<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดพายุถล่มพ่อกอดลูกสาว5ขวบบังฝ้าเพดานหล่นทับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64- เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มที่บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ 9 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ทำให้บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง ชาวบ้านต้องหนีตายจ้าละหวั่น และยังมีเสาไฟฟ้าหัก ต้นไม้ใหญ่โค่นล้มขวางถนน โดยช่วงเกิดเหตุพายุยกหลังคาบ้านจนฝ้าเพดานถล่ม นายสรณ์สิริ ไกรกิจราษฎร์ อายุ 23 ปี ชาวบ้านหนองกระทุ่ม ต.ไกรใน กล่าวว่า พายุเข้ามาช่วงประมาณ 2 ทุ่ม ตนเองกับภรรยาและลูกสาวอายุ 5 ขวบ กำลังอยู่ในบ้าน ลมหมุนเร็วและแรงมาก ตอนนั้นลูกสาวอยู่บนที่นอนคนเดียว เห็นท่าไม่ดีจะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ก็เลยรีบวิ่งไปกอดลูกสาวเอาตัวบังไว้ พร้อมใช้ผ้าห่มคลุมโปงทั้งภรรยาด้วย 3 คนก้มหมอบนาน 20 นาที แผ่นฝ้าเพดานก็ล่วงลงมากระแทกหลัง โชคดีไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก แต่หลังคาบ้านหายทั้งหลัง รวมเสียหายไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจริน &amp;nbsp;สังจันทร์ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 166 หมู่ 9 ต.ไกรใน กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุในบ้านมีกันอยู่ 4 คน คือ ตนเองกับแม่และหลานสาวอีก 2 คน พายุแรงน่ากลัวมาก เหมือนแผ่นดินไหวบ้านจะถล่ม ไฟฟ้าก็ดับ มืดก็มืด ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยต้องกอดเสาเรือนไม่ให้ตัวลอยปลิวไปพร้อมกับหลังคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายโกเมศ &amp;nbsp;มุกเพ็ชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.ไกรใน กล่าวว่า จากการสำรวจและรับแจ้งเบื้องต้น พบมีบ้านพังเสียหายทั้งหมด 128 หลังคาเรือน น่าเห็นใจชาวบ้านมาก เพราะตั้งแต่เกิดมาอาศัยอยู่กันในหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่เคยเจอพายุพัดรุนแรง ถึงขั้นบ้านเรือนพังย่อยยับแบบนี้มาก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98302</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุถล่ม, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_60699fe2999e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุถล่มพิจิตร บ้านพังเสียหายหลายสิบหลังคาเรือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63 - นายโชคชัย รักเกื้อ นายอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร รายงานสถานการณ์พายุพัดถล่มว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมาในเขตพื้นที่อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้เกิดมีฝนตกพร้อมกับมีลมพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังและได้รับรายงานจากกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ว่า จากการที่ฝนตกลมแรงส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรถูกลมพัดบ้านพังได้รับความเสียหาย จึงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ซึ่งพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ลมได้พัดบ้านเรือนราษฎรในเขต ต.วังสำโรง เสียหาย 13 หลังคาเรือน&amp;nbsp;ต.ลำประดาเสียหาย 5 หลังคาเรือน ต.วังตะกูเสียหาย 8 หลังคาเรือน รวมบ้านเรือนราษฎรเสียหายเบื้องต้น 26 หลังคาเรือน แต่การตรวจสอบยังไม่ครอบคลุม 100% เนื่องจากมืดค่ำเสียก่อน ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังได้รับรายงานข้อมูลจาก สนง.ปภ.พิจิตร ว่าในเขตพื้นที่ ต.ทุ่งโพธิ์ และ ต.ดงตะขบ อ.ตะพานหิน ก็มีบ้านเรือนราษฎร ถูกลมพายุฝนพัดบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65262</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, พายุถล่ม, วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb351614e6ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! พายุฝนถล่มบุรีรัมย์ กุฏิทรงไทยพังครืนทั้งหลัง พระเณรกว่า 30 รูปวิ่งหลบทันไร้บาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.63 - ที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุพายุพัดถล่มและฝนตกกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่อำเภอหนองกี่&amp;nbsp;ส่งผลให้กุฏิศาลาทรงไทยขนาดใหญ่ ภายในวัดเย้ยปราสาท ต.