<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>51จว.รับพายุมูน ขึ้นฝั่งหอบฝนถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเปรสชันในอ่าวตังเกี๋ยทวีกำลังแรงเป็นพายุโซนร้อน &amp;quot;มูน&amp;quot; ขึ้นฝั่งเวียดนามคืนวันพุธ ส่งผลภาคเหนือ อีสาน กลางและตะวันออกของไทยมีฝนหนักถึงหนักมาก 51 จังหวัดเตรียมรับมือ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุ มูน (Mun) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 03 กรกฎาคม 2562 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 พายุโซนร้อน มูน (Mun) บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ประมาณ 290 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 19.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในคืนวันเดียวกัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะมีฝนตกหนักตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าถึงเที่ยงวันที่ 4 ก.ค. ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา กรณีพายุโซนร้อน &amp;ldquo;มูน&amp;rdquo; (Mun) ที่จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ร่วมกับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวม 51 จังหวัด อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 3-5 กรกฎาคมนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ &amp;nbsp;ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอำนวยการช่วยเหลือประชาชน โดยใช้กลไกของหน่วยทหารของกองทัพบกทุกพื้นที่ รวมถึงมณฑลทหารบกในการเตรียมความพร้อมดูแลประชาชนทุกด้าน รวมทั้งให้หน่วยทหารจัดตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชนส่วนหน้าให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง ควบคู่ไปกับการประสานการช่วยเหลือร่วมกับทุกภาคส่วนและประชาชนจิตอาสา เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นโดยทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ขอให้พี่น้องชาวนาบริเวณที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนมูน ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และอาจเกิดความเสียหายกับนาข้าวได้ กรมการข้าวจึงได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ ดูแลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ ที่จังหวัดนครพนม ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นวันที่ 2 แม้ระดับน้ำโขงยังรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ห่างจากจุดวิกฤติ 10 เมตร แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอติดกับแม่น้ำโขง ได้แก่ บ้านแพง ท่าอุเทน เมือง และธาตุพนม เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำลงสู่น้ำโขง ขณะที่ชาวนาเริ่มประสบปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าว หากยังมีฝนตกติดต่อกันอีก 1 สัปดาห์ คาดว่าพื้นที่นาปีหลายอำเภอจะได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น ทั่วทั้งจังหวัดมีพายุฝนอย่างหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ค.จนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ระดับน้ำเริ่มท่วมผิวถนนบ้าง แต่ยังคงไม่มากนัก ขณะที่แรงลมทำให้กิ่งไม้และป้ายโฆษณาบางจุดหักตกลงมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้ง อปพร.เทศบาลนครขอนแกน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือและการระบายน้ำ รวมไปถึงป้ายแจ้งเตือนต่างๆ นพื้นที่จุดเสี่ยง และเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้พร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี เกิดฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันอังคาร จนถึงวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะ อ.พนัสนิคม ที่หมู่ 4 ต.บ้านช้าง หมู่ 5 ต.นามะตูม ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนบ้านเรือนถูกพายุพัดหลังคาปลิวกว่า 60 หลัง ต้นไม้ใหญ่หักโค่น จนทางอำเภอประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน นอกจากนี้หลังคาโรงงานผลิตธูป ถล่มลงมา คนงานที่กำลังทำงานอยู่ ได้รับบาดเจ็บหลายคน นายภัทรธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี สั่งการให้สำนัก ปภ.ชลบุรี พร้อมด้วยเหล่ากาชาด จ.ชลบุรี และจิตอาสา เข้าไปดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ พล.ต.ยุทธชัย เทียรทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี ส่งกำลังทหารเข้าไปร่วมกับชาวบ้านซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนกลับสู่ภาวะปกติ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสงค์ ประไพตระกูล, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พายุ มูน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cab68a6a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
