออกมากล่าวย้ำว่าศาลสามารถวิจารณ์ได้ ว่าการเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้นั้น ต้องคิดและวิจารณ์อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง การวิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลในคดีดังกล่าวของนายปิยบุตรถือว่าไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ เพราะทุกคนต้องเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลสถิตยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่นายปิยบุตรรวมทั้งเเกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายคนออกมาเคลื่อนไหวช่วงที่ผ่านมาเเละช่วงนี้นั้น ผมมองว่าไม่เหมาะสมเท่าใดนัก เเละในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมืองด้วยกัน ขอให้พรรคอนาคตใหม่ไตร่ตรองสิ่งที่จะสื่อสารกับสังคมด้วย เพื่อไม่สร้างชนวนขัดเเย้งใหม่ทางการเมืองขึ้นมาเพิ่ม&amp;rdquo;นายพันธ์ยศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า ปรากฏการณ์ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. และนายปิยบุตรที่ถูกดำเนินคดีหลายๆ คดี แต่กระแสความนิยมยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและวิกฤติศรัทธาต่อระบบและกระบวนการยุติธรรมของไทยภายใต้รัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือ คสช.
15 พ.ค.เคาะหัวหน้า ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีความเคลื่อนไหวของพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ 7 คน โดยมีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีหน้าที่กำหนดวันเวลาและหลักเกณฑ์ในการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ และหากมีกรณีใดจำเป็นต้องยกเว้นข้อบังคับหรือปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้นำความเห็นนั้นเสนอต่อที่ประชุม กก.บห.พรรคเพื่อพิจารณาอีกขั้นหนึ่ง ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 14.00 น. ส่วนจะเปิดให้หยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะพิจารณา ซึ่งในที่ประชุมก็มีผู้ให้ความเห็นส่วนหนึ่งให้ยกเลิกกระบวนการหยั่งเสียง แต่จะยุติอย่างไร เป็นหน้าที่คณะกรรมการฯ จะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรอบเวลาในการเลือก กก.บห.ชุดใหม่สามารถดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 60 วันหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคลาออก&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทอดพงษ์กล่าวว่า จะยึดการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 95% ของ กกต.ในวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก ซึ่งตามข้อบังคับพรรคต้องบวกไปอีก 5 วัน จึงกำหนดนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าและ กก.บห.พรรค โดยจะให้ผู้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที โดยไม่เปิดให้ที่ประชุมอภิปราย และควรงดเว้นไม่ต้องทำการหยั่งเสียง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และจะได้ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อ กก.บห.ในวันที่ 23 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า จะไม่ลงสมัครหัวหน้าพรรค เพราะที่ผ่านมาได้คะแนนเสียงเพียงกว่า 2,000 คะแนนเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ประยงค์ สร้างศรีหา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88cab2cef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภราดรภาพ&#039;จวก&#039;ปิยบุตร&#039;วิจารณ์ศาลเกินความเหมาะสม เตือนอนาคตใหม่อย่าสร้างชนวนความขัดแย้งเพิ่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 -&amp;nbsp;นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร เเสงกนกกุลเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ที่ออกมากล่าวย้ำว่าศาลสามารถวิจารณ์ได้ ในคดีที่นายปิยบุตรได้แถลงการณ์เรื่องการยุบพรรคไทยรักษาชาตินั้นว่า การจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้นั้นจะต้องคิดและวิจารณ์อย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง การวิจารณ์คำวินิจฉัยของศาล ในคดีดังกล่าวของนายปิยบุตร ในความเห็นของตนถือว่าไม่มีความเหมาะสม และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้เพราะทุกคนต้องเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลสถิตย์ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธ์ยศ กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองช่วงนี้ควรรอการวินิจฉัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง เพราะประชาชนมีความกังวลกับภาพการเมืองที่ไม่ชัดเจนนัก เเต่ตนขอให้ทุกฝ่ายคิดเเง่ดีว่า ทุกอย่างเดินไปตามครรลองเเละน่าจะมีทางออกที่ดี ตามระยะเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เเต่สิ่งที่นายปิยบุตรรวมทั้งเเกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายคนออกมาเคลื่อนไหวช่วงที่ผ่านมาเเละช่วงนี้นั้น ผมมองว่าไม่เหมาะสมเท่าใดนัก เเละในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมืองด้วยกัน ขอให้พรรคอนาคตใหม่ไตร่ตรองสิ่งที่จะสื่อสารกับสังคมด้วยเพื่อไม่สร้างชนวนขัดเเย้งใหม่ทางการเมืองขึ้นมาเพิ่ม&amp;rdquo;นายพันธ์ยศระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.วันที่21เม.ย.นี้นั้น นายพันธ์ยศกล่าวว่า ในส่วนของพรรคภราดรภาพ อยู่ระหว่างการเตรียมการในการหาคะแนนเสียงเพิ่มเติมจากการเลือกตั้งซ่อมในบางหน่วยและบางเขต ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้ประกาศออกมา เนื่องจากว่าพรรคภราดรภาพ ยังมีคะแนนที่ก้ำกึ่งในการได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามสูตรที่กกต.กำหนด &amp;nbsp;เพื่อต้องการอยู่ในโซนปลอดภัยหวังว่าคะแนนเสียงของประชาชนทุกเสียงมีความหมายและน่าจะได้ส.ส.จากสูตรการคำนวณที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร, พรรคภราดรภาพ, พรรคอนาคตใหม่, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb81397ef81d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ทันจะเลือกตั้ง&#039;ภราดรภาพ&#039;ยุ่ง!เลขาฯพรรคฟ้องหมิ่นนายทะเบียนพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา(วานนี้) ถ.รัชดาภิเษก นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อายุ 40 ปี เลขาธิการพรรคภราดรภาพ และทีมกฎหมาย ได้นำพยานหลักฐานมายื่นฟ้องนายวีระพัฒน์ พร้อมพลากร อายุ 36 ปี นายทะเบียนพรรคภราดรภาพ เป็นจำเลย ในความฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 6 ม.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มกระทำความผิดจนกว่าจะชำระเสร็จด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 6-16 ม.ค.2562 นายวีระพัฒน์ จำเลยใส่ความนายพันธ์ยศ โจทก์ ด้วยเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจำเลยได้แถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่าโจทก์ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคภราดรภาพกับพวก ข่มขู่และบังคับให้จำเลยลาออกจากนายทะเบียนพรรค เพราะเข้าใจผิดว่าจำเลยในฐานะนายทะเบียนพรรค มีรหัสคีย์ข้อมูลสมาชิกพรรคเพื่อให้สมาชิกจำนวน 20 คน ลาออกจากพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น และไม่นำสมาชิกพรรคบางคนเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคตามที่โจทก์ต้องการ และยังระบุอีกว่าโจทก์ได้นัดจำเลยไปที่บ่อกุ้งแห่งหนึ่ง ข่มขู่บังคับให้เขียนหนังสือลาออก จากการเป็นนายทะเบียนพรรค แต่จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงสั่งให้ลูกน้องซึ่งมีมือปืนและตำรวจนอกเครื่องแบบ 3-4 นาย ทำร้ายร่างกายและบังคับให้เขียนหนังสือโดยอัดคลิปวีดีโอ ขั้นตอนการคีย์ข้อมูลการนำสมาชิกพรรคออกจากพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 15-22 ม.