<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนแล้ว!&#039;สนธิญา&#039;ร้องศาลวินิจฉัย&#039;เพนกวิน&#039;โพสต์พาดพิงสถาบันผิดเงื่อนไขประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ให้พิจารณากรณีที่นายพริษฐ์&amp;nbsp; ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;สาส์นแรกแห่งอิสรภาพ&amp;quot; หลังจากที่ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาสู้คดี เพื่อให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อเงื่อนไขที่ระบุไว้ในคำขอประกันตัวหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิญา กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง หลังได้อ่านข้อความที่นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ และอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการขอปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา เพราะข้อความที่ปรากฏมีลักษณะพาดพิงสถาบันฯ ตนจึงทำหนังสือยื่นถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อให้พิจารณาใน 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ การตรวจสอบว่าเฟซบุ๊กที่มีการเผยแพร่ข้อความลักษณะดังกล่าวเป็นของนายพริษฐ์หรือไม่ และเนื้อหาข้อความเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาลหรือไม่ เพื่อให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาใช้ดุลยพินิจเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำผิดเงื่อนไขปล่อยตัว, พาดพิงสถาบัน, สนธิญา สวัสดี, เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609df8bb836c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกแรก!&#039;ชวน&#039;แจ้งทีวีรัฐสภากังวลถูก&#039;กสทช.&#039;ปิด หากส.ส.อภิปรายพาดพิงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - ก่อนการอภิปรายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เวลา 09.45 น. &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งกับที่ประชุมว่า ได้รับหนังสือของสถานีวิทยุ โทรทัศน์ รัฐสภาว่า ขอความร่วมมือจากสมาชิก ด้วยมาตรา 37 ของพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหา ที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือที่ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ &amp;nbsp; มิฉะนั้นสถานีวิทยุโทรศัทน์รัฐสภาอาจถูกระงับออกอากาศทันที และอาจถูกพัก หรือเพิกถอน การใช้ใบอนุญาต นี่คือที่แจ้งมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อกังวลดังกล่าวสืบเนื่องมาจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน มีบางส่วนอาจพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีการขอร้องให้ฝ่ายค้านแก้ไข แต่ฝ่ายค้านยืนกรานไม่ยอมแก้ไข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ซักฟอกรัฐบาล, พาดพิงสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b4010ecd86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039;คุยลั่นเปิดยุทธการบินชี้เป้า รุมกินโต๊ะ&#039;บิ๊กตู่&#039;  ส่วนพาดพิงสถาบันเอาไว้วันท้ายๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64- &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จะอภิปรายเปิดด้วยการอ่านญัตติจากนั้นก็เป็นตนขึ้นอภิปรายต่อ โดยจะเป็นการเสนอโครงสร้างอภิปรายในภาพรวมคือเป็นการนำร่อง ซึ่งในภาษายุทธการคือการบินชี้เป้าแค่ไม่ถล่ม จากนั้นก็จะเป็นทุกพรรคอภิปรายในรายละเอียดตามโครงสร้างที่ตนเสนอไว้ จากนั้นก็จะไล่เรียงถึงวันสุดท้ายนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยอภิปรายสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าวันนี้นายกฯน่าจะเป็นคนเดียวที่ถูกอภิปรายหรือไม่ นายสุทิน ตอบว่า คิวแรกเป้าหมายหลักคือนายกฯส่วนเป้าหมายรองเมื่อพูกถึงนายกฯแล้วก็อาจจะโยงไปถึงรัฐมนตรีหลายคน ฉะนั้นเป้าหมายหลักวันนี้เป็นนายกฯและอาจจะเลยไปถึงพรุ่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าไฮไลท์การอภิปรายของวันนี้จะอยู่ที่ใคร นายสุทิน กล่าวว่า ก็ตอบยาก วันนี้ก็มีขึ้น ตั้งแต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล &amp;nbsp;ส.ส.พรรคก้าวไกล ไฮไลท์ก็ยังบอกไม่ได้ต้องดูเวลาไปก่อน &amp;nbsp;และต้องดูใครพูดมีน้ำหนัก หวังว่าวันแรกการอภิปรายจะมีความเข้มข้น ตนมาพูดคนแรกก็ตั้งใจให้มีความเข้มข้นในวันแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าช่วงระหว่างอภิปรายจะมีการหารือกับรัฐบาลหรือไม่เพราะหลายฝ่ายมีความกังวลเรื่องการประท้วงจะทำให้เกิดความไม่ราบรื่น อาจมีการเอ่ยถึงสถาบันฯ นายสุทิน แจงว่า เรื่องสถาบันฯคงไม่ใช่เป็นวันนี้อาจจะเป็นวันท้ายๆ&amp;nbsp;
