<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 แกนนำนปช.ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.10 พระราชทานอภัยโทษพ้นจากเรือนจำ (ชมภาพชุด)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.63 - เวลา 13.15 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนงามวงศ์วาน ได้มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้ปล่อยตัว 401 คน โดย มี 2 แกนนำ นปช. ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้ คือ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ที่ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ในคดีร่วมชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 2550 และ นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องขังทั้งสอง ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ตามมาตรา 6 (1) บัญญัติว่า ผู้ต้องโทษจำคุก ไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งปี และ (2) (จ) บัญญัติว่า เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีบริบูรณ์ ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกินสามปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ หรือเป็นคนมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ต้องขังจะที่เตรียมการปล่อยตัวจะต้องทยอยเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ในโครงการโคกหนองนา เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ปล่อยตัวไปรอบแรกซึ่งมี นพ.เหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ และ นายวรชัย เหมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิภูแถลง กล่าวภายหลังพ้นเรือนจำว่า ซาบซึ้งใน พระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 10 ส่วนสาเหตุ ที่ออกมาช้าเพราะต้องอบรบโครงการโคก หนอง นา เพราะเป็นเรื่องที่ดีส่วนเรื่องทัศนคติทางการเมืองยังคงชัดเจนเช่นเดิมอำนาจประชาธิปไตยต้องเป็นของคนไทย และ รัฐบาลจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพื่อเดินหน้าทางการเมือง ซึ่งการเมืองทุกวันนี้เดินทางมาไกลกว่าคำว่าเสื้อเหลือง-เสื้อแดงแล้ว แต่จะต้องเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพายัพที่ ระบุว่า ส่วนตัวเข้าคุก มาหลายรอบแล้ว แต่ในเรื่องของอุดมการณ์ก็ยังมั่นคงและชัดเจนเช่นเดิม ยอมรับว่า ปัจจุบันการเมืองเป็นหน้าที่ของรุ่นลูก รุ่นหลานที่จะต้องกำหนดอนาคตของประเทศแล้ว ขอให้คนรุ่นใหม่เดินหน้าประชาธิปไตยในทางที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;


	ข่าวดีเสื้อแดง!กรมราชทัณฑ์จ่อปล่อยตัว 2 แกนนำนปช.พ้นเรือนจำ


&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยูดีดีนิวส์ - UDD news ว่ามีข่าวดีคือ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อปี 2550 และนายพายัพ ปั้นเกตุ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552 โดยทั้งนายวิภูแถลงและนายพายัพ ได้ผ่านการอบรมโครงการ โคก-หนอง-นา เรียบร้อยแล้วและจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 63 นี้ ระหว่างเวลา 09.00 - 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวด้วยว่าสำหรับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั้นยังคงอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิถูกเบิกตัวจากเรือนจำฯ เพื่อขึ้นศาลตามนัดสืบพยานคดีการชุมนุมทางการเมืองปี 2552 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดังนั้นเมื่อกลับเข้าเรือนจำจึงต้องมีการกักตัวในสถานการณ์โควิดเป็นเวลา 14 วัน &amp;nbsp;หลังจากกักตัวครบกำหนดแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะได้เข้าเยี่ยมนายณัฐวุฒิครั้งต่อไปในวันไหน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79388</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร, ธิดา, นปช, นปช., พายัพ ปั้นเกตุ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย, เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f783a6f733dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีเสื้อแดง!กรมราชทัณฑ์จ่อปล่อยตัว 2 แกนนำนปช.