<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039; ตรวจโควิดก่อนปฏิบัติหน้าที่ใน บก.ทบ. พร้อมคัดกรองกำลังพล 1,360 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากนโยบายพิทักษ์พลที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่กองทัพบกดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการติดเชื้อสู่หน่วยทหารและกำลังพล โดยเฉพาะมาตรการ&amp;nbsp;WFH (Work From Home)&amp;nbsp;ให้กำลังพลปฏิบัติงาน ณ ที่พัก และผลัดเปลี่ยนมาปฏิบัติงานในหน่วยทหารตามวงรอบเพื่อลดความแออัด เมื่อกลับมาปฏิบัติงานในที่ตั้งหน่วยจะมีการตรวจคัดกรองหรือการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้กำลังพลตามแนวทางของ ศบค.19&amp;nbsp;ทบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก กทม. พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายให้ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยมอบให้สถาบันวิจัยวิทยาศาตร์การแพทย์ทหาร เข้าดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;Rapid Test&amp;nbsp;ให้กับกำลังพลทุกระดับที่หมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติงาน โดยได้จัดตรวจคัดกรองเชิงรุกในผลัดแรกไปแล้วเมื่อ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในวันนี้ (30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ได้จัดตรวจคัดกรองเชิงรุกในผลัดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งมีกำลังพลเข้ารับการตรวจ&amp;nbsp;1,360&amp;nbsp;นาย โดย ผู้บัญชาการทหารบกได้มาตรวจเยี่ยมและเข้ารับการตรวจหาเชื้อพร้อมกับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในกองบัญชาการกองทัพบกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการตรวจหากพบกำลังพลมีการติดเชื้อจะมีการตรวจซ้ำและนำเข้าสู่กระบวนการควบคุมและรักษาตามลำดับต่อไป โดยระหว่างการตรวจคัดกรองได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจหาเชื้อ การฉีดวัคซีน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;เพื่อให้ตระหนักและสามารถปฏิบัติตนได้สอดคล้องกับพัฒนาการของการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจคัดกรองเชิงรุกก่อนเข้าปฏิบัติงาน เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบกในการดูแลกำลังพลไม่ให้มีการติดเชื้อ เป็นการสร้างความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;ในสถานที่ทำงาน และไม่เป็นภาระด้านการรักษาพยาบาลให้กับระบบสาธารณสุข ที่สำคัญทำให้กำลังพลมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบกจะมีการจัดตรวจตามวงรอบแบ่งผลัดปฏิบัติงานตามมาตรการ&amp;nbsp;WFH&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องทุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันทำการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108177</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ตรวจโควิด, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc2cddbc0c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ตั้ง&#039;บิ๊กติ่ง&#039;นั่งโฆษกฯแทน&#039;เสธ.ต๊อด&#039; รวมทีมทหารหญิงสวยเก่งร่วมทีมโฆษกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ต.ค.63 - มีรายงานข่าว จากกองบัญชาการกองทัพบกว่า พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีปรับเปลี่ยนทีมโฆษกกองทัพบก โดยให้ พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ หรือ &amp;quot;บิ๊กติ่ง&amp;quot; รองเสนาธิการทหารบก เป็นโฆษกกองทัพบก คนใหม่ แทน พันเอกวินธัย สุวารี หรือ เสธต๊อด ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งออกมาภายในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่มีการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล มาดำรงตำแหน่งโฆษกทบ. เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บทบาทของพันเอกวินธัย จะได้พัก และไปเป็นทีมงานสนับสนุนข้อมูลทีมโฆษกทบ. แทน เนื่องจาก ทั้งคู่ ได้ทำงานในทีมโฆษกมานานเกือบ 10 ปี แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตั้งทีมโฆษกเป็นทหารหญิงทั้งหมด ประกอบด้วย พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. ร้อยเอกหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ. และพันโทหญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษก ทบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ, พันเอกวินธัย สุวารี, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a1781d0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอมสะพัด!ทบ.แจงการใช้งบเกือบ23ล.ล้างสิ่งปนเปื้อนเป็นเอกสารของอบจ.แห่งหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่โซเชียลมีเดียได้มีการนำเอกสารมาเผยแพร่พร้อมระบุว่าเป็นการใช้งบประมาณของกองทัพบกในปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนนั้น ขอเรียนว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เอกสารที่นำมาประกอบไม่ใช่เอกสารของกองทัพบก และข้อมูลที่ถูกนำเสนอไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนของกองทัพบกแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือนำข้อมูลในเพจไปส่งต่อรวมทั้งการเข้าไปแสดงความคิดเห็น เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนขจัดการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 ของกองทัพบก ได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่เดือน ก.