<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมกับ สหภาพแรงงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจำหน่ายและอุปกรณ์ไฟฟ้า บริเวณชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนนทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (6 ตุลาคม 2564) MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง เขตบางใหญ่ และเขตบางบัวทอง พร้อมด้วยนายสนิท ไซประเสริฐ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สภฟ.) นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบจำหน่ายไฟฟ้าในบริเวณชุมชนเกาะเกร็ดและชุมชนพิบูลสงคราม 1 จังหวัดนนทบุรี เพื่อความปลอดภัย รวมถึงติดตามสถานการณ์ระดับน้ำเฝ้าระวังตรวจสอบเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าบริเวณริมน้ำให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำประชาชนเน้นย้ำเรื่องการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว โดยผู้เชี่ยวชาญจาก MEA ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าของ MEA ให้มีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA ในฐานะหน่วยงานด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับคุณภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการรองรับเหตุฉุกเฉินและขัดข้องต่าง ๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ&amp;nbsp; MEA มีการวางแผนงานดูแลระบบไฟฟ้า 24 ชั่วโมง รวมถึงบูรณาการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้การสนับสนุนร่วมกันแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วน ตามที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) สอดรับกับนโยบายมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ได้บำรุงรักษาและติดตั้งอุปกรณ์เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำในจุดสำคัญ ระบบไฟฟ้ามีการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เพื่อสั่งการจ่ายไฟ อัตโนมัติ จะช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้ง มีการเตรียมความพร้อมโดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้าประจำ 10 จุดที่สำคัญ รวมทั้ง สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ อุโมงค์ทางลอด ในพื้นที่ให้บริการทั้งหมดรวม 492 แห่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA มีความห่วงใยขอแนะนำให้ประชาชนในเขตพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ราบลุ่ม หากพบว่ามีแนวโน้มที่ระดับน้ำบริเวณบ้านจะเริ่มท่วมสูงขึ้นจนใกล้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ขอให้รีบดำเนินการย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด รวมถึงสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้า เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ ในส่วนของห้างร้านที่ติดตั้งป้ายโฆษณา จะต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสาร สถานการณ์อย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ดาวน์โหลดฟรี คลิก https://onelink.to/measmartlife หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119009</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEASafety, MEAsmartLife, การไฟฟ้านครหลวง, ข้อควรระวังเมื่อเกิดน้ำท่วม, นนทบุรี, น้ำท่วม, ฝนตก, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พายุฝน, ระบบไฟฟ้ามั่นคง, เกาะเกร็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615db49cbf760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จับมือขบวนองค์กรชุมชนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน-กลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผู้แทน พอช.และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่นมอบน้ำดื่มและอาหารแห้งให้ชาวชุมชนที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงเรือนำสิ่งของไปมอบผู้ประสบภัยที่ จ.สิงห์บุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่เกิดพายุฝนในหลายจังหวัดทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp; ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างฉับพลัน&amp;nbsp; บางพื้นที่ประชาชนไม่สามารถออกมาซื้อหาอาหาร&amp;nbsp; น้ำดื่ม&amp;nbsp; และสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปอุปโภค-บริโภคได้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนหลายจังหวัดระดมสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&amp;nbsp; และเตรียมการที่จะสำรวจข้อมูลความเดือดร้อนเพื่อช่วยเหลือระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธารน้ำใจช่วยพี่น้องภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (3 ตุลาคม) นางสาวเฉลิมศรี &amp;nbsp;ระดากูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ที่อำเภอชนบท&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมเยียนและติดตามข้อมูลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอชนบทที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านเรือน&amp;nbsp; และเตรียมหาแนวทางการช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน &amp;nbsp;ที่ปรึกษา &amp;lsquo;กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน&amp;rsquo;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นประมาณปี 2558&amp;nbsp; โดยสมาชิกกองทุนมาจากชุมชนที่ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในภาคอีสานประมาณ 60&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ร่วมกันบริจาคเงินกันคนละเล็กละน้อย&amp;nbsp; เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านหรือชุมชนที่ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำท่วม&amp;nbsp; โดยในช่วง 1-2 วันนี้&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อนได้ไปช่วยเหลือชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp; และวันนี้ (3 ตุลาคม) ได้มามอบเงินสนับสนุนที่ อ.