<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 11 พายุคมปาซุ ขึ้นฝั่งเวียดนาม อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน มีฝนเพิ่มในภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 11&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (14 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดทัญฮว้า ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 19.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงค่ำวันนี้ (14 ตุลาคม 2564) และจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน หย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้คาดหมายลักษณะอากาศใน 7 วันข้างหน้า&amp;nbsp;ตั้งแต่ 14-20 ตุลาคม 2564 โดยในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้&amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย&amp;nbsp;ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 14 ต.ค. 64 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167bd2225ba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลองภักดีรำไพ&#039; ของขวัญในหลวง ร.9 พระราชทานให้คนจันทบุรี ช่วยคลี่คลายน้ำท่วมตัวเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 4 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงน้ำท่วมที่จังหวัดจันทบุรี และคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วว่า&amp;nbsp;แม่น้ำจันทบุรี ชุมชนริมน้ำจันทบูร ปลอดภัยด้วยคลองภักดีรำไพ วันนี้และพรุ่งนี้จะมีฝนหนักบางแห่ง เฝ้าระวังแต่จะไม่หนักเท่าวันก่อนแล้ว แม่น้ำจันทบุรีมีประสิทธิภาพการระบายน้ำดีมากเพราะมีความลาดเทของแม่น้ำสูง แถมมีคลองภักดีรำไพช่วย น่าจะปลอดภัยจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณเขตเทศบาลเมือง น้ำที่ท่วมขังในเมืองจะค่อยๆไหลลงแม่น้ำจันทบุรีต่อไป สู้ๆครับชาวจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุขทุกวันที่จันทบุรี สุขด้วยสายนทีของพระเจ้าแผ่นดิน ของขวัญที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้คนจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;นายไพฑูรย์ โพสต์ภาพคลองภักดีรำไพ โดยระบุว่า คลองภักดีรำไพ&amp;nbsp;ช่วยชาวจันทบุรี หากไม่มี วันนี้คงหนักหนากว่านี้มาก พร้อมกับแชร์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;แสนคม อนามพงษ์ จันทบุรี&amp;quot; โพสต์ว่า ถ้าไม่มีคลองภักดีรำไพ ตามพระราชดำริ ในหลวง ร.9&amp;nbsp;ช่วยรับน้ำระบายสู่ทะเล ซึ่งคลองก็ได้ทำหน้าที่อย่างสุดขีดกำลังแล้ว ไม่เช่นนั้น ป่านนี้ ในเขตอำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอใกล้เคียง น้ำคงท่วมบ้านเรือนและสวนผลไม้ ไปมากกว่า 90% แน่นอนนะครับ
#พายุคมปาซุ
#สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
#คลองภักดีรำไพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119699</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองภักดีรำไพ, จังหวัดจันทบุรี, น้ำท่วมจันทบุรี, พายุคมปาซุ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), ไพฑูรย์ เก่งการช่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_616798dcdce2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุคมปาซุ ขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนวันนี้แล้วจะอ่อนกำลังลง หลายภาคยังมีฝนตกหนักอีก 3 วันจากอิทธิพลร่องมรสุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 9 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (14 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 230 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (14 ตุลาคม 2564) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ คาดเส้นทางพายุ &#039;คมปาซุ&#039; ขึ้นฝั่งเวียดนาม 14 ต.ค. ก่อนจะอ่อนกำลังลง กระทบ 4 จว.อีสานมีฝนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 6 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (13 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกคาดการณ์เส้นทางพายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน 13-15 ต.ค.64 และยังเผยภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (13-22 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00 น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101212 : พายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ลงสู่ทะเลจีนใต้ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 14 ต.ค.64 แต่ขอบของพายุฯ อาจจะมีผลกระทบทางด้านตะวันออกของภาคอีสานบ้าง (จ.มุกดาหาร นครพนม สกลนคร บึงกาฬ ) เริ่มในวันนี้ (13/10/64) แต่ระยะนี้ 13-16 ต.ค.64 ฝนจะเพิ่มขึ้น และมีหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางและมรสุมยังปกคลุมของบ้านเรา แต่หลังวันที่ 17 ต.ค. 64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61668487c8ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯออกประกาศเตือน&#039;พายุคมปาซุ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp; นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