เย้ยปราสาท อ.หนองกี่ ที่กำลังก่อสร้างถูกลมพายุพัดพังถล่มทั้งหลังราบเป็นหน้ากลอง&amp;nbsp;จนกลายเป็นเศษซากปรักหักพัง ทั้งนี้กุฏิศาลาทรงไทยที่ถูกพายุถล่มดังกล่าว ยังถล่มทับรถกระบะ 2 คัน รถตุ๊กตุ๊ก&amp;nbsp;1 คัน และรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้างอีก 1 คัน รวมเป็น 4 คันที่จอดอยู่ใต้กุฏิทรงไทยดังกล่าวได้รับความเสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เคราะห์ดีขณะเกิดเหตุทั้งคนงานและพระภิกษุสงฆ์สามเณรกว่า 30 รูปที่จำพรรษาอยู่ในวัดแห่งนี้ วิ่งหนีหลบฝนเข้าใต้กุฏิได้ทันพอดี จึงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้พายุยังได้พัดเอาหลังคาโบสถ์ภายในวัด หลุดล่วงแตกเสียหายอีกกว่า&amp;nbsp;200 แผ่น สำหรับกุฏิศาลาทรงไทยดังกล่าวทำจากเสาทั้งหมด 24 ต้น เป็นไม้เต็งและไม้ประตูทั้งหมด เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระครูสุตกิตติสุนทร&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดเย้ยปราสาท และเจ้าคณะอำเภอหนองกี่&amp;nbsp;บอกว่าช่วงประมาณบ่าย 3 โมงได้เกิดเหตุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกอย่างรุนแรงแรง 3-4 รอบ&amp;nbsp;จนทำให้กุฏิศาลาทรงไทยที่กำลังก่อสร้าง เพื่อไว้สำหรับให้พระ เณร ใช้พักช่วงที่มาศึกษาธรรมะที่วัด จนพังถล่มทั้งหลังสร้างก็ตกใจอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยืนดูเฉยๆ&amp;nbsp;โชคดีที่พระเณร ซึ่งหลบฝนอยู่ใต้กุฏิทรงไทยหลังดังกล่าววิ่งออกมาได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ ทุกรูปปลอดภัยดี ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเก็บรื้อซากกุฏิทรงไทยที่ถูกพายุพัดพังออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าศาลาวัดหนองกง ต.ชุมแสง อ.นางรอง ก็ถูกพายุพัดพังเสียหายทั้งหลังเช่นกัน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65250</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุฏิศาลาทรงไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, พายุถล่ม, วัดเย้ยปราสาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2c0956678a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์พายุฤดูร้อนถล่มร.ร.หลังคาปลิวยกหลัง ชาวบ้าน4หมู่บ้านเดือดร้อนหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63 -&amp;nbsp;เกิดเหตุพายุฝนและลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;โรงเรียน และคอกเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง ได้แก่ บ้านสระบัว, โนนย่านาง, ผักกาดหญ้าและบ้านโนนเมือง ได้ถูกพายุพัดพังเสียหายกว่า 20 หลัง โดยเฉพาะโรงอาหาร โรงเรียนบ้านสระบัว ถูกลมพายุพัดหลังคาเปิดเกือบทั้งหลัง &amp;nbsp;ทั้งยังมีเศษชิ้นส่วนโครงหลังคาล่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นโรงอาหาร บางส่วนถูกลมพัดปลิวไปไกลกว่า 50 เมตร เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงไม่มีครู และเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต.พรสำราญ &amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานทางอำเภอ และจังหวัดได้รับทราบ &amp;nbsp;เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างเร่งด่วนต่อไป ด้านนายวิโรจน์ สมุติรัมย์ &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านสระบัว ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง กล่าวว่า ได้ออกสำรวจเพื่อรายงานทาง อบต.และอำเภอรับทราบตามขั้นตอน และนอกจากหมู่บ้านสระบัวแล้ว ก็ทราบว่ามีอีกหลายหมู่บ้านใน ต.พรสำราญ &amp;nbsp;ก็ถูกพายุพัดพังเสียหายเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59794</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, พายุถล่ม, อบต.พรสำราญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6dc2e535188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่มขอนแก่น หอบหลังคาบ้านปลิวว่อนเสียหายเกือบ 50 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุฤดูร้อนพัดถล่มขอนแก่น สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนเกือบ 50 หลังคาเรือน หลังคาปลิวว่อนหายไปกับตาภายใน 10 นาที เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จิตอาสาเข้าให้การช่วยเหลือซ่อมแซมหวั่นถูดอิทธิพลพายุกระหน่ำซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากอิทธิพลพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่ บ้านโนนอุดม หมู่ 6 ต.