<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พานทองแท้รอดคุก อานิสงส์ยกประโยชน์จำเลยศาลชี้10ล้านแค่เศษเงิน‘โอ๊ค’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พานทองแท้&amp;rdquo; รอดคุก! ได้อานิสงส์องค์คณะ 2 เสียง ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย &amp;nbsp;เชื่อโอ๊คไม่รู้ที่มาของเงิน ที่สำคัญมูลค่าก็แสนจิ๊บจ้อยเมื่อเทียบฐานะ &amp;ldquo;ตระกูลชินวัตร&amp;rdquo; แห่ขอบคุณกำลังใจ วิษณุเผยมีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ อัยการยังกั๊กรออ่านคำพิพากษาข้อมูลพร้อมรีวิวให้ดีเอสไอก่อน ชี้ยังมีเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร &amp;nbsp;อายุ 41 ปี บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9 &amp;nbsp;และ 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 จากคดีการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร กรุงไทย จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) ให้ธุรกิจเครือกฤษดามหานคร &amp;nbsp;
โดยเมื่อเวลา 09.38 น. นายพานทองแท้เดินทางมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือดามาพงศ์ มารดา และ น.ส.พินทองทา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวทั้งสองและน้องเขย รวมทั้งนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดครอบครัวและเพื่อนสนิทกว่า 20 คน รวมถึงนักการเมือง อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายก่อแก้ว พิกุลทอง มาให้กำลังใจคับคั่ง
ก่อนเข้าฟังคำพิพากษา นายพานทองแท้ตอบข้อถามด้วยสีหน้ายิ้มเล็กน้อยว่าตื่นเต้นหรือไม่ในการฟังคำพิพากษา ว่ารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ส่วนคุณหญิงพจมานได้ยิ้มทักทาย ทั้งนี้บริเวณศาลได้มีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 ประมาณ 50 นายเพื่อดูแลความเรียบร้อยด้วย
โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องนายพานทองแท้เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2561 สรุปพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2547 หลังจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานครกับพวก ร่วมกันกระทำผิดกับอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยในการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ ทำให้ธนาคารเสียหายจำนวน &amp;nbsp;10,400,000,000 บาท แล้วนายวิชัยกับพวกร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิด โดยนายวิชัยได้นำบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด ที่มีนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายนายวิชัย, &amp;nbsp;นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา กรรมการบริษัท แกรนด์แซทเทิลไลท์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่มีนายเชื้อ ช่อสลิด เป็นกรรมการ มาใช้ในการรับโอนเงิน แล้วนำเงินนั้นไปซื้อขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน โดยนายวิชัยได้โอนเงินจากการขายหุ้นนั้นให้นายพานทองแท้ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายรัชฎา และบุคคลในครอบครัวทั้งสองมีความรู้จักเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยนายวิชัยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ 17 พ.ค.2547 จากบัญชีกระแสรายวัน &amp;nbsp;ธนาคารไทยธนาคาร สาขาบางพลัด ระบุชื่อนายพานทองแท้&amp;nbsp;
ต่อมาวันที่ 18 พ.ค.2547 นายพานทองแท้ได้นำเช็คนั้นเรียกเก็บเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด และวันที่ 24 พ.ค.2547 นายพานทองแท้ได้ถอนเงิน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ของจำเลยอีกอัน จากนั้นระหว่างวันที่ 24 พ.ค. - 26 พ.ย.2547 &amp;nbsp;นายพานทองแท้ได้ถอนเงินออกจากบัญชีผ่านตู้เอทีเอ็มครั้งละ 5,000-20,000 บาท รวม 11 ครั้ง และช่วงในวันที่ 14 มิ.ย.2547 มีเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ของจำเลย 80,000 บาท &amp;nbsp;วันที่ 30 พ.ย.2547 จำเลยได้ถอนเงิน 8,800,000 บาทจากบัญชีดังกล่าว เข้าฝากบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ซึ่งมียอดเงินรวมในบัญชี 14,720,352.07 บาท ต่อมาวันที่ 2 ธ.ค.2547 จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 14,700,000 บาทจากบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ และในชั้นพิจารณา นายพานทองแท้ให้การปฏิเสธสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง เงินดังกล่าวเป็นส่วนที่จะร่วมลงทุนธุรกิจนำเข้ารถซูเปอร์คาร์กับนายรัชฎา ขณะที่นายพานทองแท้ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