ฉะนั้นขอวิงวอนเมื่อเราใจกว้างจำกัดให้ใช้เวลาโดยไม่จำกัด ก็ควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน เชื่อว่าประชาชนไม่ชอบการประท้วง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกรัฐบาล, พาดพิงสถาบัน, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_6021ff0c13bf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพบูลย์ขู่ฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงสถาบันเจอยุบพรรคแน่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 09.30 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ควีนส์ปาร์คนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณียื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าสภาปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาญัตติที่พรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอข้อความที่นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองว่าจะทำได้หรือไม่ว่า &amp;nbsp;สัปดาห์มีการพิจารณาเพียงญัตติเดียวคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องยอมให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อน แต่หากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้มีการอ่านข้อความที่มีเนื้อหาต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตนจะลุกขึ้นทักท้วงขึ้นพอสมควร แต่ถ้านำเสนอและข้ามข้อความไปได้ก็จะไม่มีประเด็น แต่หากพูดถึงก็จะมีส.ส.ทักท้วงจำนวนมากทำให้ใช้เวลานานพอสมควร และเรื่องนี้จะเป็นประวัติศาสตร์เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการเสนอญัตติลักษณะแบบนี้ จึงหวังว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหลีกเลี่ยง และถือเป็นเรื่องดีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นการประท้วงยังไม่นำไปสู่ยุบพรรคใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายไพบูลย์ กล่าวว่า การประท้วงเป็นจุดแรก แต่ถ้าท่านยังจะดำเนินการก็ถือว่าเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตนก็เป็นห่วง เพราะนายสมพงษ์ ก็เป็นหัวหน้าพรรคและเรื่องนี้เป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค ดังนั้นการยุบพรรคไทยรักษาชาติก็เป็นอุทาหรณ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอเรียนก่อน ผมเป็นผู้ยื่นคำร้องพรรคไทยรักษาชาติไปที่กกต.โดยเหตุเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีขัดต่อระเบียบการหาเสียงของกกต.เท่านั้น ยังเป็นเรื่องเลยมาถึงขนาดนี้แต่กรณีนี้ผมท้วงว่าขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2562 กรณีกกต.ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านรวมทั้งผู้อภิปราย หากนำประเด็นต้องห้ามมาอภิปราย ผมว่าเป็นผลที่ทำให้เรื่องไปศาล ซึ่งเรื่องไปได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องไปด้วยญัตติของตน หากมีการอภิปรายด้วยข้อความต้องห้าม มั่นใจว่าไปแน่ &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92958</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พาดพิงสถาบัน, ยุบพรรค, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_602899284fa4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พรรคเล็ก’เขย่าศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเล็กเขย่าศึกซักฟอก &amp;quot;ชัช เตาปูน-หมอระวี&amp;quot; ขอฟังฝ่ายค้านก่อน ถ้ามีหลักฐานชัดเจนจะโหวตให้ไม่ได้ ลั่นพรรคเล็กไม่ได้เป็นองครักษ์ปกป้องรัฐมนตรี แต่เป็นองครักษ์ปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติ จะพิสูจน์ให้เห็น ส.ส.ไม่ได้ทำงานเพื่อรัฐมนตรีที่ทุจริต &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; เตือนถ้าอภิปรายพาดพิงสถาบันเจอฟ้อง ม.112 แน่ ขณะที่งานติวเข้มรับอภิปราย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ชิลๆ ไร้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค วิปรัฐบาลเชิญรัฐมนตรีที่มีรายชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แกนนำและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลร่วมสัมมนา &amp;ldquo;สามัคคีรวมใจ พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; หัวข้อญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ระหว่างวันที่ 13-14 ก.