นาหว้า อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ที่พบว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และจิตอาสาพระราชทาน ต่างระดมกำลังเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ถูกอิทธิพลของพายุฤดูร้อนสร้างความเสียหาย หลังเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือนำหลังคาสังกะสีมาช่วยกันซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมทั้งช่วยกันทำความสะอาดเคลียร์พื้นที่นำเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ถูกแรงลมพายุพัดกระหน่ำหักกระจัดกระจายเกลื่อนบนถนนให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางซ้อน วงศ์คำชัย อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 ม.6 ต.นาหว้า กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุได้ทำงานบ้านอยู่หลังบ้าน ส่วนสามีและหลานๆ กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในบ้าน อยู่ๆก็มีเสียงลมและฝนกระหน่ำมาอย่างรุนแรงประมาณ 10 นาที โดยใน 10 นาทีที่เกิดพายุนั้น หลังคาบ้านได้ปลิวหลุดลอยออกไปเป็นแถบ ลมหอบเอาทั้งฝุ่น ดิน ใบไม้เข้ามาในบ้านทุกอย่างเปียกและเสียหายทันที ขณะนั้นทุกคนตกใจรีบหาที่หลบเพราะกลัวจะเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอพายุผ่านไปก็สำรวจรอบๆบริเวณบ้าน พบว่าหลังคาบ้านบริเวณห้องนอนของหลานถูกพัดปลิวออกทั้งแถบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าเปียกทั้งหมด ซึ่งเกิดมาเพิ่งเคยเจอพายุที่น่ากลัวและรุนแรงแบบนี้ในเวลาเพียงแค่ 10 นาที มาตูมเดียวแล้วหายไปหลงเหลือเพียงความเสียหายไว้ให้ดู ซึ่งความเสียหายเบื้องต้นประมาณกว่า 50,000 บาท และถ้าในวันนี้มีพายุมาอีกก็คงต้องทำใจและหาที่หลบเอาชีวิตให้รอดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร แสนสนิท ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนอุดม กล่าวว่า พายุที่เกิดขึ้นนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ก็สร้างความเสียหายในหมู่บ้านเป็นวงกว้าง จากการสำรวจความเสียหายล่าสุด พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมด 48 หลังคาเรือน ซึ่งใน 48 หลังนี้เสียหายทั้งหลังไป 4 หลังคาเรือน โดยหลังตรวจสอบความเสียหายก็ได้รายงานให้ทางจังหวัดทราบ กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้งจิตอาสาเข้ามาให้การช่วยเหลือชาวบ้าน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในพื้นที่ใกล้เคียงก็ถูกพายุสร้างความเสียหายด้วยเช่นกัน โดยในพื้นที่บ้านโนนอุดม&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตั้งกองอำนวยการให้การช่วยเหลือที่บริเวณศาลากลางบ้าน คอยอำนวยความสะดวก ให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58862</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, บ้านเรือนเสียหาย, พายุถล่ม, พายุฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f6b4ec9a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นิว นภัสสร’เดินหน้าต่อ หลังร้านอาหารโดนพายุถล่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ นักร้องสาว นิว-นภัสสร ภูธรใจ ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความ แจ้งว่าร้านอาหารของตนเองที่ อำหางดง จังเชียงใหม่ เจอฤทธิ์ของพายุฤดูร้อนถล่มจนได้รับความเสียหาย ล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางกู้ภัยช่วยและกำลังรีโนเวททุกอย่างให้เรียบร้อย นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาใช้บริการได้แล้ว เรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณ 5 แสนบาท ก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ก็รีโนเวทร้านใหม่ซะแล้ว หลังคาก็พังในส่วนช่องลมพอดีแต่อาคารไม่เป็นอะไรเพราะตั้งแต่มารีโนเวทตอนแต่งงานรู้ว่ามีลมผ่านตลอดทั้งปีถ้าพายุมาคงโดน ปีที่แล้วอยู่ในเหตุการณ์ทำให้ปีนี้ รู้ว่าต้องเจอก็พยายามเช็คตลอดทุกวัน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ มีแต่ทำใจเป็นภัยธรรมชาติ เราไม่สามารถคาดเดากับภัยธรรมชาติได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวหรือคนที่มาบอกทำไมไม่ทำอาคารให้ใหญ่โตติดแอร์เพราะร้อน นี่คือคำตอบที่มาทำแล้วสร้างให้เป็นธรรมชาติมันสามารถรีโนเวทได้ตลอดเวลา