มูลค่าเงินจิ๊บจ้อย
ต่อมาเวลาประมาณ 10.40 น. ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษา โดยองค์คณะศาลอาญาคดีทุจริตพิเคราะห์พยานโจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างในชั้นไต่สวนพยานแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดมูลฐานหรือไม่นั้น ตามกฎหมายต้องได้ความชัดเจนว่า ผู้ที่รับโอนเงินมานั้นต้องรับทราบว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินส่วนหนึ่งหรือได้มาจากการกระทำความผิดนั้น ซึ่งคดีนี้ข้อเท็จจริงก็ปรากฏตามทางนำสืบในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของจำเลยกับครอบครัวของนายวิชัย เพียงว่านายพานทองแท้เป็นบุตรของนายทักษิณ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯ ขณะที่นายวิชัยได้ทำการกู้สินเชื่อกับธนาคารและได้รับอนุมัติ โดยจำเลยมีความสนิทสนมกับนายรัชฎาเพียงเท่านั้น ซึ่งในการโอนเงิน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีจำเลยอาจเกิดจากการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทย &amp;nbsp;10,400,000,000 บาท ขณะที่บิดาของจำเลยดำรงตำแหน่งนายกฯ &amp;nbsp;
ในการดำเนินคดีกับนายวิชัย เจ้าหน้าที่ก็ระบุว่า นายวิชัยจะผิดหรือไม่ก็ต้องรอผลคำพิพากษา ซึ่งกรณีของนายวิชัยที่ถูกกล่าวหาร่วมทุจริตการกู้สินเชื่อธนาคารกรุงไทยนั้น ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาในภายหลัง (ปี 2558) จากที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลย ที่ขณะนั้นอายุ 26 ปี ซึ่งเวลานั้นจำเลยเพิ่งจบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำเลยจึงย่อมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด โดยจำเลยเองเวลานั้นก็มีทรัพย์เป็นหุ้นในบริษัทจำนวน 4,000 ล้านบาทอยู่ก่อนแล้ว หากเทียบสัดส่วนเงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีกับมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ ก็คิดเป็น 0.0025% และเมื่อเทียบกับจำนวนยอดเงินกู้สินเชื่อที่นายวิชัยได้ไปนั้นก็เพียง 0.001% เท่านั้น ซึ่งมีจำนวนน้อย และที่โจทก์เห็นว่า แม้พยานจะไม่ชัดเจนว่าจำเลยรับรู้ว่าเงินนั้นได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ ก็ต้องฟังประกอบกับพยานแวดล้อม พร้อมอ้างแนวคำพิพากษาฎีกาการฟอกเงินคดียาเสพติดนั้นระหว่างสามี-ภรรยาที่สามีกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และตัดสินว่าภรรยาที่อยู่กินร่วมกันฉันสามี ภรรยาย่อมรับรู้ว่าเงินนั้นมาจากการกระทำผิดด้วยนั้น โดยเป็นแนวทางที่นักวิชาการอิสระเองก็เห็นด้วย &amp;nbsp;ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวถือว่ามีความแตกต่างกับคดีนี้เป็นอย่างมาก จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้&amp;nbsp;
นอกจากนี้ตามทางนำสืบยังพบว่า ในการทำธุรกรรมทางการเงินของจำเลยผ่านบัญชีต่างๆ ก็ยังเป็นการโอนและถอนลักษณะปกติ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 7 เดือน ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีข้อที่ปกปิดในลักษณะเปิดเผยไม่ได้ หรือเป็นลักษณะซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งหากเห็นการทำธุรกรรมมีข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดหรือไม่ ธนาคารก็สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ พฤติการณ์ของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยรู้หรือควรรู้ว่านายวิชัยได้เงินจากการทุจริต &amp;nbsp;เมื่อจำเลยไม่รู้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฟอกเงิน พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังแล้ว องค์คณะได้ชี้แจงให้คู่ความรับทราบด้วยว่า คดีนี้องค์คณะผู้พิพากษามี 2 คนมีความเห็นต่างกันในการตัดสิน จึงได้นำความเห็นที่มีผลร้ายน้อยที่สุดกับจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ขณะที่ความเห็นขององค์คณะอีกคนหนึ่งนั้นเห็นแย้งว่า จำเลยมีความผิดเห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งก็จะมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย หากคู่ความยื่นอุทธรณ์ ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบเช่นกัน
