<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.สามเสน ขอความร่วมมือครู ดูแลพานไหว้ครูเด็กไม่ล้อเลียน เสียดสีการเมือง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17มิ.ย.62-ตามที่เพจ นักเรียนสามเสน มีการแชร์ภาพหนังสือที่ระบุว่า ขอความความร่วมมือ เรียน คุณครูที่ปรึกษาและครูผู้เกี่ยวข้องทุกที่ท่าน เพื่อให้การไหว้ครูของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2562 เป็นไปตามขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันดีงามของเราชาวไทย ขอความกรุณาคุณครูช่วยกันอนุรักษ์และรักษาไว้ให้เป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง ตามโบราณประเพณีที่สืบกันมา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยจึงขอความร่วมมือคุณครูที่ปรึกษาและคุณครูที่เกี่ยวข้องช่วยให้คำชี้แนะปรึกษาหารือ ลูกศิษย์ของเราให้จัดพานไหว้ครูให้ถูกต้องตามวัฒนธรรมประเพณี ไม่ล้อเลียน เสียดสีหน่วยงานหรือสถาบันอื่น ให้เน้นกิจกรรมของการไหว้ครูซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณครู สมกับคำว่า &amp;ldquo;ศิษย์มีครู&amp;rdquo; ขอบพระคุณอย่างสูงที่เราได้ช่วยกันอนุรักษ์ประเพณีอันดีงานของเรา กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การทำพานไหว้ครูเป็นวัฒนธรรมที่มีการปฏิบัติสืบทอดก่อนมาตั้งแต่ในอดีต แต่เมื่อโลกมีการเปลี่ยนไป ส่งผลให้วิธีการนำเสนอแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการทำพานไหว้เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่การที่ลูกศิษย์ให้ความเคารพครูเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า สำหรับกรณีของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยนั้น ตนมองว่าประกาศดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิของนักเรียนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการดูแลเพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ได้มีความพยายามติดต่อนายสหชัย สาสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมกันนี้ยังได้ติดต่อไปยังกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และได้รับคำตอบว่า หนังสือดังกล่าวออกโดยกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าวจริง เพื่อที่ขอความร่วมมือครูในการให้คำชี้แนะกับนักเรียนในการจัดกิจกรรมวันไหว้ครู
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38751</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.สามเสน, พานไหว้ครู, พานไหว้ครูการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d0739004e777.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช่อ’ประกาศสู้ไม่ถอย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดศึกรอบใหม่ &amp;quot;คุณช่อ&amp;quot; โผล่ทางโซเชียลฯ ขอสู้เต็มที่ไม่มีถอย เพราะมีคนพร้อมเป็นหลักให้พิงมากมาย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พอใจพานไหว้ครูการเมือง ถูกปลุกขึ้นแล้ว โอกาสตัดออกแทบเป็นไปไม่ได้ &amp;nbsp; ปลุกคนรุ่นใหม่เพิ่มปีละ 7 แสนคนไม่เอา คสช. &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; วิตกยุวชนแดงยุคแก๊งสี่คนในจีนโผล่ทำลายความเป็นชนชาติของไทย &amp;quot;ไอติม&amp;quot; ยอมรับอนาคตใหม่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเก็บตัวเงียบมาหลายวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา น.ส.