<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิว&#039;ร่วมหารายได้ ช่วยผู้ประสบภัย&#039;ปาบึก&#039;ที่บ้านเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นนักร้องหนุ่มสายเลือดปักษ์ใต้โดยแท้สำหรับ บิว-พงค์พิพัฒน์ อาร์สยาม นักร้องลูกทุ่งเสียงนุ่ม ล่าสุดขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม &amp;ldquo;ปั่นรวมใจช่วยภัยปาบึก @นครศรีธรรมราช2019&amp;rdquo; เพื่อหารายได้ช่วยผู้ประสบภัยพายุโซนร้อนปาบึก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตอนช่วงที่พายุโซนร้อนปาบึก เข้าภาคใต้ บิวกังวลใจมาก ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะว่าเราเป็นลูกชาวใต้อย่างแท้จริง บ้านเกิดบิวอยู่ที่จังหวักสุราษฏร์ธานี ตอนนั้นก็แอบลุ้นว่าที่บ้านจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ซึ่งโชคดีว่าที่บ้านไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่พี่ๆ น้องๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน โดนหนักมาก ซึ่งตรงนี้มันเป็นภัยจากธรรมชาติ ทุกคนเข้าใจและยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่หลังจากพายุพัดผ่านไปก็มาถึงช่วงฟื้นฟู ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ บิวขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ปั่นรวมใจช่วยภัยปาบึก @นครศรีธรรมราช2019 เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย บิวมองว่าช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย อยากน้อยบิวก็ขอเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อพี่น้องชาวใต้ทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;bew_pongpipat&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตาม&lt;/p&gt;



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, นักร้องลูกทุ่ง, บิว พงค์พิพัฒน์, บิว-พงค์พิพัฒน์ อาร์สยาม, พายุปาบึก, พายุโซนร้อนปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c5807951502b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรบมือรัวๆทหารช่างลงพื้นที่เร่งซ่อมบ้านเรือนราษฎรที่ประสบภัยจากพายุปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารช่างจากกรมการทหารช่างจังหวัดราชบุรี นำโดย พ.อ.จรัญรัตน์ พงษ์สุวรรณ ผู้บังคับหน่วยทหารช่างเฉพาะกิจ ได้จัดกำลังทหารช่าง 2 กองร้อย ประกอบด้วย &amp;nbsp;กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี และกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งมีหน่วยที่ตั้งจังหวัดราชบุรีเช่นกัน ได้นำยุทโธปกรณ์เครื่องมือช่างพร้อมกำลังพล ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่เทศบาลตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายบางส่วน จำนวน 214 หลัง เสร็จเรียบร้อยแล้ว 138 หลัง คงเหลืออีก 76 หลัง &amp;nbsp;และการสร้างบ้านใหม่ของชาวบ้านที่พังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 4 หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันที่ 22 มกราคม 2562 มีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายทั้งหลังจากพายุโซนร้อนปาบึก จำนวน 316 หลัง ในพื้นที่ 15 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 114 หลัง อำเภอปากพนัง 57 หลัง อ.เฉลิมพระเกียรติ 47 หลัง อ.พระพรหม 33 หลัง อ.ท่าศาลา 17 หลัง อ.ร่อนพิบูลย์ 18 หลัง&amp;nbsp;
อ.หัวไทร 6 หลัง ลานสกา 1 หลัง อ.ชะอวด 5 หลัง อ.เชียรใหญ่ 4 หลัง อ.ทุ่งสง 4 หลัง อ.นบพิตำ 1 หลัง อ.พรหมคีรี 1 หลัง อ.สิชล 6 หลัง และอ.ขนอม 2 หลัง ซึ่งทุกพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำนวนบ้านพังเสียหายบางส่วนมีทั้งสิ้น 50,197 หลัง ดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ 49,491 หลัง คิดเป็นร้อยละ 98.59 คงเหลือ 706 หลัง คิดเป็นร้อยละ 1.41 โรงเรียน/สถานศึกษาเสียหายเบื้องต้น 430 แห่ง วัด 239 แห่ง มัสยิด 26 แห่ง โบสถ์ 2 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 90 แห่ง โรงพยาบาล 8 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 4 แห่ง และสำนักงานสาธารสุขจังหวัด 1 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสิ่งสาธารณประโยชน์ และพืชผลทางการเกษตรทั้งด้านพืช ประมงและปศุสัตว์ได้รับความเสียหายด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ, พายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4848087e54f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคจตุพรขนแกนนำลงใต้ อ้างชาวบ้านโดนพายุปาบึกถล่มพูดเป็นเสียงเดียวกัน&#039;อยากเลือกตั้งเร็วๆ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจากพายุปาบึก จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 11 ม.