พ้นเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ยูดีดีนิวส์ - UDD news ว่ามีข่าวดีคือ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อปี 2550 และนายพายัพ ปั้นเกตุ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552 โดยทั้งนายวิภูแถลงและนายพายัพ ได้ผ่านการอบรมโครงการ โคก-หนอง-นา เรียบร้อยแล้วและจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 63 นี้ ระหว่างเวลา 09.00 - 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวด้วยว่าสำหรับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั้นยังคงอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิถูกเบิกตัวจากเรือนจำฯ เพื่อขึ้นศาลตามนัดสืบพยานคดีการชุมนุมทางการเมืองปี 2552 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดังนั้นเมื่อกลับเข้าเรือนจำจึงต้องมีการกักตัวในสถานการณ์โควิดเป็นเวลา 14 วัน &amp;nbsp;หลังจากกักตัวครบกำหนดแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะได้เข้าเยี่ยมนายณัฐวุฒิครั้งต่อไปในวันไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79080</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นปช., พายัพ ปั้นเกตุ, วิภูมิแถลง พัฒนภูมิไทย, เสื้อแดง, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f741b9b4ddb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่หนีแค่หลบตั้งหลัก! แกนนำนปช.จ่อเข้ามอบตัวรับโทษคุก 4 ปีล้มประชุมอาเซียนฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสิต สินธุไพร,อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,พายัพ ปั้นเกตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62 - จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ย. &amp;nbsp;ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 &amp;nbsp;โดยพิพากษาให้จำคุกจำเลย 11 คน เป็นเวลา 4 ปีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำหลังศาลอ่านคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยอีก 10 คนประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,นายนพพร นามเชียงใต้ ,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ,นายนิสิต สินธุไพร ,นายสำเริง ประจำเรือ &amp;nbsp;,นายสิงห์ทอง บัวชุม,นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี ,นายวรชัย เหมะ ,นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;,นายวัลลภ ยังตรง ,นายพิเชฐ สุขจินดาทอง &amp;nbsp; ไม่ได้เดินทางเข้าฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอริสมันต์ ,นายวัลลภ &amp;nbsp;ระบุว่ามีอาการป่วยแสดง อย่างไรก็ตามศาลจังหวัดพัทยา เห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พ.ต.ท.ไวพจน์ ,นายสำเริง ,นายวรชัย ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหลงข่าวจากนปช. เปิดเผยว่าแกนนำส่วนใหญ่ ไม่คิดจะหนีโดยไม่รับโทษ เพียงแต่ในวันพิพากษาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.นั้น ประเมินกันว่าศาลอาจจะเลื่อนอาจคำพิพากษาออกไป จึงไม่เดินทางไปศาล แต่พอมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปีทำให้ตั้งตัวกันไม่ทัน &amp;nbsp;จึงขอตั้งหลักสักพักแล้วจะทยอยเข้ามอบตัวเร็วๆนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45711</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, นปช., นิสิต สินธุไพร, พายัพ ปั้นเกตุ, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7c44221491c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ร้าวหนัก!ก๊วนแดงส่อยกทีมไม่ช่วยหาเสียง หลังถูกจัดลำดับหมดลุ้นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&#039;พายัพ&#039;น้อยใจถึงขั้นออกจากไลน์กลุ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 &amp;nbsp;- รายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เปิดเผยว่า ภายหลังมีการเปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่5ก.พ. ปรากฏว่าหลายคนที่ถูกมองว่าจัดวางลำดับไม่เหมาะสม อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช ลำดับที่ 18 นายประภัสร์ จงสงวน ลำดับที่ 26 นายสุธรรม แสงประทุม ลำดับที่ 28 &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 29 นายพายัพ ปั้นเกตุ ลำดับที่ 41 นพ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 55 และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับที่ 56 ซึ่งทุกคนช่วยพรรคหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมานั่งลุ้นว่าคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะถึงลำดับของตัวเองหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องใช้บุคคลที่มีประสบการณ์มาช่วยพูดในสภาเป็นเรื่องสำคัญ ดูจากรายชื่อแล้ว คงไม่มีความหมายอะไรแล้ว ถ้าคิดว่าจะเอาคนใกล้ชิดหรือเพื่อนลูกๆ มาเป็นส.ส. อย่างนั้นก็ให้ลงพื้นที่หาเสียงกันเอง อยากจะรู้ว่าจะมีคะแนนหรือเปล่า เดินลงพื้นที่มีชาวบ้านรู้จักหรือไม่&amp;quot; ผูัสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคทษช. ผู้หนึ่งระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวย้ำอีกว่า ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ บางคนแสดงความไม่พอใจ &amp;nbsp;เมื่อรู้ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร ก็ไม่รับโทรศัพท์ไม่ร่วมประชุมกับพรรค บางคนได้แต่บ่น แม้รู้ว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะกระบวนการมันจบไปแล้ว มีการยื่นบัญชีรายชื่อให้กับกกต.ไปเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;แต่หลังจากนี้ผู้สมัครที่ไม่พอใจคงจะมีการเกียร์ว่าง ไม่ร่วมประชุม เพราะคงไม่มีใครอยากช่วยงานแล้ว และคงจะมีการลาป่วยกันหลายคน &amp;nbsp;อย่างนายพายัพ ปั้นเกตุ น้อยใจถึงกับออกจากไลน์กลุ่มพรรคไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ17 พรรคไทยรักษาชาติ และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงความเป็นห่วงจากกรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคว่า คงไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ หลายคนเคารพกติกา คณะกรรมการสรรหาว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แม้จะมีไม่ชอบบ้างเล็กน้อย อยากให้เพื่อนสมาชิกอดทน เดินหน้าต่อไป งานสู้เผด็จการสำคัญกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ, พายัพ ปั้นเกตุ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a8ba857b69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พายัพ&#039;จวกรัฐบาลหว่านเงินแจกชาวบ้านหวังคะแนนเสียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ธ.ค. 2561 O นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลคสช.เตรียมทุ่มเงินงบประมาณแจกประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่2562 นี้ ว่า เรื่องนี้ไม่เกินความคาดหมาย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อในรัฐบาลหน้าอยู่แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่ารัฐบาลคสช.จะใช้งบประมาณมากมายนับแสนล้านบาท ทั้งที่เป็นงบประมาณจากการจัดเก็บภาษีจากประชาชน และเงินกู้จากต่างประเทศที่มีมากถึง6.7 ล้านล้านบาท การที่รัฐบาลจะใช้วิธีแจกเงินผ่านบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางหาหมอ ค่าเช่าบ้านคนแก่ ค่าน้ำมันรถมอร์เตอร์ไชด์รับจ้างและอื่นๆเป็นเงินประมาณ 82,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ข้าราชการย้อนหลังทั้งเบี้ยประชุม ค่าเช่าบ้าน และสวัสดิการอื่นๆ และยังมีโครงการแจกถนนยางพารา นัยว่าเป็นการกระตุ้นราคายางในประเทศอีกหมู่บ้านละ หนึ่งกิโลเมตรรวม 76,000 หมู่บ้าน ชึ่งเป็นโครงการที่ไม่มีความพร้อมเสี่ยงต่อการสูญเสียและทุจริตมาก รวมถึงโครงการอุดหนุนช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรท้ังข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงมากในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษผฐกิจตกต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพายัพ กล่าวว่า การใช้จ่ายที่มุ่งเรางเห็นผลแต่หวังผลระยะสั้นทางการเมือง สร้างคะแนนนิยมทางการเมือง ขาดแบบแผน ฟุ่มเฟื่อย ไม่กระตุ้นเศรผษฐกิจ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ประชาชาติ และเศรฐกิจปากทางประชาชนในระยาว มีแต่ผลเสียไม่มีผลดีต่อประเทศเลย ทั้งยังผิดวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง รัฐบาลคสช.จึงควรเห็นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ตนเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23279</URL_LINK>
                <HASHTAG>คไทยรักษาชาติ (ทษช.), พายัพ ปั้นเกตุ, รัฐบาลคสช., หวังคะแนนเสียง, แจกเงินประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97295862c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิ้งพท.หนี&#039;เจ๊หน่อย&#039; อ๋อย-เหลิม-พิชัยจ่อซบ&#039;ทรช.&#039; พลังประชารัฐเดินสาย4ภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ระส่ำหนัก! แกนนำ-อดีต ส.ส.ไหลแห่ซบพรรคอะไหล่ หึ่ง &amp;quot;ลูกเจ๊เบียบ&amp;quot; จ่อขึ้นหัวหน้าไทยรักษาชาติ &amp;quot;ลูกพายัพ-ลูกพิชัย&amp;quot; มาร่วมด้วย เฉลยแล้วเหตุทิ้ง พท.ไม่อยากร่วมงานกับ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; สะพัด &amp;quot;อ๋อย-พิชัย-นพดล-ปลอด-เหลิม&amp;quot; จ่อเผ่นหนีไปซบ ทรช.ด้วย &amp;quot;วรวัจน์&amp;quot; รับไป ทรช.แล้ว จับตาวันเปิดตัวจะมีสมาชิก พท.หลายคนไปร่วม &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ลั่นพร้อมเล่นการเมืองตั้งแต่เกิดเป็นลูกทักษิณ &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ควง &amp;quot;แม่สมพร&amp;quot; ลงพื้นที่เยาวราช การันตีลูกชายไม่เข้าไปกอบโกย &amp;quot;ปณิธาน&amp;quot; ยันพร้อมเปิดทางต่างชาติมาสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ (ทรช.) ว่า ในวันที่ 7 พ.ย.