พรรณิการ์ วานิช &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Pannika Wanich ระบุว่า &amp;quot;มิตรแท้ย่อมเห็นกันในยามยาก หากไม่เจอคลื่นลมแรงและอุปสรรค ก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ามีคนพร้อมเป็นหลักพิงให้เรามากมายขนาดไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอบคุณหลักพิงทุกคน จดหมายทุกฉบับ ของทุกชิ้น รวมถึงกำลังใจจาก #futurista แดนใต้ที่ฝากมากับธนาธรตอนไปพื้นที่ ช่อสู้เต็มที่ไม่มีถอยค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในงานเสวนาหัวข้อเรื่อง &amp;ldquo;วิชาการเพื่อราษฎร์ ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เมื่อวันศุกร์ &amp;nbsp;โดยช่วงหนึ่งนายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิม ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 เป็นวิกฤติเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใจกลางปัญหา ไม่ได้อยู่ที่บุคลิกหน้าตา หรือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร 20 ปีที่ผ่านมา เรามีรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ เป็นการบอกว่าเราตกลงกันไม่ได้ ว่าอำนาจของประเทศอยู่ที่ใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจ ปืน มีรถถัง ถือตาชั่งทางกฎหมาย นี่คือปัญหาใจกลางของสังคมไทยที่ยังแก้ไม่ได้&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการเข้าสู่เฟสใหม่ระหว่าง 2 ชุดความคิด สมรภูมิความคิดเป็นสมรภูมิเดิม แต่สมรภูมิทางการเมืองเปลี่ยนไป โดยไม่มีองค์กรที่ชื่อว่า คสช. จากการที่มีรัฐบาลใหม่ แต่ระบอบ คสช.จะยังอยู่กับเรา 2 วันที่ผ่านมา มีการเคลื่อนตัวทางความคิดขนาดใหญ่ของสังคม จากอนุรักษนิยม มาฝั่งที่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน เห็นได้จากพานไหว้ครู ซึ่งน่าเหลื่อเชื่อมากว่าการตื่นตัวทางสังคมและการเมืองถูกปลุกขึ้นแล้ว โอกาสที่ตัดมันแทบจะเป็นไปไม่ได้&amp;quot; นายธนาธร กล่าว และว่า &amp;quot;ผมนึกไม่ออกเลยว่าฝ่ายที่เชื่อว่า อำนาจมาจากประชาชนจะแพ้ได้อย่างไร ทุกปีมีคนบรรลุนิติภาวะปีละ 700,000 คน ซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาเห็นคืออะไร และได้แสดงออกมาแล้ว&amp;rdquo;
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ยังโหนพาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว &amp;nbsp;เช่นเดียวกับงานแปรอักษร หรือการตรวจสอบทุจริต อุทยานราชภักดิ์ ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้าน แต่วันนี้มี ซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งโชคดีที่พรรคเรามี ส.ส มากกว่า 20 คน ซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือการปรับแก้ รธน.มาตรา 272 และ 279 ในเรื่องอำนาจของ ส.ว. และคำสั่ง คสช.มีอำนาจชั่วกัลปาวสานต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหาร ยุติระบบราชการรวมศูนย์ และการกระจายอำนาจ ซึ่งเราเชื่อว่ามันเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ระบบราชการ และการเมืองยึดโยงด้วยกัน อย่างน้อยเรามีช่องทางมากขึ้น และอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด 5 ปี จะใช้ไม่ได้&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความตอบโต้นายพัฒน์ เหมสุข นักวิชาการอิสระ ที่กังวลว่าแนวคิดของนักการเมืองหน้าใหม่และของพรรคการเมืองพรรค แทรกซึมกลุ่มเยาวชน มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) ถ้าจะมีขบวนการการเมืองใดในเมืองไทยที่เหมือนเรดการ์ดเหมาอิสต์ในแง่ไม่เคารพยอมรับกฎกติกาและสถาบันการเมืองทางการใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ อ้างว่าตนกำลังทำตามความประสงค์ของผู้นำสูงสุด แล้วบ่อนทำลายอำนาจรัฐ สร้างภาวะปกครองไม่ได้ (ungovernability) และเสมือนอนาธิปไตย (virtual anarchy) ขึ้นในบ้านเมืองในรอบสิบปีที่ผ่านมา นั่นก็ได้แก่ขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ กปปส.ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนการเลือกตั้งทั่วไปไม่สามารถเกิดขึ้นได้ รัฐบาลทำงานไม่ได้ หน่วยราชการถูกปิดล้อมขัดขวาง ฯลฯลฯลฯ (ป.ล. ผมเป็นคนแรกที่ริเริ่มเปรียบเทียบภาวะปกครองไม่ได้และเสมือนอนาธิปไตยที่ขบวนการพันธมิตรฯ สร้างขึ้นกับการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนตั้งแต่ปี 2551)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคอนาคตใหม่/ส้มหวานนั้น ตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมาย ลงสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย และได้ ส.