ชนบท&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; จำนวน 5,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้าก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผู้แทนขบวนกองค์กรชุมชนมอบเงินจากกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อนให้ตัวแทนชาวบ้านที่อำเภอชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่จังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล&amp;nbsp; สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;พื้นที่ไร่ &amp;nbsp;นา &amp;nbsp;พืชสวน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนในภาคอีสานจึงร่วมกับ พอช.จัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูภัยพิบัติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;rsquo; เพื่อระดมสิ่งของ อุปโภค บริโภค &amp;nbsp;และสิ่งจำเป็นต่างๆ ส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาคหรือสมทบความช่วยเหลือสามารถติดต่อตามรายละเอียดด้านล่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;ภาคกลาง :&amp;nbsp; ส่งแรงใจต้านแรงน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในภาคกลาง&amp;nbsp; แม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สะแกกรัง&amp;nbsp; ป่าสัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยอยู่ริมน้ำได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด&amp;nbsp; พอช.จึงร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดภาคกลางระดมความช่วยเหลือเฉพาะหน้าส่งไปยังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก &amp;nbsp;พอช. พร้อมด้วยเจ้าที่ปฏิบัติการชุมชน&amp;nbsp;และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคกลาง 2 จังหวัด &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ลพบุรี และสิงห์บุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พอช. ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน ในพื้นที่ 4 ตำบล &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;ตำบลโพนางดำออก &amp;nbsp;ตำบลตลุก &amp;nbsp;ตำบลศิลาดาน &amp;nbsp;และตำบลหาดอาษา &amp;nbsp;โดยในพื้นที่ยังคงมีฝนตกและน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องออกมานอนริมถนนหรือทำเพิงนอนชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;และ พอช.ช่วยเหลือชาวบ้านที่ จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดอ่างทอง คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;พอช. ร่วมกับสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลหัวตะพาน &amp;nbsp;อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพ &amp;lsquo;ชุดปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;rsquo; ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมหมู่ที่ 1 - 7 ตำบลหัวตะพาน จำนวน 45 ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนในเบื้องต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอ่างทองมอบสิ่งของให้ประชาชนที่ ต.หัวตะพาน&amp;nbsp; อ.วิเศษชัยชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่​ 2-3​ ตุลาคม&amp;nbsp; คณะยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรี อยุธยาร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก​พอช. จัดทำถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ120,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่​ 30​ ตำบล​8​ อำเภอ&amp;nbsp; เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ก่อนจะช่วยเหลือในช่วงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;เตรียมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน, จังหวัดขอนแก่น, ชัยภูมิ, ชุดปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย, นครราชสีมา, นางสาวเฉลิมศรี   ระดากูล, นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ, น้ำท่วม, ป้าสนอง  รวยสูงเนิน, พอช., พายุฝน, ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูภัยพิบัติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ส่งแรงใจต้านแรงน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก, เครือข่ายองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61599413a697d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ลงพื้นที่ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบจำหน่าย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายรงค์เพชร เขาเรียง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA นำทีมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเขตบางใหญ่ การไฟฟ้านครหลวงบางบัวทอง และการไฟฟ้านครหลวงเขตนนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบจำหน่ายและติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขา พบว่าสถานการณ์ระดับน้ำยังต่ำกว่าจุดเฝ้าระวังของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าบริเวณริมน้ำซึ่งอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าของ MEA ให้มีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทยตระหนักถึงความสำคัญกับคุณภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการรองรับเหตุฉุกเฉินและขัดข้องต่าง ๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ MEA มีการวางแผนงานดูแลระบบไฟฟ้า 24 ชั่วโมง รวมถึงบูรณาการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้การสนับสนุนร่วมกันแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วน ตามที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) สอดรับกับนโยบายมหาดไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ได้บำรุงรักษาและติดตั้งอุปกรณ์เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำในจุดสำคัญ ระบบไฟฟ้ามีการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เพื่อสั่งการจ่ายไฟ อัตโนมัติ จะช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้ง มีการเตรียมความพร้อมโดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้าประจำ 10 จุดที่สำคัญ รวมทั้ง สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ อุโมงค์ทางลอด ในพื้นที่ให้บริการทั้งหมดรวม 492 แห่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA&amp;nbsp; มีความห่วงใยขอแนะนำให้ประชาชนในเขตพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ราบลุ่ม หากพบว่ามีแนวโน้มที่ระดับน้ำบริเวณบ้านจะเริ่มท่วมสูงขึ้นจนใกล้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ขอให้รีบดำเนินการย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด รวมถึงสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้า เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ ในส่วนของห้างร้านที่ติดตั้งป้ายโฆษณา จะต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสาร สถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ดาวน์โหลดฟรี คลิก https://onelink.to/measmartlife หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118466</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEASafety, MEAsmartLife, การไฟฟ้านครหลวง, ข้อควรระวังเมื่อเกิดน้ำท่วม, นายรงค์เพชร เขาเรียง, น้ำท่วม, ฝนตก, พลังงานเพื่อวีชีวิตเมืองมหานคร, พายุฝน, ระบบไฟฟ้ามั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156ef89504d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ย้ำเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง ควรป้องกัน ย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ฝนตกสะสมต่อเนื่องบริเวณประเทศไทยตอนบน และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 26 - 30 กันยายน 2564 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ทำให้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ส่งผลให้ต้องมีการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30 - 1 เมตร นั้น การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA มีความห่วงใยขอแนะนำให้ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ราบลุ่ม หากพบว่ามีแนวโน้มที่ระดับน้ำบริเวณบ้านจะเริ่มท่วมสูงขึ้นจนใกล้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ขอให้รีบดำเนินการย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA ขอแนะนำให้ประชาชนสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้า เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ ในส่วนของห้างร้านที่ติดตั้งป้ายโฆษณา จะต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสาร สถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ได้บำรุงรักษาและติดตั้งอุปกรณ์เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำในจุดสำคัญ ระบบไฟฟ้ามีการการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เพื่อสั่งการจ่ายไฟ อัตโนมัติ จะช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้ง มีการเตรียมความพร้อมโดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้าประจำ 10 จุดที่สำคัญ รวมทั้ง สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ อุโมงค์ทางลอด ในพื้นที่ให้บริการทั้งหมดรวม 492 แห่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ดาวน์โหลดฟรี คลิก https://onelink.to/measmartlife หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news,Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/5051031381590625/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6102&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1442687741460762630?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=92947&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1163279835001069395&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Instagram : https://www.instagram.com/p/CUWYbLNvzkP/?utm_medium=copy_link&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118094</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEASafety, MEAsmartLife, กรมอุตุนิยมวิทยา, การไฟฟ้านครหลวง, ข้อควรระวังเมื่อเกิดน้ำท่วม, น้ำท่วม, ฝนตก, พลังงานเพื่อวีชีวิตเมืองมหานคร, พายุฝน, ระบบไฟฟ้ามั่นคง, สถานการณ์ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152b6ac5f085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษพายุเจิมปากา 8จว.อ่วมน้ำทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิษพายุดีเปรสชันเจิมปากา แม่สอดน้ำไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนดินยุบตัว ทางเดินเท้าริมลำห้วยแม่สอด หลัง รร.วัดมณีไพรสณฑ์แตกร้าว ทรุดตัว หวั่นเกิดอันตราย คนเดินไป-มา กรมป้องกันสาธารณภัยรายงานมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลหลาก ลมกระโชกแรง และดินสไลด์ รวม 8 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่พายุฝนได้กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนวันที่ 25 ก.