เรื่อง &amp;quot;พายุคมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2564 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (13 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119581</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, พายุคมปาซุ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616621a96ea46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงเตรียมรับพายุ&#039;คมปาซุ&#039; หลังคร่าชีวิตฟิลิปปินส์11ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฮ่องกงออกคำเตือนภัยพายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; ที่เป็นพายุโซนร้อนลูกที่ 2 ที่มาเยือนเกาะนี้ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ สั่งหยุดเดินเรือข้ามฟากและรถโดยสารตั้งแต่เย็นวันอังคาร ฟิลิปปินส์เผยพายุลูกนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ และสูญหาย 7 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมฆทะมึนเหนือท้องฟ้าเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนของจีน จากอิทธิพลของพายุคมปาซุ ซึ่งมีความรุนแรงระดับพายุไต้ฝุ่นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า พายุโซนร้อนคมปาซุ ซึ่งเป็นพายุใหญ่ลูกที่ 2 เคลื่อนมายังฮ่องกงในรอบ 5 วัน อยู่ห่างจากเกาะศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศแห่งนี้ 480 กิโลเมตรทางทิศใต้เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันอังคารที่ 12 ตุลาคม โดยมีความเร็วลมสูงสุด 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่าพายุลูกนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกรรโชก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงออกคำเตือนภัยพายุระดับ ที8 ซึ่งเป็นระดับ 3 จากสูงสุด เมื่อเวลา 17.22 น.ตามเวลาท้องถิ่น แม้เวลานั้นท้องฟ้าฮ่องกงยังคงปลอดโปร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฮ่องกงสั่งหยุดบริการเรือโดยสารข้ามฟากและการเดินรถโดยสารประจำทางส่วนใหญ่ในช่วงเย็น แต่ระบบรถไฟใต้ดินยังเปิดบริการ โรงเรียนปล่อยนักเรียนกลับบ้านตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว และสำนักงานหลายแห่งเลิกงานเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพที่ชาวฮ่องกงแห่ซื้อของกักตุนจนเกลี้ยงชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ต ก่อนหน้าพายุลูกนี้จะมาถึง เพื่อเตรียมพร้อมล่วงหน้า หลังจากการจัดส่งสินค้าได้รับผลกระทบเพราะพายุไลออนร็อกเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสตรีคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะนั่งร้านถล่มทับเมื่อเช้าวันศุกร์ เนื่องจากกระแสลมแรงจากอิทธิพลของพายุไลออนร็อก ทางการฮ่องกงออกคำเตือนพายุระดับ ที8 ในวันเสาร์ โดยเตือนว่าอิทธิพลของพายุซึ่งเวลานั้นศูนย์กลางอยู่ห่างจากฮ่องกงหลายร้อยกิโลเมตร จะทำให้เกิดลมแรงและฝนตกหนัก การออกคำเตือนล่าช้าในครั้งนั้นทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาโดนตำหนิ แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเวลานั้นลมพายุยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องออกคำเตือน และโทษว่าภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้พยากรณ์พายุยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พายุคมปาซุเคลื่อนถึงฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้วยความเร็วลมคงที่สูงสุด 100 กม./ชม. สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวเมื่อวันอังคารว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 คนและสูญหาย 2 คนเพราะดินถล่มที่จังหวัดเบงเก็ตในภาคเหนือ ที่จังหวัดคากายันมีคนจมน้ำเสียชีวิต 1 คน และมีอีก 4 คนเสียชีวิตเพราะน้ำท่วมฉับพลันที่จังหวัดปาลาวัน ที่เป็นเกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยยังมีคนสูญหายอีก 5 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119557</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุคมปาซุ, พายุไลออนร็อก, ฟิลิปปินส์สังเวยพายุ, ฮ่องกงเตือนภัยพายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61657e2a566be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง 5 วัน ก่อนฝนจะเริ่มน้อยลง 17 ต.ค. มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; ฉบับที่ 2 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (12 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (12 - 21 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101112 พร้อมให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;หลังจากพายุ &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; สลายไปแล้ว ต้องมาติดตามกันต่อเนื่องกับพายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ลงสู่ทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 14 ต.ค. 64 &amp;nbsp;อาจจะมีผลกระทบทางด้านตะวันออกของภาคอีสานบ้าง (จ.มุกดาหาร นครพนม สกลนคร บึงกาฬ ) แต่ระยะนี้ 12-16 ต.ค.64 ฝนจะเพิ่มขึ้น และมีหนักบางพื้นที่ เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางของบ้านเรา &amp;nbsp;แต่หลังวันที่ 17 ต.ค.64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_616522f6dcef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
