<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’หมอบสายตรงทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; เผย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ขอโทษและแสดงความเสียใจกับ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว ยันแค่เรื่องเข้าใจผิด ไม่มีปัญหา ขณะที่ &amp;quot;หม่อมเต่านา&amp;quot; ยกกรณี &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ขึ้นศาลยังนิ่งกว่า &amp;nbsp;ไล่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไปต่อเลโก้ที่บ้านคนเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวพาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเบิกความคดีโอนหุ้นสื่อในศาลรัฐธรรมนูญว่า เรื่องความเข้าใจผิดกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคำสัมภาษณ์ของนายธนาธรไม่มีปัญหาใดๆ แล้ว ทุกอย่างเข้าใจกันดีแล้ว ยุติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณธนาธรได้ขอโทษท่านทักษิณเรียบร้อยแล้ว และได้แสดงความเสียใจ รวมทั้งได้ขอโทษด้วยตัวเองต่อท่านสมพงษ์ (อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) แล้ว&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตอนหนึ่งของการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ผมตั้งใจอย่างจริงจังที่จะทำงานการเมืองโดยไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร โดนมาก่อน ต้องการให้บ้านเป็นประชาธิปไตย หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน ผมไม่ต้องเข้ามาเพื่อมีผลประโยชน์หรือบริวารห้อมล้อมเหมือนนายทักษิณ เพราะผมอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ ซึ่งถ้ายังอยู่แบบนี้ก็จะเดินต่อไปไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร้องขอว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่อย่าขัดแย้งกันเอง พร้อมระบุว่า ได้ติดตามฟังการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่เสนอโดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่สืบทอดอำนาจต่อเนื่องจากระบอบเผด็จการ มาสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย ที่สามารถหลอกลวงอำพรางตัวตนที่แท้จริงให้ชาวโลกมองเห็นภาพเป็นประชาธิปไตยสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีงบประมาณที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้าน เป็นปีที่ 6 ย่างเข้าปีที่ 7 ตั้งแต่คณะเผด็จการ คสช.ยึดอำนาจประชาชนไป แล้วใช้เงินภาษีประชาชนไปประมาณ 16 ล้านล้านบาท สร้างภาระหนี้สินในประเทศเกือบ 3 ล้านล้านบาท เพราะหาเงินไม่เป็น มีแต่กู้มาใช้ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียน ความเหลื่อมล้ำ สูงอันดับต้นของโลก อันดับหนึ่งของเอเชีย คนไทยเครียด อดอยาก มีหนี้สินล้นพ้นตัว ล้มละลาย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ คนฆ่าตัวตายเป็นรายวัน การเมืองแตกแยกมากกว่าเดิม สังคมเต็มไปด้วยยาเสพติด เป็นยุคมืดของประเทศไทยของเราภายใต้รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์
องคาพยพเผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครระบุว่า ลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช ในนามแม่น้ำ 5 สาย ได้ช่วยกันสร้างกระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการ คสช. ปี 60 ผ่านแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผ่านองคาพยพฝ่ายเผด็จการ ระบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม ผ่านเหล่าทัพ เพื่อเสริมความแข็งแรงของระบอบเผด็จการ มีเงินภาษีประชาชนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ สรุปคือ ปล้นประเทศครั้งเดียว ได้ประโยชน์ แก้วแหวน เงินทอง เกินคุ้ม ทั้งอำนาจ ผลประโยชน์ เกียรติยศ ชื่อเสียง ประเทศไทยจึงหอมหวาน สำหรับนักปล้น ในนามการทำรัฐประหารยึดอำนาจ เพราะคนไทยส่วนหนึ่งเฉื่อยชาต่อการรัฐประหาร ไม่หวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอชื่นชมว่า ส.ส.ฝ่ายค้านทุกคน ทั้งดาวสภาและที่ไม่ใช่ดาวสภา ทำการบ้านมาดี อภิปรายในกรอบ กฎ กติกา มีเหตุผล มีเนื้อหาสาระ อย่างน่ารับฟังและพิจารณา แต่มีเรื่องสำคัญในการประชุมวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องการเปลี่ยนแปลงการบังคับบัญชาหน่วยงานทหารที่รัฐบาลประยุทธ์ ออกเป็นพระราชกำหนด พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นและโหวตคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่างกัน โดยส่วนใหญ่ให้ผ่าน ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ไม่เห็นชอบให้ผ่าน ผมได้ฟังเหตุผลของ ดร.ปิยบุตร &amp;ldquo;ปกเกล้า ไม่ปกครอง&amp;quot; ต้องชื่นชมว่าแหลมคม มีเหตุผล มีตรรกะ รองรับดีมากซึ่ง หากครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมโหวต ผมคนหนึ่งจะไม่ให้ผ่าน พ.ร.ก.ดังกล่าว เพื่อยึดหลักการประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครบอกว่า ที่ต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่กระแสข่าวกำลังถูกปั่นให้มุ่งไปที่คะแนนโหวตผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เพราะมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มกินแหนงแคลงใจกัน ว่าบางพรรคสู้ บางพรรคสู้ไปกราบไป ไม่สู้ถึงที่สุด เกิดการชิงการนำ เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก ด่าว่ากันเองในฝ่ายค้านในฝ่ายประชาธิปไตย หากปล่อยไว้ไม่ทำความเข้าใจกันให้ดี จะเกิดความแตกแยกในฝ่ายประชาธิปไตย ขาดเอกภาพ ขาดพลัง สุดท้ายฝ่ายประชาธิปไตยจะถูกเสี้ยม ถูกซื้อ ถูกทำลายให้แตกแยก อ่อนแอ ไม่มีพลังโค่นเผด็จการทั้งระบอบได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่ฝ่ายเผด็จการ มีพลังเข้มแข็ง เพียบพร้อมทุกอย่างมากขึ้นทุกวัน จนยากที่จะต่อกร หากไม่ใช้สติปัญญา ความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และเหตุผลเข้าสู้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 คงผ่านแน่นอน ไม่ได้ตื่นเต้น เพราะพวกเผด็จการเตรียมความพร้อมมาดี ทุกอย่าง ทุกรูปแบบ แม้แต่ลงทุนให้อามิสสินจ้าง เสนอผลประโยชน์ตอบแทนแก่บางคน แต่รอยร้าวพรรคฝ่ายค้าน ต้องรีบประสาน มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยต้องหยุดโจมตีให้ร้ายกัน มาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมพลังกันอย่างมีเอกภาพ โค่นเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตยชุดนี้ให้ได้ เราจะล้างมรดกบาปแผ่นดินที่เผด็จการทำไว้ให้สิ้น เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย&amp;quot; นายนครระบุ
&amp;quot;หม่อมเต่านา&amp;quot;ซัด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยยังคงวิจารณ์นายธนาธรในสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่านา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Taona Sonakul แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า นายธนาธรเห็นศาลเป็นอะไร ถึงได้บอกว่าหากผลการตัดสินออกมาเป็นคุณกับตัวเอง จะออกไปทำเรื่อง blinded Trust ทั้งที่ตัวเองนั่นแหละที่ได้ผลประโยชน์จาก blinded Trust ไม่ใช่ศาล หรือประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอย้ำว่านายธนาธรไม่ได้กำลังสร้างมาตรฐานดีๆ อะไรใหม่เลย &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากทำให้ชาวโลกเห็นว่านายธนาธรไม่ใช่คนรุ่นใหม่อะไรแล้ว ยังจะพูด จะทำอะไรทำร้ายใครก็ได้เพื่อตัวเองคนเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอออกมาจากศาล เปิดมือถือแล้วคงเห็นโดนด่ามากมายมหาศาล ก็เลยทำเป็นรีบขอโทษบอกบรรยากาศในศาลกดดันดูตอนนายพานทองแท้ขึ้นศาล ที่เขาก็เครียดมาก ขึ้นคนเดียวด้วย ไม่ได้กะเตงทั้งแม่ ทั้งเมีย ครอบครัวไปขึ้นเป็นเพื่อนด้วย อยากทราบว่าโอ๊คที่ออกจากศาลมาเครียดจัดเขาให้การกับศาลว่าตัดสินให้เป็นคุณกับผมเถอะ ผมไม่มักใหญ่ใฝ่สูงเหมือนธนาธรหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ล.มิ่งมงคลโพสต์ด้วยว่า นายธนาธรควรกลับไปนั่งเล่นเลโก้อยู่ที่บ้านคนเดียว ต่อเป็นประเทศไทยให้สำเร็จ อย่าทำเหมือนตอนพายเรือข้ามอ่าวไทยที่บอกว่าอยากทำมาทั้งชีวิต แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ พอล้มเหลวทำไมไม่เพียรฝึกฝนแล้วกลับมาทำอีกจนสำเร็จ แต่กลับหันไปเริ่มประกาศทำกิจกรรมเก๋ๆ อย่างอื่นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ธนาธรและปิยบุตร เมื่อวานติดตามการขึ้นศาลของนายธนาธร เลยนึกเปรียบอาการระหว่างนายธนาธรและนายปิยบุตร เอาแค่เหตุการณ์ล่าสุดของ 2 คน คนหนึ่งขึ้นเบิกความคดีหุ้น อีกคนหนึ่งถูกถลกหนังคดีผู้พิพากษายิงตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรขึ้นเบิกความแบบเก็บอาการไม่อยู่ หงุดหงิด ต่อรองศาล มีอาการฮ่องเต้ซินโดรม ย้ำแค่ว่า &amp;quot;ผมจำไม่ได้&amp;quot; &amp;quot;ผมไม่แน่ใจ&amp;quot; &amp;quot;ผมไม่เคยรู้&amp;quot; &amp;quot;จะต้องให้ตอบอีกกี่ครั้งว่าจำไม่ได้&amp;quot; แถมสุดท้ายยังทิ้งทวนต่อรองศาลเรื่องบลายด์ทรัสต์ ทั้งๆ ที่ตนเองเบี้ยว และเหยียบนายทักษิณเพื่อให้ตนเองดูดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองมาดูนายปิยบุตร วันที่ผู้พิพากษายิงตนเอง วันนั้นนายปิยบุตรโพสต์เตรียมนำข้อมูลที่ได้มาแถลง และย้ำด้วยว่า เป็นข้อมูลที่ได้จากผู้พิพากษาและจำเลย แต่ตอนหลังมาแก้เป็นผู้หวังดี กะเตรียมถล่มศาลเพื่อลดความน่าเชื่อถือของศาลเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากถูกถลกหนังด้วยชาวโซเชียล นายปิยบุตรก็ต้องเงียบ และพลิ้วออกมาใหม่ว่า ไม่ทราบว่าเอกสาร 25 หน้านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องความอึดอัดของผู้พิพากษา และพยายามไม่พูดเรื่องนี้อีกหลังจากหลักฐานถูกตีแผ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยกตัวอย่างคนสองคนนี้ ในเหตุการณ์ใกล้ๆ ที่ผ่าน ต้องการสื่อว่านายปิยบุตร มีความพริ้ว เล่ห์เหลี่ยม เก็บอาการ เหนือกว่านายธนาธรมาก นายธนาธรนั้นสุดท้ายก็ต้องจบเพราะปากตนเอง แต่นายปิยบุตร เราต้องใช้ข้อมูลและหลักฐานจัดการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ยังระบุว่า ที่สำคัญคือแม้นายธนาธรจะสู้นายปิยบุตรไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็คือฝ่ายการเมืองที่บ่อนเซาะความมั่นคงของประเทศ ที่พวกเราต้องช่วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48424</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, คดีโอนหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร, ภูมิธรรม เวชยชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรื่องเข้าใจผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab1c613369e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
