<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงระบบไฟฟ้าอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ เตรียมพร้อมสถานการณ์อุทกภัย 2564</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (15 กันยายน 2564) นายวิลาศ เฉลยสัตย์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความพร้อมระบบไฟฟ้าอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ ทั้งนี้ MEA ได้บำรุงรักษาและติดตั้งอุปกรณ์เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำ อีกทั้งมีการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนเพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้การสนับสนุนร่วมกันแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วน ตามที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) สอดรับกับนโยบายมหาดไทย ณ สถานีสูบน้ำเกียกกาย อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ และสถานีสูบน้ำสามเสน กรุงเทพมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่าการ กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทยตระหนักถึงความสำคัญกับคุณภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการรองรับเหตุฉุกเฉินและขัดข้องต่างๆ ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สำหรับระบบจ่ายไฟฟ้าของสถานีสูบน้ำนั้น MEA มีการเชื่อมโยงระบบด้านการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของ MEA ได้ใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เพื่อสั่งการจ่ายไฟ อัตโนมัติ จะช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้ง มีการเตรียมความพร้อมโดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้าประจำ 10 จุดที่สำคัญ รวมทั้ง สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ อุโมงค์ทางลอด ในพื้นที่ให้บริการทั้งหมดรวม 492 แห่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA มีความห่วงใยประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน จึงแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่เป็นลักษณะแอ่งกระทะน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ราบลุ่ม หากพบว่าระดับน้ำบริเวณบ้านเริ่มท่วมสูงขึ้นจนใกล้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้รีบดำเนินการย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด นอกจากนี้ขอเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งก่อสร้างที่ ไม่แข็งแรงใกล้แนวสายไฟฟ้า เพราะกิ่งไม้อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรงและพาดลงมาทำให้เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาด เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหากชำรุดเร่งซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ทั้งนี้ให้คำนึงเสมอว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ถูกน้ำท่วมไม่มีความปลอดภัยทั้งสิ้นและหากพื้นที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้ายังไม่แห้งสนิท มีความเปียกชื้นหรือมีน้ำท่วมขัง ห้ามยืนแช่น้ำในขณะติดตั้งอุปกรณ์หรือตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ดาวน์โหลดฟรี คลิก https://onelink.to/measmartlife หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116844</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEA Smart Life Application, MEASafety, MEAsmartLife, กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, การไฟฟ้านครหลวง, ติดตามตรวจสอบความพร้อมระบบไฟฟ้า, นายวิลาศ เฉลยสัตย์, บกปภ.ช., พลังงานเพื่อวีชีวิตเมืองมหานคร, พายุฝนฟ้าคะนอง, ระบบ DMS, ระบบไฟฟ้ามั่นคง, ระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำ, ระมัดระวังอันตราย, สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร, อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ, เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141fe46a87c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใย เตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนอง แนะนำวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช่วง 25 - 30 ส.ค. 64 นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 25 - 30 ส.ค. 64 จะมีร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA มีความห่วงใยประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดพายุฝนลมแรง โดยขอแนะนำให้ตรวจสอบโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงมั่นคงปลอดภัย และตรวจสอบระยะห่างของป้ายโฆษณากับสายไฟฟ้าให้มากขึ้นเพราะอาจส่งผลกระทบกับระบบไฟฟ้าอาจทำให้ไฟฟ้าดับ และขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงใกล้แนวสายไฟฟ้า เพราะกิ่งไม้อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรงและพาดลงมาทำให้เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาด เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหากชำรุดเร่งซ่อมแซมแก้ไข และสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้าเพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ดำเนินการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โดย จัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า และลงพื้นที่บำรุงรักษาระบบจำหน่าย ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า ตลอดจนมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองในสถานที่สำคัญ เพื่อให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA มีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ดาวน์โหลดฟรี คลิก https://onelink.to/measmartlife หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news,Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, MEA, กรมอุตุนิยมวิทยา, การไฟฟ้านครหลวง, ความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า, นายจุมภฎ หิมะเจริญ, ฝนตกหนัก, พยากรณ์อากาศ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พายุฝนฟ้าคะนอง, มรสุมตะวันตกเฉียงใต้, วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61274f01e6bd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันนี้ไปไหนต้องพกร่ม!ฝนกระหน่ำทั่วไทย&#039;เหนือ-อีสาน-กลาง&#039;เสี่ยงฟ้าผ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไปประจำวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่าประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดสอบเข้าหากันบริเวณประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
สำหรับลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมบริเวณภาคใต้ ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง น่าน กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี &amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์, พายุฝนฟ้าคะนอง, ลมกระโชกแรง, ลักษณะอากาศทั่วไป, ลูกเห็บตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088a52050679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุถล่มบุรีรัมย์ ต้นไม้-เสาไฟฟ้าหักโค่น ไฟดับหลายชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก พร้อมลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบในหลายๆด้าน โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และที่บริเวณ กม.12-13 ถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง บ้านหนองโคลน ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เสาไฟฟ้าแรงสูง เป็นเสาขนาด 14 เมตร จำนวน 6 ต้น &amp;nbsp;และเสาไฟฟ้าส่องสว่างอีกกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต้น ที่ตั้งเรียงรายตั้งแต่หน้าทางเข้าบ้านหนองโคลน ต.สะแกโพรง ทางฝั่งขาออกเมือง หักโค่นล้มเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ ต้องมาคอยอำนวยสะดวกประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาเส้นทางดังกล่าว เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ส่งผลทำให้ไฟฟ้าดับไปทั่วในหลายพื้นที่ของอำเภอเมือง ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบุรีรัมย์ และนางรอง ได้เข้าไปแก้ไขเพื่อจ่ายระบบไฟฟ้าให้กลับมาตามปกติในบางจุดได้แล้ว ส่วนที่ยังจ่ายไม่ได้ก็เร่งซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุที่พัดถล่มบ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่นและ ต้นไม้ล้มขวางถนนหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีอีกหลายอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนพัดถล่มในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งสำรวจและให้การช่วยเหลือย่างเร่งด่วน เนื่องจากจะมืดแล้วต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะในบางพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99529</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, พายุฝนฟ้าคะนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077884f1f75e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือน &#039;พายุฝนฟ้าคะนอง&#039; 16-18 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า การคาดหมายลักษณะอากาศ ในวันที่ 15 และ วันที่ 19 - 20 เม.ย. 64 ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับอ่าวไทยและภาคใต้มีลมตะวันตกพัดปกคลุม ทำให้บริเวณอ่าวไทยและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 18 เม.ย. 64 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีพายุฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีลมตะวันตกพัดปกคลุมทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16 &amp;ndash; 18 เม.ย. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในวันที่ 15 และ วันที่ 19 - 20 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 18 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในวันที่ 15 และ วันที่ 20 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 19 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในวันที่ 15 และ วันที่ 19 - 20 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 18 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในวันที่ 15 และ วันที่ 20 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 19 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในวันที่ 15 และ วันที่ 19 - 20 เม.ย. 64 อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 18 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฝนฟ้าคะนอง, ลมกระโชกแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056911d389da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุถล่มหนัก 19จ.เสียหาย หนุ่มโคราชดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปภ.สรุปสถานการณ์พายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. เกิดวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด บ้านพังเสียหาย 846 หลัง &amp;quot;หนุ่มโคราช&amp;quot; วัย 38 ปี ขี่ จยย.มาตามถนนเจอล้มพัดต้นไม้ล้มทับเสียชีวิต &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เตือนทั่ว ปท.พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มี.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 20-22 มี.ค.64 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแยกเป็นภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และเพชรบูรณ์ รวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 125 หลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร&amp;nbsp; นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครพนม รวม 65 อำเภอ 111 ตำบล 208 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 721 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่จังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&amp;quot; ท้ายรายงาน ปภ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาในพื้นที่ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา กู้ชีพโรงพยาบาลชุมพวงและกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน จุดอำเภอชุมพวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หมดสติไม่รู้สึกตัว ที่บริเวณถนนในหมู่บ้านโคกตอง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย สวมเสื้อโปโลสีแดง กางวอร์มสีดำ รองเท้าผ้าใบสีเทา ทราบชื่อคือ นายสังวาลย์ ผ่องปัญญา อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 17 ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา มีแผลที่ใบหน้าและเสียชีวิตก่อนที่ทีมกู้ชีพกู้ภัยจะไปถึง จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลชุมพวง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก ตลอดคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกและลมแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 6 ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก หลังคาเปิดเสียหายหลายหลัง เสาไฟฟ้าหัก 7 ต้น ไฟฟ้าดับ กระทั่งช่วงเช้า เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังทองและอีกหลายอำเภอ ได้ระดมกำลังพนักงานและเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการแก้ไขเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังทอง-สากเหล็ก ถูกพายุฤดูร้อนพัดต้นไม้ล้มใส่สายไฟฟ้า ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหัก 7 ต้น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้เร่งเคลียร์สายไฟและขุดเพื่อตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ จำนวน 7 ต้น เพื่อต่อกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฤดูร้อนที่พัดรุนแรงในเขตจังหวัดพิษณุโลก นอกเหนือจากตำบลดินทอง อำเภอวังทอง ที่ได้รับความเสียหายแล้ว ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีบ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลังได้รับความเสียหายจำนวนมากเช่นกัน ขณะนี้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอนครไทยได้เร่งสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นพบมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 31 หลังคาเรือน ในตำบลเนินเพิ่มและตำบลนครไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย ระบุ ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะมีผลกระทบพื้นที่ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นไม้ล้ม, บ้านพังเสียหาย, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058992745a0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศเตือนฉบับที่9 เหนือ-อีสานรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง-ลูกเห็บตก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 64 - กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 9 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 8- 9 กุมภาพันธ์ 2564 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มีลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ: จังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ประกาศเตือนฉบับที่9, พายุฝนฟ้าคะนอง, ลูกเห็บตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