ค. 2562 จำเลยยังใส่ความโจทก์ต่อหน้าพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานยุติธรรม จ.สมุทรสาคร ว่าจำเลยถูกโจทก์ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคภราดรภาพ และคณะ กต.ตร.สน.หนองแขม กับพวกทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยจำเลยได้แจ้งความไว้ที่กองปราบปรามแล้วและจำเลยยังอ้างว่า กลัวบุคคลในครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะโจทก์เป็นผู้มีอิทธิพล ทั้งที่ความจริงแล้วโจทก์ไม่มีพฤติกรรมตามที่จำเลยใส่ความ โดยผู้ที่รับฟังและอ่านข้อความของจำเลย จะเข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เป็นผู้มีอิทธิพล ชอบกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยขณะนี้โจทก์ก็เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคภราดรภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าว ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชังและทำให้ความนิยมในตัวโจทก์กับพรรคภราดรภาพในการรับเลือกตั้งน้อยลง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 พร้อมให้จำเลยชำระชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นเงิน 50 ล้านบาท และให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือบางส่วน ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ จำนวน 7 ครั้งติดต่อกัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยต่อมาศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบคดีดำ อ.283/2562 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไป โดยกำหนดนัดวันที่ 11 มี.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทนายวีระพัฒน์ นายทะเบียนพรรค เนื่องจากเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณีที่ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.กล่าวหาว่าทางตนทำร้ายร่ายกายและข่มขู่ ซึ่งภายหลังคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้ถอดถอนออกจากนายทะเบียนพรรค จากนั้นตนก็เจรจากัน โดยเรียกมาคุยให้ลาออกด้วยความสมัครใจ มากกว่าที่จะถูกมติคณะกรรมการบริหารพรรคถอดถอน และให้เขาเขียนหนังสือลาออกด้วยความสมัครใจ แต่ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายข่มขู่แต่อย่างใด ทั้งนี้สาเหตุเพราะเขามีอาการป่วย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เกรงว่าจะทำให้การทำงานด้านการเมืองของพรรคเกิดความเสียหาย ทางพรรคจึงมีมติให้ถอดถอนนายทะเบียนพรรค และให้ผู้ช่วยนายทะเบียนดำเนินการทำงานแทนมาสักระยะหนึ่งแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวต่อว่า จากคลิปวีดีโอต่างๆ จะรู้เลยว่าการพูดคุยไม่ได้มีประสงค์ร้าย เหมือนสอนคนที่เป็นน้องว่าควรขอโทษ ไม่ใช่หายหน้าไป ผู้ใหญ่ภายในพรรคจะคิดอย่างไร แล้วตนก็เป็นคนแนะนำเขามาด้วย เลยคิดว่าเป็นเรื่องที่ตนเองต้องรับผิดชอบ แต่นายวีระพัฒน์ ยังไปร้องเรียนที่กองปราบปราม ว่าถูกทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขู่ ถูกบังคับให้เขียนหนังสือลาออก ซึ่งไม่เป็นความจริง หากดูหนังสือลาออกก็เป็นเนื้อหาที่สุภาพ และขออภัยกรรมการท่านอื่นมากกว่า ซึ่งกรรมการทุกท่านมีมติถอดถอนเขาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากให้เขาทำ ก็เพื่อให้เขายอมรับว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้ โดยก่อนฟ้องตนได้ส่งคนไปเจรจา ให้ออกมาขอโทษ แต่เขาอาจจะเกิดความกังวล ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเขามีอาการป่วย ทำให้วิตกกังวลว่าจะมีคนมาทำร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อการภาพลักษณ์และการบริหารพรรคภราดรภาพหรือไม่ นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมานายทะเบียนไม่มีศักยภาพในการทำงานมาตั้งแต่ต้น พอเริ่มทำงานก็ให้ผู้ช่วยนายทะเบียนปฏิบัติหน้าที่แทนมาโดยตลอด สำหรับเหตุผลที่ออกมาฟ้องร้อง เพราะเห็นแก่ศักดิ์ศรีพรรคและตนเอง หากไม่ทำจะเกิดภาพลักษณ์ไม่ดีติดตัวไปด้วย เพราะสิ่งที่เขาพูดไปออกสู่สาธารณชน ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งตอนนี้พรรคภารดรภาพกำลังจะเข้าสู่เวทีการเลือกตั้งแล้ว และตนเองก็เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม ส่วนการเลือกตั้งของพรรคภราดรภาพที่มี ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.ไทยรักไทย เป็นหัวหน้าพรรคได้ตั้งเป้าหมายไปที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชี หรือ ปาร์ตี้ลิสต์มากกว่า คาดหวังไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะได้รับเลือกตั้ง ส.ส.ประมาณ 10 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27836</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระพัฒน์ พร้อมพลากร, พรรคภราดรภาพ, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c50fe6f89bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ภราดรภาพ&quot; ในส่วนผสม  รุ่นใหม่-คนมีประสบการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคภราดรภาพ ที่มี ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.ไทยรักไทย 2 สมัย เป็นหัวหน้าพรรค คืออีกหนึ่งพรรคการเมือง ที่แม้ชื่อยังไม่คุ้นหูมากนักทางการเมือง แต่แกนนำพรรคก็ประกาศว่าเอาจริงกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ด้วยการจะส่งคนลงสมัคร ส.ส.ให้ครบ 350 เขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งพรรคภราดรภาพไม่ใช่พรรคตั้งใหม่ เพราะมีการยื่นตั้งพรรค-จดทะเบียนพรรคมาตั้งแต่ปี 2556 เคยส่งคนลงเลือกตั้งตอนเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 มาแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็พบว่าคนในพรรคภราดรภาพก็เริ่มมีการเดินลงพื้นที่หาสมาชิกพรรค แนะนำพรรคต่อประชาชนในหลายพื้นที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีข่าวว่า หลังจากนี้จะมีอดีตคนการเมืองจากบางพรรคมาร่วมงานด้วย อาทิเช่น อดีตคนไทยรักไทยอย่าง น.ท.รวยลาภ เอี่ยมทอง, ร.อ.รชฏ พิสิฐบรรณกร 2 อดีต ส.ส.กทม. ไทยรักไทย และอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์อีกบางส่วน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแกนนำพรรคที่เป็นคนหน้าใหม่ทางการเมือง หลังก่อนหน้านี้ทำธุรกิจหลายอย่าง แต่วันนี้กระโดดเข้าสู่การเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้งเต็มตัว พร้อมกับบทบาทหลักคือ การเป็น &amp;quot;เลขาธิการพรรคภราดรภาพ&amp;quot; พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ เขาเล่าถึงการเข้ามาทำงานการเมืองครั้งนี้ว่า สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาและนักวิชาการประจำ คณะกรรมาธิการเกษตรฯ ยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งตอนนั้นประธานคณะกรรมาธิการคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ปัจจุบันไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ที่เข้าไปตอนนั้น เพราะสนใจการเมือง และเมื่อได้ทำงานในกรรมาธิการฯ ก็เห็นว่า ระบบการทำงานควรต้องมีอะไรใหม่ๆ เพราะการทำงาน กมธ.สมัยดังกล่าวพบว่า ส่วนใหญ่ กมธ.