ก็อยู่กับมันแม้เป็นช่วงน้ำหลากลอยกระทงก็ไม่รู้วันไหนเขื่อนจะแตก น้ำจะเยอะ ต้องยกพื้นสูงก็ต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้ หวั่นไหมจะมาถึงตัวก็ต้องเรียนรู้ทำใจ นี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบมากมาย แต่ว่าจะมีการรีโนเวทสิ่งที่พัง ทางเข้าและซ่อมหลังคา รวมถึงต้นไม้ที่ซ่อมไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @new_brandnew_nj&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจร้านอาหาร, นิว นภัสสร, นิว-จิ๋ว, พายุถล่ม, เชียงใหม่-หางดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc9944a196a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอร์นาโดถล่ม &#039;แอละแบมา&#039; ดับอย่างน้อย 23 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุทอร์นาโดถล่มชุมชนในรัฐแอละแบมาทางภาคใต้ของสหรัฐเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ก่อความเสียหายย่อยยับเป็นบริเวณกว้าง มีคนสังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 ราย เตรียมสำรวจความเสียหายต่อในวันจันทร์ หวั่นยอดดับเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากอินสตาแกรมของจัสติน เมอร์ริต เผยภาพทอร์นาโดที่เมืองโดธัน รัฐแอละแบมา เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2562 /&amp;nbsp; COURTESY OF JUSTIN MERRITT, INSTAGRAM / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุทอร์นาโดรุนแรงลูกนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบพายุรุนแรงที่เข้าถล่มรัฐทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ได้ออกคำเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ล่วงหน้า ซึ่งรวมถึงลีเคาน์ตี ให้ระมัดระวังพายุทอร์นาโด และขอให้ประชาชนเข้าที่หลบภัย ไม่ว่าจะเป็นห้องใต้ดิน ห้องภายในชั้นล่างสุดของบ้านหรืออาคาร และอยู่ห่างหน้าต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจย์ โจนส์ นายอำเภอลีเคาน์ตี กล่าวกับสถานีท้องถิ่นในเครือซีบีเอสภายหลังทอร์นาโดเข้าถล่มเมื่อเวลาราว 14.00 น. (03.00 น.วันจันทร์ของไทย) ว่า โชคร้ายที่มีผู้เสียชีวิตแล้วในขณะนี้ 23 ราย และมีเด็กรวมอยู่ด้วย ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งถูกส่งเข้าโรงพยาบาล บางคนบาดเจ็บรุนแรงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยุติลงชั่วคราวเมื่อคืนวันอาทิตย์เนื่องจากมีความอันตราย แต่โจนส์ประกาศว่าการค้นหาจะเริ่มต้นใหม่เช้าวันจันทร์ &amp;quot;การทำลายล้างนั้นเหลือเชื่อ ผมนึกไม่ออกเลยอย่างน้อยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ที่เราเจอกับสถานการณ์ที่สูญเสียชีวิตคนจำนวนมากเท่ากับในวันนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองโบรีการ์ด ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐแอละแบมาทางตะวันออก 95 กม. ทอร์นาโดลูกนี้ทำลายล้างพื้นที่เป็นบริเวณกว้างเกือบครึ่งกิโลเมตร เป็นระยะทางยาวไกลหลายกิโลเมตร ภาพนิ่งและวิดีโอเผยให้เห็นต้นไม้ฉีกขาด ถนนเกลื่อนด้วยซากขยะ และบ้านเรือนพังเสียหาย เจ้าหน้าที่เตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกู้ภัยยังคงค้นหาผู้สูญหายจากใต้ซากปรักหักพังในเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์พาวเวอร์เอาเทจดอทยูเอสเปิดเผยด้วยว่า ทอร์นาโดลูกนี้ทำให้ไฟฟ้าดับ กระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 6,000 รายในรัฐแอละแบมา และอีก 16,000 รายในรัฐจอร์เจียที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นดับเบิลยูเอสระบุว่า ทอร์นาโดที่เข้าถล่มเทศมณฑลลีในครั้งนี้มีความรุนแรงในระดับอีเอฟ-3 จาก 5 ระดับ หรือมีความเร็วลม 218-266 กม./ชม. และมีความกว้างอย่างน้อยครึ่งไมล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนภัยทอร์นาโดในรัฐจอร์เจีย, ฟลอริดา และเซาท์แคโรไลนา โดยมีรายงานว่าเกิดทอร์นาโดสร้างความเสียหายต่ออาคารหลายหลังและทำให้ต้นไม้หักโค่นในเมืองทัลบอตตันของรัฐจอร์เจีย และที่วอลตันเคาน์ตีและชุมชนไคโรทางเหนือของฟลอริดา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30488</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอร์นาโด, พายุถล่ม, ลีเคาน์ตี, สหรัฐ, แอละแบมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d2c25291f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