พ.63 และเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.63 จนถึงปัจจุบัน ได้สร้างความสะอาดและฆ่าเชื้อครอบคลุมพื้นที่ไปแล้วถึง 2,331,616 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีประชาชนไปใช้บริการหนาแน่น รวมถึงสถานที่ตามการร้องขอของภาคส่วนต่างๆ โดยได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้ง กำลังพล เครื่องมือ และสารฆ่าเชื้อภายใต้การบริหารจัดการของกองทัพบกเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการตรวจสอบเบื้องต้น เอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบการแถลงข่าวการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของกองทัพบก&amp;quot;รองโฆษกองทัพบก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61931</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, ขจัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86e10853b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.กำชับหน่วยทหารเข้มมาตรการรับมือ โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก. เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยให้ความสำคัญกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19 กำชับให้ทุกส่วนได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรค สำหรับในส่วนของกรมแพทย์ทหารบกที่ได้ดำเนินการให้ความรู้ คำแนะนำกับประชาชนให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเข้มงวดมาตรการป้องกันในหน่วยทหาร ครอบคลุมทั้งกำลังพลและครอบครัว เน้นการตระหนักรู้และป้องกันในทุกมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ กรมแพทย์ทหารบกได้ออกมาตรการป้องกันการสัมผัสโรคในสำนักงาน ค่ายทหาร ให้ทุกค่ายปฏิบัติ ได้แก่ การวัดอุณหภูมิ การใช้เจลแอลกอฮอล์ สบู่ล้างมือในสำนักงาน การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเข้าสำนักงาน การส่งตรวจผู้ที่สงสัยติด COVID-19 เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับการคัดกรองและป้องกัน COVID-19 ตามมาตรการสาธารณสุข โดยได้ออก &amp;ldquo;แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;rdquo; มาแล้ว โดยเฉพาะการงดหรือหลีกเลี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดกิจกรรมที่มีผู้คนรวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น เลื่อนการจัดแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 70, ปรับการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารค่ายฝึกเขาชนไก่ให้เร็วขึ้น รวมทั้งในมณฑลทหารบกบางแห่งได้เลื่อนการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย, เลื่อนการศึกษาดูงานต่างประเทศของนายทหารนักเรียนในสถาบันการศึกษาของกองทัพบก เป็นต้น ส่วนการที่ต้องประสานหรือการฝึกร่วมกับกองทัพมิตรประเทศก็ได้มีการจัดชุดคัดกรองเข้าดูแลกำลังพลทั้งต่างชาติและทหารไทย ตามมาตรฐานทางการแพทย์ อาทิ การฝึกผสม Hanuman Guardian 2020 ระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา และการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2020 กองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58863</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพบก, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47cab3bd18f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าว&#039;ทอน&#039;โกหกอีก!ไหนบอกจับใบดำใบแดงกับมือ เจอทบ.แฉปี44เขตประเวศ สมัครเต็มจำนวน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอ้างว่ามีการหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหารนั้นกองทัพบกขอเรียนว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว พบว่า. นายธนาธร ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกระบวนการของทางราชการอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ 2543 ได้ เคยใช้สิทธิ์ขอผ่อนผันเนื่องจากไปศึกษาต่อต่างประเทศ ต่อมาเมื่อเมษายน 2544 ได้แจ้งสละสิทธิ์การผ่อนผันและได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารที่ เขตประเวศ กทม. ผลการตรวจเลือกคือ &amp;ldquo;ปล่อยเพราะมีการร้องขอเต็มจำนวน&amp;rdquo; และได้รับเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (แบบสด.43 ) เป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารตามขั้นตอนของทางราชการอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียจึงเป็นข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณี เอกสารแบบ สด.9 ที่ถูกนำเสนอด้วยนั้น เอกสารดังกล่าว เป็นเพียงหลักฐานในการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการผ่านหรือไม่ผ่านตรวจเลือกทหาร ทั้งนี้ การตรวจเลือกทหารต้องยึดถือเอกสารใบสด.43 เป็นหลัก