สำหรับความเห็นแย้งนั้นระบุว่า คดีนี้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยมีความเห็นแย้งกันเป็น 2 ฝ่าย หาเสียงข้างมากไม่ได้ จึงให้ผู้พิพากษาที่มีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลย ซึ่งเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 5(1)(2), 60 ลงโทษจำคุก 4 ปี ยอมเห็นด้วยกับผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า คือยกฟ้อง
หลังศาลยกฟ้อง นายพานทองแท้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกกำลังใจ วันนี้ได้รับกำลังใจเยอะ&amp;quot; ขณะที่คุณหญิงพจมานได้ตอบคำถามสื่อด้วยรอยยิ้มว่า &amp;quot;ขอบคุณค่ะ ก็สบายใจขึ้น&amp;quot; ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอม-น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และอุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวของนายพานทองแท้ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้พี่ชายในครั้งนี้
ครอบครัวชินวัตรขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พินทองทาหรือเอมได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;quot;ขอขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้พวกเรานะคะ พวกเราทุกคนรับรู้และซาบซึ้งมากจริงๆ ค่ะ และขอขอบคุณครอบครัวของเราที่อบอุ่นและคอยดูแลประคองความรู้สึกกันตลอด ไม่ว่าคุณแม่ที่อยู่ใกล้หรือรวมถึงคุณพ่อที่อยู่ไกลแต่กำลังใจส่งมาไม่ห่าง ในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในข่าวดีที่สุดของครอบครัวเราเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะ รวมถึงสื่อมวลชนทุกท่านด้วยนะคะ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธารระบุข้อความว่า &amp;quot;ขอบพระคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ให้พี่ชายของเราในวันนี้และที่ผ่านๆ มานะคะ มันมีความหมายมากจริงๆ สำหรับเรา ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองให้วันนี้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวของเราค่ะ #familymeanseverything&amp;quot;
ขณะที่แหล่งข่าวอัยการเปิดเผยถึงขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์คดีว่า หลังจากนี้ก็ต้องคัดคำพิพากษาและเอกสารหลักฐานในสำนวน รวมทั้งความเห็นแย้งส่งให้คณะทำงานพิจารณา คดีนี้เราได้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงานของอัยการ โดยต้องพิจารณาว่าเหตุผลในคำพิพากษาว่ารับฟังได้เพียงใด ผลยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยยังมีความเห็นแย้งในองค์คณะเป็น 2 ฝ่ายด้วย ขณะที่เหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 184, 185 หากกรณีที่มีผลคำพิพากษาเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีเสียงข้างมาก ก็ให้นำผลคำพิพากษาที่มีผลร้ายน้อยที่สุดต่อจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ดังนั้นเราก็ต้องนำรายละเอียดของความเห็นแย้งมาดูเหตุผลว่าอย่างไรที่จะตัดสินว่าควรจะลงโทษ คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน ดังนั้นก็ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ต้องอธิบายและตอบคำถามบุคคลที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สุดท้ายแล้วหากอัยการสำนักงานคดีศาลสูงมีคำสั่งให้อุทธรณ์ หลังจากที่คณะทำงานสำนักงานสำนวนคดีชั้นต้นทำความเห็นเบื้องต้นเสนอไปแล้ว กระบวนการก็ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้เลย แต่หากมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ กรณีก็ยังไม่ถือว่าเป็นที่ยุติ ซึ่งขั้นตอนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 145 &amp;nbsp;และ พ.ร.บ.