นี้จะมีการเปิดตัวพรรคและผู้ที่จะมาร่วมงานการเมืองด้วยเป็นครั้งแรกที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ จุดประสงค์การทำพรรคดังกล่าวเพื่อชูภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ เน้นคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อเป็นหลัก นำคะแนนไม่ทิ้งน้ำมาคำนวณเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนระบบเขตที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีความแข็งแกร่งด้านผู้สมัคร เน้นทางด้านนี้ไป ซึ่งคนที่มาร่วมงาน ทรช.จะเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่จาก พท.เดิม และอีกหลายพรรคการเมืองมีทั้งในส่วนที่เป็นลูกหลานทายาทนักการเมือง และคนรุ่นใหม่จากแวดวงนักธุรกิจในวัยไม่เกิน 45 ปีเป็นหลัก อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายนายพิชัย, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของหัวหน้าพรรค ทรช.นั้นกำลังเร่งพิจารณา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือก ร.ท.ปรีชาพลขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ยังมีการทาบทามนายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บุตรชายนายยงยุทธให้มาร่วมงานด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า พรรค ทรช.ตั้งขึ้นมาไม่เพียงเน้นคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นหลัก ส่วนหนึ่งยังหวังดึงคะแนนนิยมจากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคด้วย ผ่านการชูนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ที่จับต้องได้ กับอุดมการณ์ที่แน่วแน่ทางประชาธิปไตยไปพร้อมกัน ในส่วนของแกนนำพรรค พท.ที่ปรากฏชื่อก่อนหน้านี้ทั้งนายนพดล ปัทมะ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในวันนี้ต่างยังเป็นสมาชิกพรรค พท. แต่ในวันข้างหน้ายังไม่แน่ชัดว่าจะไปร่วมงานกับพรรค ทรช.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พท.เผยว่า หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้ามาทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ทำให้แกนนำพรรคอดีต ส.ส.หลายคนที่มีแนวคิดทางการเมืองนโยบาย และยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่แตกต่างออกไปเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ล่าสุด นายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายนายพิชัยที่เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ ก็อยู่ระหว่างตัดสินใจจะไปร่วมงานกับพรรค ทรช.เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์คนสำคัญพรรคเพื่อชาติ (พช.), &amp;nbsp;นายสมชาย-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อธรรม (พธ.) ต่างแยกออกไปทำงานการเมืองของตัวเอง โดยสาเหตุหนึ่งเนื่องจากมีความคิดเห็นไปคนละทางกับคุณหญิงสุดารัตน์ ขณะเดียวกันได้ส่งคนสนิทประสานอดีต ส.ส. สมาชิกพรรค พท.บางคนที่สนิทสนมกันให้ไปร่วมงานการเมืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นที่รับรู้มาโดยตลอดว่ามีความแตกแยกทางความคิดกับคุณหญิงสุดารัตน์อย่างรุนแรง แม้วันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่ก็ได้ปรึกษากับคนใกล้ชิดถึงอนาคตทางการเมืองว่าจะยังร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มีรายงานว่า แกนนำพรรค พท.ที่ตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรค ทรช.ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายนพดล ปัทมะ, นายปลอดประสพ สุรัสวดี แต่ในการประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ทรช.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ย.นี้ จะยังไม่มีการเปิดตัวอดีตรัฐมนตรีของพรรค พท. แต่จะมีอดีต ส.ส.ของพรรคไปร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรค พท.กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากพรรคไปร่วมงานกับ ทรช.ว่า ในวันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรค พท. ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาเพิ่งทราบ ขอพิจารณาอีกสักระยะ
&amp;#39;วรวัจน์&amp;#39; ทิ้ง พท.ซบ ทรช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรค พท.เปิดเผยว่า ได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะมีนักการเมืองคนรุ่นใหม่จาก พท.ส่วนหนึ่งไปร่วมงานกับ ทรช.ด้วย ตนจะเข้าไปช่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคเป็นหลัก ส่วนความกังวลจากชาวบ้านที่ดูแล้วจะนิยมพรรค พท.มากกว่านั้น คงแล้วแต่ชาวบ้านอยู่ที่ตัวบุคคลกับการอธิบาย ทั้งนี้ไม่ใช่ความแตกแยกหรือไม่พอใจแกนนำพรรคบางคน อาจเป็นเรื่องของแนวคิดทางด้านนโยบายของแต่ละท่านและหลายสาเหตุ ทำให้เราต้องช่วยกันคนละฝั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวออกมาจะสร้างแบรนด์ให้พรรค ทรช.