ต่อเรื่องนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ไม่หวังดีดำเนินการเรื่องดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหวังให้เกิดความไม่ไว้วางใจหรือมุ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในทางการเมืองและทำให้สังคมสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขออย่าได้นำข่าวปลอมนี้ไปเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับฝ่ายการเมือง เพราะไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกัน รวมทั้งขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ให้รอบด้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กองทัพบก เป็นองค์กรหลักด้านความมั่นคงของประเทศ การดำเนินการในทุกเรื่อง อยู่ภายใต้บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฏหมาย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และกองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับส่วนใดใดทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้นายธนาธร ยืนยันว่าส.ด.9 ไม่ปลอม &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ปลอมครับ ผมเดินไปจับใบดำใบแดงด้วยตัวเอง เอกสารทุกอย่างก็จริงหมด พอกันทีกับข่าวปลอมแบบนี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52194</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ธนาธร, รองโฆษกกองทัพบก, เกณฑ์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def7f5e301f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดื่มไม่ขับจับยึดรถ&#039;สายแว้น&#039;ยังแรงจัด ทุบทุกสถิติสงกรานต์ด้านมืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
16 เม.ย.62- &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระบุว่า มาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่เมื่อวานนี้(วันที่ 15 เมษายน 2562) ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​- รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 45,508 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,166 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​- รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 42,696 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 2,291 คน ยึดรถยนต์ 457 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยตลอด 5วันที่ผ่านมา (11-15 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,318 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,907 คัน และรถยนต์ 1,411คัน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 104,279 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 73,139 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าสถิติผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัยมีจำนวนมากนั้น เนื่องจากในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผู้ใช้เส้นทางมีจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้หลังเทศกาลตามเวลาที่กำหนด ยกเว้นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ต้องรอให้กระบวนการทางคดีเรียบร้อยก่อน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33742</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, รองโฆษก คสช., สงกรานต์, สายแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb54fb9a4162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;ธนาธร&#039;เชิญ12ทูตร่วมม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ะแตก! กระทรวงการต่างประเทศแฉ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เป็นคนเชิญ 12 ทูตประเทศอียู ผู้สังเกตการณ์ยูเอ็นไปร่วมม็อบที่ สน.ปทุมวัน เตรียมทำหนังสือชี้แจง ขณะที่อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ จวกยับเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน จี้หยุดการกระทำอันน่ารังเกียจ ด้าน &amp;quot;ช่อส้มหวาน&amp;quot; แจง ถึงเชิญมาเองก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะมีความสัมพันธ์อันดี รองโฆษก คสช.ตอกแอมเนสตี้อย่าสร้างความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจปทุมวันของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นเป็นเพราะได้รับเชิญจากนายธนาธรเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอะไรต่อไปหรือไม่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศตอบว่า กระทรวงการต่างประเทศจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะทูตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า คนไทยจำนวนมากรู้สึกประหลาดใจกับบทบาทของบุคคลที่เรียกตัวเองว่านักการทูตจำนวนหนึ่ง ที่อ้างว่าไปสังเกตุการณ์ที่สถานีตำรวจปทุมวัน บทบาทเช่นนี้เรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย มันเป็นการกระทำผิดสนธิสัญญาเจนีวาที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศที่มักชอบอ้างประชาธิปไตย ส่งเสริมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย ที่เรียกว่าอาหรับสปริง ได้ทำให้ซีเรีย ลิเบีย เยเมนบ้านแตกสาแหรกขาด เกิดสงครามภายในประเทศ ประชาชนตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดคลื่นอพยพของประชาชนหลบภัยสงครามออกนอกประเทศนับเรือนล้านคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ยังระบุว่า ประเทศที่มาของนักการทูตเหล่านั้นหยุดการกระทำอันน่ารังเกียจเสียทีเถิด ยิ่งกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้คนไทยเกลียดชังรัฐบาลของประเทศของท่าน เสียดายความสัมพันธ์ เสียดายความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อประชาชนในประเทศเหล่านั้น อย่าให้ความอดทนของคนไทยหมดสิ้นลงต่อการกระทำของท่าน นี่เป็นคำเตือนที่มีต่อนักการทูตเหล่านั้น
