<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืน หยุด ขัง เรียกร้องปล่อย 11 ผู้ต้องหาคดี 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่ม พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 4 คน เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง&amp;quot; โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุมทั้ง 11 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 18.12 น. หลังจากครบ 1 ชั่วโมง 12 นาที นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 4 มายืนหยุดขัง เพื่อขอเรียกร้องให้มีการปล่อยนักกิจกรรมทางการเมืองซึ่งได้ทราบจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชนว่าขณะนี้มีผู้ถูกคุมขังประมาณ 11 คน เราอยากเรียกร้องขอให้ศาลทบทวนว่าตามรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้ว่าห้ามกระทำต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่ากระทำความผิดเปรียบเสมือนผู้นั้นกระทำความผิด ซึ่งทั้ง 11 คนยังไม่เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิด ศาลควรให้สิทธิในการประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเพื่อต่อสู้คดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายพันธ์ศักดิ์ ได้บอกให้ผู้ชุมนุม หันหน้าเข้าหาป้ายศาลอาญา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากป้ายเรียกร้องให้ประกันตัวนักกิจกรรมเเล้ววันนี้ผู้ชุมนุมยังได้นำป้าย เชิญชวนกด เเตรยาว 3 ครั้งเพื่อเรียกร้องการประกันตัวติดตรงต้นไม้เพื่อให้รถที่ผ่านไปมาเห็นโดยภายหลังเสร็จกิจกรรมได้ถอดออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113887</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเมืองโต้กลับ, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, ยืนหยุดขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e433e5c769.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้องแกนนำพลเมืองโต้กลับ พา 20 คนประท้วง คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3046/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ บิดาของนายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือเฌอ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมปี 2553 เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวิธีอื่นใด เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตาม ป.อาญา มาตรา 116, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3), ฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจำเลยจัดกิจกรรม &amp;ldquo;พลเมืองรุกเดิน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 15 มี.ค 2558 จำเลยกับพวกร่วมกันชุมนุมทางการเมือง โดยเริ่มเดินประท้วงตั้งแต่บริเวณหน้ากรมวิทยาศาสตร์บริการ จนมารวมตัวกันที่บริเวณลานปรีดี พนมยงค์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อคัดค้านการใช้อำนาจของ คสช. โดยมีประชาชนร่วมชุมนุมกับจำเลย จำนวนประมาณ 20 คน ซึ่งเป็นการมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เหตุเกิดที่แขวงพญาไท เขตราชเทวี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี, แขวงดุสิต เขตดุสิต, แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร, แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ นายพันธ์ศักดิ์ จำเลยเดินทางมาศาลพร้อมนายอานนท์ นำภา ทนายความ ฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากการกระทำของจำเลยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เสธ.เอกชัย&amp;#39; บุกสภา! สส.ฝ่ายค้านแจ้นรับลูก สางระเบียบบ้านพักหลวง
	ผบ.ไมค์ มาแล้ว!หวดผู้สมัครนายกอบจ.&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!สส.เพื่อชาติ เลือกข้างนายใหญ่ โจมตี &amp;#39;จตุพร&amp;#39;&amp;nbsp;
	เพื่อไทยซวยแล้ว &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ยื่นยุบพรรค เซ่นจดหมายแม้ว!
	ดร.อานนท์ จี้ตรงจุด &amp;#39;สกุลธร&amp;#39; กล้าไหมดีเบตปมติดสินบน
	ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน
	&amp;#39;วรงค์-ไทยภักดี&amp;#39; เปิดยุทธการ &amp;#39;หักคอเวียดกง&amp;#39;!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87035</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., พลเมืองโต้กลับ, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9b23604432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้&#039;ป้อม&#039;ชี้แจง นายพลจุ้นคดี สลายม็อบปี53</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม่น้องเกด-พ่อน้องเฌอ&amp;quot; บุกทำเนียบฯ จี้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข่าวทหารยศนายพลแทรกแซงคดีสลายม็อบปี 53 ให้เป็น &amp;quot;คดีมุมดำ&amp;quot; หรือคดีที่หาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ลั่นหากไม่ชี้แจงถือว่ามีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ด้านทนาย นปช.ร้องอัยการสูงสุด เร่งคดีชันสูตรพลิกศพสลายม็อบ 98 ศพ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 กันยายน &amp;nbsp; นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด &amp;nbsp;หรือน้องเกด พร้อมด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏข่าวว่ามีนายทหารยศนายพลพยายามเข้ามาแทรกแซงกระบวนการสอบสวนในคดีดังกล่าว ตามที่ปรากฏข่าวในหนังสือพิมพ์ และขอให้มีการแถลงข่าว มิเช่นนั้น จะถือว่า พล.อ.ประวิตรเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ซึ่งเป็นที่แคลงใจของสังคมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนางพะเยาว์กล่าวว่า คดีของผู้เสียชีวิต 98 ราย ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ได้มีการส่งสำนวนชี้มูลความตายแค่กว่า 20 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือคดียังค้างอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งภายหลังการรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปลี่ยนคณะกรรมการใหม่ และมีคำสั่งระงับการสอบสวน ตนอยากให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 98 คน ได้รับการชี้มูลความตายทั้งหมด เพราะหนึ่งในนั้นศพที่เหลือมี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และนายทหารคนอื่นๆ ที่เสียชีวิตเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่อยากรู้หรือว่าลูกน้องเสียชีวิตเพราะอะไร &amp;nbsp;และเพราะใคร เราเองก็อยากจะทราบ ไม่เช่นนั้นคำว่าชายชุดดำก็ยังถูกใช้เป็นตุ๊กตาตั้งอยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตอบรับหรือการแถลง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ขอให้ชี้แจงให้พวกเราได้ทราบ ไม่อย่างนั้นเราจะมาทวงคำตอบอีกครั้ง&amp;rdquo; นางพะเยาว์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามของนายทหารชั้นนายพลเพื่อทำให้คดีนั้นเป็นคดีมุมดำ หรือเป็นคดีที่หาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ซึ่งในข้อเท็จจริงกรณี 6 ศพที่พบในวัดปทุมวนารามฯ ที่ศาลไต่สวนการตาย ได้ชี้ให้เห็นว่ากระสุนปืนที่ทำให้เสียชีวิตมาจากทหาร ตนจึงอยากให้เดินหน้าคดีนี้ต่อไป รวมถึงคดีอื่นๆ ด้วย และอยากให้ชี้แจงประชาชนด้วยว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับคดีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะได้รับเรื่องและส่งต่อให้สำนักงานของ พล.อ.ประวิตร ดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายองอาจ คำทอง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 98 ราย เมื่อปี 2553 และขอคัดค้านการยุติชันสูตรพลิกศพ โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจเปิดเผยว่า เนื่องจากมีการนำเสนอบทความของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า จะงดการทำสำนวนคดีดังกล่าว โดยกระทำให้ผู้เสียชีวิต 98 รายหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ จึงมีความกังวลว่าคดีจะมีความผิดปกติ และจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งกฎหมายบัญญัติให้การตายโดยผิดธรรมชาติ ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ใด เมื่อใด สาเหตุการตายคืออะไร จึงอยากให้อัยการดำเนินการสอบสวนคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาศาลได้ดำเนินการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตไปเกือบ 20 คดี แต่ยังเหลือสำนวนคดีอีก 70 คดีที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า หวังว่าอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรม สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ทนายความคดีหลัก และกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตได้มายื่นเรื่องขอให้อัยการเร่งดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าคดีเพิ่ม ซึ่งทางอัยการมีการตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรทางกลุ่ม นปช.ไม่เคยทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวถึงคดี นปช.ก่อการร้ายด้วยว่า ตนเป็นทนายความในส่วนของคดีที่อัยการยื่นฟ้องแกนนำ นปช.รวม 24 คน ในความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบพยานจำเลย แต่เนื่องจากคดีมีรายละเอียดมาก และมีพยานบุคคลหลายปาก ดังนั้น คู่ความจึงตกลงรับกัน ให้จำเลยส่งบันทึกคำเบิกความแทนการสืบพยานจำเลยส่งศาล เพื่อส่งต่อให้อัยการทำคำคัดค้าน ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลา คาดว่าคดีน่าจะเสร็จการพิจารณาประมาณเดือน ก.