จะเน้นการพิจารณาเรื่องร้องเรียนปัญหาต่างๆ ในวงงานของกรรมาธิการเกษตรฯ เป็นหลัก ก็มองว่าอยากให้มีการประชุมถกเถียงเรื่องการพัฒนา การมองไปข้างหน้าดีกว่า เมื่อมาถึงจังหวะนี้เห็นว่าโอกาสดี รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดช่องให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในแวดวงการเมืองได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พันธ์ยศ เล่าถึงก่อนจะมาเป็นเลขาธิการพรรคภราดรภาพว่า ก่อนหน้านี้ได้ลองดูแต่ละพรรคการเมือง ก็มองว่าหลายพรรคยังไม่เป็นกลางเท่าที่ควร อยากได้พรรคที่ดูแล้วเป็นกลาง เป็นพรรคใหม่ๆ จึงจับมือกับคนที่สนใจการเมืองกลุ่มหนึ่งมาทำพรรคภราดรภาพ โดยแนวทางของพรรคมีความใหม่ เน้นเรื่องการให้คนปรองดอง รักกันแบบพี่น้อง อย่างคนในพรรคก็มีหลากหลาย มีทั้งคนรุ่นใหม่ คนมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน คนหลากหลาย มีทั้งผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม มาอยู่ด้วยกันก็จับมือกันอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...พรรคภราดรภาพเวลานี้ มีทั้งอดีต ส.ว. อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่นมาช่วยกันทำพรรคภราดรภาพ ทุกคนมาช่วยและเห็นว่าทิศทางพรรคน่าสนใจ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีอดีตนักการเมืองจากบางพรรคเตรียมจะเข้ามาทำงานการเมืองร่วมกับพรรคภราดรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...การเกิดขึ้นของพรรคภราดรภาพ เราใช้เวลาดำเนินงานถึงตอนนี้ก็แค่ประมาณ 2 เดือน มาถึงจุดปัจจุบันถือว่ามาได้เร็ว ซึ่งส่วนตัวก็มีพื้นฐานมาร์เก็ตติ้งมาก่อน เวลามามองเรื่องโครงสร้างการเมืองก็นำแนวดีไซน์จากมาร์เก็ตติ้งมาพิจารณา ก็เลยทำให้มีความเข้าใจและทำได้รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ยืนยันว่าการดำเนินการทางการเมืองของพรรคภราดรภาพ จะทำการเมืองระยะยาว ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้เท่านั้น เพราะสมาชิกเราตอนนี้ก็มีหลักพันแล้ว ยื่นเรื่องไปยัง กกต.เรียบร้อย ทางทีมงานของพรรคมียุทธวิธีต่างๆ ในการทำงานการเมือง เช่น ตอนนี้พรรคก็มีการทำโครงการ Walk together หรือเดินไปด้วยกัน เพื่อให้คนรู้จักพรรค โดยจัดมาแล้ว 5-6 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาพรวม กระแสตอบรับ ถือว่าคนก็เริ่มรู้จักชื่อ รู้จักพรรคภราดรภาพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการพรรคภราดรภาพ ย้ำว่า แนวทางการเมืองของพรรคต้องการเห็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่การสาดโคลนโจมตีกัน เรามาทำพรรคก็สัญญากับตัวเองว่าเราจะไม่โจมตีใคร เพราะการสาดโคลนโจมตีกันไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้นมา มีแต่สร้างผลพวงความขัดแย้งให้มากขึ้น จึงอยากให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เพื่อส่งผลต่อประชาชนในเรื่องการดำรงชีวิต เรื่องเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด อย่าง เรื่องการสร้างความสมานฉันท์สามัคคี พรรคเราทำให้ดูตัวอย่าง ตั้งแต่หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรค เราพยายามบอกอยู่เสมอว่าวันนี้บ้านเมืองเรามีความขัดแย้งมาก เราต้องร่วมกันสร้างความรัก ความสามัคคี บางเรื่องเราอาจคิดแตกต่างกันได้ แต่ในความเป็นพี่เป็นน้อง ต้องไม่ขัดแย้งกันรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากระบบการเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นับทุกคะแนนเสียง เลขาธิการพรรคภราดรภาพ มองว่า ระบบเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโอกาสที่ดี เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจทางการเมือง ในฐานะคนใหม่เดินเข้ามา มองว่า รธน.ฉบับนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ได้มีตัวตน ได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตัวเอง ส่วนที่มีข่าวเรื่องการตั้งพรรคเครือข่ายของบางพรรคการเมืองเกิดขึ้นเวลานี้ มองอีกด้านก็มองว่า เป็นโอกาสที่อาจทำให้นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ เข้ามา เพราะต้องใช้คนจำนวนมาก ตอนนี้หลายอย่างยังไม่นิ่ง เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกตาม รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พันธ์ยศ กล่าวถึงหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.ไทยรักไทย 2 สมัย ที่เป็นหัวหน้าพรรคภราดรภาพในเวลานี้ว่า เป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นกลาง มีประสบการณ์ความรู้ความสามารถ และหลายคนให้ความเคารพนับถือในเรื่องการวางตัว อย่างตอนหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ก็ลงมาช่วยทีมงานของพรรคเหมือนคนปกติ เป็นคนไม่ถือตัว เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ วันนี้ที่คนโหยหาคนรุ่นใหม่ แต่ผมว่าต้องผสมผสานกันระหว่างแนวคิดของคนรุ่นใหม่กับคนที่มีประสบการณ์นำมาบวกกัน มันน่าจะเหมาะสมกับสังคมไทยในยุคนี้มากที่สุด มากกว่าที่จะฟังแต่คนรุ่นใหม่อย่างเดียว อะไรก็คนรุ่นใหม่ ซึ่งบางทีต้องไม่ลืมว่าวันนี้คนสูงวัยบ้านเราก็มีมากขึ้น คนที่มีประสบการณ์การเมืองสูงๆ จะช่วยได้เยอะ การผสมผสานกันแล้วปรุงรสให้มันดีจะสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง เลขาธิการพรรคภราดรภาพ บอกว่า ทางพรรคภราดรภาพตั้งใจไว้ว่าจะส่งคนลงสมัคร ส.ส.เขตให้ครบ 350 เขต เพราะพรรคให้ความสำคัญกับทุกคน ทุกจังหวัดเท่าๆ กัน ตอนนี้ผู้สมัครก็ได้เกือบหมดครบถ้วนแล้ว ซึ่งที่พรรคมีความพร้อมแบบนี้ เพราะคนในพรรคมีการสร้างระบบการบริหารงานที่เป็นแบบพี่แบบน้องกันจริงๆ เมื่อในพรรคมีความเป็นพี่เป็นน้องกัน ทุกคนก็ทำงานกันด้วยหัวใจ จูงมือกันไป โดยไม่ได้คำนึงถึงเงินทุนอะไรมากมายนัก เพราะพรรคเราไม่ได้มีกลุ่มทุนมาสนับสนุน เราระดมทุนกันเองในการทำพรรค ผมเองในฐานะเลขาธิการพรรคก็ตั้งใจจะขับเคลื่อนพรรคไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป้าหมายทางการเมืองของพรรคภราดรภาพ ทางพรรคก็ตั้งเป้าไว้ว่า ต้องการให้พรรคได้ ส.ส.หลังเลือกตั้งประมาณ 10 คน ซึ่งรวมทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ เขตไหนที่ตัวผู้สมัครเรามีความเข้มแข็ง ห้าวหาญ ในการทำงานและพร้อมจะสู้ เราก็จะเข้าไปช่วย แต่แน่นอน มันไม่ง่ายอย่างที่คิด พรรคก็ต้องเตรียมตัว แม้จะมีเวลาสั้น แต่ก็พยายามทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้แม้ กลุ่มสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะเปิดตัวเข้าพรรคพลังประชารัฐไปอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า ตอนนี้กลุ่มสามมิตรคงไม่ลงตัวกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐในสายรัฐบาล-คสช. ทำให้อาจมีการนำคนในกลุ่มมาอยู่กับพรรคภราดรภาพ จนเคยถูกมองว่าเป็นพรรคเครือข่ายของกลุ่มสามมิตรที่ตั้งรอไว้ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ พูดประเด็นนี้ว่า ทางการเมือง ก็คิดกันได้หลายรูปแบบ บางทีก็มีอดีต ส.ส. อดีต ส.ว.ที่อยู่กับเรา สนิทกับกลุ่มสามมิตร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันอยู่แล้ว คนในกลุ่มสามมิตรอาจมองเห็นอะไรดีๆ ในพรรคภราดรภาพ ก็เลยให้ความสนใจ ก็เลยทำให้เป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พรรคภราดรภาพไม่ได้ตั้งมาแบบลูบหน้าปะจมูก แต่ตั้งพรรคแบบมีการวางแผนงานการเมือง แม้เราอาจจะเป็นพรรคเล็ก แต่เน้นการทำการเมืองแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรค.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22584</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคภราดรภาพ, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7c7355e678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