ย้อนเกล็ด &amp;#39;ธนาธร&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เผยว่า การที่นายธนาธรเชิญผู้แทนสถานทูตและองค์การระหว่างประเทศให้ไปที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน อันเป็นการยกย่องให้ความสำคัญแก่ชาวต่างประเทศมากกว่าหน่วยงานราชการของไทยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่นายธนาธรเคยกล่าวไว้คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำให้ประชาชนไทยนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เป็นการจุดประกายการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงไปสู่อาณารยประเทศทั่วโลกนั้น &amp;nbsp;เป็นเพียง &amp;quot;วาทกรรม&amp;quot; เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การที่คนไทยมีนิสัยชอบยิ้มให้แก่กันซึ่งชาวต่างประเทศทั่วโลกชื่นชมนั้น เพราะคนไทยไม่มีจุดยืน 3.ห้ามพระภิกษุตีระฆังหากมีเสียงรบกวนประชาชนที่อยู่ใกล้วัด และควรให้วัดย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ห่างจากชุมชน 4.รัฐไม่ต้องอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ 5.การกราบไหว้ผู้อาวุโสและการไหว้ครูของนักเรียนเป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมากๆ ควรยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติระบุว่า กล่าวโดยรวมแล้วแสดงให้เห็นว่านายธนาธรไม่ได้มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ไม่ได้ภูมิใจในวัฒนธรรมอันดีงามประเพณีต่างๆ ที่บรรพบุรุษไทยสืบทอดกันมาตั้งแต่ราชอาณาจักรสยามได้ก่อตั้งขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กล่าวว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็น &amp;quot;วาทกรรม&amp;quot; เท่านั้น แสดงให้เห็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของนายธนาธรว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรต่อสถาบันสูงสุดของไทย เหตุปัจจัยที่ทำให้นายธนาธรเป็นคนเช่นนี้คงเป็นเพราะบรรพบุรุษของนายธนาธรไม่ใช่คนไทยแท้ๆ แต่โบราณนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา นายธนาธรเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกฐานก่อความกระด้างกระเดื่อง เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นภัยต่อความมั่นคง ที่ สน.ปทุมวัน โดยมีกลุ่มคณะทูตจากหลายประเทศ อาทิ ทูตอียู, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ยูเอ็นร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ช่วงเย็นของวันที่ 4 เม.ย. เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติหรือยูเอ็นติดต่อมายังพรรคอนาคตใหม่ ทนายความของนายธนาธรและ สน.ปทุมวันด้วยตนเอง เรื่องนี้สามารถสอบถามไปยัง สน.ปทุมวันเองได้ ในส่วนของท่านทูตจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโปรหรืออียูนั้น พรรคอนาคตใหม่มีความสัมพันธ์อันดีอยู่แล้ว ทั้ง 12 ตัวแทนจากต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่จะมาร่วมสังเกตการณ์ พรรคอนาคตใหม่รู้ล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประสานสื่อมวลชนและ สน.ปทุมวัน&amp;nbsp;
ต่อให้เชิญเองก็ไม่น่าห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อให้คุณธนาธรเป็นผู้เชิญเอง ถ้าไม่ใช่ประเด็นน่าห่วงกังวลจริงๆ ตัวแทนนานาชาติเหล่านี้ก็จะไม่ร่วมติดตามสถานการณ์ เพราะมีธรรมเนียมทางการทูตในการทำงานอยู่ แต่ที่ 12 ตัวแทนนานาชาติมาร่วมสังเกตการณ์นั้น เพราะเห็นว่าการใช้กฎหมายความมั่นคงตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก และน่ากังวลมากขึ้นไปอีกเมื่อถูกใช้กับหัวหน้าพรรคการเมืองที่เพิ่งลงเลือกตั้งครั้งแรกแต่ได้รับ ส.ส.ถึง 80 กว่าที่นั่ง ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในขอบเขตของศาลทหาร พลเรือนจะต้องถูกนำขึ้นศาลทหารนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ ทั้งยังสงสัยว่าทำไมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีแล้วจึงถูกหยิบยกมาใช้ในช่วงนี้ ซึ่งข้อห่วงกังวลเหล่านี้ในการหารือร่วมกันที่ สน.ปทุมวัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ก็รับทราบดี&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์บอกว่า ไม่ได้มองว่ากระทรวงการต่างประเทศดิสเครดิตทางการเมือง แต่มองว่า เป็นการสร้างเครดิตทางการเมืองให้นายธนาธรเสียมากกว่า ที่สามารถเชิญ 12 ตัวแทนจากนานาชาติมาร่วมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ คสช.