พ. เพื่อเตรียมข้อมูลและประเด็นที่คาดว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกำหนดการวันแรกมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์,&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รวมทั้งวิปรัฐบาล แกนนำและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จากพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคขนาดเล็ก ประมาณ 100 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศในการสัมมนาค่อนข้างราบเรียบ มีรัฐมนตรี ส.ส.ของพรรค พปชร.ที่มาร่วมเป็นส่วนใหญ่ อาทิ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล, นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยส่งตัวแทนมารับฟัง อาทิ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และวิปรัฐบาล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เลขานุการนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมทีมงาน ด้านพรรคเล็ก มีนายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท นำทีม ส.ส.ร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชัชวาลล์ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคในการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เราต้องรอฟังว่าจะมีการชี้แจงอย่างไร ถ้าเชื่อได้ก็ลงให้ แต่ถ้าชัดเจนอย่างที่เขากล่าวหาก็ลงให้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคเล็กจำเป็นต้องมีมติไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายชัชวาลล์ตอบว่า การลงมติเป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่จะพิจารณากันเอง ถือเป็นเอกสิทธิ์พรรคใครพรรคมันที่จะไปพิจารณากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็ต้องฟังเขาชี้แจงว่าใช้ได้หรือเปล่า ถ้าใช้ได้ก็ลงให้เขา ถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนเราจะลงให้เขาได้อย่างไร ก็จะเป็นการพิจารณาในรัฐมนตรีแต่ละคน&amp;quot; นายชัชวาลล์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาทางพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายคนออกมาระบุว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะนำมาอภิปราย จนทำให้รัฐมนตรีหลายท่านจะไม่ได้รับการไว้วางใจในการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งพรรคเล็กยังไม่ทราบว่าจะเป็นข้อมูลที่เด็ดจริงหรือไม่ เราก็จะขอฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านก่อน และถ้าสุดท้ายฝ่ายค้านมีข้อมูลที่เด็ดจริง และหากรัฐมนตรีท่านใดไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างกระจ่างชัดเจนและโปร่งใส เราก็ไม่สามารถลงมติสนับสนุนรัฐมนตรีท่านนั้นให้อยู่ในตำแหน่งและทำหน้าที่ต่อไปได้ กลุ่มพรรคเล็กไม่ได้เป็นองครักษ์ปกป้องรัฐมนตรี แต่เราเป็นองครักษ์ปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติ
พรรคเล็กจะพิสูจน์ให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายในครั้งนี้ฝ่ายค้านและประชาชนจำนวนมากเห็นว่าคะแนนเสียงในการลงมติของสภาคงไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีได้ ไม่ว่าจะฝ่ายค้านจะมีหลักฐานเด็ดอย่างไร แต่ผมและกลุ่มพรรคเล็กจะพิสูจน์ให้เห็น เพราะ ส.ส.ทุกคนมีหน้าที่เข้ามาทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อรัฐมนตรีที่ทุจริต ดังนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ใครมาบังคับให้ไว้วางใจใครหากรัฐมนตรีคนนั้นไม่มีความน่าไว้วางใจ&amp;quot; นพ.ระวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จากนี้ไปรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปรายจะได้รายละเอียดหลายสิ่งหลายอย่างจากการที่มาฟังคำแนะนำ ข้อซักถามต่างๆ จาก ส.ส. ถือว่าเป็นสนามซ้อมใหญ่ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนพรรคเล็กที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ยกมือโหวตให้ ประธานวิปรัฐบาลตอบว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายท่านในพรรคเล็ก ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบ่งบอกว่าจะไม่โหวตให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ควรจะมีมติไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า เราก็ควรจะมีมติ ซึ่งตนจะประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 15 ก.พ. เวลา 11.00 น. และจากนั้นจะนัดประชุมวิปรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 19 ก.พ. ก่อนที่จะไปประชุมพรรค พปชร.