เป็นพรรคคนรุ่นใหม่ นายวรวัจน์กล่าวว่า &amp;quot;ไปในทางคนรุ่นใหม่ ขอให้จับตาดูดีๆ ไม่แน่พรรค ทรช.จะได้คะแนนนิยมกลายเป็นพรรคอันดับ 2 เลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข่าวว่าจะมีการผลักดันทายาททางการเมืองทั้ง ร.ท.ปรีชาพล, นายมิตติ ให้มีตำแหน่งในพรรค ทรช.ด้วย นายวรวัจน์บอกว่า &amp;quot;ขอให้รอดูการเปิดตัวในวันที่ 7 พ.ย.ที่จะมีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยเดิมไปร่วมเปิดตัวหลายคน ส่วนบุคคลต่างๆ ขอให้รอดูทีเดียวในวันดังกล่าว หากบอกออกไปนักข่าวรู้หมด เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น ยืนยันไม่ใช่การฮั้วกันของสองพรรคการเมืองระหว่าง พท.กับ ทรช. เพราะต่างคนต่างดำเนินการ แต่ในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเราอาจใกล้ชิดกัน เพราะอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่พรรคไทยรักไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรค พท. และหนึ่งใน ส.ส.ที่สนิทสนมกับ ร.ต.อ.เฉลิม เปิดเผยถึงกระแสข่าวเตรียมไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้พบกับ ร.ต.อ.เฉลิม แต่ไม่ได้พูดอะไรถึงกระแสข่าวดังกล่าว ส่วนตนยังอยู่กับพรรค พท.ต่อไป อยู่กับพรรคนี้มาตั้งแต่ต้นจะกระโดดไปที่อื่นไม่ได้ ยอมรับว่าชาวบ้านเริ่มรับรู้ถึงการก่อตั้งพรรค ทรช.บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความสงสัยในพรรคดังกล่าวเหมือนกับตน หากมีการประชุมพรรคคราวหน้าจะขอสอบถามในที่ประชุม แต่คงไม่ได้จะตั้งขึ้นมาเพื่อฮั้วกัน จะมีความผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องการเข้าทำงานการเมืองนั้น ตนก็มีความพร้อมตั้งแต่เกิดเป็นลูกของนายทักษิณแล้ว พร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ส่วนเรื่องที่อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะแยกตัวไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล เรื่องที่มีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายรายจะแยกออกไปตั้งพรรคใหม่นั้นยังไม่ชัดเจนอะไร เอาเป็นว่าสนับสนุนทุกพรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตย ส่วนคนที่จะสืบทอดอำนาจนั้นตนไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมองสถานการณ์ทางการเมือง พร้อมที่จะเข้ามาทำงานการเมืองกับครอบครัวตระกูลชินวัตรเต็มตัวหรือยัง นายพานทองแท้กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ ขอดูจังหวะที่เหมาะสม &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคการเมืองแรกที่สนใจจะไปทำงานด้วยคือพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ นายพานทองแท้ กล่าวว่า ลงลึกในรายละเอียดไป ยังพูดอะไรไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.ปฏิเสธกระแสข่าวอดีตรัฐมนตรีของพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรค ทรช. แต่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญวางกติกา ทำให้นักการเมืองที่ต้องการรับใช้ประชาชนต้องหาทางเลือกเพื่อให้ได้ทำหน้าที่ต่อไป หากจะมีแกนนำของพรรค พท.ย้ายไปจริงก็ไม่ใช่ความแตกแยก แต่เป็นสิทธิที่ทุกคนจะเลือกตัดสินใจอนาคตของตัวเอง เชื่อว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคพท.และพรรค ทรช.จะไม่ถูกมองเป็นการฮั้วกันทางการเมือง เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้ออกแบบให้การเมืองเป็นลักษณะนี้ ส่วนการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรค พท.จะเน้นพื้นที่ที่มั่นใจ แต่ไม่ทราบแนวทางของพรรค ทรช.ว่าจะส่งผู้สมัครอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า แกนนำที่ย้ายออกไปมีความขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย
ปัดข่าวแกนนำทิ้ง พท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรค พท.ปฏิเสธกระแสข่าวลือการย้ายพรรคของสมาชิกพรรค พท.บางคน เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;จากการสอบถามแกนนำพรรค พท.ส่วนใหญ่ ยืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่กับพรรค พท.โดยไม่เคยมีความคิดจะย้ายพรรค และไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ และยังพร้อมที่จะร่วมมือกันนำพาพรรค พท.ไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งแกนนำยืนยันว่าไม่คิดจะย้ายพรรค ล้วนแต่เป็นผู้มีอาวุโสทางการเมืองสูง เช่น นายโภคิน พลกุล, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และตน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความแตกแยกตามข่าวลือ ส่วนใครที่ตัดสินใจย้ายพรรคถือเป็นดุลยพินิจส่วนตัว แต่ไม่ได้เป็นเพราะมีความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม มีความเป็นสถาบัน ใครมาเป็นผู้นำก็ต้องเดินตามนโยบายของพรรคตามที่เห็นร่วมกัน และทุกคนในองค์กรก็มีความเชื่อมั่นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งจะนำพาพรรคให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งได้&amp;quot; นายวัตนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เป็นการรู้กันทั่วไปรัฐบาล คสช.