ย.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชน 98 ราย ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ว่า ดีเอสไอได้สรุปสำนวนคดีดังกล่าวและคดีก่อการร้ายของชายชุดดำให้อัยการไปแล้ว แต่บางสำนวนอัยการสั่งสอบเพิ่มเติม ซึ่งดีเอสไอได้สอบสวนในประเด็นต่างๆ เสร็จสิ้น และส่งกลับไปที่อัยการเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีคดีบางส่วนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งกลับมาให้ดีเอสไอ ขณะนี้กำลังสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางมาพร้อมมวลชนจำนวน 6 คน เพื่อจะยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อนำนายไสว ทองอ้ม มวลชนแนวร่วม นปช. ที่ถูกยิงได้บาดเจ็บสาหัสจนแขนข้างซ้ายพิการในช่วงสลายชุมนุมของ นปช.ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อปี 52 และได้ฟ้องร้องค่าเสียหายจากกองทัพบก ต่อมาศาลสั่งยกฟ้องและตัดสินให้นายไสวชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความเป็นเงิน 212,114 บาท ให้กับกองทัพบก แต่นายไสวไม่มีเงินจ่าย จึงถูกยึดที่ดินทำกิน นอกจากนี้ นายไสวได้ร้องเรียนต่อกระทรวงกลาโหมแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พ.อ.วิชิต คล้ายทอง นายทหารเวร ออกมารับหนังสือ โดยนายไสวกล่าวว่า ในวันนี้มายื่นหนังสือให้ทาง ผบ.ทบ. เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากกองทัพบกในเรื่องที่ร้องขอความเป็นธรรม และขอให้กองทัพบกยุติการยึดที่ดินทำกินของตน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมนเกด อัคฮาด, พะเยาว์ อัคฮาด, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, สมาพันธ์ ศรีเทพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8aa25b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืนไม่รับฟ้อง&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;ข้อหากบฏยึดอำนาจ22พ.ค.57</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.61- เมื่อเวลา 9.30น.ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558 ที่นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นําภา กับพวกซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุ 64 ปี นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 29 และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อายุ 64 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และรองหัวหน้า คสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อายุ 64 ปี รองนายกฯ รมว.ยุติธรรม และรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อายุ 64 ปี รมว.แรงงานและรองหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อายุ 64 ปี อดีตรองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. ในความผิดต่อความมั่นคงต่อรัฐ ฐานร่วมกันกบฏ ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรโดยใช้กำลังประทุษร้าย และสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และ 114&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ให้สิ้นสุดลง ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และพวกจำเลยยังได้ออกคำสั่งในนาม คสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง 15 คนได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอาญาได้พิจารณาคำฟ้องประกอบข้อกฎหมาย ในชั้นตรวจรับคำฟ้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ลงวันที่ 22 ก.ค. 2557 บัญญัติยกเว้นความผิดและความรับผิดการกระทำทั้งหลายในการยึดอำนาจและการควบคุมอำนาจปกครองแผ่นดินของ คสช.ไว้ จึงพ้นจากความรับผิดโดยสิ้นเชิง ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 ไม่รับฟ้องคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่ คสช. บัญญัติมาตรา 47, 48 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อนิรโทษกรรมให้กับการทำรัฐประหารและการกระทำในรูปแบบต่างๆ นั้น เป็นการผิดระบอบประชาธิปไตยและละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายจะต้องมีสภาพเป็นข้อความคิดที่เชื่อมโยงและใช้ความยุติธรรม หรือเกิดขึ้นโดยปราศจากความยุติธรรมทางจิตวิญญาณ ความปรารถนาของสังคม จึงไม่สามารถอ้างมาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเป็นเหตุยกเว้นความผิด จึงชอบที่ศาลชั้นต้นชอบจะรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 162&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2559 ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในคดีอาญาที่ประชาชนเป็นโจทก์ ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยคดีก่อน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องให้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามในชั้นตรวจรับคำฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และคดีขาดอายุความจึงเห็นควรตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษจึงชอบที่จะมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 48 ที่บัญญัติว่า การกระทำทั้งหลายเนื่องในการยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ของ คสช.รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง การกระทำต่างๆ จะไม่มีผลบังคับทางรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ดังนั้นแม้จำเลยทั้งห้าจะกระทำตามโจทก์บรรยายฟ้อง ย่อมทำให้จำเลยทั้งห้ากับพวกพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลที่ศาลจะรับไว้พิจารณา โดยไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายกฟ้องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ได้ยื่นฎีกาอีก ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคำฟ้องและสั่งรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไป ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่ามาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 บัญญัติเพื่อนิรโทษกรรม คสช. เป็นการออกกฎหมายรับรองการกระทำความผิด มีสภาพเป็นกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อเสียงแห่งมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษยชาติอย่างชัดแจ้งนั้น ศาลเห็นว่า สภาพของรัฐใดรัฐหนึ่งประกอบด้วยดินแดนที่แน่นอน ประชาชน รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย กฎหมายต้องใช้บังคับได้ แม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ชอบ แต่ต้องตีความกฎหมายให้เกิดผลบังคับใช้ได้ ให้คงอยู่เป็นรัฐ มิฉะนั้นบ้านเมืองเสียหาย การยึดอำนาจในขณะนั้น คสช.ใช้อำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แม้ว่าการได้มาซึ่งอำนาจจะไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็เป็นกรณีว่ากล่าวกันในด้านอื่น คสช.มีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริง ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจึงมีสภาพเป็นกฎหมาย ตามที่มาตรา 48 ได้บัญญัติไว้ และต่อมารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 279 ก็ได้รับรอง การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงพ้นผิดโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการยกฟ้องโดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยมูลคดีก่อนประทับฟ้อง เป็นการข้ามขั้นตอนนั้น ศาลเห็นว่า การยกฟ้องไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพื่อรับไว้พิจารณาเสมอไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อเห็นว่าจำเลยพ้นความรับผิด ศาลยกฟ้องได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นชอบแล้ว พิพากษายืนยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโจทก์ทั้งหมด 15 คนที่ยื่นฟ้องคดีนี้ ประกอบด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, น.ส.ศรีไพร นนทรี, นายบารมี ชัยรัตน์, นายณัทพัช อัคฮาด, นายสิรภพ กรณ์อรุษ, นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายนัชชชา กองอุดม, นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, นายพายุ บุญโสภณ, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกฤต แสงสุรินทร์ และนายอานนท์ นำภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า คสช. ที่ทำรัฐประหารในช่วงนั้นสามารถมาบริหารประเทศได้ ซึ่งเราก็เคารพคำพิพากษาของศาล โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยอยู่ในเงื่อนไขแบบเดิมที่เราต้องต่อสู้ทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเราก็ได้ใช้สิทธิในการฟ้องว่าการทำรัฐประหารเป็นการกระทำผิด โดยนัยยะของคำพิพากษาศาลเห็นว่ากระทำผิด แต่หลุดพ้นจากความผิดตามรัฐธรรมนูญที่ออกโดยคณะรัฐประหาร การที่เราพยายามพิสูจน์ว่าการรัฐประหารที่ผ่านมา 4 ปีแล้ว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไร คิดว่าเราก็ได้ประจักษ์แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันก็เป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันที่นำผู้กระทำความผิดในการรัฐประหารมาลงโทษไม่ได้ เราก็กังวลว่าในอนาคตหากสังคมและกระบวนการยุติธรรมยังเอื้อที่จะก่อให้เกิดรัฐประหารก็จะเป็นปมเงื่อนที่ประเทศไทยจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้ สำหรับในหลายประเทศที่มีการเอาผิดการรัฐประหารมาลงโทษได้นั้น ก็ต่อเมื่อประเทศและสังคมตระหนักร่วมกันว่าการรัฐประหารเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเรารอได้ไม่ว่าจะ 10 หรือ 20 ปี เพื่อที่จะเห็นการนำผู้กระทำความผิดต่อบ้านต่อเมืองมาลงโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะดำเนินการทางการเมืองอย่างไรต่อไป นายอานนท์ กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มเราซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่จะเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปยกเลิกผลพวงของการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคำพิพากษาของศาลในลักษณะนี้จะทำให้ยังมีโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารในอนาคตต่อไปหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า จะทำให้เหล่านายทหารรู้สึกย่ามใจว่าทำรัฐประหารไปก็จะไม่ผิด ซึ่งในวันข้างหน้าเราก็จะได้เรียนรู้ร่วมกัน&amp;nbsp; ในวันนี้เราอาจจะไม่ชนะ แต่วันข้างหน้าสังคมไทยจะต้องชนะรัฐประหาร ซึ่งลำพังกฎหมายไม่สามารถเอาผิดรัฐประหารได้อยู่แล้ว นอกจากว่าผู้คนในสังคมนั้นจะต้องตื่นตัวและตระหนักอย่างมากจึงจะสามารถเอาผิดรัฐประหารได้ ตอนนี้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมคิดว่าเรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้นร่วมกัน ทุกฝ่ายคงเห็นแล้วว่าการรัฐประหารไม่ได้นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามที่คาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11897</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คณะรัฐประหาร, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, พล.อ.ประุยุทธ์ จันทร์โอชา, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, ยึดอำนาจ, ศาลฎีกา, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2c7b4ae8adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.คือกบฏแผ่นดิน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คสช.จะเป็นกบฏ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในหมู่คนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว กำลังลุ้นว่า วันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ศาลฎีกาจะชี้คดี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกบฏหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คสช.นำโดย ลุงตู่ ลุงป้อม จะติดคุกตอนแก่หรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปกันใหญ่!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟังความกันมาอย่างไรไม่ทราบได้ ผิดเพี้ยนไปเสียหมด บางคนเป็นถึงดอกเตอร์ เป็นนักเขียน นักกฎหมาย นักการเมือง นักฯลฯ อ่านหนังสือไม่แตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไปประโคมในโลกออนไลน์มานานนับเดือนว่า.... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ บรรดาแกนนำ คสช.ไม่ติดคุก ไม่ถูกพิพากษาว่าเป็นกบฏ เท่ากับความยุติธรรมสองมาตรฐานบังเกิดขึ้นมาอีกครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขั้นด่าศาลฎีกาล่วงหน้าก็มีให้เห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงสัยใช่มั้ยครับว่ามันคดีอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้เปิดฉากตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ &amp;quot;พ่อน้องเฌอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;น้องเฌอ&amp;quot; คือใคร?....คือ สมาพันธ์ ศรีเทพ เด็กหนุ่มวัย ๑๗ เสียชีวิตในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทางการเมืองที่ราชประสงค์ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ จากกระสุนปริศนา!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พ่อน้องเฌอ&amp;quot; กับพวก ๑๕&amp;nbsp; คน ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก เอาผิดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. อีก ๔ คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย,&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ จากกรณีเข้ายึดอำนาจทำรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม&amp;nbsp; ๒๕๕๗ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์ว่า....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๔ พ.ค.๒๕๕๗ จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๕ ให้สิ้นสุดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และพวกจำเลยยังได้ออกคำสั่งในนาม คสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง ๑๕ คนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp; ๘๓, ๙๑, ๑๑๓ และ ๑๑๔...