ส.เข้าสภามาตามกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลเผด็จการ คสช. โทษที มัน &amp;quot;เรดการ์ด&amp;quot; และ &amp;quot;เหมาอิสต์&amp;quot; ตรงไหนหรือครับ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2) คำว่า &amp;quot;อิสระ&amp;quot; ท้ายคำว่า &amp;quot;นักวิชาการ&amp;quot; นั้น ไม่แน่ใจว่าบ่งบอกความอิสระจากอะไร? สถาบันสังกัดทางการ หรือมายาคติ หรืออวิชชา? ผมคิดว่าการอิสระจากสองอันหลังสำคัญกว่าสำหรับความเป็นนักวิชาการนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;มีหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับการไหว้ครู การเรียกลุง ป้า น้า อา เรื่องศาสนา แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์ไหว้ครูที่แหวกประเพณีและวัฒนธรรม ก็ออกมาสนับสนุน และเรื่องก็แดงออกมาว่า มีการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวโดยคนของพรรคการเมือง
ยุวชนแดงแก๊งสี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นึกถึงการทำลายสิ่งเก่า 4 อย่าง (4 olds)ของยุวชนแดงยุคแก๊งสี่คนในจีน อันประกอบด้วย 1.ประเพณี (old customs) 2.วัฒนธรรม (old cultures) 3.นิสัยใจคอ (old habits) 4.การคิด (old ideas) โดยอ้างว่าเพื่อให้เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมของชาวจีน จนนำไปสู่การเผา ทำลายล้าง สิ่งเก่าแก่หลายอย่างของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยืนยันว่า วัฒนธรรม ประเพณี เป็นรากฐานของชาติที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ แม้แต่พิธีการไหว้ครู เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของความเป็นชนชาติไทยที่สืบทอดมา 700 กว่าปี ถ้าตัดราก ลำต้นตาย ถ้าทำลายวัฒนธรรม ประเพณี ก็คือการทำลายความเป็นชนชาติของไทยเรา&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ
กระทรวง DE สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพทุกกองทัพ อย่ามองว่าการจัดการกับพรรคการเมืองที่เป็นอันตรายต่อสถาบันต่างๆ และประเพณีอันดีงามของประเทศ เป็นการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จนนิ่งเฉยกับสงครามไซเบอร์ที่พวกเขากำลังครอบงำเยาวชนอยู่ในขณะนี้ ต้องมองว่าการทำสงครามไซเบอร์กับพรรคนี้เป็นการปกป้องความมั่นคงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดแบบนี้จึงจะทำให้กล้าทำสงครามกับพวกเขา แต่ถ้าคิดว่าเป็นการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ก็จะไม่กล้าทำ ปล่อยให้เขารุกข้างเดียว ไม่ใช่พวกเราทำไม่เป็น แต่เราไม่กล้าทำ และไม่คิดจะทำ เพราะกลัวจะถูกด่าว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง อย่าติดกับดักตรงนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟซบุ๊ก Hammer Thailand ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พวกเราแฮมเมอร์ เราเกิด เราเติบโต เราดำเนินชีวิตอยู่ในแผ่นดินนี้ ที่ชื่อว่าไทย พวกเรารักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย แผ่นดินนี้คือบ้านของพวกเราชาวไทย ที่พวกเราต้องรักและปกป้องแผ่นดินนี้ ที่บรรพบุรุษสร้างและพยายามดูแลมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีวัฒนธรรม มีประเพณี มีรากเหง้าเหมือนกัน เราต้องเคารพกัน เรามีพระมหากษัตริย์ ที่ปกป้องดูแลแผ่นดินนี้ มาจนถึงทุกวันนี้ ทุกคนต้องเป็นเด็กและเติบโตมากันหลายชั่วอายุคนเหมือนๆ กัน วันนี้โลกเปลี่ยน ความคิดคนก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา แต่ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่าหรือใหม่ก็ครอบครัวเดียวกัน ก็ขอแค่อย่าทำร้ายทำลายบ้านตัวเอง ประเทศไทยจะคงอยู่ชั่วนาตาปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยไม่มีวันตาย พวกเรารักแผ่นดินนี้ และขอตายในแผ่นดินนี้ พวกเราไม่เคยและไม่คิดที่จะว่าร้ายประเทศตัวเอง &amp;quot;แผ่นดินนี้คือไทย ลูกหลานไทยต้องรักษา ให้อยู่ชั่วนาตาปี หากใครคิดย่ำยี เลือดไทยยอมพลี...เพื่อแผ่นดิน&amp;quot;....แฮมเมอร์