ต้องการสืบทอดอำนาจ อยากเป็นรัฐบาลต่อ คนที่เป็นนายกฯ ในขณะนี้ที่มาจากการยึดอำนาจรัฐประหารก็อยากอยู่ต่อ มีการเตรียมการใช้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำคะแนนหรือปั่นคะแนนให้ฝ่ายตนเองชนะเลือกตั้ง คราวนี้การเลือกตั้ง กกต.จะใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำหน่วย หมู่ใครหมู่มัน กกต.จะเลื่อนปิดหีบออกไปจนถึงห้าโมงเย็น ตั้งใจให้ประชาชนไปลงคะแนนจริงๆ หรือจะปั่นคะแนนใส่หีบให้ใครหรือไม่ &amp;nbsp;จะซื้อยกหน่วยอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ถ้ากรรมการประจำหน่วยคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกชาวบ้านจับได้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอเผยแพร่ คนรับกรรมคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะถูกดำเนินคดีจะติดคุกแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมทินิดี แอท บางกอก กอล์ฟ คลับ จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อธรรม นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการพรรคร่วมประชุมใหญ่วิสามัญ มีสมาชิกจำนวน 300 คนร่วมประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ยินดีที่จะมีอดีต ส.ส.เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ที่ถูกมองว่าจับมือกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติหรือไม่นั้น ความจริงแล้วคนละพรรคกัน คนอื่นจะเข้าใจอย่างไรหรือคิดอะไรคงไปควบคุมไม่ได้ พรรคจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้การสนับสนุนพรรคอย่างไร คาดว่าคงจะได้ ส.ส.เกิน 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปากซอยแปลงนาม ถนนเยาวราช นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค, นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค, นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;มารดาของนายธนาธร, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมคณะทำงาน ออกเดินเพื่อพูดคุยพบปะกับประชาชน พร้อมรับสมัครสมาชิกพรรค ภายใต้แคมเปญ &amp;quot;กรุงเทพขยับ&amp;quot; โดยเป็นการเดินระยะทาง 1.3 กม. ตั้งแต่ปากซอยแปลงนามเข้าสู่ย่านสำเพ็ง ก่อนกลับมายังร้านกาแฟเอี๊ยะแซภายในซอยวัดเกาะ โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนในย่านเยาวราชให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า สาเหตุที่เราเลือกพื้นที่เยาวราชเพราะเป็นพื้นที่ใกล้กับย่านบางรัก ซึ่งเป็นย่านที่ตนและครอบครัวอาศัยในวัยเด็ก จึงเป็นการดีที่จะเริ่มจากพื้นที่ที่เราเติบโตมา ซึ่งผลตอบรับในวันนี้ถือว่าดีมาก
สมพรการันตีลูกชายไม่โกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการเดินในวันนี้จะมีประชาชนต่อต้านเหมือนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายธนาธรกล่าวว่าไม่กังวล เราทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เราเองไม่ได้ทำอะไรให้ประชาชนรู้สึกโกรธแค้น เราจะยืนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และต้องการเอาประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นตนเชื่อว่าเราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวันที่ 22 พ.ย.ที่ กกต.จะเชิญพรรคการเมืองร่วมหารือมีข้อกังวลหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ยังไม่มี แต่กลัวอย่างเดียวว่า กกต.จะใช้พรรคการเมืองในการประชุมครั้งนี้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้ง หรือพยายามขุดหาข้ออ้างอื่นๆ อีกมากมาย แต่หากเงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมืองแล้ว คสช.คงไม่มีข้ออ้างใดๆ จะมาเลื่อนเลือกตั้งอีกแล้ว เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ.ตามคำกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสมพรกล่าวว่า แน่นอนว่าตนอยากเห็นลูกชายประสบความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางการเมือง ตนกล้าการันตีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้หวังเข้ามาเล่นการเมืองเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ เพราะเขาไม่ได้ต้องการ แต่เขาต้องการเข้ามาช่วยสังคม และคิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีระดับหนึ่ง ขณะที่พื้นเพของครอบครัวเราเองไม่ได้โตมาจากสายการเมือง ที่ต้องเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เพื่อถอนทุน พอถามเขาว่าจะเลือกอะไรระหว่างบริษัทกับประเทศไทย เจ้าตัวตอบทันทีว่าประเทศไทย จึงเข้าใจในความตั้งใจของลูกชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดหลักสูตรและทีมงานสถาบันปัญญาประชารัฐ 14 คน &amp;nbsp;โดยมีนายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคและว่าที่กรรมการบริหารพรรคร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นได้กำหนดลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนและเปิดรับสมาชิกพรรคใน 4 ภาค โดยเริ่มที่ภาคอีสาน คือ จ.