ค. ว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะลำบาก นอกจากประสบภัยธรรมชาติที่เพิ่งผ่านมาทำให้พืชผลเกษตรเสียหายมาก ยังประสบปัญหาพิษเศรษฐกิจรุมเร้ามาเป็นเวลายาวนาน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแย่และลำบาก ตอนนี้ทุกคนมีแต่หนี้สิน พืชผลเกษตรขายยาก ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปาล์มเหลือราคากิโลกรัมละ 2.50 บาท แต่ก่อนผลไม้วันละ 20 ตันก็ขายหมด ตอนนี้ 1 ตันยังขายไม่หมด อยากเลือกตั้งเร็วๆ จะได้มีความหวังกับอนาคตบ้าง พอได้ข่าวว่าจะเลื่อนเลือกตั้งต่างรู้สึกแย่ และเสื่อมศรัทธา ต่อไปนี้จะไม่สนับสนุนเผด็จการแล้ว เพราะลำบากมาจะ 5 ปีแล้ว เที่ยวนี้จะเลือกพรรคไหนก็ได้ที่ไม่เอาเผด็จการ เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวต่อไปว่า ทางพรรคเพื่อชาติโดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค ก็มีนโยบายที่จะช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ และแก้ปัญหาแต่ละสินค้าไป ส่วนทางด้านกฏหมายที่ทำให้ประชาชนขาดโอกาส พรรคก็มีนโยบายจะแก้ไขให้ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ในส่วนปัญหาหนี้สิน ทีมเศรษฐกิจคนรุ่นใหม่ของพรรคก็หาทางแก้ปัญหาไว้แล้ว โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาล เพียงนำเสนอกฏหมายให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนวัตถุประสงค์ให้สามารถค้ำประกันเงินกู้ให้กับประชาชนได้ทุกคน ไม่ใช่ค้ำประกันเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความไม่แน่นอนในวันเลือกตั้งนั้น น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า ตนก็อยากจะขอร้องให้ กกต. และรัฐบาลกำหนดมาให้ชัดเจน ประชาชนจะได้มีความหวังกับอนาคตและมีความสุขอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชอบบอกว่าจะมาคืนความสุข ถ้าวันเลือกตั้งยังอึมครึมจะด้วยเหตุผลกลัวแพ้เลือกตั้งหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนแนะนำด้วยความปรารถนาดีว่า จะนำมาซึ่งปัญหาที่หนักหน่วงต่อ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประชาชนทนไม่ได้แล้ว ที่จะต้องมาฟัง พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันศุกร์ ต่อให้จ้างศิลปินดารา ไอดอล ก็ไม่สามารถดึงคะแนนเสียงได้ เพราะว่าสิ่งที่พูดไม่ตอบสนองต่อชีวิตในความเป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คสช. ห้ามทุกอย่าง อยู่รวมกัน 5 คนยังทำไม่ได้ กำจัดสิทธิเสรีภาพในการวิจารณ์ คสช. ประชาชนไม่สามารถพูดอะไรสะท้อนความรู้สึกต่อรัฐบาลและ คสช. ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเครื่องมือของการแก้แค้นของคนเล็กคนน้อยที่คนไร้ชื่อ ต่อให้คณะรัฐประหารจะวางกลไกซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมการเลือกตั้งได้ การเลือกตั้งไม่ใช่การร้องรอแต่เป็นสิทธิที่พึงมี คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ พึงระลึกไว้ว่าไม่มีอะไรจีรัง ความรักความชังเป็นเรื่องความพอใจ สิ่งที่เขาไม่เคยรักก็ไม่มีทางรักได้ แม้จะยืดเวลาไปยาวนานเท่าใด มีแต่จะทำให้ความเกลียดทบเท่าทวีคูณ&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26312</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, พายุปาบึก, หาเสียงเลือกตั้ง, เกศปรียา แก้วแสนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c38658705413.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผย &#039;นครศรีธรรมราช&#039; ยังอ่วม 23 อำเภอจมน้ำท่วมผู้ประสบภัย 2 แสนคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 - 10 ม.ค.62 อิทธิพลจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ส่งผลกระทบในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 111 อำเภอ 559 ตำบล 3,577 หมู่บ้าน 153 ชุมชน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 264 หลัง เสียหายบางส่วน 53,658 หลัง ประชาชนได้รับผลกระทบ 264,841 ครัวเรือน 882,670 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ประชาชนกลับจาก ศูนย์อพยพแล้วทุกจังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว&amp;nbsp;21 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล กล่าวว่ายังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 25 อำเภอ 168 ตำบล 1,564 หมู่บ้าน แยกเป็น นครศรีธรรมราช เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง อ.ขนอม อ.สิชล อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.นบพิตำ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ทุ่งใหญ่ อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ช้างกลาง อ.ถ้ำพรรณรา อ.ฉวาง อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ชะอวด&amp;nbsp;อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.นาบอน และ อ.บางขัน รวม 165 ตำบล 1,553 หมู่บ้าน 118 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 199,864 ครัวเรือน 679,257 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พระแสง และอ.เวียงสระ รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 352 ครัวเรือน 869 คน ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26216</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จังหวัดนครศรีธรรมราช, ช่วยเหลือผู้ประสบภัย, นายชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36c51ed2b67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขีดเส้นสำรวจความเสียหายปาบึก15 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา บุญราช รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คมนาคม ได้เดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่อำเภอปากพนังและอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชในเวลา 09.30 น.มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนนับ จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 7 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้วางพวงหรีดเคารพศพนายปรีชา จันทร์แก้ว อายุ 66 ปีผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุโซนร้อนปาบึก และพบญาติผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมทั้งมอบกระเช้าและถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุ 2 ครอบครัว คือครอบครัวนางพลอย ศรีระบาย อายุ 80 ปี และครอบครัวนายถัด จงกล อายุ 84 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจกับประชาชนที่มาต้อนรับด้วย โดยกล่าวว่า รู้สึกดีในที่ทุกคนยังยิ้ม ยังหัวเราะได้ ขอให้กำลังใจทุกคน หน่วยงานต่างๆ จะมีการสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ทั้งทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง สิ่งสาธารณประโยชน์บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนให้ซ่อมแซมทันทีคู่ขนานกับการสำรวจ ส่วนบ้านที่เสียหายทั้งหลังจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน โดยรัฐบาลจะรับผิดชอบดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนไฟฟ้าที่ยังดับอยู่จะดำเนินการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้(8ม.ค.62) หลังจากนั้น นายกฯและคณะได้เดินทางไปยัง เนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยอีกจุดหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25939</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯลงพื้นที่นครศรีธรรมราช, พายุปาบึก, สำรวจความเสียหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32df9f7cec7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือประมงสงขลาเฮ!คลื่นลมสงบเติมน้ำมันออกทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลา เรือประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่จอดเรียงรายอยู่ที่บริเวณท่าจอดเรือท่าเทียบเรือประมงใหม่ จ.สงขลา เตรียมออกเรือทำการประมงในวันนี้ &amp;nbsp;หลังคลื่นลมในทะเลกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ โดยเรือประมงเข้าคิวทยอยกันลงน้ำแข็งที่บริเวณท่าโม่น้ำแข็ง รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือทำการประมงทั้งอวน &amp;nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำจืดและเสบียงอาหารลงเรือ ส่วนเรือประมงอวนล้อมปลาจาระเม็ด จะต้องนำทางมะพร้าว ทุนลอย อวนล้อมลงเรือด้วย เพื่อเตรียมออกเรือทำการประมงในอ่าวไทยในวันนี้ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2561- 1 ม.ค.2562 ท่าเทียบเรือปิดท่า หลังจากนั้นวันที่ 2 ม.ค.2562 ก็ต้องจอดเรือต่อ เพราะพายุโซนร้อนปาบึกเข้าอ่าวไทยและมีกำลังแรง คลื่นสูง 4 &amp;ndash; 5 เมตร ทำให้ต้องจอดเรือต่อและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกวันในการดูแลลูกเรือประมงที่เป็นแรงงานต่างด้าวหลายสิบชีวิตที่ลงมาทำงานในเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานสภาพอากาศวันนี้(7 ม.ค.62) ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ &amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร &amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรปาบึก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25917</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมทะเล, จ.สงขลา, พายุปาบึก, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32c7ea4269d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงพื้นที่อ.ปากพนัง เยี่ยมผู้ประสบภัยปาบึกจ.นครศรีธรรมราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- เมื่อเวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6(บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซร้อนปาบึก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามกำหนดเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะออกเดินทางไปยังริมน้ำเมืองเก่าปากพนัง อ.ปากพนัง &amp;nbsp;เพื่อพบปะจิตอาสาและปล่อยแถวจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ &amp;ldquo;Big Cleaning Day&amp;rdquo; ก่อนจะเดินทางไปสามแยกเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนังเพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะผู้ประสบภัยจำนวน 2,000 คน พร้อมกับตรวจระบบเตือนภัยของกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าและเดินทางไปตรวจสภาพความเสียหายบริเวณแหลมตะลุมพุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียน และรับประทานอาหารที่โรงเรียนดังกล่าว ต่อมาในช่วงบ่ายนายกฯและคณะออกเดินทางไปยังหมู่ที่ 1 ต.ปากนคร &amp;nbsp;เทศบาลต.ปากนคร เพื่อตรวจเยี่ยมพบปะการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้นายกฯและคณะจะลงเรือข้ามฟากไปยังหมู่ที่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยริมคลองปากนคร ก่อนที่ในช่วงเย็น เวลา 16.50 น.นายกฯและคณะจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25903</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุปาบึก, อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c329e872c39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