&amp;quot;ไอติม&amp;quot;ชื่นชมส้มหวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนา 70 ปี รัฐศาสตร์-เศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อคนหนุ่มสาวกับการสร้างการเมืองแบบใหม่ในสังคมไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตลอด 10-15 ปีที่เราเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง เพราะเรากังวลเรื่องการซื้อเสียง ดูดส.ส. กำหนดกติกาไม่เป็นกลาง แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อ ใช้อำนาจรัฐสร้างความได้เปรียบทางการเมือง เหล่านี้คือเหตุผลที่ตนลาออกจาก ปชป. ที่เลือกสนับสนุนพรรคที่ตั้งเป้าปฏิรูปการเมือง แต่ไม่ทำอะไรเลย แล้วทำในสิ่งที่เขาบอกว่าจะต่อสู้ น่าเสียดายที่การปฏิรูปการเมืองไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิม คนที่จะร่วมคณะรัฐมนตรี ก็ที่เคยอยู่ใน (ครม.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยต่อสู้และต่อต้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่สร้างความได้เปรียบให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหนักกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ตนไม่มีปัญหากับการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่อำนาจที่ ส.ว.มีกับที่มาซึ่งอ้างอิงกับประชาชนต้องสัมพันธ์กัน ในบางประเทศยอมให้มีการแต่งตั้ง ส.ว. หรือบางประเทศสืบทอดจากพ่อสู่ลูก แต่ประเทศเหล่านั้น ส.ว.มีอำนาจน้อย อย่างมากก็แค่ยับยั้งกฎหมายที่ไม่เห็นด้วย 1 ปี &amp;nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกา ส.ว.มีอำนาจถอดถอนประธานาธิบดี ส.ว.จึงต้องเชื่อมโยงกับประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายอมรับว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ต้องเลือกตั้งเท่านั้น แต่ ส.ว.ไทยมีอำนาจสูงที่สุดในโลก เพราะมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ แต่แต่งตั้งโดยกรรมการที่ผันตัวมาเป็นผู้เล่น และมาจากกรรมการที่ไม่มีความหลากหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โซเชียลมีเดียเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชน ในการหาเสียงตนเดินไปเคาะประตูจะเจอแต่ผู้สูงอายุ ไม่เจอคนวัยทำงาน และได้ถามตลอดว่ามีพรรคการเมืองในใจหรือยัง บางบ้านบอกว่าเลือกลุงตู่ บางบ้านเลือกเพื่อไทย น้อยมากเลือกที่บอกว่าจะเลือกอนาคตใหม่ ทุกบ้านในเขตบางกะปิที่ผมไปเคาะประตูไม่เจอคนที่บอกจะเลือกอนค. แต่คะแนน อนค.มากกว่าผม นี่สะท้อนว่าถ้าเราใช้วิธีการเดิมๆ ก็จะไม่เจอกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพริษฐ์กล่าวว่า หลังเลือกตั้งโซเชียลฯ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีขยายความขัดแย้ง ตนไม่เคยเสียใจกับคำวิจารณ์ด้านลบ ดีใจด้วยซ้ำ เพราะเป็นผลตอบรับที่มีคุณค่า แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือข่าวเท็จ ซึ่งเผยแพร่อย่างรวดเร็ว แม้จะลบทิ้งไปแล้ว แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลทุกประเทศจำเป็นต้องหาทางต่อสู้กับข่าวเท็จอื่น แต่การเซ็นเซอร์เป็นความคิดที่ผิด เพราะสิ่งที่อันตรายกว่าคือการมีชุดข้อมูลชุดเดียว&amp;nbsp;
