<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นจมบาดาลรอบ3! &#039;คมปาซุ&#039;ถล่มท่วมศูนย์ราชการมัญจาคีรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในเขตเทศบาลเมืองมัญจาคีรี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ยังคงมีระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ หลังจากมวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้หนุนเข้าท่วมตัวเมืองมัญจาคีรีซ้ำเป็นรอบที่ 3 หลังจากหมดพายุเตี้ยนหมู่ ก็เข้าสู่พายุไลออนร็อก และมาต่อพายุคมปาซุลูกนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำที่ท่วมในรอบนี้อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp; 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะในเขตศูนย์ราชการของ อ.มัญจาคีรี ทั้งตัวที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจ, กศน., ไปรษณีย์ , สำนักงาน พช, ตลาดสด และหน่วยงานราชการ ต่างๆ รวมไปถึงทั้งบ้านเรือนประชาชนต่างถูกมวลน้ำไหลเข้าท่วม และมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรุณี โคตะเป อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 409/17 บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp; น้ำที่เห็นนี้เป็นน้ำที่มาจาก จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้ไหลเข้ามาท่วมเป็นรอบที่ 3 แล้ว ครั้งแรกประมาณปลายเดือนกันยายน ฝนตกน้ำท่วมสองวันน้ำก็ลด พื้นแห้ง จึงช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ผ่านไป 2 วันน้ำชีมา ก็ท่วมอีกเป็นครั้งที่ 2และเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 3 น้ำก็ไหลเข้ามาในบ้านอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช้าวันนี้พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอีก ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนจมอยู่ในน้ำ เนื่องจากขนย้ายออกตั้งแต่น้ำมารอบแรกไม่ทัน โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา&amp;nbsp; ครอบครัวได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเพราะน้ำแห้งไปแล้ว และกำลังจะขนย้ายตู้เสื้อผ้าที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหายไปทิ้ง แต่วันนี้น้ำไหลเข่าท่วมอีกรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งถามว่าลำบากไหมก็ลำบาก แต่ยังมีคนที่ลำบากกว่า เราก็ทำได้แค่บอกตัวเองว่าสู้ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสู้ๆ เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ตนเองและครอบครัวได้หลับนอนอยู่บนตึกของโรงพัก โดยทาง พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี ได้ใช้ห้องของตึกโรงพักชั้น 3 และ ชั้น 4 เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;quot; นางอรุณี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธนา&amp;nbsp; งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า ได้เปิดชั้นที่ 3 และ 4 เป็นสถานที่ช่วยเหลือและจุดพักของผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.มัญจาคีรี โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจในสังกัดซึ่งมีอาศัยอยู่ในบ้านพักฯรวมกว่า 30 ครอบครัว ซึ่งบางคนก็ย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้องชั่วคราวทิ้งทรัพย์สินบางส่วนไว้โดยเก็บขึ้นที่สูง ขณะที่บางส่วนได้ปรับย้ายให้มา อาศัยหลับนอนอยู่โรงพัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, คมปาซุ, น้ำท่วม, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616ce2617e52b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝน ลมกระโชกแรง ซัดรูปปั้นช้างหน้าองค์หลวงปู่ทวดต้านไม่ไหว ล้ม 3 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในพื้นเทศบาลเมืองพังงา ตั้งแต่ช่วงย่ำรุ่ง พร้อมกับมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากตกใจตื่นกับเสียงลมพายุที่กระโชกแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 03.00 น.จนถึง 06.00 น. ต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเจอลมพายุกระโชกแรงและเสียงดังแบบนี้มาก่อน ขณะที่บางคนบอกว่ากระเบื้องหลังคาบ้านปลิวหายไปหลายแผ่น ขณะที่บริเวณลานหลวงปู่ทวด สวนกาญจนาภิเษก เขตเทศบาลเมืองพังงา พบว่ารูปปั้นฝูงช้างจำนวน 12 ตัว ด้านหน้าองค์หลวงปู่ทวด ถูกลมพายุกระโชกแรงซัดล้มลงเสียหายจำนวน 3 ตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119535</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ฝนตก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_616550c3bdd45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เฝ้าระวังรับมือพายุ &#039;ไลออนร็อก&#039;เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือพายุดีเปรสชัน &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ในช่วงนี้ โดยให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีในการป้องกัน, การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวัน และให้ประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วยตามแผนปฏิบัติการเดิมที่ได้สั่งไว้ พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักรตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และเมื่อเกิดภัยพิบัติให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้จัดเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมทั้ง ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 7&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 9 จังหวัด 21 สายทาง&amp;nbsp; รวม 44&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้&amp;nbsp; 25 แห่ง ผ่านไม่ได้ 19 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 11 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 2จ.นนทบุรี &amp;nbsp; 3จ.สระบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; 4จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 5จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 6จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 7จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 8จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 9จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; โดยทางหลวงที่มีระดับน้ำสูงได้แก่&amp;nbsp; ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ระดับน้ำสูง 280 ซม. &amp;nbsp; - ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ระดับน้ำสูง 150 ซม. &amp;nbsp; ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. &amp;nbsp; และ&amp;nbsp; ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 175 ซม.&amp;nbsp; โดยมีการการจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 19 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ช่วง กม.ที่ 329 +913 (จุดกลับรถใต้สะพานบ้านกุดกว้าง)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 280 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ทล.2131 บ้านสะอาด-เหล่านางงาม&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 6+800 &amp;ndash; 8+500 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 90-100 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 2062 บ้านทุ่ม-บัญจาคีรี กม.0 ไปออกทางหลวงหมายเลข 12 บ้านฝาง-ขอนแก่น&amp;nbsp; กม.540&amp;nbsp; เข้าเมืองขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าแคราย) ระดับน้ำสูง 30ซม.&amp;nbsp; ใช้จุดกลับรถต่างระดับบางใหญ่ที่ กม.18+500 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000 (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ระดับน้ำสูง 30 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 59-55 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ช่วง กม.