<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ตั้ง&#039;บิ๊กติ่ง&#039;นั่งโฆษกฯแทน&#039;เสธ.ต๊อด&#039; รวมทีมทหารหญิงสวยเก่งร่วมทีมโฆษกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ต.ค.63 - มีรายงานข่าว จากกองบัญชาการกองทัพบกว่า พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีปรับเปลี่ยนทีมโฆษกกองทัพบก โดยให้ พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ หรือ &amp;quot;บิ๊กติ่ง&amp;quot; รองเสนาธิการทหารบก เป็นโฆษกกองทัพบก คนใหม่ แทน พันเอกวินธัย สุวารี หรือ เสธต๊อด ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งออกมาภายในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่มีการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล มาดำรงตำแหน่งโฆษกทบ. เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บทบาทของพันเอกวินธัย จะได้พัก และไปเป็นทีมงานสนับสนุนข้อมูลทีมโฆษกทบ. แทน เนื่องจาก ทั้งคู่ ได้ทำงานในทีมโฆษกมานานเกือบ 10 ปี แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตั้งทีมโฆษกเป็นทหารหญิงทั้งหมด ประกอบด้วย พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. ร้อยเอกหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ. และพันโทหญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษก ทบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ, พันเอกวินธัย สุวารี, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a1781d0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ. ขอบคุณ ผบ.หน่วยจูงใจให้ พลทหารอยู่รับราชการต่อ 5,360 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;63&amp;nbsp; - พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช้าวันนี้ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนช์ กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกล่าวถึงมาตรการปรนนิบัติบำรุง อาวุธยุทโธปกรณ์และยานพาหนะของหน่วยทหารนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังคงให้ความสำคัญในกระบวนการดูแล รักษาโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้พร้อมในการปฏิบัติภารกิจและช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ส่วนมาตรการพัฒนาหน่วยและกำลังพล ผบ.ทบ. ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของกำลังพลทุกระดับ เน้นย้ำให้ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;กองร้อยน่าอยู่ กองพันเข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;อย่างจริงจัง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยเริ่มดำเนินการตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ค-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ก.ค.63&amp;nbsp;และจะมีการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส.ค.63&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอก วินธัย กล่าวต่อว่า สุดท้ายของการประชุมผู้บัญชาการทหารบกขอบคุณทุกหน่วยที่ได้ช่วยกันถ่ายทอดความห่วงใยของผบ.ทบ. และสร้างแรงจูงใจกับทหารกองประจำการที่จะปลดฯ ให้สมัครใจอยู่รับราชการต่อ ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้สมัครมากกว่าห้วงที่ผ่านมาหลายเท่า โดยมีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,360&amp;nbsp;นาย คิดเป็น&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ของทหารที่ปลดประจำการในส่วนของกองทัพบก ทั้งนี้ กำชับให้ผู้บังคับหน่วยดำเนินการในส่วนของทหารที่จะปลดประจำการอย่างสมเกียรติ โดยเฉพาะเกี่ยวกับด้านธุรการต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64412</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, พันเอกวินธัย สุวารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7cad86a188d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันมาฆบูชาถูกทำให้กลายวันแห่งความมืดมิดของประเทศไทย ด้วยน้ำมือคนเพียงคนเดียว จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม &amp;quot;จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา&amp;quot; ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ไม่มีสิทธิไล่ฆ่าผู้อื่นเป็นผักปลา จนเกิดโศกนาฏกรรม &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; นายกรัฐมนตรี เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงโคราช มีทั้งสิ้น 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25&amp;nbsp; แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย) ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พันเอกวินธัย สุวารี&amp;quot; โฆษกกองทัพบก สรุปจากการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธ กระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อาวุธของทางราชการที่ถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11) จำนวน 1กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย(คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก(รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ไปสิ่งที่ต้องทำคือถอดบทเรียน ทำอย่างไรไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก แต่ก่อนอื่นต้องเข้าถึงต้นตอของปัญหาให้ได้เสียก่อนว่า แท้จริงแล้วสืบเนื่องมาจากอะไร หากฟังฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลแสดงความเห็น พบว่ามีการใช้เรื่องนี้โจมตีกองทัพเสียส่วนใหญ่ บ้างก็บอกว่าเพราะความสิ้นหวังจากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นจากลำดับชั้นของทหาร บ้างก็ว่าเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ ฉะนั้นต้องค้นหาให้พบว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่ แรงจูงใจอะไรที่คนคนหนึ่งทำกับอีกหลายๆ คนได้โหดร้ายป่าเถื่อนขนาดนี้ ...๐&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีประเด็นที่กองทัพไม่อาจปฏิเสธได้คือ ผู้ก่อเหตุเป็นทหาร และชิงอาวุธจากคลังอาวุธ คำถามคือ การเข้าถึงคลังอาวุธยาก-ง่ายแค่ไหน หรือแค่ยิงทหารเฝ้าประตูตายคนเดียวก็สามารถเข้าไปเลือกได้ว่าจะใช้อาวุธอะไรไปก่อเหตุ เรื่องนี้กองทัพต้องให้คำตอบ พร้อมแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก หรือกองทัพมีขั้นตอนปฏิบัติอยู่แล้ว แต่เกิดความหละหลวมในการทำหน้าที่ นี่คือสิ่งที่กองทัพต้องบอกกับประชาชน ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของนักการเมือง แกนนำมวลชน ก็เป็นไปตามสันดานเดิม พร้อมจะใช้โอกาสเป็นวิกฤติโดยไม่สนใจข้อเท็จจริง นักการเมืองและแกนนำมวลชนบางคนมีพฤติกรรมไม่ต่างไปจากนักเลงคีย์บอร์ด สักแต่จะโพสต์ข้อความลงในโซเชียลราวกับว่าตัวเองคือผู้เชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างเช่น ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน กลุ่มอยากเลือกตั้ง โพสต์ลงเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana วิเคราะห์เหตุการณ์ราวกับตาเห็นว่า.... &amp;quot;ที่โคราชเป็นงานของตำรวจถูกแล้วค่ะ อย่าไปเรียกร้องให้ทหารทำเกินหน้าที่ ฝึกมาให้รบชายแดนไม่ใช่ในประเทศ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายและไม่ได้ฝึกมาสำหรับงานในเมืองค่ะ เดี๋ยวจะหนักกว่าเดิม .. ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;quot; ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะอคติและความคับแคบ ทำให้คนมองปัญหาไม่ตรงจุด คนที่อยู่หน้างานเขามองออกว่าต้องใช้ใคร วิธีไหน จัดการกับปัญหา เขาจึงบูรณาการใช้ทีมตำรวจ-ทหาร เข้ายุติเหตุการณ์ และผลที่ออกมาก็รับรู้กันทั้งประเทศแล้วว่า หากปล่อยให้ตำรวจแก้ปัญหาโดยลำพัง ความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นอีก มันไม่ใช่เรื่องใครเก่งหรือไม่เก่ง แต่การใช้คนให้ถูกกับสถานการณ์คือการแก้ปัญหาที่ถูกวิธี ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัพเดตสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) เปิดจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีผู้ติดเชื้อ รวม 37,198 ราย เสียชีวิตแล้ว 811 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงมีอาการหนักรวมอยู่ที่ 6,188 ราย ผู้ป่วยต้องสงสัยรวมอยู่ที่ 28,942 ราย และผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้รวมอยู่ที่ 2,649 ราย แต่มีเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ NHC รายงานว่า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลการติดเชื้อรายใหม่นอกเมืองหูเป่ย์ในช่วง 5 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 890, 731, 707, 696 และ 558 ราย ตามลำดับ นับตั้งแต่วันจันทร์ (3 ก.พ.) นั่นเท่ากับว่าพบผู้ติดเชื้อในอัตราที่ลดลงเรื่อยๆ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รูป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.อ.วินธัย สุวารี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณัฏฐา มหัทธนา &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, ณัฏฐา มหัทธนา, บันทึกหน้า4, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พันเอกวินธัย สุวารี, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