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ในคำพิพากษาระบุเอาไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้การยึดอำนาจไม่เป็นประชาธิปไตย แต่มาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนั้นใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี ๒๕๕๗ บัญญัติยกเว้นความผิดไว้แก่ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรา ๔๘ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ กำหนดไว้ว่าอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...บรรดาการกระทําทั้งหลายซึ่งได้กระทําเนื่องในการยึดและควบคุมอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวมทั้งการกระทําของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของผู้ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันได้กระทําไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทําดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทําเพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทําอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทําในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ให้กระทํา และไม่ว่ากระทําในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ กลุ่มพลเมืองโต้กลับได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยายฟ้องว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ทั้งสิบห้าไว้พิจารณา และมีคำพิพากษาต่อไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เนื่องจากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๒ เมื่อโจทก์ทั้งสิบห้ายื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลชั้นต้นต้องทำการไต่สวนมูลฟ้อง แล้ววินิจฉัยไปตามรูปคดี ไม่ใช่ปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรมและไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลที่จะพิสูจน์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมาย การที่ศาลชั้นต้นนำเอาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ถูกสถาปนาขึ้นโดยอาชญากร ซึ่งก่ออาชญากรรมต่อรัฐและประชาชนมายกเว้นการรับผิดให้กับจำเลยทั้ง ๕ คน โดยไม่มีการไต่สวนพิจารณาคดี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจในการไต่สวน เหตุมาตรา ๔๘ ถูกประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ระบุการกระทำใดๆ ของ คสช.ย่อมถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ กลุ่มพลเมืองโต้กลับยื่นฎีกา มีสาระสำคัญ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....มาตรา ๔๗ และ ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มีสภาพเป็นกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อเสียงแห่งมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษยชาติอย่างชัดแจ้ง อันมีผลทางให้บทบัญญัติดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นกฎหมายแต่อย่างใด และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะต้องอยู่ภายใต้หลักการพื้นฐานทั่วไปของระบบกฎหมายที่ว่า &amp;quot;บุคคลหาอาจถือเอาประโยชน์จากความฉ้อฉลที่ตนได้ก่อขึ้น หาอาจเรียกร้องใดบนความอยุติธรรมของตน หาได้รับยกเว้นความรับผิดจากอาชญากรรมของตัวเองได้&amp;quot; การกระทำของจำเลยทั้งห้า จึงไม่อาจจะพ้นจากความรับผิดตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กำหนดไว้ได้....&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....กลุ่มพลเมืองโต้กลับโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อความที่ว่า &amp;quot;วัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ ก็เพื่อให้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นพิจารณาหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดีในชั้นตรวจรับฟ้องนั้น หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด คดีขาดอายุความ มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษ ศาลก็ชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยมูลคดีก่อนประทับฟ้อง&amp;quot;....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...โจทก์ทั้งสิบห้าขอเรียนต่อศาลว่า การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการร่วมกันใช้กำลังบังคับให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศอันมิใช่วิถีทางตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดไว้ อันถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ และมาตรา&amp;nbsp; ๑๑๔...การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เพิกเฉยต่อการย่ำยีระบบกฎหมายของจำเลยทั้งห้ากับพวก ย่อมเป็นการรองรับและนับเอากระบวนการรัฐประหารอันผิดต่อกฎหมายให้กลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่คณะรัฐประหารกำลังทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ประหนึ่งดั่งไฟที่กำลังลามทุ่งจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนและขัดแย้งทุกย่อมหญ้า คงมีเพียงอำนาจของศาลฎีกาเท่านั้นในฐานะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ที่จะช่วยผดุงความยุติธรรมตรวจสอบการใช้อำนาจ ถ่วงดุล และคานอำนาจของคณะรัฐประหารได้ ทั้งนี้หากกลไกในกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปด้วยความยุติธรรม นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ สังคมย่อมตระหนักว่ากระบวนการยุติธรรมและสถาบันตุลาการยังคงเป็นเสาหลักอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริงโดยปราศจากอคติ อีกทั้งยังป้องกันมิให้ผู้ใดเอาเยี่ยงอย่างในการก่อรัฐประหารยึดอำนาจของประชาชนและดำรงตนอยู่เหนือกฎหมาย และเหนืออำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยดั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;quot;...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มีประเด็นไปไกลกว่าที่คิด อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น นักคิด นักเขียน นักเคลื่อนไหว และนักการเมือง อารมณ์ค้างทั้งหลาย ชักจูงมวลชนไปไกล ว่า ๒๒ มิถุนายนนี้ ชี้ชะตา คสช.ติดคุกหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่ความจริงแล้วคำพิพากษาในวันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร กระบวนการฟ้องร้องในข้อหากบฏนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะนับแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ สิ่งที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับนำขึ้นศาล เป็นเพียงกระบวนการต่อสู้เพื่อร้องขอให้ศาลรับคดีไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็สู้เรื่อยมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และกำลังจะฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากศาลฎีกาพิพากษายืน คดีนี้ก็ปิดฉาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการปิดฉากในศาล แต่นอกศาลน่าจะไม่จบ ไม่จบอย่างไรเดี๋ยวมาว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากศาลชี้ว่าให้ศาลชั้นต้นพิจารณา นั่นจะนำไปสู่กระบวนการไต่สวนในคดีกบฏ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; และบรรดา คสช.ทั้งหลายจะติดคุกหรือไม่ ก็จะได้รู้ตามกระบวนการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บอกว่านอกศาลไม่จบเพราะจะมีการนำคำพิพากษาของศาลชั้นต้นบางส่วนไปใช้ประโยชน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การยึดอำนาจไม่เป็นประชาธิปไตย&amp;quot; ประโยคนี้จะถูกนำไปขยายความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร การรัฐประหาร คือการยึดอำนาจไม่ว่ายึดจากรัฐบาลประชาธิปไตย หรือยึดจากรัฐบาลเผด็จการ ล้วนเรียกว่ารัฐประหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้วิธีที่เรียกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อประเทศมีกฎหมายสูงสุดคือ รัฐธรรมนูญ การที่ศาลจะวินิจฉัยคดีโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ไม่สามารถอธิบายด้วยหลักกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบายได้เพียงหลักกู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักที่กูอยากให้เป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงประเด็นนี้มีการพูดถึงแทบทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร หรือทุกครั้งที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เคยมีเสียงเรียกร้องให้บัญญัติไว้ว่า การทำรัฐประหารเป็นกบฏแผ่นดินมีโทษหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่...