<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าทุเลา ออสซี่ผจญพายุฝุ่น-ลูกเห็บซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองและพายุลูกเห็บเมื่อวันจันทร์ หลังจากพายุฝุ่นกระหน่ำทั่วพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้ง ขณะสถานการณ์ไฟป่าทุเลาลงแล้วแต่ยังไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกเห็บขนาดเท่าลูกกอล์ฟตกที่อาคารรัฐสภาในกรุงแคนเบอร์ราเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียประสบกับฤดูไฟป่ารุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วยผลพวงจากภาวะโลกร้อน ไฟได้เผาทำลายพื้นที่กว้างใหญ่ในรัฐฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย บ้านเรือนถูกไฟไหม้มากกว่า 2,000 หลัง และมีคนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 29 ราย ฝนที่ตกลงในช่วงไม่กี่วันนี้บรรเทาสถานการณ์ลงได้มาก แต่ยังคงมีไฟป่าลุกไหม้อยู่มากกว่า 80 จุด ในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม กล่าวว่า พายุลูกเห็บรุนแรงกระหน่ำกรุงแคนเบอร์รา โดยมีภาพวิดีโอเผยสภาพกิ่งไม้หักโค่น กระจกรถยนต์และกระจกหน้าต่างแตก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือหลายร้อยราย หน่วยกู้ภัยต้องแนะนำประชาชนให้เคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากสถานที่กลางแจ้งและห่างจากต้นไม้และเสาไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งรวมถึงนครซิดนีย์ ให้เตรียมรับมือกับพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ และอาจสร้างความเสียหายทั้งจากกระแสลมรุนแรง ลูกเห็บขนาดใหญ่ และฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐวิกตอเรีย, นิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์ เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ช่วงหลายวันมานี้ เมื่อวันจันทร์ หน่วยรถพยาบาลนิวเซาท์เวลส์แถลงว่า มีเด็กชายวัย 16 ปี และชายวัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่าขณะไปท่องเที่ยวที่บลูเมาเทนส์ แต่โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้โดนสายฟ้าโดยตรงจึงรอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองในฝั่งตะวันตกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เช่น เมืองออเรนจ์และดับโบ เผชิญกับลมพายุรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ก่อให้เกิดกำแพงพายุฝุ่นขนาดมหึมาปกคลุมเมือง ชาวเมืองกล่าวกันว่าเมฆฝุ่นปกคลุมท้องฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้เวลากลางวันเหมือนยามค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอชลีห์ ฮัลล์ ชาวเมืองดับโบ บอกกับเอเอฟพีว่า พวกเธอคุ้นเคยกับการรับมือเมื่อเห็นพายุฝุ่นเคลื่อนเข้าใกล้ เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดเครื่องปรับอากาศ แต่พายุฝุ่นครั้งนี้น่าตื่นตะลึงกว่าพายุฝุ่นทั่วๆ ไป มันเหมือนกับที่เห็นในหนังวันสิ้นโลก ที่คลื่นขนาดมหึมากำลังเคลื่อนเข้ามาหา เป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่เธอหวังให้พายุนี้นำฝนมา ไม่ใช่ฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครเมลเบิร์นทางใต้ในรัฐวิกตอเรียก็เผชิญกับพายุลูกเห็บขนาดใหญ่ด้วยเมื่อวันอาทิตย์ รัฐนี้ยังคงมีไฟป่าคุกรุ่นอยู่หลายจุด ฝนที่ตกกระหน่ำในพื้นที่ทางเหนือช่วยบรรเทาไฟป่าลงได้ แต่แดเนียล แอนดรูส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย เตือนว่า สภาพพื้นดินที่ชุ่มฝนเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับเครื่องจักรกลหนักในพื้นที่เสียหายจากไฟป่า ปัญหาดินถล่มยิ่งเพิ่มความยุ่งยากต่อการเปิดเส้นทางที่ถูกปิดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55070</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวเซาท์เวลส์, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฝุ่น, พายุลูกเห็บ, วิกตอเรีย, ออสเตรเลีย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25b67a188b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อสังเวยพายุอินเดียพุ่งเกิน 