ขอนแก่นเป็นที่แรก ในวันที่ 17-18 พ.ย. จากนั้นวันที่ 24-25 &amp;nbsp;พ.ย.ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วันที่ 1-2 ธ.ค.ภาคใต้ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันที่ &amp;nbsp;15-16 ธ.ค.เพื่อรับฟังปัญหาที่จะนำมาปลดล็อก หากหลังเลือกตั้งพรรคได้เป็นรัฐบาลจะได้นำตรงนี้ไปทำให้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกอบศักดิ์กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย.ตนจะเปิดทีมประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงทีมโฆษกพรรค ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้แนะนำทีมงานทั้ง 14 คน โดยมีนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตรร่วมแนะนำตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ Mirror Caf&amp;#39;e มูลนิธิกระจกเงา ถ.แจ้งวัฒนะ พรรคสามัญชนจัดงานเปิดตัวพรรคในชื่อกิจกรรม &amp;nbsp;&amp;quot;งานเปิดบ้านสามัญชน สามัญชนเดินหน้า WE WALK TO WE VOTE&amp;quot; เพื่อแถลงแนวคิดและจุดยืนของพรรค พร้อมการอภิปรายจากสมาชิกพรรคที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยมีนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ว่าที่หัวหน้าพรรค, นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ ว่าที่เลขาธิการพรรค, น.ส.ชุมาพร &amp;nbsp;แต่งเกลี้ยง ว่าที่รองหัวหน้าพรรค, นายปกรณ์ อารีกุล ว่าที่โฆษกพรรค และมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรค &amp;nbsp;อาทิ นายจอน อึ๊งภากรณ์, นายนิมิตร เทียนอุดม เป็นต้น
&amp;nbsp;ต่างชาติสังเกตการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังฝ่ายการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวได้ว่า การประเมินทำตามวงรอบ โดย พล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ประเมินใกล้ชิด ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะกิจกรรมทางการเมืองมีเพิ่มขึ้นและบางรูปแบบซับซ้อนขึ้น &amp;nbsp;เรื่องการใช้สื่อสมัยใหม่ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่เสมอ ดังนั้นการสรุปว่ามันกระทบกระเทือนความมั่นคงหรือไม่จะเป็นกุญแจในการปฏิบัติงาน หากอะไรไม่กระทบหรือเป็นเรื่องการเปิดพื้นที่จะต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นในการฟัง ฝ่ายความมั่นคงคงไม่มีปัญหาอะไร เข้าใจดีว่าเป็นฤดูกาลหาเสียง แต่อะไรที่กระทบและเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับที่มีอยู่แล้ว เช่นการยุยงปลุกปั่น ตรงนี้ทำไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์ในลักษณะรุนแรงตอนนี้ยังไม่มี ยังเฝ้าระวังปกติ และเตรียมพื้นที่เมื่อมีการกำหนดพื้นที่หาเสียงชัดเจน เพื่อฝ่ายความมั่นคงจะได้เข้าไปทำงานในพื้นที่ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานกล่าวว่า สำหรับการปลดล็อกทางการเมือง พล.อ.ประวิตรย้ำชัดว่าอยากเห็นพัฒนาการที่ชัดในเดือน ธ.ค.นี้ และพรรคการเมืองมุ่งหวังที่จะให้ปลดล็อกในเดือนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย นายปณิธานกล่าวว่าเป็นเรื่องของ กกต. ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ทำเรื่องขอเข้ามาสังเกตการณ์หลายองค์กรแล้ว บางหน่วยงานได้พบปะพูดคุยกับ กกต.แล้ว พร้อมยื่นหนังสือแสดงความต้องการเข้ามาสังเกตการณ์ เราตั้งข้อสังเกตว่าการเข้ามาสังเกตการณ์ทำได้ในหลายรูปแบบ เพราะมีสถานทูตต่างประเทศในไทยที่สามารถเข้ามาสังเกตการณ์ได้ว่าเป็นอย่างไร ไม่ใช่ดูเฉพาะวันเลือกตั้ง ควรมาดูตั้งแต่ตอนนี้ที่มีขั้นตอนการเลือกผู้บริหารพรรค องค์กรเอกชนก็เข้ามาได้เลย เพื่อทำให้บรรยากาศชัดเจนโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวตอนหนึ่งระหว่างนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำประชาคมวิจัยทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย จำนวน 500 คนเข้าพบ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับนักวิจัยด้าน Bio-Circular-Green (BCG) Economy เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า ประชาธิปไตยก็คือประชาธิปไตย ยังไงก็ต้องไปตรงนั้นอยู่แล้ว วันนี้ผมถือว่าประชาธิปไตยเต็มที่ ใครจะด่าว่าอะไรผมรับหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แม้กระทั่งโครงการไทยนิยมหลายคนบอกไม่เกิดประโยชน์ ใช้งบ 2 แสนต่อหมู่บ้าน ตนไม่ได้รับรองว่าผิดหรือถูก แต่พูดในหลักการว่าเรานำลงทุกหมู่บ้าน นี่คือหลักการที่หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำแบบจีน ก็นี่แหละคือสิ่งที่เขาทำในประเทศเขา และประยุทธ์นี่แหละนำมาทำ ตนก็รู้จักเขาเอาคนไปทำประชาคมหมู่บ้าน ให้เขาเลือกจะทำอะไรกับเงิน 2 แสน อย่ามาบอกว่างบไทยนิยมไม่เกิดประโยชน์ เป็นการเอาไปหาเสียง แล้วเอาไปหาเสียงกับใคร หลายอย่างบิดเบือนผิดเพี้ยนไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อย่าไปเครียด เครียดมากๆ มันไม่ไหว ทรมาน แต่ก่อนผมก็หงุดหงิดเรื่องนี้เรื่องโน้น ผมเป็นทหาร ด่าผมมากๆ ผมก็โมโห ทหารมันด่ากันไม่ได้ แต่ผมก็ต้องปรับตัว เพราะเขาบอกว่าเป็นนักการเมืองต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ไม่จำเป็นต้องหน้าด้านหน้าทน แต่ผมเอาความดีเข้ามาสู้ เวลาไปต่างประเทศทุกประเทศเขาจับมือกับผมจนเจ็บมืออยู่แล้ว แล้วบอกว่าไม่มีคนคบ เจ็บมือยังไม่หายเลย เดี๋ยวกำลังจะไปอีกก็โดนจับมืออีก ถ้าเขาไม่อยากคบผม เขาจะจับมือกับผมทำซากอะไร&amp;quot; นายกฯ กล่าวและว่า ระวังอย่าไปเป็นเหยื่อเขาก็แล้วกัน ทำให้บ้านเมืองปลอดภัยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเลือกตั้งและก็หลังเลือกตั้งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดนักการเมืองและพรรคการเมืองพูดคุยในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ว่า &amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งลงมาหรือยัง ถ้ายังก็จบ พระราชกฤษฎีกามาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ส่วนช่วงหาสมาชิกมีการสาดโคลนกันนั้น สื่อก็ไปบอกเขาว่าอย่าทำสิ ไปบอกให้หยุด ส่วนจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ แล้วจะให้ตนทำอย่างไร ก็ไม่ได้ทำอะไร คุณอยากจะด่ากันก็ด่ากันไปเถอะ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงก็จะเป็นอย่างนี้ ประชาชนก็เลือกกันเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, ปณิธาน วัฒนายากร, พชร นริพทะพันธุ์, พรรคไทยรักษาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายัพ ปั้นเกตุ, พิชัย นริพทะพันธุ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, วัฒนา เมืองสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ ศรีพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05accca566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วแฉบีบกำนัน-ผญบ.ปั่นคะแนน เอื้อพรรคคสช.ชนะเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เป็นการรู้ทั่วไป รัฐบาล คสช. ต้องการสืบทอดอำนาจอยากเป็นรัฐบาลต่อ คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ที่มาจากการยึดอำนาจรัฐประหารก็อยากอยู่ต่อ ลงทุนขึ้นดอยโล้เถาวัลย์กับชาวเขาก็เอา เพียงแค่ได้ยินนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดว่าฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้ 300บวก รองนายกฯบอกเป็นการทำลายความมั่นคงรัฐบาลและสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบ เตรียมชี้ว่าเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ซึ่งประธาน กกต. รีบขานรับบอกเข้าข่าย ทั้งที่องค์กรอิสระต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ดำรงความยุติธรรมไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ การที่เตรียมการใช้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำคะแนน หรือปั่นคะแนนให้ฝ่ายตนเองชนะเลือกตั้ง อย่าคิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้ คิดว่าประชาชนจะยอมให้ทำง่ายๆ คราวนี้การเลือกตั้ง กกต. จะใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำหน่วย หมู่ใครหมู่มัน หรือถ้าประชากรน้อยก็สองสามหมู่รวมกัน โดยเฉพาะการเลื่อนเวลาปิดหีบเลือกตั้ง จากที่เคยให้ประชาชนไปลงคะแนนเช้าแปดโมง ปิดหีบบ่ายสามโมงเย็น แต่ กกต. จะเลื่อนปิดหีบออกไปจนถึงห้าโมงเย็น ตั้งใจให้ประชาชนไปลงคะแนนจริงๆ หรือจะปั่นคะแนนใส่หีบให้ใครหรือไม่ จะซื้อยกหน่วยอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ถ้ากรรมการประจำหน่วยคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกชาวบ้านจับได้ถ่ายคลิปถ่ายวีดีโอเผยแพร่ คนรับกรรมคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะถูกดำเนินคดีจะติดคุกแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., พท., พายัพ ปั้นเกตุ, รัฐบาล, เพื่อแม้ว, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7eb9572f733.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