มีคำถามว่า เมื่อทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ที่บัญญัติเอาไว้ก็ไม่มีความหมายแต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร ก็มีการเขียนนิรโทษกรรมเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถัดไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคำถามว่า หากจะต่อต้านรัฐประหารกันจริงๆ ควรทำอย่างไรที่จะไม่เปิดช่องให้ทหารยึดอำนาจ ที่สำคัญทำอย่างไรไม่ให้การยึดอำนาจนั้นได้รับการยอมรับจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องย้อนกลับไปที่ประชาชนเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันที่มวลชนออกมาประท้วงเรียกร้องให้อำนาจกลับไปอยู่ในมือทักษิณ วันนั้นประชาชนคิดอย่างไร เหตุใดไปจบที่การเผาบ้านเผาเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยคิดหรือไม่ว่าถ้าประชาชนไม่สนับสนุนการเมืองขี้โกงอย่างระบอบทักษิณ ก็ยากที่จะเกิดการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยคิดหรือไม่ว่าถ้ารัฐบาลเป็นของประชาชน ทำเพื่อประชาชนจริงๆ การรัฐประหารไม่มีทางได้รับการยอมรับจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นอธิบายได้ว่าทำไมรัฐประหารปี ๒๕๓๔ ถึงนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เหตุการณ์ที่ประชาชนทุกฝ่ายลุกขึ้นมาสู้กับเผด็จการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มที่บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เคยหันกลับมาวิเคราะห์หรือไม่ว่า ทำไมรัฐประหารคสช.ถึงได้รับการยอมรับมากกว่า ทั้งๆ ที่ทำลายหลักประชาธิปไตยเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าเอาแต่เพ้อเจ้อว่าไม่มีใครเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยมากไปกว่าตัวเอง สถาปนาตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่บูชาคนโกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝากเป็นข้อคิด ถ้าประชาชนไม่ยอมรับรัฐบาลคอร์รัปชันมากพอๆ กับชิงชังรัฐบาลรัฐประหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาธิปไตยไทยเดินไปไกลโขแล้ว.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ทักษิณ, นักกฎหมาย, นักการเมือง, นักคิด, นักเขียน, นักเคลื่อนไหว, ประชาธิปไตย, ผักกาดหอม, พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว, พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง, พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย, พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, รัฐธรรมนูญ, ศาลฎีกา, สมาพันธ์ ศรีเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายแดงนัดมวลชนลุ้น!ศาลฎีกาตัดสินคดีฟ้อง&#039;ประยุทธ์-คสช.&#039;ข้อหากบฏ 22 มิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61- นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในฐานะทนายความและแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกานัดพิพากษาคดีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 22 มิ.ย. 2561 ว่า คดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องเมื่อช่วงต้นปี 2558 ในช่วงครบรอบการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้นิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหารแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ซึ่งในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ศาลฎีกานัดตัดสิน เป็นไปได้ 2 แนวทางคือ 1.ยืนยกฟ้องเนื่องจากรัฐธรรมนูญได้นิรโทษกรรมแล้ว หรือ 2.สั่งให้ศาลชั้นต้นรับไว้พิจารณา ซึ่งหากผลออกมาแนวทางที่สอง โจทก์และจำเลยก็ต้องนำพยานหลักฐานมาร่วมพิจารณาต่อสู้คดีในศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;เรื่องฟ้องประยุทธ์กับพวกข้อหากบฎก่อการรัฐประหาร ตามมาตรา 113 ที่ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาวันที่ 22 มิถุนายน นี้เวลา 09.00 น. นั้น ผมในนามตัวแทนพลเมืองโต้กลับและเพื่อนที่ร่วมฟ้อง ขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุน ไม่ว่าศาลฎีกาจะตัดสินอย่าง เราถือว่าเราได้ทำเต็มที่ในนามพลเมืองที่ต้องต่อสู้คัดค้านอำนาจอันป่าเถื่อนแล้ว ทั้งในกระบวนการยุติธรรมและบนท้องถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในบรรดาโจทก์ผู้ฟ้องคดี มีเพื่อนเรา 2 คนที่ร่วมฟ้องและตอนนี้อยู่ในคุกคือพี่สิรภพ และไผ่ดาวดิน วันศุกร์นี้จะไปยื่นคำร้องให้ศาลเบิกตัวทั้งสองมาฟังคำพิพากษาด้วย ส่วนพลเมืองท่านอื่นที่เห็นด้วยกับเราในการเอากบฎมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็พบกันศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมกันเวลา 09.00 น. เชื่อมั่นและศรัทธา พลเมืองโต้กลับ&amp;rdquo;นายอานนท์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประกอบด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายอานนท์ นำภา กับพวกรวม 15 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็น คสช. เป็นจำเลย ในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จากกรณีที่ คสช.ยึดอำนาจทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10972</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, รัฐประหาร22พ.ค.2557, อานนท์ นำภา, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a7a2184b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