ในวันเดียวกัน ทั้งนี้เชื่อว่าทุกพรรคก็คงจะมีแนวโน้มเหมือนกัน หรืออาจจะมีการประชุมพรรคในช่วงเช้าก่อนการลงคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 20 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. มีความน่าเป็นห่วงระดับไหน นายวิรัชตอบว่า สำหรับหัวหน้าตนคิดว่าเบาที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปรายก็จะต้องขึ้นไปฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อเป็นกำลังใจกันด้วย เราจะไม่ปล่อยให้รัฐมนตรีที่อยู่ข้างบนอยู่แบบเดียวดาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากที่ประชุมจะให้มีการประชุมลับ หากมีการหยิบยกเรื่องสถาบันขึ้นมาพูด ประธานวิปรัฐบาลยืนยันว่า จะไม่มีการประชุมลับ ใครพูดอะไรที่เป็นการส่อให้เห็นถึงการผิดกฎหมายก็ให้ผู้นั้นรับผิดชอบเอง ในนามวิปรัฐบาลคงไม่ขอประชุมลับแน่นอน ปล่อยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจในพรรคมีความเป็นเอกภาพในทิศทางเดียวกัน และในส่วนของพรรคร่วมก็คิดว่าจะเป็นไปในมิติที่ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการที่อยู่ร่วมกันมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่เห็นสิ่งบกพร่องหรือผิดพลาดตรงไหนที่พวกเราจำเป็นต้องลงมติที่แตกต่างกัน สำหรับพรรคเล็ก ก็คิดว่าเขาคงพูดคุยภายในกันเอง และเชื่อมั่นว่ามีวิจารณญาณตามระบอบประชาธิปไตยของเขาในการลงมติโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เอง
จ่อฟ้อง ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นห่วงบรรยากาศการอภิปรายที่ ส.ส.พลังประชารัฐและพรรคร่วมบางส่วนเตรียมประท้วงทันทีหากมีการพูดถึงสถาบัน นายอนุชากล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้ทุกคนต่างรู้หน้าที่ ส.ส.ต้องรู้ว่าอะไรคือกฎเกณฑ์ที่ทำได้หรือทำไม่ได้ในการอภิปรายตรงนี้ทุกคนต้องระมัดระวัง และนึกถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการประท้วงหรือทำให้การอภิปรายสะดุดไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และประชาชนที่เป็นคนฟังก็จะเป็นคนตัดสินว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควรพูดอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความพร้อมในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจากข่าวจะตกเป็นเป้าถูกล็อบบี้คะแนนโหวตน้อยสุด ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูลที่เราจะหักล้างข้อกล่าวหามากกว่า และเพื่อนสมาชิกที่เป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในสภาเองก็นั่งฟังดูข้อมูลที่เราอภิปรายตอบโต้หักล้างไปว่าสิ่งที่เราพูดนั้นน้ำหนักของใครมีมากกว่ากัน ตนเชื่อว่าในสิ่งที่มีข่าวต่างๆ ออกไปไม่ใช่เรื่องจริง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของรัฐบาลและมติแต่ละพรรค ไม่น่ามีประเด็นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และประธานคณะทำงานสนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ (สสอ.) กล่าวว่า ทีมวอร์รูมนอกสภาที่มีคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีจากทุกกระทรวงทุกพรรคการเมืองประชุมร่วมกันไปแล้ว 2 ครั้ง โดยในวันอภิปรายจะใช้ห้องวอร์รูมที่อาคารรัฐสภา ชั้น 4 ห้องของนายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อประสานงานการทำงานของคณะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสัมมนาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันเดียวกันนี้ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีมาร่วม 10 คน เพื่อมาประสานงานกับนายวิรัชและนายทศพล เพ็งส้ม ฝ่ายกฎหมายพรรค พปชร. เพื่อมาพูดคุยกันในประเด็นข้อกฎหมาย ว่าในกรณีที่พรรคการเมืองและ ส.ส.อภิปรายพาดพิง จาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบันในทางเสียหาย เราจะดำเนินการคดีตามมาตรา 112 ทันทีโดยไม่รอเวลา ยืนยันว่าเราจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เราได้บอกผู้นำฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายค้านว่าเป็นญัตติที่กระทบหัวใจคนไทยมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระเตือนไปยัง ส.ส.ฝ่ายค้าน หากผู้ใดอภิปรายพาดพิงถึงสถาบันตั้งแต่คำแรก จะประท้วงจนไม่ได้อภิปราย แต่หากมีข้อสงสัยหรือมีคำถามในการตรวจสอบรัฐบาล สามารถทำได้ตามกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี แต่จะไม่ยอมเปิดโอกาสให้จาบจ้วงสถาบัน พร้อมย้ำว่า หากมีการกล่าวพาดพิงถึงสถาบัน จะไม่ยอมและจะไม่มีทางได้อภิปรายแน่นอน ทั้งนี้ ขอชื่นชม ส.ส.พรรคก้าวไกล 9 คนที่ไม่ลงชื่อในญัตติ ซึ่งถือว่ายังมีจิตสำนึกในการปกป้องสถาบัน
ตอกกลับเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว&amp;nbsp; ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีร่วมคณะจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่กลัวการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ในทางกลับกันมีการพยายามที่จะส่ง ส.ส.ของพรรครัฐบาลมาขอเจรจากับขุนพลของพรรคฝ่ายค้าน มาขอข้อมูลว่าจะอภิปรายเรื่องใด หรือการขอร้องว่าให้อภิปรายแบบไม่รุนแรงมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายหลังการอภิปรายฝ่ายค้านเดินหน้าต่อในการยื่นหลักฐานการทุจริตของคณะรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อส่งต่อให้ศาลการเมืองเพื่อเดินหน้าเอาผิด เชื่อว่าจบการอภิปรายอาจมีรัฐมนตรีตกเก้าอี้ หนักสุดคือติดคุก รวมทั้งตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วย ขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายครั้งนี้ให้ดี แล้วประชาชนจะทราบว่าคำว่าเสียสละเข้ามาทำงานเพื่อประเทศไม่มีจริง&amp;rdquo; นพ.ชลน่าน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบโต้ว่า กรณีที่บอกว่าหลังอภิปรายจะมีรัฐมนตรีต้องติดคุกและตกเก้าอี้นั้น ที่ผ่านมาตนเห็นแต่รัฐมนตรีในสมัยพรรคเพื่อไทยที่ต้องติดคุกเพราะคดีโกงจำนำข้าว อย่างไรก็ตาม การอภิปรายครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่อง มั่นใจว่ารัฐบาลบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกอย่างยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่มีการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อประโยชน์ของตัวเองตามที่ นพ.ชลน่านกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในงานสัมมนารัฐมนตรีเตรียมสู้ศึกซักฟอก ซึ่งวิปรัฐบาลได้เชิญ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมทีมงานสาธารณสุข มาซักซ้อมข้อมูลเพื่อเตรียมที่จะให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การจัดซื้อวัคซีนที่จะเป็นเป้าถูกอภิปราย รวมถึงคำพูดของปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะมีวัคซีนโควิดฉีดเข็มแรกในประเทศไทยวันที่ 14 ก.พ. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมได้สอบถามกันอย่างหนักหน่วง พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายว่าเรื่องนี้รัฐมนตรีอาจจะลืม แต่ประชาชนเขาไม่ลืม จำเป็นต้องอธิบายให้ได้ ซึ่งคาดว่าประเด็นเหล่านี้จะเป็นเนื้อหาที่พรรคก้าวไกลพุ่งเป้าอภิปราย เพราะเป็นภาพรวมที่จะพูดถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคน นอกจากนั้นวิปรัฐบาลแสดงความกังวลเนื้อหาในการอภิปรายของพรรคก้าวไกลมากกว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพราะว่ารู้ข้อสอบ แต่วิปรัฐบาลพอจะเดาทางได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะพูดอะไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้ว่าจะไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง แต่ได้ส่งทีมงานมาร่วมรับฟัง พร้อมรายงานข้อมูลต่างๆ ไปที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้ วิปรัฐบาลไม่เป็นห่วงเนื้อหาที่จะพาดพิงนายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่า ส.ส.ทุกคนพร้อมที่จะลุกขึ้นประท้วงให้นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมงานสัมมนาว่า ที่มาร่วมงานในวันนี้เพราะเขาให้มาก็มา ไม่มีอะไร เรียบร้อย&amp;nbsp; พรรคเล็กไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี รัฐบาลต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานสัมมนาเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเย็นว่า เป็นไปอย่างคึกคัก ภายหลังบรรดารัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดินทางมาสมทบ อาทิ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมชาติ มาร่วมสัมมนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อน พล.อ.ประวิตรจะพูดกับที่ประชุม ได้มีการฉายวีดิทัศน์การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ 3 ป. และการทำงานตั้งแต่สมัยรับราชการจนถึงการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พาดพิงสถาบัน, วิปรัฐบาล, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องครักษ์ปกป้องรัฐมนตรี, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_6027acfd91d43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดปชป.ผุดทีมประท้วง ‘แรมโบ้’เตือนพท.ตกหลุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกซักฟอกส่อเดือด! ไม่ใช่องครักษ์ประชาธิปัตย์ตั้ง &amp;quot;ชินวรณ์&amp;quot; หัวหน้าทีมประท้วง ฝ่ายค้านพาดพิงสถาบันเจอกันแน่ &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; เผย 2 รัฐมนตรีพรรคพร้อมชน &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; เตือนเพื่อไทย ตกหลุมพรางพรรคการเมืองที่หวังคิดล้มล้างสถาบัน ระวังไปหาเสียงโดนโห่ไล่ทั่วประเทศเหมือน &amp;quot;ทอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านจะเป็นข้อเท็จจริงตั้งต้น เมื่อฝ่ายค้านกล่าวถึงเรื่องอะไร รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะพูดชี้แจงในเรื่องนั้นได้ทุกประเด็นเช่นกัน หากการอภิปรายเกี่ยวข้องพาดพิงถึงสถาบัน หลักการคือไม่สามารถกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น และหากมีการพาดพิงถึงสถาบัน สนับสนุนให้รัฐบาลชี้แจงให้ประชาชนเห็นว่ามีพรรคการเมืองใดที่ไปเห็นดีเห็นงามให้มีกลุ่มบุคคลมาก้าวล่วงสถาบัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า รัฐมนตรีของพรรคที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งสองท่านได้มีการเตรียมข้อมูลอย่างละเอียด รวมถึงผลการทำงานทั้งหมดที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานโดยยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต มีรายงานข่าวจากผู้หวังดีว่าข้อมูลที่จะนำมาอภิปรายยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เลย จึงมีความพยายามโยงข้อมูลให้ผิดไปจากความเป็นจริง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้มีการอภิปรายโดยยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพราะหากอภิปรายโดยไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ ส.ส.ของพรรคก็พร้อมที่จะลุกขึ้นเพื่อติติงให้การอภิปรายอยู่ในกรอบของข้อบังคับการประชุมสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศเผยว่า ในการประชุม ส.ส.ของพรรควันที่ 2 ก.พ. จะมีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภาอย่างละเอียด ถ้าฝ่ายค้านมีอภิปรายผิดข้อบังคับ ไม่เช่นเฉพาะกับรัฐมนตรีของพรรค แต่รวมถึงรัฐมนตรีทุกคน ส.ส.ของประชาธิปัตย์ก็พร้อมลุกขึ้ประท้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทีมนี้ไม่ใช่องครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี แต่หากฝ่ายค้านอภิปรายไม่ถูกต้องก็ต้องประท้วง นำโดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล นอกจากนี้ ทางพรรคได้ตั้งทีมงาน 1 ชุด เพื่อประจำที่รัฐสภา โดยมีผมเป็นผู้นำรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้กับรัฐมนตรีทั้งสองคนของพรรค ซึ่งหากมีความจำเป็นทีมที่ตั้งขึ้นก็จะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า สำหรับพรรคยังไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่วาระการอภิปรายจะมีการถกเถียงกันมากพอสมควร โดยข้อบังคับระบุชัดว่าสามารถกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ได้เท่าที่จำเป็น ดังนั้นต้องดูว่าวันอภิปรายจะพูดถึงในลักษณะไหน และประธานในที่ประชุมขณะนั้นจะวินิจฉัยเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ขอให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ลองทบทวนอีกครั้งเพื่อแก้ไขและถอนญัตตินี้ เพราะยังพอมีเวลา แต่หากยังยืนยันที่จะอภิปรายญัตตินี้ทั้งที่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังตกหลุมพรางพรรคการเมืองที่หวังคิดล้มล้างสถาบัน ก็คงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่จงรักภักดีผิดหวังและเสียใจที่สุด และการอภิปรายญัตตินี้ก็ยังอาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นทั้งในและนอกสภาได้ และในที่สุดพรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาดกับสิ่งที่ได้กระทำลงไปในครั้งนี้
จะโห่ขับไล่ประท้วงทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจส่งผลกับพรรคเพื่อไทยในอนาคตได้ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งใหญ่ อาจจะแพ้แบบถล่มทลาย เพราะคนที่รักสถาบันและเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย หากเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยสมรู้ร่วมคิดจาบจ้วงก้าวล่วงล้มล้างสถาบัน จะโห่ขับไล่ประท้วงทุกพื้นที่ จนเดินหาเสียงแทบไม่ได้ และสุดท้ายประชาชนก็จะไม่ลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทยเลยแม้แต่เขตเดียว อาจจะแพ้ทุกเขตทั่วประเทศก็เป็นไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็ได้เห็นตัวอย่างแล้วจากคณะก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่มั่นใจในฐานเสียงของกลุ่มตัวเอง แต่จากการไปลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ไม่ว่าจะไปจังหวัดใด ก็โดนประชาชนในพื้นที่ที่รักสถาบันโห่ไล่แกนนำจนลงพื้นที่หาเสียงไม่ได้เลย ประชาชนไม่เลือกกลุ่มนี้จนทำให้ผลการเลือกตั้งแพ้ทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เตือนมาด้วยความหวังดีและเป็นห่วงพรรคเพื่อไทยที่มีฐานเสียงของประชาชนมากมาย เป็นพรรคการเมืองใหญ่ จึงไม่อยากให้หมดอนาคตเพราะไปเห็นด้วยกับพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันไม่เลิก