ค.2564 มาจนถึงตอนเช้าวันที่ 26 ก.ค. ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยแม่สอดเพิ่มสูงขึ้นและไหลรุนแรงเข้าท่วมหลายพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านเทศบาลนครแม่สอดได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาภัย (ดับเพลิง)-เจ้าหน้าที่กองช่าง กองช่างสุขาภิบาล เตรียมความพร้อมเข้าดำเนินการทันทีที่ประชาชนชาวชุมชนร้องขอความช่วยเหลือหากเกิดน้ำท่วม ตามท้องถนน ท่อระบายน้ำอุดตัน ฯลฯ หรือน้ำล้นลำห้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังทำให้ดินทรุดตัว ส่งผลทำให้ทางเดินเท้าริมลำห้วยแม่สอด บริเวณเส้นทางหลังโรงเรียนเทศบาลวัดมณีไพรสณฑ์ เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ทรุดตัว-แตกร้าว เป็นทางยาว ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายกับประชาชนชาวชุมชนที่ใช้เส้นทางเดินทางเท้าบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างชุมชนมณีไพรสณฑ์กับชุมชนปู่แดง ชาวชุมชนในเขตเทศบาลนครแม่สอดจึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งดำเนินการซ่อม แซม แก้ไขเป็นการด่วน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายในระหว่างสัญจรไปมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่บริเวณริมแม่น้ำเมยชายแดนไทย-เมียนมา งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปกครอง สำนักปลัดเทศบาลตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบระดับลำน้ำเมย ในบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 1 จากการตรวจสอบระดับแม่น้ำเมย ระดับน้ำต่ำกว่าระดับตลิ่ง -1.2 เมตร จะถึงระดับตลิ่ง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.แม่ระมาด นายเลิศศักดิ์ ทับผึ้ง นายอำเภอแม่ระมาด จ.ตาก แจ้งว่าพื้นที่อำเภอแม่ระมาดเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่การเกษตรไร่-นา ผลิตผลทางการเกษตรเสียหายหนัก รวมไปถึงถนนสาธารณะสายต่างๆ และบ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะใน ตำบลขะเนจื้อ ตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด ล่าสุดฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาดร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ 345 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร-ตำรวจ-อส. ร่วมช่วยเหลือราษฎรเบื้องต้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ จ.หนองคาย เพิ่มขึ้นวันเดียวเกือบ 2 เมตร เหตุฝนตกหนักทางตอนบนทั้งไทยและลาว แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง โดยทำการวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 6.95 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ในช่วงเวลาเดียวกัน 1.91 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 5.25 เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมาหลายวัน เนื่องจากน้ำโขงจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพิ่มขึ้น และไหลมาสมทบกับแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ประกอบกับทางตอนบนของไทยและตอนบนของประเทศลาวมีฝนตกหนักจากพายุโซนร้อนเจิมปากา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่ไหลลงแม่น้ำโขงมากขึ้น ซึ่งระดับน้ำโขงยังจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องอีกในวันที่ 27 ก.ค. ประมาณ 40 เซนติเมตร หรือต่ำกว่านั้นขึ้นกับปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ตอนบน รวมถึงน้ำในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลลงมาสมทบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์พายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo; ที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยในห้วงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน (26 ก.ค.64 เวลา 06.00 น.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลหลาก ลมกระโชกแรง และดินสไลด์ รวม 8 จังหวัด 10 อำเภอ 15 ตำบล 35 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 77 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต แยกเป็น ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เลย กาฬสินธุ์ และยโสธร รวม 3 อำเภอ 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และตราด รวม 4 อำเภอ 8 ตำบล 16 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี รวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์ภัยใน 2 จังหวัด แยกเป็น เกิดน้ำไหลหลากท่วมถนนในพื้นที่หมู่ที่ 13 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และเกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอพนมสารคาม และอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 22 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111179</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พายุดีเปรสชัน, พายุดีเปรสชันเจิมปากา, พายุฝน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe9c221d674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่มเมืองปากน้ำ ต้นไม้-เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดหลายจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนและลมพัดกระโชกแรงพัดถล่มในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;ทำให้ถนนรถรางเก่า ตั้งแต่สี่แยกรถรางไปจนถึงบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อทัพสำโรงระยะทางประมาณ 300 เมตร มีต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนและเสาไฟฟ้าจำนวน 