เด็กเมื่อวานซืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครควบคุมการเขียนข้อมูลได้ก็เขียนประวัติศาสตร์และข้อเท็จจริงได้ การต่อสู้กับข่าวเท็จจึงไม่ควรเซ็นเซอร์ แต่ควรให้ความรู้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้เท่าทัน วิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง ข่าวเขียนอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการมีวิจารณญาณตัดสินใจ และสิ่งที่ต้องกังวลคือถ้าไม่เข้ามาช่วยจูน สังคมจะถูกแบ่งแยกระหว่างไดโนเสาร์กับเด็กเมื่อวานซืน&amp;rdquo; นายพริษฐ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังเลือกตั้งจนถึงวันนี้เป็นผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งคนบางกลุ่มบอกได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน เราพยายามปฏิรูปการเมือง แล้วนี่คือการเมืองที่เราต้องการปฏิรูปใช่หรือไม่ เรากำลังกลับไปสู่การเมืองเก่า หลังเลือกตั้งยังไม่เห็นหน้าตารัฐบาล นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ เราจะเห็นภาพของการต่อรองเพื่อมีอำนาจในรัฐบาล รวมถึงพรรคของตน ซึ่งต่อสู้เพื่อนำนโยบายของพรรคไปผลักดัน เพราะเราสัญญาเรื่องกัญชาไว้ ถ้าให้ไปดูกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงศึกษาธิการคงผลักดันนโยบายไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นคนในพรรคเดียวกันยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง กรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ แตกต่างจากมติพรรค ต้องพูดคุยกันว่าคิดเห็นอย่างไร ไม่ใช่ตั้งกรรมการสอบสวนเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้พรรคอนาคตใหม่อาจต้องไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เกมการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ในอนาคต อนค.หรือพรรคเพื่อไทยอาจมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ภาพการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ อาจจะไม่มีการต่อรองแบบนี้ก็ได้ ภาพการต่อรองที่มองแล้วน่าเบื่อหน่าย เป็นเพราะคนที่เป็นตัวผู้เล่นในการต่อรองยังเป็นผู้เล่นคนเก่า เขาจึงมีทัศนคติแบบเก่าอยู่ จึงไม่แปลกใจที่ยังไม่ได้เห็นวิธีการในการฟอร์มคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เป็นแบบใหม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรวีร์กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งแบบเก่าที่ใช้หัวคะแนนไม่ใช่สีดำหรือสีเทา แต่เป็นช่องทางให้ผู้สมัครติดต่อไปถึงประชาชน อนค.ก็มีหัวคะแนนอยู่ในโซเชียลฯ ใช้การสื่อสารช่องทางใหม่ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เดิมพ่อแม่จะบอกลูกให้เลือกใคร ปัจจุบันลูกบอกพ่อแม่ให้เลือก อนค. เลือกทั้งที่ไม่รู้ว่าผู้สมัครเป็นใคร รู้แค่พรรคใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม นี่คือการพลิกโฉมการเมืองรณรงค์หาเสียงกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การเลือกตั้งปี 54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงเลือกตั้ง กระแสยิ่งลักษณ์ นายกฯ หญิงคนแรกมาแรง ใช้เวลาหาเสียง 50 วัน แต่ครั้งนี้ อนค.มีกระแสแรงกว่า ความตื่นเต้นแปลกใหม่ที่เคยเกิดขึ้นใน กทม. วันนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ใครจะเชื่อว่า ปชป.ไม่ได้ ส.ส.เลยแม้แต่ที่นั่งเดียว วันนี้พลังคนรุ่นใหม่แสดงให้เห็นแล้ว สำหรับพรรค ภท. เราอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านของคนสองรุ่น ซึ่งต้องปรับโครงสร้างและกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆ
สลิ่มกับควายส้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โซเชียลมีเดียเปิดพื้นที่ให้ระบายความคิดหลากหลาย สิ่งที่กังวลไม่ใช่ความต่าง แต่คือจะทำอย่างไรให้คนที่เห็นต่างอยู่ในบ้านเดียวกันได้ ระหว่างคนที่ไม่เอาทหารเลยกับคนที่มองว่าทหารมีความสำคัญต่อปกป้องประเทศและสถาบัน เราจะทำอย่างไรให้คนที่เห็นต่างแบบสุดขั้วอยู่ร่วมกันได้&amp;rdquo; นายกรวีร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กติกาที่ถูกเขียนโดยคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้เจตนารมณ์ในการเลือกตั้งไม่สะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ การจัดตั้งรัฐบาลไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ การเลือกตั้งแทบไม่มีความหมาย พรรคการเมืองและประชาชนบางส่วนยังคงเห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ กรณี ส.