อย่าเอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยงกับคนพวกนี้เลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานกล่าวว่า การนำเรื่องสถาบันมาอภิปรายในสภายังถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ใครคิดก้าวล่วง คิดดึงฟ้าต่ำ คิดมุ่งทำลายราชบัลลังก์ บุคคลนั้นก็จะไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง และพรรคการเมืองก็เช่นกัน จะล่มสลายถึงกาลวิบัติ เพราะบรรพบุรุษและประชาชนสาปแช่งเอาไว้ และประเทศไทยศักดิ์สิทธิ์มีองค์พระสยามเทวาธิราชที่คอยปกป้องคุ้มครองแผ่นดินและประชาชนเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากบุคคลใดหรือพรรคเพื่อไทยไม่เชื่อคำทำนายที่คนโบราณพูดไว้ ก็ลองท้าทายกับอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงดู&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า การที่นายสิระจะฟ้องร้องฝ่ายค้านในมาตรา 112 ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทำไมต้องแก้ไขมาตรา 112 เพราะคนที่ร้องทุกข์กล่าวโทษจะเป็นใครก็ได้ เหมือนเป็นเครื่องมือทำลายคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม เป็นระบบที่ทำให้เกิดความแตกแยก และทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างประชาชนกับสถาบัน ซึ่งเป็นไปตามญัตติที่เราเขียนไป คือนายสิระนำสถาบันลงมาเป็นโล่กำบัง และนำมาเป็นอาวุธทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากวันแรกของการอภิปราย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลตีรวนและประท้วงตลอด ฝ่ายค้านจะรับมืออย่างไร หัวหน้าพรรคก้าวไกลตอบว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ระบุว่าไม่ว่าฝ่ายค้านจะแก้ไขญัตติหรือไม่ ก็จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม ซึ่งเราก็ไม่แก้ไขแม้แต่คำเดียว ทั้งนี้ ตลอดการอภิปรายที่ผ่านมา เราก็แสดงถึงเหตุผล วุฒิภาวะ และการทำตามข้อบังคับการประชุม ครั้งนี้ก็จะกล่าวถึงสถาบันเท่าที่จำเป็น และตั้งใจอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก ฉะนั้น หากเกิดการประท้วง เราก็จะประท้วงกลับ เพื่อให้การอภิปรายเดินหน้าต่อได้ เพราะการอภิปรายเป็นกลไกสำคัญที่ใช้รัฐสภาตรวจสอบรัฐบาล อย่านำเรื่องแบบนี้มาตัดช่องน้อยแต่พอตัว ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำงานได้
ส.ส.ทุกคนต้องได้อภิปราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าฝ่ายรัฐบาลอยากจะให้อภิปรายแค่ 4 วัน แต่ฝ่ายค้านอยากจะได้ 6 วันหรือมากกว่านั้น นายพิธากล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ได้ตกลงกันอย่างชัดเจน แต่เท่าที่หารือกันทราบว่าเรื่องระยะเวลาไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วง สิ่งสำคัญคือ ส.ส.ทุกคนต้องได้อภิปราย และต้องไม่มีใครออกไปอภิปรายนอกสภา รัฐมนตรีที่มีชื่อถูกอภิปราย เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องถูกอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า นายสมพงษ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ไม่เคยพูดว่าจะแก้ไขญัตติ รวมถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคก็ไม่เคยมีท่านใดระบุจะแก้ไขญัตติ การที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เชิญไปหารือ เป็นขั้นตอนปกติที่ก่อนอภิปรายต้องมาหารือในภาพรวม นายสิระต้องเข้าใจว่าญัตติอภิปรายเป็นข้อกล่าวหารัฐบาลตามญัตติที่ยื่นไป ผู้อภิปรายแต่ละคนมีเนื้อหารายละเอียดการอภิปรายอย่างไร เขามีสิทธิ์อภิปรายและต้องรับผิดชอบ การควบคุมการอภิปรายที่ใครจะประท้วงหรือไม่ และจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. เป็นหน้าที่ของประธานผู้ควบคุมการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า ดังนั้นขอทำความเข้าใจว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการดำเนินการร่วมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงไม่ใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปแก้ไขญัตติความเห็นร่วม นายสิระออกมาพูดในจังหวะที่อาจจะเห็นคำวินิจฉัยกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงออกมาพูดเพื่อสร้างบทบาทให้ตัวเองหรือไม่ และขอตั้งข้อสังเกตว่า นายสิระอยู่ในวงหารือไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมาพูดข้างนอก ซึ่งไม่มีใครได้ประโยชน์นอกจากการให้บทบาทสร้างความสำคัญให้ตัวเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย โจมตีรัฐบาลว่าตั้งคนเกษียณแก้ปัญหาบ่อน ชาติหน้าก็แก้ไม่ได้ ว่าในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็มีบ่อนเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แก้ปัญหาบ่อนอย่างเป็นระบบ มีการลงโทษเด็ดขาดเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่มีการย้ายขาดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บัญชาการ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน นอกจากนั้นในส่วนแนวคิดการเปิดบ่อนการพนันถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีคณะกรรมการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอยู่ เพราะประชาชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งสุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ร.