140 ศพ แอฟริกาตะวันออกก็อ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้สังเวยพายุฝุ่นและพายุฝนฟ้าคะนองในอินเดียเพิ่มเป็นมากกว่า 140 คนในวันศุกร์ พยากรณ์อากาศเตือนยังมีพายุต่อเนื่องถึงวันอังคาร ส่วนที่แอฟริกาตะวันตก หลายประเทศเผชิญฝนตกน้ำท่วม คร่าชีวิตคนแล้วหลายร้อยคนนับแต่ต้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนบ้านของราชวีร์ ซิงห์ ชี้ให้ดูซากความเสียหายของบ้านซิงห์ในเมืองเคราครห์ ที่โดนพายุถล่มเมื่อคืนวันพุธ และทำให้เจ้าของบ้านบาดเจ็บสาหัส แต่ภรรยาและหลานชายเสียชีวิต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุกระหน่ำอินเดียตั้งแต่คืนวันพุธที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 140 คนแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นการรวมยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจากรัฐทางตอนใต้ของประเทศที่เผชิญพายุฝนฟ้าคะนองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุฝุ่นซึ่งมีความเร็วลมถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง เข้ากระหน่ำหลายรัฐทางภาคเหนือของอินเดียเมื่อคืนวันพุธ ทำให้บ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยดิน พังถล่มลงจำนวนมาก ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านกล่าวกันว่า พายุมาอย่างปุบปับทำให้หลายคนหนีไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุฝุ่นครั้งนี้เพิ่มเป็น 121 คนตามข้อมูลอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ ที่รวบรวมจากรัฐอุตตรประเทศ, รัฐราชสถาน และรัฐอุตตราขัณฑ์ที่อยู่ติดกัน และรัฐปัญจาบ นอกจากนั้นยังมีรายงานคนโดนฟ้าผ่าเสียชีวิตอีก 21 คน ในรัฐเตลังคานาและรัฐอานธรประเทศ ทางภาคใต้ของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียเตือนว่า อาจจะพายุเกิดขึ้นอีกหลายลูกเหนือพื้นที่กว้างใหญ่ของประเทศจนถึงวันอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในแต่ละปี ผู้คนในอินเดียสังเวยชีวิตเพราะพายุและฟ้าผ่าจำนวนมาก แต่พายุครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้ามไปอีกฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ที่แอฟริกาตะวันออก ฝนตกหนักติดต่อกันหลายสัปดาห์ซึ่งช่วยบรรเทาความแห้งแล้ง ได้กลับกลายเป็นภัยพิบัติที่คร่าชีวิตคนหลายร้อยคนและทำให้ไร้ที่อยู่อีกหลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประเทศเคนยา ซึ่งฝนแล้งมานาน 3 ปี ในปีนี้กลับมีฝนตกหนักยาวนาน 2 เดือนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และมีคนเสียชีวิตแล้ว 120 คน ล่าสุดเกิดน้ำท่วมฉับพลันในกรุงไนโรบีเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ทำให้สะพานขาดและมีคนสังเวยชีวิต 8 ราย หน่วยงานกาชาดร้องขอความช่วยเหลือ 5 ล้านดอลลาร์ (ราว 155 ล้านบาท) สำหรับผู้ประสบภัย โดยมีคนไร้ที่อยู่ 48,177 ครัวเรือน หรือเท่ากับ 260,100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซมาเลียซึ่งเพิ่งผ่านภาวะแห้งแล้งรุนแรง ก็มีฝนตกหนักด้วยเช่นกัน ทำให้น้ำแม่น้ำชาเบลเอ่อเข้าท่วมเมืองเบเล็ดเวย์นเมื่อกลางสัปดาห์ มีประชาชนไร้ที่อยู่มากกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงจัดการภัยพิบัติของรวันดาเปิดเผยว่า น้ำท่วมและดินถล่มคร่าชีวิตคนในประเทศนี้แล้ว 116 คน และทำให้บาดเจ็บอีก 207 คน นับแต่เดือนมกราคม ส่วนที่แทนซาเนียก็เกิดฝนตกหนัก มีคนเสียชีวิต 14 คนในเดือนที่แล้ว ส่วนยูกันดา เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8525</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุฝน, พายุฝุ่น, ฟ้าผ่า, ยอดสังเวย, ราชสถาน, อินเดีย, อุตตรประเทศ, แอฟริกาตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec641ec5100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝุ่นถล่มหลายรัฐภาคเหนืออินเดีย สังเวยแล้ว 100 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เกิดพายุฝุ่นทั่วภาคเหนือของอินเดียเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ลมพายุหอบเอาฝุ่นทรายทับถมอาคารบ้านเรือน