ว. 250 คน มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ทำให้การตัดสินใจของพรรค ปชป.และ ภท.เปลี่ยนไป หากไม่มีประเด็น ส.ว. ตนไม่เชื่อว่าปชป.และ ภท.จะเข้าร่วมรัฐบาล ปัญหาที่ตามมาคือรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเรามองไปไกลกว่านโยบายประชานิยมให้เปล่า พรรคเสนอขับเคลื่อนความต้องการของประชาชน เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่การแจกเพื่อแข่งกันที่ตัวเลขเบี้ยต่างๆ เรามีนวัตกรรมทางนโยบาย จากการวิจัยพบว่าคนไทยเล่นหวย 2 แสนล้านบาทต่อปี โดนหวยกินเงินต้นสูญหมด คนแก่ไม่มีเงินเก็บ ทั้งแก่ทั้งจน จึงเสนอนโยบายหวยบำเหน็จ ซื้อหวยได้ลุ้น เงินที่ถูกหวยกินทั้งหมดจะถูกนำไปเก็บในบัญชีส่วนตัว และจ่ายคืนให้เมื่ออายุครบ 60 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเราเห็นระบบอุปถัมภ์และหัวคะแนน ที่ผ่านมามีคนเสนอตัวมาเป็นหัวคะแนนให้เรา แต่เราไม่มีเงิน จึงใช้อาสาสมัครโดยจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หลังเลือกตั้งยังมีการใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ซึ่งไม่แน่ชัดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจหรือจงใจ ผลการนับคะแนนหลายที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งยังเป็นกรณีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ กกต. ต่อจากนี้จะพยายามพัฒนา อนค.ให้เป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ ส่วนการอภิปรายในสภาจะไม่ประท้วงมั่วซั่ว &amp;nbsp;การทำงานในกรรมาธิการจะต้องมีประสิทธิภาพ ไปดูงานแล้วได้อะไรกลับบ้าง ซึ่งจะรายงานผลให้ประชาชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อผู้นี้กล่าวว่า กรณีที่มีการถกเถียงด่าทอในโซเชียลฯ นั้น พรรคจะพยายามสื่อสารไปยังผู้สนับสนุนไม่ให้โจมตีผู้เห็นต่างด้วยถ้อยคำรุนแรง ระหว่างสลิ่มกับควายส้ม ขอให้โต้เถียงกันด้วยเหตุผล ไม่เอาเรื่องวัยหรือทัศนคติมาเป็นข้อหาในการโจมตี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่พรรคถูกโจมตีละทิ้งหลักการประเพณี ล้างสมองเยาวชนนั้น เรารับความหลากหลายทางวัฒนธรรม คำพูดของนายธนาธรอาจเหมือนหัวรุนแรง เพราะพูดว่าไทยแท้ไม่ได้มีหนึ่งเดียว ควรเป็นสากลมากขึ้น พานไหว้ครูเป็นวิธีการแสดงออกของนักเรียน เราคิดว่าการไหว้ครูต้องเป็นความเต็มใจของเด็ก จึงควรมีอิสรภาพในการแสดงออกทางความคิดและไอเดีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, พานไหว้ครูการเมือง, มิตรแท้ย่อมเห็นกันในยามยาก, สู้เต็มที่ไม่มีถอย, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190615/image_big_5d04ec356abaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ะแตก!อดีตผู้สมัครสส.พรรคอนาคตใหม่ เชียร์นักเรียนรุ่นน้องทำพานไหว้ครูล้อการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14มิ.ย.62- เฟซบุ๊ก ยุทธเดช ศรีพรหมทัต ของนายยุทธเดช ศรีพรหมทัต อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 จ.สกลนคร&amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เชียร์นักเรียนที่จัดทำพานไหว้ครูล้อการเมืองที่มีรูปหีบบัตรเลือกตั้ง และ รูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอยู่ในกรงขัง ตั้งอยู่บนพานไหว้ครู พร้อมข้อความระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องๆ สกลราช ไม่ธรรมดา จริงๆ
พลิกรูปแบบ การไหว้ครู เข้ายุคสมัยโดนแท้
คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์สิ่งใหม่
