<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯสยบข่าวลือ &#039;พายุคาจิกิ&#039; ย้อนกลับภาคอีสาน เผยอากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 &amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ชี้แจงข่าวลือพายุ &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; จะกลับมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า &amp;ldquo;วันที่ 5 ก.ย.นี้หย่อมความกดอากาศต่ำ คาจิกิที่ลงทะเลชายฝั่งเวียดนามด้านตะวันออก จะย้อนกลับมาอยู่กลางภาคอีสานบางส่วน ขอให้ภาคอีสานทุกจังหวัด เตรียมตัวเตรียมใจรับมือฝนตกหนัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยาขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมิได้มีแหล่งที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา สภาพอากาศในระยะนี้จะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเกิดขึ้นได้ตามฤดูกาล แต่ไม่ได้มีฝนตกหนักทุกจังหวัดอย่างที่เป็นข่าว และขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการประชุมวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศและแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการเท่านั้นและอย่าได้ตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ไม่ได้มาจากผู้ที่ทำงานรับผิดชอบโดยตรงหรือการส่งต่อกันตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 02-399-4012-3 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหล ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้เคลื่อนตัวไปทางเหนือค่อนทางตะวันออกเล็กน้อยอย่างช้าๆเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศจีนตอนใต้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณเกาะไหหลำ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ และตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ชี้แจงข่าวลือ, ฝนตกหนัก, พยาการณ์อากาศ, พายุคาจิกิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โซนร้อนคาจิกิ&#039; ฟาดหาง &#039;นครพนม&#039; ห่างศูนย์กลางพายุ 160 กม. จับตาระดับแม่น้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคาจิกิ ขณะนี้ศูนย์กลางของพายุอยู่เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ห่างจากจังหวัดนครพนมเพียง 160 กม.เท่านั้น จึงทำให้ในพื้นที่ของจังหวัดนครพนมมีฝนตกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงที่สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำเขตเทศบาลเมืองนครพนม&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;7.64. เมตร&amp;nbsp;ต่ำกว่าระดับวิกฤต 5.36 เมตร (ระดับวิกฤต 13.00 ม.) ยังสามารถรองรับมวลน้ำจากลำน้ำสาขาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม(ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า ในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมแรงในหลายพื้นที่ ทำให้เขตอำเภอเมืองฯ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 9 หลัง ส่วนอำเภอธาตุพนมมีน้ำท่วมแล้ว 9 ตำบล 11 หมู่บ้าน ในเขตตำบลน้ำก่ำมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 32 หลัง โรงเรียน 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำเภอเรณูนครมวลน้ำไหลท่วม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน โดยลำน้ำบังไหลท่วมพื้นที่การเกษตรในตำบลท่าลาด และตำบลโคกหินแฮ่ ได้รับความเสียหาย 670 ไร่ มีสะพานพัง 1 แห่ง ส่วนอำเภอบ้านแพง พื้นที่ตำบลไผ่ล้อม 4 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเสียหาย 31 ครัวเรือน ถนนพัง 2 เส้น ขณะที่อำเภอนาแก ได้รับผลกระทบ 10 ตำบล 80 หมู่บ้าน ประชาชนตำบลพุ่มแกได้รับผลกระทบ 852 ครัวเรือน บ้านเสียหาย 14 หลัง ถนนพังเสียหาย 48 เส้น และบ่อปลาอีก 6 บ่อ ที่ตำบลพุ่มแก,สีชมภู,พิมาน,นาคู่ และตำบลพระซอง มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 5,248 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น&amp;nbsp;สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์จากกองอำนวย ปภ.กลาง และกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน โดยให้ติดตามสถานการณ์น้ำ ระดับน้ำโขง และระดับน้ำตามลุ่มน้ำสาขาต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่ จึงสั่งต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. แล้วรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44906</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ฝนตกหนัก, พายุคาจิกิ, พายุโซนร้อน, อีสานน้ำท่วม, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e0bd2cb42f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเก็บแก้มลิง 24 ชั่วโมง รับพายุ&#039;โพดุล-คาจิกิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลากจากพายุโพดุล และฝนจากพายุลูกใหม่ คาจิกิ &amp;nbsp;ที่จะไหลหลากจากพื้นที่ภาคเหนือ ลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา ที่มีแนวโน้มว่า จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จะบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 &amp;nbsp;จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; มายังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;โดยการผันน้ำส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;เข้าระบบชลประทานด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;ใช้สถานีสูบน้ำบ้านจักษา จ.อุทัยธานี และสถานีสูบน้ำทุ่งวัดสิงห์ จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำเข้าไปเก็บในพื้นที่แก้มลิง ไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้ำที่เหลือ จะระบายออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลงสู่พื้นที่ตอนล่าง &amp;nbsp;ซึ่งจะควบคุมการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ &amp;nbsp;500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ซึ่งการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยเพิ่มปริมาณขึ้นตามลำดับ &amp;nbsp;และยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ริมตลิ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา วันนี้ &amp;nbsp;ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;มีปริมาณ &amp;nbsp;1,037 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.36 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ 8.59 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อน &amp;nbsp;480 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี &amp;nbsp; เพื่อแจ้งสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา &amp;nbsp;รวมทั้งขอความอนุเคราะห์ให้ทางจังหวัด ช่วยประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร &amp;nbsp;และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44875</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุคาจิกิ, พายุโพดุล, เขื่อนเจ้าพระยา, เร่งระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6db8d4f26f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