ต.อ.เฉลิมก็เสมือนคนเกษียณแล้ว แต่ก็ยังมีไฟอยู่ ดังนั้นอย่าดูถูกคนเกษียณ เพราะแต่ละท่านก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่ยอมรับของสังคม ตนเชื่อว่าชาตินี้แก้ได้อย่างแน่นอน ไม่ต้องรอชาติหน้า หากทุกฝ่ายช่วยกัน ส่วนกรณีที่บอกว่าคนมีอำนาจใหญ่โตหากินกับบ่อนการพนันนั้น ตนไม่ทราบว่าใคร แต่ตนมั่นใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ว่า ท่านจัดการเด็ดขาดแน่นอน ยิ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ยิ่งต้องคุมเข้ม สุดท้ายตนหวังว่า ร.ต.อ.เฉลิมคงไม่ใช้มุกเดิม ตำหนิตนมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้นอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91500</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคประชาธิปัตย์, พาดพิงสถาบัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003b12c5493a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; จวก &#039;ทอน&#039; กู่ไม่กลับอวดเก่งทุกเรื่อง เอาวัคซีนโควิดมาเล่นการเมืองแต่ไม่เคยตอบคำถามที่สังคมอยากรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับวันนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยิ่งกู่ไม่กลับ วันๆ คิดแต่สิ่งที่จะสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ ที่ผ่านมานายธนาธรพยายามอวดรู้อวดเก่งไปทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องตัวเอง พยายามโชว์วิสัยทัศน์ จะสร้างโน่นสร้างนี่ แต่สุดท้ายไม่ทำอะไรเลย เช่นเดียวกับเรื่องวัคซีน พยายามบิดเบือนข้อมูลสร้างความสับสนให้กับประชาชน ทั้งที่รัฐบาลทำทุกอย่างถูกต้องด้วยความรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนไทยรับไม่ได้คือ นายธนาธรพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ในทำนองวัคซีนพระราชทานผูกขาด ทั้งที่พระองค์ท่านทำทุกอย่างเพื่อประชาชนตลอดมา และไม่ได้มีการผูกขาด บริษัทแอสตร้าเซนเนกาเลือกสยามไบโอไซเอนซ์เพราะคุณสมบัติดีที่สุด มีความพร้อม แต่บริษัทอื่นยังไม่พร้อม อนาคตถ้าบริษัทอื่นดีรัฐบาลก็ซื้ออีก ไม่ได้มีการผูดขาดแต่อย่างใด นายธนาธรกับครอบครัวควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทุกพระองค์ หากไม่สำนึกเชื่อว่าวันหนึ่งจะไม่มีแผ่นดินอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า อยากถามนายธนาธรว่า ที่ผ่านมาเคยทำความดีอะไรให้กับประเทศบ้าง นายธนาธรเอาเรื่องวัคซีนต้านโควิด ซึ่งเป็นประเด็นความเป็นความตายของประชาชนมาเล่นเป็นประเด็นการเมืองได้ถือว่าเกินเยียวยาจริงๆ อย่างไรก็ตาม วันนี้ประชาชนรู้เกี่ยวกับนายธนาธร&amp;nbsp;3 เรื่องหลักคือ 1.น้องชายใครติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อแลกสัญญาเช่าที่ 2.เรือยอชต์ใครเลี่ยงภาษี และ 3.แม่ใครรุกป่า ถ้านายธนาธรทราบก็ช่วยตอบหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าประชาชมมีสิทธิ์ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน พร้อมทั้งแนะให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเลิกหัวร้อนนั้น ประชาชนตั้งคำถามหรือสอบถามได้ รัฐบาลก็พร้อมชี้แจง เพราะทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ที่นายธนาธรทำ ไม่ได้ตั้งคำถาม แต่เป็นการกล่าวหา บิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายรัฐบาล นายพิธาเลิกเป็นลูกไล่นายธนาธรได้แล้ว เป็นถึงหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นถึงส.ส. แต่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศฟื้นตัวให้เร็ว หัดมีจิตสำนึกของความเป็นคนไทยที่รักชาติ รักบ้านเมืองบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90445</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานคณะก้าวหน้า, พาดพิงสถาบัน, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วัคซีนโควิด, เลขาฯรมต.ประจำสำนักนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde8172454e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