ทำให้ต้นไม้เสาไฟฟ้าหักโค่น มีคนสังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 140 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถสามล้อเครื่องวิ่งบนถนนในเมืองมธุรา รัฐอุตตรประเทศ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทางการอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2561 ว่าพายุฝุ่น ซึ่งมีความเร็วลมมากกว่า 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดกระหน่ำหลายพื้นที่ของรัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือ และรัฐราชสถานในฝั่งตะวันตก ตั้งแต่คืนวันพุธ โดยเจ้าหน้าที่จะสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยของทั้งสองรัฐนี้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เสียชีวิตขณะกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านที่พังถล่ม หรือไม่ก็โดนกำแพง ต้นไม้ และสายไฟล้มทับ ชาวอินเดียจำนวนมากมักออกมานอนกลางแจ้งในช่วงฤดูร้อน
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาภายใต้ซากบ้านที่พังถล่ม ที.พี. คุปตะ จากสำนักงานผู้ตรวจการณ์บรรเทาทุกข์อุตตรประเทศกล่าวกับเอเอฟพีว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 65 คน จากประมาณ 40 เขตของทั้งหมด 75 เขตในรัฐนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้นับว่ามากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวเสริมด้วยว่า เฉพาะที่เขตอัครา มีคนเสียชีวิต 43 ราย และมีปศุสัตว์และสัตว์อื่นล้มตายมากกว่า 150 ตัว มีพยากรณ์อากาศด้วยว่าจะมีพายุเกิดขึ้นอีกในรัฐนี้ ช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า ประชาชนจึงควรระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหมันต์ เชระ หัวหน้ากรมบรรเทาทุกข์และรับมือภัยพิบัติรัฐราชสถาน กล่าวว่า หน่วยงานฉุกเฉินอยู่ในภาวะตื่นตัว และประชาชนไม่ควรออกมานอนกลางแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียกล่าวว่า จะเกิดพายุเพิ่มอีกในพื้นที่เป็นบริเวณกว้างขึ้นจนถึงวันเสาร์นี้ เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาในกรุงนิวเดลีกล่าวถึงพายุฝุ่นลูกนี้ว่าเกิดจากระบบอากาศตะวันออกและตะวันตกมาปะทะกันเหนือที่ราบภาคเหนือที่มีความชุ่มชื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายฟ้าแปลบแปลบเหนืออาคารที่พักอาศัยชานกรุงนิวเดลีระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชารัน ซิงห์ นักวิทยาศาสตร์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียกล่าวว่า ลมที่กระหน่ำเมืองอัครามีความเร็วถึง 132 กิโลเมตร/ชั่วโมง แม้แต่ที่กรุงนิวเดลี ลมยังมีความเร็ว 59 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐราชสถาน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใน 3 เมืองที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ อัลวาร, โธลปุระ และภารัตปุระ รัฐนี้มีวังเก่าแก่และวัฒนธรรมหลากสีสันที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เมืองภารัตปุระ มีเสาไฟฟ้าหักโค่นมากกว่า 1,000 ต้น ทำให้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานเกิน 2 วันจึงจะกู้ไฟฟ้ากลับมาเป็นปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุลักษณะนี้คร่าชีวิตชาวอินเดียนับพันคนในแต่ละปี แต่พายุที่เกิดเมื่อวันพุธเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว พายุแบบเดียวกันได้คร่าชีวิตคนอย่างน้อย 15 รายที่รัฐอุตตรประเทศนี้ และทำลายหออะซาน 2 หลัง บริเวณทางเข้าของทัชมาฮาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นไม้ล้มทับรถยนต์หลังเกิดพายุ ที่เมืองบาเรลลี รัฐอุตตรประเทศ / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8455</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุฝุ่น, ราชสถาน, อินเดีย, อุตตรประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb0ed609bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