ว่าด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 34 ต้องแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนทำคดีนี้ทราบ ในลักษณะเป็นการรีวิว หากดีเอสไอเห็นแย้งก็ต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะอุทธรณ์หรือไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อัยการกล่าวด้วยว่า คดีนี้เท่าที่ฟังถือว่าเส้นทางการเงินเข้าออกบัญชีชัด แต่ที่ยกฟ้องคือเจตนาของจำเลยว่าไม่รู้ถึงแหล่งที่มาของเงิน โดยกรณีของนายวิชัยนั้นถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษหลังจากที่มีการรับโอนเงินกับจำเลย ซึ่งศาลเห็นว่าขณะรับโอนเงิน จำเลยไม่รู้ จำเลยจึงขาดเจตนา และเมื่อเทียบข้อเท็จจริงกับทรัพย์สินที่จำเลยนำเสนอว่ามีอยู่แล้ว 4,000 ล้านบาท จำนวนเงินโอนมีน้อยกว่า จึงน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ได้รับรู้ว่าเงินนั้นมาจากการกระทำผิด
สำหรับขั้นตอนในการยื่นอุทธรณ์คดีนั้นต้องยื่นภายใน 1 เดือน นับจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา&amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอาญาฯ ทำให้จากนี้ไม่ต้องไปจับตาแล้วใช่หรือไม่ว่า ไม่ต้องจับตาหรอก เขามาก็มา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ไม่หนักใจอะไร
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวหลังศาลยกฟ้องนายพานทองแท้ว่า ถ้าเป็นศาลชั้นต้นตัดสิน อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ ส่วนที่ถามว่าการตัดสินถือว่าสามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้หรือไม่นั้น-ไม่ทราบ คุณไปพูดแบบนั้นไม่ได้ เป็นเรื่องของศาลตัดสิน ใครจะไปปรองดองกับศาล&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า สังคมคาดการณ์ตอนแรกว่านายพานทองแท้น่าจะโดนคดี นายวิษณุกล่าวว่า เล่นไปคาดการณ์กันเอง คาดถูกคาดผิดไปตามเรื่อง โดยไม่เคยฟังพยาน ไม่เคยดูคำฟ้อง ไม่เคยดูคำให้การ &amp;nbsp;ศาลตัดสินว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่พอใจก็เป็นเรื่องที่จะไปว่ากันต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51097</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้แบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ขินวัตร, มีสิทธิ์อุทธรณ์, ยกประโยชน์จำเลย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชื่อโอ๊คไม่รู้ที่มาของเงิน, แค่เศษเงิน, ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe086b8ace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่หนีจ้า!&#039;พานทองแท้&#039;ขึ้นศาลฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย(ชมคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;25 พ.ย 62 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันนี้ เวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงิน ทุจริตการปล่อยสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ให้ธุรกิจเครือกฤดามหานคร คดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 41 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้อัยการ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จากกรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งชั้นพิจารณาศาลอาญาคดีทุจริตฯ นายพานทองแท้ จำเลย ก็ให้การปฏิเสธ สู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นส่วนที่จะร่วมลงทุนธุรกิจนำเข้ารถซุปเปอร์คาร์ กับนายรัชฎา บุตรชายของนายวิชัย อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ขณะที่นายพานทองแท้ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้มีกลุ่มคนสนิทนายพานทองแท้ เดินทางมาให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่นายพานทองแท้ เดินทางมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา และพี่สาว-น้องสาว รวมทั้งบุคคลในครอบครัว ซึ่งเดินทางมาถึงศาลในเวลา 09.38 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ในการฟังคำพิพากษาวันนี้ นายพานทองแท้ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มเล็กน้อยว่า รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ด้านคุณหญิงพจมานได้ยิ้มทักทาย ขณะเดินทางมาให้กำลังใจผู้ชายคนโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริเวณศาลได้มีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 ประมาณ 50 นายเพื่อดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาลด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51034</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินกรุงไทย, ทักษิณ ชินวัตร, พานทองแท้ ขินวัตร, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb4ecb0fa8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นโอ๊คฟังคำพิพากษา คดีฟอกเงินธ.