8 ต้น หักโค่นลงมาขวางถนน รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีที่หน้าเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมา และซอยด่านสำโรง 54&amp;nbsp;กลางซอยลิขิต 1-2-3&amp;nbsp;ซอยแบริ่ง&amp;nbsp;เขตสำโรงเหนือ&amp;nbsp; และอีกหลายจุดในเขตตำบลสำโรงเหนือที่เจอฤทธิ์พายุฝนลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;หลังพายุฝนหยุดตก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ได้ตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณที่มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น&amp;nbsp;เร่งระดมคนนำเลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้ที่ล้มขวางถนน และ ใช้รถนำเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ เร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่หักโค่น&amp;nbsp;โดยจะทำการปักเสาไฟฟ้าใหม่&amp;nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่ในเขตสำโรงเหนือ ไม่มีไฟฟ้าใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนค่าเสียหายนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้&amp;nbsp;ซึ่งขณะที่กำลังดำเนินการแก้ไขตามจุดต่างๆฝนก็เริ่มเทลงมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในสำนักงานเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกล้มพายุพัดจนต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มลงมาทับรถยนต์ตู้กู้ชีพของทางเทศบาลและรถยนต์ตู้ของชาวบ้านได้รับความเสียหายรวม 2 คัน&amp;nbsp;นอกจากนี้ภายในซอยด่านสำโรง 66 ได้รับแจ้งว่ามีต้นไม้ล้มลงมาทับหลังคาที่จอดรถของชาวบ้านและหลังคายุบลงมาทับรถยนต์รับความเสียหาย ยังมีหลังคาบ้านเรือนประชาชนถูกกระแสลมพัดจนหลังปลิวหายไปหลายหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภายในซอยบุญศิริ พื้นที่เทศบาลบางเมือง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มลงมาทับรถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปอีกจำนวน 2 คัน&amp;nbsp;และในพื้นที่เทศบาลตำบลบางปู ร้านค้าของชาวบ้านที่ตั้งอยู่ในตลาดนัดศิวะ 2 หน้าหมู่บ้านบางปูวิวล่า ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยเทศบาลบางปู 59 แผงและร้านค้ารวมทั้งเต้นที่ตั้งอยู่ในตลาดถูกล้มพายุพัดมากองรวมอยู่บนถนน และยังมีอีกหลายพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ ที่ถูกพายุพัดจนต้นไม้หักล้มลงมาทับบ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกหลายคัน รวมทั้งหลังคาบ้านอีกหลายหลังคาเรือนที่ปลิวหายไปกับกระแสลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101933</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, พายุฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935cf8410d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่มบุรีรัมย์​ ต้นไม้หักโค่นขวางถนน​ ร้านค้าพังยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา (5 พ.ค.64) ได้เกิดพายุฝนพัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อนจากอิทธิพลของพายุฝนดังกล่าว โดยพายุฝนได้พัดกระหน่ำอย่างหนักเป็นเวลาประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที ทำให้มีพื้นที่หลายแห่งได้รับความเสียหาย ทั้งสิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่บริเวณถนนสายบุรีรัมย์-คูเมือง ช่วงหลักกิโลเมตรที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;รอยต่อเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ กับ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ บ้านหนองผักแว่น ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ หักโค่นลงมาล้มกีดขวางถนนทับเส้นทางจราจรทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่องจราจร ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และส่งผลทำให้รถติดยาวกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าว ได้ช่วยกันนำมีดมาตัดกิ่งต้นไม้ และนำกิ่งไม้ออกอย่างทุลักทุเล รวมถึงได้นำเชือกผูกกับต้นไม้ที่ล้ม ผูกติดกับรถบรรทุกสิบล้อ ที่จอดอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว ลากต้นไม้ออก เพื่อเปิดพื้นที่การจราจร โดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที จึงสามารถเอาต้นไม้ที่ล้มกีดขาวถนนออกได้ อีกทั้งยังพบด้วยว่า เกือบตลอดเส้นทางถนนสายบุรีรัมย์-คูเมือง ในหลายช่วงได้มีต้นไม้ล้มทับกีดขวางถนนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันก็ยังพบว่าในหลายพื้นที่ของเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ พายุฝนได้พัดถล่มอาคาร บ้านเรือน ป้ายโฆษณาเสียหาย อาทิ ร้านค้าที่ตั้งร้านจำหน่ายอาหาร บริเวณถนนคนเดินริมทางรถไฟ หลายร้านถูกพายุฝนพัดถล่มพังเสียหาย และที่บริเวณประตูทางเข้าศูนย์อาหาร ของห้างสรรพสินค้าทวีกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ก็ถูกพายุฝนพัดถล่ม ทำให้บานประตูและกระจกทั้งแผงล้มพังเสียหาย และยังมีอีกหลายจุดทั้งเต้นท์ที่ได้มีการกางไว้บริเวณภายในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และหลังคาโรงจอดรถหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ก็ถูกพายุพัดถล่มพังเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ยังมีรายงานเบื้องต้นด้วยว่า ในส่วนของอำเภอต่างๆ ก็มีบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในพื้นที่ก็ถูกพายุฝนพัดถล่มได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, พายุฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609335018cde7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