ที่ 57+500 จุดกลับรถบางศาลา ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&amp;nbsp; ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+400 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. การจราจร ผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 35 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 93+155 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 50 ซม.การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่&amp;nbsp; ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, พายุ, รับมือ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb5de23b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น! กรมอุตุฯ จับตา &#039;พายุลูกใหม่&#039; เจอมวลอากาศเย็นลงมาปะทะ คาดฝนถล่มไทยตอนบน 12-13 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา กำลังเฝ้าติดตามแนวโน้มโอกาสเกิดพายุลูกใหม่ ซึ่งขณะนี้พบเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณฝั่งตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงก่อตัวเป็นพายุ เคลื่อนที่ไปทางทะเลจีนใต้ และขึ้นเหนือไปทางเกาะไหหลำเข้าสู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนเหนือ คาดว่าช่วงค่ำของวันที่ 10 ตุลาคม ส่งผลให้ประมาณวันที่ 12-13 ตุลาคม พื้นที่ตอนบนของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนจะมีฝนตกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพายุจะมีระดับความรุนแรง หรือส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเป็นเพียงคาดการณ์ ยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบกับช่วงดังกล่าวมีอิทธิพลของความกดอากาศสูงที่นำมวลอากาศเย็นเคลื่อนตัวลงมาปะทะกับพายุ จึงทำให้พายุอ่อนกำลังลง&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมยังคงมีฝนตกกระจายทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากอิทธิพลจากร่องมรสุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเฝ้าจับตาถึงความเป็นไปได้ของโอกาสเกิดพายุอีกลูกหนึ่ง ที่บริเวณตอนเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับในช่วงวันที่ 7-11 ต.ค. 64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 7-11 ต.ค.64 เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 6 - 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 6 - 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 6 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 6 - 7 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 6 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 7 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 6 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 7 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 6 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 7 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 6 &amp;ndash; 11 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 6 - 7 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งเตรียมพร้อมรับมือพายุลูกใหม่ กำชับ ครม.ช่วยลงพื้นที่กทม.และปริมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยังใช้เวลาระหว่างพักเบรกในการเดินทักทายรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เหมือนเช่นเคย พร้อมกันนี้ระหว่างประชุมยังมีการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่เพิ่งปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. และเข้าร่วมประชุม ครม.นัดแรก ประกอบด้วย นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงนายธีระพงษ์​ วงศ์ศิวะวิลาส ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กำชับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ให้ช่วยกันลงพื้นที่ทั้งต่างจังหวัด กทม.และปริมณฑล ซึ่งในส่วนของ กทม.และปริมณฑลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอร้องรองนายกฯให้ช่วยไปแทน ส่วนจังหวัดที่ไกลออกไป ตนเองจะลงพื้นที่เอง เนื่องจากเดินทางได้สะดวกกว่าคนอื่นๆ อย่างเช่น ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ตนจะไป จ.นครศรีธรรมราช ส่วนวันที่ 8 ต.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไป จ.สระแก้ว ไม่ได้ชนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัย โดยได้กำชับทุกหน่วยงานขอให้ช่วยกันเร่งระบายน้ำท่วมที่เป็นปัญหาอยู่ในหลายจังหวัดขณะนี้ รวมถึงให้เตรียมรับมือพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งขอร้องว่าให้ดูเรื่องน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วม ขอให้ช่วยชาวบ้าน ทั้งนี้ ระหว่างสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปขอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ช่วยลงพื้นที่ด้วย โดยนายวิษณุชี้แจงว่าได้มีการลงพื้นที่ จ.อ่างทองแล้วในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118862</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, น้ำท่วม, ฝนตก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c3db6760f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ-อีสานตอนบน เริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา-เจอฝนตก 6-10 ต.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (2 - 11 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021100112 พร้อมให้ข้อมูลถึงแนวโน้มการก่อตัวพายุบริเวณทะเลจีนใต้ว่า&amp;nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มกลับมาพัดปกคลุม ทำให้มีฝนเกิดขึ้นบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 6-11 ต.ค. 64 อาจมีฝนหนักบางแห่งทางภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง (รวม กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่าน ส่วนภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน เริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่ซึมลงมาปกคลุม ฝนน้อยลง คลื่นลมยังมีกำลังอ่อน อาจจะแรงขึ้นบ้างช่วง 6-10 ต.ค.64 และยังต้องติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ช่วงวันที่ 7-10 ต.ค. 64 ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ และเคลื่อนตัวไปทางเกาะไหลหลำ &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลที่นำเข้าใหม่ ใช้เป็นแนวทางเพื่อประกอบการตัดสินใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า (3- 8 ต.ค.64) โดยระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 8 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง #ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 8 ต.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลจีนใต้, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุ, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_615814be88065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64 - เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (1-10 ต.ค.64) ระหว่างเวลา 07.00 น.&amp;nbsp;- 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021093012 พร้อมข้อความระบุว่า&amp;nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 6-10 ต.ค.64 อาจมีฝนหนักบางแห่งทางภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก คลื่นลมมีกำลังอ่อนลงด้วย และยังต้องติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ช่วงวันที่ 7-9 ต.ค. 64 ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ (ข้อมูลนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลที่นำเข้าใหม่ ใช้เป็นแนวทางเพื่อประกอบการตัดสินใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า คาดหมายในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 6 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f63c20340.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