แถลงยืนยันศาลทหารมีความเป็นกลางนั้น ก็เป็นสิทธิ แต่เรื่องความเป็นกลางนั้นเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร เพราะในประเทศที่ยึดถือระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp;ประเทศเจริญแล้ว ไม่มีใครนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร&amp;quot; โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีแอมเนสตี้ออกมาเรียกร้องในคดีนายธนาธร โดยบอกว่าใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้ามการเมืองว่า อาจเป็นความเข้าใจที่สับสน เพราะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายกติกาสังคม ไม่น่าใช่การจะไปปิดหรือเปิดปากใคร เท่าที่เห็นการพูดแสดงความเห็นในเรื่องใดๆ ก็ยังทำได้ปกติ และด้วยลักษณะเฉพาะตัวของหลายๆ บุคคล เชื่อว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะไปบีบบังคับใครได้ การให้ความเห็นของบางองค์กรต่างประเทศมีลักษณะเฉพาะตามธรรมเนียมองค์กรที่ได้รับข้อมูลมาแบบจำกัด ไม่ต่างจากอดีต ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คุ้นชิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ &amp;nbsp;เช่นการใช้พยานหลักฐานในการพิสูจน์ความจริง การแก้ข้อกล่าวหา การใช้กลไกในกระบวนการสืบสวนสอบสวน การได้รับสิทธิคุ้มครองตามหลักกฎหมาย ไม่แตกต่างจากการดำเนินคดีของบุคคลอื่นในคดีอื่นๆ ในศาลเฉพาะทาง เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามหลักกฎหมาย เคารพในสิทธิเสรีภาพของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามเหตุแห่งพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองท่านใดฝ่ายใด หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามกระบวนการสากล
อย่าสร้างความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการพิจารณาคดีในอำนาจของศาลทหาร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;ซึ่งผลการพิจารณาคดีที่ผ่านมาก็ไม่เคยปรากฏพบข้อกังขาใดๆ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันเป็นกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริง เป็นสิ่งที่เป็นหลักสากล ไม่มีวิธีการใดเลยที่เป็นการปิดปากอย่างที่แอมเนสตี้ใช้คำนี้กล่าวหาทางการไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียนว่าสังคมไทยเป็นหนึ่งเดียว แม้จะมีหลากหลายในความคิดเห็นทางการเมือง คนไทยทุกคนก็ยังได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ส่วนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการตามหลักนิติรัฐ เพื่อความสงบสุขของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.บอกว่า การเรียกร้องสิทธิตามบทบาทขององค์กรก็ว่ากันไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการสร้างให้สังคมไทยเกิดการแบ่งฝ่าย และขอให้รับฟังกระแสสังคมไทยส่วนใหญ่ต่อประเด็นดังกล่าวด้วย &amp;nbsp;เพื่อวางบทบาทขององค์กรในจุดที่พอเหมาะพอควรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายกฎหมาย คสช.เปิดเผยกรณีที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมาย หรือไอลอว์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;คสช.โป๊ะแตก! แจ้งความธนาธรผิดท้องที่ สน.ปทุมวันไม่มีอำนาจทำคดีนี้&amp;quot; &amp;nbsp;ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการชุมนุมของกลุ่มนายโรม รังสิมันต์ พร้อมพวก เนื่องในครบรอบรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ที่หน้าหอศิลป์ ขณะเดียวกันที่จังหวัดขอนแก่นมีการจัดชุมนุมของ ไผ่ ดาวดิน ควบคู่กันไป ทำให้ทั้งคู่ถูกออกหมายจับ ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย.58 กลุ่มนายโรม รังสิมันต์ พร้อมพวกได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน ร่วมกับผู้ชุมนุมประมาณ 200 กว่าคน และไผ่ ดาวดิน เดินทางมาจากขอนแก่นเข้าร่วมชุมนุมด้วย เพื่อท้าทายตำรวจให้ออกมาจับกุมตามหมายจับเพื่อหวังให้เกิดการปะทะ &amp;nbsp;และหากตำรวจไม่ออกมาจับกุมจะถูกแจ้งข้อหามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น คสช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนาธรกระทำผิดมาตรา 116 สน.ปทุมวัน ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์เกิดในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว สำหรับเหตุการณ์ในวันที่ 25 มิ.ย.ของอีกวันเป็นการชุมนุมของกลุ่มนายโรมพร้อมพวก ที่นั่งรถเมล์มาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และวันนั้นไม่มีนายธนาธรอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไปแจ้งความกับ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นความผิดอีกคดีหนึ่งต่างกรรม กัน แต่ไอลอว์ไปสร้างกระแสว่า คสช.แจ้งความผิด สน. จนทำให้เกิดความสับสน เพราะนายธนาธรพลาดที่ยอมรับว่าอยู่ในพื้นที่ชุมนุม และนายโรมขึ้นรถตู้ของตนในวันที่ 24 มิ.ย.จริง ถือว่าความผิดสำเร็จในตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, นันทิวัฒน์ สามารถ, บุษฎี สันติพิทักษ์, พรรณิการ์ วานิช, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab5a082e63c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
