<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 06:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯกรณ์&#039; โต้ยิบ &#039;ส.ส.สาวก้าวไกล&#039; อภิปรายพาดพิงพรก.ไทยเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - จากกรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวพาดพิง พรก.ไทยเข้มแข็งโดยระบุว่า ในปี 2552 รัฐบาลได้ดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง แม้สภาพเศรษฐกิจจะไม่หนักเท่าครั้งนี้ แต่รัฐบาลดังกล่าวก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดและสุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้า จนทำให้โครงการต้องยุติลง ครั้งนั้นประเทศเราตั้งเป้าไว้ชัดเจน สุดท้ายก็ยังพลาดเป้า แต่รัฐบาลนี้ไม่มีแม้กระทั่งเป้าหมาย แล้วสุดท้ายเราจะประเมินกันอย่างไรว่าโครงการประสบความสำเร็จหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัสณช เหาตะวานิช ผู้ช่วยประจำตัวนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤตการเงินแฮมเบอร์เกอร์ และมีการออกพรก.กู้เงินไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวโดยระบุว่า ไทยเข้มแข็ง ทำให้ประเทศไทยฟื้นจากวิกฤตการเงินโลกแฮมเบอร์เกอร์ เร็วอันดับ 2 รองจากไต้หวัน ศก.กลับมาโต 7.8% ส่งออก +28%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณกรณ์ ได้ รมว.คลังโลก คนแรกของไทย คงไม่เรียกว่า &amp;#39;พลาด&amp;#39; หรอกนะครับ เป้าหมายคือ พรก.1 ล้านล้าน อภิปรายแค่จุดนี้ให้ดี เท่านี้ ทำให้ได้ก่อนครับ&amp;rdquo; นายพัสณช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางเพจทีมกรณ์ ยังได้ระบุในเรื่องเดียวกันว่า เกิดปัญหาวิกฤติซับไพรม์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์&amp;rdquo; ในช่วงปี 2551 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ทำให้รัฐบาลจึงทำงบประมาณรายจ่ายกลางปี 2552 เพิ่มเติมอีก 97,560 ล้านบาท มากระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่อนำมารวมกับยอดการขาดดุลของงบฯ ปกติ 249,500 ล้านบาทแล้ว ทำให้ยอดการขาดดุลงบประมาณโดยรวมอยู่ที่ 347,060 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2552 กระทรวงการคลังจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นจำนวนมาก 280,000 ล้านบาท รัฐบาลมีภาระที่ต้องก็เงินมาชดเชยรายได้ส่วนที่ขาดหายไป และเมื่อนำไปรวมกับยอดการขาดดุลงบประมาณปี 2552 วงเงิน 347,000 ล้านบาทแล้ว ในปีนั้นรัฐบาลต้องออกพันธบัตรกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลทั้งสิ้น 627,000 ล้านบาท ขณะที่ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2502 และ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ 2548 ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้ไม่เกิน 441,000 ล้านบาท ยังขาดเงินที่รัฐบาลนำมาปิดงบประมาณอยู่ประมาณ 186,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่ก็คือที่มาของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2552 วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ได้กำหนดกรอบวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินเอาไว้ชัดเจน แบ่งการใช้จ่ายเงินออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก วงเงินไม่เกิน 200,000 ล้านบาท เตรียมไว้ใช้สมทบเงินคงคลัง รองรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 และส่วนที่ 2 วงเงินไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท เตรียมไว้ใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (2553-2555)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนั้นก็มีคำถามจากฝ่ายค้านว่า การกู้เงินในลักษณะนี้ เป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนถึงขั้นที่ต้องตราขึ้นเป็นพระราชกำหนดจริงหรือไม่ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์จึงส่งร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ตราขึ้นเพื่อประโยชน์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรค 1 และเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ตามมาตรา 184 วรรค 2 ต่อมาก็ได้ส่งร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2552 กำหนดกรอบวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินเอาไว้ 8 ด้าน ขณะนั้นมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 227,939 ล้านบาท รายละเอียดมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน อนุรักษ์ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม วงเงิน 4,550 ล้านบาท
2. การปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย และจำเป็นต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน วงเงิน 34,109 ล้านบาท
3. การเร่งรัดและสร้างศักยภาพในการหารายได้จากการท่องเที่ยว วงเงิน 5,457 ล้านบาท
4. การสร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศจากเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์ หรือเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 3,425 ล้านบาท
5. การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย 13,008 ล้านบาท
6. การปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขที่มีมาตรฐานสูงสำหรับคนไทย
7. การสร้างอาชีพและรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับชุมชน 81,183 ล้านบาท
8. การประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร และชดเชยภาระดอกเบี้ยเงินกู้ 41,932 ล้านบาท
ข้อสังเกต กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ที่นำมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 ให้น้ำหนักกับการกระจายเม็ดเงินลงไปสู่เศรษฐกิจฐานรากเป็นสำคัญ เช่น ในกลุ่มของการสร้างอาชีพและรายได้ในระดับชุมชน 81,183 ล้านบาท ถัดมาโครงการประกันรายได้เกษตรกร 41,932 ล้านบาท และกลุ่มงานปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน 34,109 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยกระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อนำมาสมทบเงินคงคลังไปแค่ 50,000 ล้านบาท ปรากฏว่าฐานะเงินคงคลังของรัฐบาลดีขึ้นเป็นลำดับ ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 ฐานะเงินคงคลังมียอดคงค้างอยู่ที่ 293,835 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการเบิกจ่ายงบประมาณได้ ไม่จำเป็นต้องกู้เงินส่วนที่เหลือ 150,000 ล้านบาทอีกต่อไป รัฐบาลอภิสิทธิ์จึงมีโอนวงเงินกู้ส่วนที่เหลือ 150,000 ล้านบาทมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 ทำให้มียอดรวมอยู่ที่ 350,000 ล้านบาท มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการไทยเข้มเข้มแข็งกว่า 40,000 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะโครงการที่สำคัญๆ เช่น โครงการจ่ายเงินอุดหนุนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วงเงิน 23,000 ล้านบาท, โครงการเพิ่มทุนให้แบงก์รัฐ 6 แห่ง วงเงิน 17,412 ล้านบาท, โครงการบริหารจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน วงเงิน 18,761 ล้านบาท, โครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทาน วงเงิน 16,594 ล้านบาท, โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย วงเงิน 8,011 ล้านบาท, โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ 5,412 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกระทรวงคมนาคม ก็มีโครงการถนนไร้ฝุ่นของกรมทางหลวงชนบท วงเงิน 14,657 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางในท้องถิ่น 75 จังหวัดทั่วประเทศ, โครงการบำรุงรักษาทางหลวง วงเงิน 13,910 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานฯ วงเงิน 10,607 ล้านบาท ด้านการศึกษา ก็จะมีโครงการยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย วงเงิน 6,539 ล้านบาท ผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน, โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนสู่มาตรฐาน 7,152 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง และเรือนแถวตำรวจชั้นประทวน 227 หลัง วงเงิน 3,781 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการดำเนินนโยบายการคลังมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 มาจนถึงปี 2553 โดยผ่านกลไกงบประมาณขาดดุลวงเงิน 350,000 ล้านบาท เมื่อนำมาเข้าไปรวมกับการเบิกจ่ายเงินกู้ไทยเข้มแข็งอีก 219,000 ล้านบาท ประกอบกับเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ถือว่า &amp;ldquo;จุดติด&amp;rdquo; เช่นกัน โดยในปี 2553 เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ 7.8% ต่อปี เทียบกับปี 2552 ติดลบ 2.3%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67320</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, พรก.กู้เงิน, พัสณช เหาตะวานิช, ศิริกัญญา ตันสกุล, อภิปราย, ไทยเข้มแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed19731504fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2019 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;เก็บหลักฐานเช็คบิล&#039;เด็กปชป.&#039;ด่าทักษิณชั่ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.62 - นพ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 56 พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เอามาเก็บไว้เป็นหลักฐานครับว่า ใครทำอะไรไว้ เพื่อไม่ให้มันสูญหายไปกับสายลม ขอบคุณข่าวสดครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของนพ.เหวง สืบเนื่องจากสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง เสนอข่าวกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Noch Hautavanija หรือ พัสณช เหาตะวานิช ซึ่งเป็นทีมงานของนายกรณ์ จาติกวานิช แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวิต โดยระบุว่า &amp;quot;นี่คือความชั่วอันสูงสุดของคนไทยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร!&amp;quot;หลังพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นพระนาม ทูลกระหม่อมฯ เป็นแคนดิเดต นายกฯ

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., นพ.เหวง โตจิราการ, พรรคไทยรักษาชาติ, พัสณช เหาตะวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190209/image_big_5c5e380e6162a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