กรุงไทย/พรรคเพื่อไทยแห่ให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พิพากษาคดีฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; รอด-ไม่รอด แต่ลุ้นก่อนสเต็ปแรก จะมาฟังคำตัดสินจันทร์ 25 พ.ย.นี้หรือไม่ หรือจะซ้ำรอย &amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; แต่ &amp;quot;เสี่ยไก่-วัฒนา&amp;quot; ประสานเสียงคนเพื่อไทยการันตีไม่หนี มาแน่ พร้อมแห่ให้กำลังใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 25 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91หลังพบว่ามีการโอนเช็คเข้าบัญชีนายพานทองแท้ ชินวัตร จำนวน 10 ล้านบาท จากอดีตผู้บริหารกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากบอร์ดธนาคารกรุงไทย ในช่วงนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนการจับตามองจากหลายฝ่ายว่า สุดท้ายแล้วนายพานทองแท้จะเดินทางมาปรากฏตัวเพื่อฟังคำพิพากษาดังกล่าวหรือไม่ และผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวทีมทนายความของนายพานทองแท้ระบุว่า ไม่สามารถพูดอะไรเกี่ยวกับคดีนี้ได้ ส่วนที่นายพานทองแท้จะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่อย่างไรนั้น ก็ไม่ได้มีการยืนยันมา จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ที่ผ่านมาในชั้นไต่สวนพยานได้มีการเตรียมการทำงานกันมาทั้งหมด ทางทีมทนายความจะไปฟังคำพิพากษากันในวันที่ 25 พ.ย.อยู่แล้วตามหน้าที่ ขอให้รอฟังคำพิพากษาดีกว่า ยังไม่ขอเปิดเผยอะไรทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากทีมทนายความที่ว่าความให้กับนายพานทองแท้อีกคนที่ขอสงวนชื่อ ก็อ้างว่า &amp;quot;ไม่หนีๆ ไปแต่เช้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มักเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้เวลาไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ และมักออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ แทนนายพานทองแท้ในคดีปล่อยกู้กรุงไทยตลอดเวลา กล่าวว่า ในวันที่ 25 พ.ย. จะเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่จะเดินทางไปรับฟังคำตัดสินคดีฟอกเงินกู้สินเชื่อแบงก์กรุงไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการนัดหมายกัน แต่คาดว่าจะเดินทางไปเพื่อแสดงน้ำใจ สปิริต และให้กำลังใจนายพานทองแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่านายพานทองแท้ยังอยู่ในประเทศไทย และจะเดินทางไปฟังคำพิพากษา เพราะเจ้าตัวเองก็ยืนยันว่าบริสุทธิ์และจะสู้ต่อ&amp;quot; นายวัฒนากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยอีกบางส่วนก็บอกว่าจะเดินทางไปร่วมให้กำลังใจนายพานทองแท้ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ และมองว่านายพานทองแท้คงไม่คิดตัดสินใจใดๆ อย่างที่ถูกจับตามองว่าอาจจะไม่ไปปรากฏตัวที่ศาล เพราะมองว่าคดีในชั้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตามกฎหมาย กว่าคดีจะสิ้นสุดก็ 3 ศาล ยังมีการให้ยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้ แม้ขั้นตอนจะยากกว่าคดีอาญาทั่วไป แต่ที่ศาลนัดวันที่ 25 พ.ย.นี้ เป็นแค่ศาลชั้นต้น จึงทำให้นักการเมืองเพื่อไทยหลายคนบอกกันว่าพร้อมจะเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้