ข้าขอนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายยุทธเดช เป็นศิษยบ์เก่าโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล โรงเรียนประจำจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp; มีเพื่อนเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนสกลราชฯด้วย และในวันที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; มาปราศรัยหาเสียงก่อนวันการเลือกตั้ง ทั้งครูและนักเรียน ก็มารับและพาฟังการปราศรัยด้วย นอกจากนี้มีรายงานว่านายยุทธเดช จะขอลงสมัครนายกอบจ.สกลนคร ที่จะมีขึ้นครั้งหน้านี้โดยสังกัดพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38562</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, พานไหว้ครูการเมือง, ยุทธเดช ศรีพรหมทัต, โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03586455f9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลขาสพฐ.&quot;ชี้เด็กแสดงออกการเมืองได้ แต่ควร รักษาวัฒนธรรม พานไหว้ครูต้องมีดอกเข็ม ดอกมะเขือ ย้ำครูต้องปลูกฝังปชต.ที่ดีให้เด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14มิ.ย.62- นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีการจัดทำพานไหว้ครู ในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่า วันไหว้ครูเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่เนื่องจากว่าขณะนี้มีการจัดทำพานไหว้ครูในลักษณะที่ล้อการเมืองขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นความคิดของนักเรียน โดยตนได้กำชับไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ว่า ขอให้รักษาวัฒนธรรมในส่ิงที่ดั่งเดิม เช่น การใช้ดอกเข็ม ดอกมะเขือ เป็นต้น และฝากให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาได้ดูแลการจัดกิจกรรมให้อยู่ในกรอบที่มีความเหมาะสม เพราะเราต้องยอมรับว่านักเรียนมีความคิดที่หลากหลาย และไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ครูจะต้องให้คำปรึกษาว่าเรื่องไหนมีความเหมาะสม แต่ไม่ใช่การไปจำกัดความคิดของเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีการออกในลักษณะดังกล่าว จะเป็นการสะท้อนภาพการเลือกตั้งในครั้งต่อไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การแสดงออกทางด้านการเมืองนั้น เป็นเรื่องที่เด็กสามารถทำได้ แต่ครูจะต้องเตรียมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย มีกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ เช่น สภานักเรียน เป็นต้น เพื่อที่จะเตรียมตัวเด็กให้มีความพร้อม เพราะหากเด็กแสดงออกถึงความคิดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ข้อจำกัดของบทบาทหน้าที่ในการเป็นพลเมืองที่ดี ก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นตนจึงแจ้งไปยังโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ให้เตรียมการเด็กให้มีความเป็นพลเมืองที่ดี สอดคล้องกับพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 4 ข้อ คือ 1.มีทัศนคติที่ดีต่อชาติบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงมีคุณธรรมจริยธรรม 3.มีงานทำมีอาชีพสุจริต และ4.เป็นคนดีของชาติบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตยจะต้องปลูกฝังตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยทำผ่านกิจกรรมต่างๆ และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะหากปลูกฝังไม่ดี ก็จะส่งผลต่ออนาคต ส่วนกรณีที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนบางคนออกมาพูดว่า เด็กไม่ควรยุ่งกับการเมืองนั้น ผมมองว่าเด็กจะต้องยุ่งการเมืองตั้งแต่ปฐมวัย เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการมีเหตุผล มีสิทธิเสรีภาพ การตัดสินใจ การให้เด็กได้คิดเป็น และชีวิตของมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ ดังนั้นหากเราวางรากฐานที่ดีให้เด็กการเมืองก็จะดีไปด้วย&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38556</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์, ปชต., พานไหว้ครู, พานไหว้ครูการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d031bd47fe6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