ลุ้น&amp;quot;โอ๊ค&amp;quot;ฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในช่วงก่อนจะถึงวันนัดอ่านคำพิพากษา 25 พ.ย. พบความเคลื่อนไหวว่าเรื่องดังกล่าว สมาชิกพรรคเพื่อไทยต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ ต่างมีมุมมองแบ่งออกเป็นสองส่วน มีทั้งพวกที่คิดว่านายพานทองแท้จะไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยวิเคราะห์ในแง่รัฐศาสตร์ ที่ตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ขณะที่อีกส่วนมั่นใจว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษา เพราะดูตามข้อเท็จจริงนายพานทองแท้ไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมกับนัดแนะที่จะเดินทางไปให้กำลังใจ ซึ่งเป็นสายที่สนิทสนมกับนายพานทองแท้และคนในครอบครัวชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากนักการเมืองที่เป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดนายพานทองแท้เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบนายพานทองแท้ ก็ยังมีกำลังใจดี ไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ ออกมา ส่วนที่นายพานทองแท้ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ห่างหายไปจากหน้าสื่อและโลกออนไลน์นั้น คงเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากออกมาให้ความเห็นใดๆ เลยทำให้เกิดข่าวลือไปต่างๆ ก็เหมือนกับช่วงก่อนๆ ที่คิดกันคาดการณ์กันจะไม่มาศาลบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในวันที่ 25 พ.ย. นายพานทองแท้จะเดินทางมาศาลอย่างแน่นอน ไม่มีเหตุอันใดที่จะไม่มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ความเกี่ยวข้องทางคดีที่นายพานทองแท้เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีปล่อยกู้กรุงไทยโดยมิชอบ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสอบสวนเรื่องคดีปล่อยกู้กรุงไทยตั้งแต่ในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว จนต่อมามีการเอาผิดอดีตผู้บริหารและบอร์ดกรุงไทยที่ร่วมพิจารณาปล่อยเงินกู้ร่วมกว่า 9,000 ล้านบาทให้กับผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานคร อีกทั้งในชั้นสอบสวนของคตส. มีการสอบสวนขยายผลไปถึงกลุ่มคนใกล้ชิดนักการเมือง ที่โยงไปถึงอดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร แต่ในชั้น ป.ป.ช.และอัยการ เมื่อมีการส่งสำนวนไป มีการเสนอให้แยกการสอบสวนออกมาต่างหาก สำหรับกลุ่มคนใกล้ชิด-เครือญาตินักการเมือง เพราะไม่สามารถส่งฟ้องต่อศาลฎีกานักการเมืองได้ ต้องแยกสำนวนออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จนต่อมาศาลฎีกาตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารกรุงไทยและกลุ่มผู้บริหารกฤษดามหานครหลายคน และจากนั้นดีเอสไอสอบสวนขยายผลเรื่องคดีฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย ส่วนคดีรับของโจร ขาดอายุความ เพราะพบว่ามีการกระทำความผิดเมื่อปี 2547 จึงสอบสวนคดีฟอกเงินเพียงอย่างเดียว จนสุดท้ายมีการสอบสวนเอาผิดโยงถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อเอาผิด นายพานทองแท้เป็นจำเลยเมื่อ 10 ต.ค.2561 ที่รูปคดีสรุปความได้ว่า การปล่อยเงินกู้ของบอร์ดกรุงไทยให้กับผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานคร บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ปล่อยกู้ช่วงนายทักษิณเป็นนายกฯ พบว่าหลังมีการปล่อยกู้ดังกล่าวก็มีการโอนเช็คจาก
ผู้บริหารของกลุ่มกฤษดามหานครเข้าบัญชีนายพานทองแท้เป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาท
เปิดมูลเหตุเช็ค 10 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการสู้คดีของนายพานทองแท้และทีมทนายความ ตั้งแต่ชั้นดีเอสไอ อัยการ จนถึงการเบิกความต่อศาล นายพานทองแท้จำเลยคดีฟอกเงินดังกล่าวได้ต่อสู้ทางคดีในประเด็นที่ว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างการรับโทษในเรือนจำ โดยนายพานทองแท้อ้างว่าเงินที่เข้าบัญชีดังกล่าวเกิดจากการจะร่วมลงทุนดำเนินธุรกิจนำเข้ารถยนต์ซูเปอร์คาร์กับนายรัชฎา ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการรับโทษคดีกรุงไทย โดยจะเริ่มทำธุรกิจในช่วงปี 2547 แต่ต่อมาได้ล้มเลิกความคิดการทำลงทุน หลังศึกษาแล้วพบว่าเป็นไปได้ยาก และจะไม่คุ้มเงินลงทุนทางธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เช็คจากอดีตผู้บริหารกฤษดามหานครที่โอนเข้าบัญชีของนายพานทองแท้มี 2 ฉบับ โดยอีกฉบับเป็นเงิน 26 ล้านบาท แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องกรณีดังกล่าว โดยมีการเอาผิดและสั่งฟ้องเฉพาะเรื่องเช็ค 10 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการทำธุรกรรมดังกล่าวเคยมีความเห็นจากนายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา ที่เป็นตุลาการเจ้าของสำนวนคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้บริหารกฤษดามหานคร เมื่อปี 2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานศาลอุทธรณ์ระบุไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ถึงการทำธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งสรุปความพอสังเขปได้ว่า การที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ (อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ที่ได้สินเชื่อกรุงไทยร่วม 9,900 ล้านบาท ผ่านบริษัท &amp;nbsp;โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จนถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกในคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย) ได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 10 ล้านบาทจากไทยธนาคารเข้าบัญชีนายพานทองแท้ที่ ธ.กรุงเทพ สาขาบางพลัด จนถูก คตส.เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรม ต่อมานายพานทองแท้ชี้แจงกับอนุฯ ไต่สวนของ คตส. แต่ตอนนั้นนายพานทองแท้กลับไม่ได้ชี้แจงตอนนั้นว่าทำธุรกิจอะไร หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน จึงได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าเป็นการร่วมลงทุนนำเข้าธุรกิจรถยนต์จากต่างประเทศมาขาย แต่ติดขัดเรื่องขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์ใช้เวลานานและสีรถยนต์ไม่ถูกใจ จึงยกเลิกการทำธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำวินิจฉัยดังกล่าวของนายศิริชัย เห็นว่าหากเป็นเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจตามที่อ้าง ก็น่าจะชี้แจงไปตั้งแต่ครั้งแรก และนายพานทองแท้เป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ ข้ออ้างร่วมลงทุนเพียง 10 ล้านบาท ไม่น่าเชื่อถือ คำชี้แจงขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง อีกทั้งเห็นว่าข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าหลังบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค ได้สินเชื่อจากกรุงไทย ต่อมาจำเลย (นายรัชฎา) ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อหุ้นจองที่เป็นหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 420,000 หุ้น ที่หากเก็บไว้จะสามารถทำกำไร แต่นายรัชฎากลับนำหุ้นมาเสนอขายกับพนักงานบริษัท มาสเตอร์โฟนฯ ที่เป็นบริษัทในเครือบริษัทฮาวคัม ที่นายพานทองแท้เป็นประธานกรรมการ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลย (นายรัชฎา) ส่อไปในทางต่างตอบแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51024</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, พรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ, พานทองแท้ ขินวัตร, พิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda94ca288c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ๊ะยังไง &#039;โอ๊ค&#039; บอกแฟนคลับ &#039;ไม่สู้ หนีแล้วครับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 - กรณีสังคมออนไลน์จับสังเกต &amp;#39;โอ๊ค&amp;#39; พานทองแท้ ชินวัตร หลังให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับนักข่าวหน้าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ด้วยลักษณะท่าทาง มีท่าทีแปลก ๆ รวมถึงผอมซูบลงผิดปกตินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอินสตาแกรมของ นางแพทองธาร หรือ &amp;quot;อุ๊งอิ๊ง&amp;quot;&amp;#39; น้องสาวโอ๊ค ได้โพสต์ภาพ พร้อมตอบคำถามไขข้อสงสัย ว่า &amp;quot;สบายดีนะคะ คงจะตื่นเต้นมากเพราะเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตค่ะ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวบอกติดตลกว่า &amp;quot;ยังไม่ตาย love u too.&amp;quot; หลายคนเข้าไปแสดงความคิดให้กำลังใจ &amp;quot;สู้ๆครับพี่&amp;quot; ซึ่ง &amp;#39;โอ๊ค&amp;#39; ได้ตอบกลับว่า &amp;quot;ไม่สู้ หนีไปละครับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46819</URL_LINK>
                <HASHTAG>พานทองแท้, พานทองแท้ ขินวัตร, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8ae10972075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
