<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน47จว.รับมือ พายุฤดูร้อนถล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พายุฤดูร้อนถล่มแล้ว 49 จว.ในรอบสัปดาห์ บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 8 พันกว่าหลัง กรมอุตุฯ เตือน 47 จังหวัดรับมือ &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวัง 4 พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ชี้ปีนี้ฝนชุก ส.ค.-ก.ย. พายุ 2-3 ลูกเข้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก กาฬสินธุ์ ยโสธร เลย และสุรินทร์ รวม 7 อำเภอ 11 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 66 หลัง ส่วนในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-9 พ.ค.64 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ประสบวาตภัย 49 จังหวัด 175 อำเภอ 498 ตำบล 1,559 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 8,204 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันที่ 10&amp;nbsp; พ.ค. ดังนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36&amp;nbsp; องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี) อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แม่น้ำสายหลัก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีน้ำน้อยถึงปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น และภาคใต้ มีน้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขง น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ปริมาณน้ำใช้การ แหล่งน้ำทุกขนาด 38,692 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (47%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,924 ล้าน ลบ.ม. (47%) เฝ้าระวังน้ำน้อย จำนวน 9 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 1 แห่ง (อ่างเก็บน้ำลำตะคอง และหนองปลาไหล) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณจังหวัดสระบุรี เชียงราย สุโขทัย และตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สภาพอากาศปีนี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ในปี 2551 ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศมีค่าสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะสูงกว่าค่าปกติมาก ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.-ก.ย.64 จะมีฝนตกชุกหนาแน่น ส่วนในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.64 มีโอกาสเกิดพายุเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย จำนวน 2-3 ลูก กอนช.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย และมอบหมายหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102339</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเรือนเสียหาย, ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ, ปีนี้ฝนชุก, พายุฤดูร้อน, พายุฤดูร้อนถล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097f9407da0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนพายุฝนกระหน่ำทั่วไทยถึง 7 พ.ค. ภาคเหนือระวังน้ำไหลหลาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนจากประเทศเมียนมาเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางแห่ง สำหรับภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุมทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฟ้าคะนองลดลงแต่ยังคงมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก รวมถึงฟ้าผ่า ที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือให้ระวังน้ำไหลหลากไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 พายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พ.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 5 - 7 พฤษภาคม 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 11 พ.ค. 64 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, พายุฝน, พายุฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60778a17aec8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะลึง! &#039;แมงแคง&#039; เมนูจากฟ้า ราคาพุ่งกก.ละ 2 พัน ปีนี้มาไวหลังเกิดพายุฝนถี่ยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมรายงานว่า ในช่วงนี้ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดระบาด ทำให้ธุรกิจหลายอย่างได้รับผลกระทบมีจำนวนลูกค้าลดลง แต่สำหรับอาชีพหาของป่าช่วงที่มีพายุฝนหน้าร้อนกลับเบ่งบานไม่ต่างจากพืชผล ชาวบ้านได้นำมาวางขายตามตลาดสดต่างๆอย่างคึกคัก เพราะเป็นที่ต้องการของลูกค้านำไปปรุงอาหารเป็นเมนูเด็ดอีสาน โดยเฉพาะช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่องทำให้เมนูเด็ดหาได้ง่ายตามฤดูกาล&amp;nbsp;ส่งผลให้ตามตลาดของป่าหลายแห่ง กลายเป็นแหล่งศูนย์รวมของป่าที่หลากหลายชนิดสร้างเงินหมุนเวียนสะพัดให้ชาวบ้านยิ้มได้ในช่วงโควิดระบาด อาทิ ตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม ถือว่าเป็นตลาดศูนย์กลางรวมสินค้าของป่าหายากพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้มีชาวบ้านนำของป่ามาวางขายกลาดเกลื่อน เช่น ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น อึ่งอ่าง ผักหวาน กบ เขียด กิ้งก่า ดอกกระเจียว หน่อยไม้ และสารพัดเห็ด ฯลฯ ถือเป็นโอกาสดีของชาวบ้านถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากโรคโควิดระบาด แต่ยังสร้างรายได้มีเงินหมุนเวียนวันละหลายหมื่นบาท&amp;nbsp;โดยเฉพาะแมงแคงถือว่าเป็นเมนูเด็ดที่สร้างรายได้ดีพอสมควร และเป็นเมนูหายากกว่าจะหามาได้ต้องใช้ความพยายามสูงมาก และเป็นที่นิยมของชาวบ้านนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ด ราคาซื้อขายตกกิโลกรัมละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท ตัวใหญ่ประมาณตัวละ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;บาท พ่อค้าแม่ค้าบางรายมีเงินเข้ากระเป๋าวันละ&amp;nbsp;4,000-5,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตามเส้นทางการล่าแมงแคง ถือว่าต้องใช้ความชำนาญพอสมควรและหายากสมราคาขาย โดยชาวบ้านจะใช้ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา เป็นความชำนาญจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสาน โดยจะเดินเลาะป่าที่มีความชุ่มชื้นหลังฝนเริ่มตกลงมา ทำให้ต้นไม้นานาชนิดแตกยอดใบอ่อน&amp;nbsp;โดยแมงแคงจะเจริญเติบโตมาจากไข่ที่แม่พันธุ์ไข่ไว้ตามกิ่งไม้ พอช่วงฤดูฝนจะฟักออกมาเป็นตัว และเกาะกินใบไม้อ่อนตามธรรมชาติ โดยอาศัยอยู่ในต้นไม้บางชนิดเท่านั้น&amp;nbsp;อาทิ ต้นลำใย ลิ้นจี่ ต้นจิก ต้นเต็งรังและต้นค้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีการจับจะใช้ไม้ไผ่ยาวฟาดไปตามใบไม้ เพื่อให้แมงแคงร่วงลงมา และเก็บรวบรวมเอามาขาย บางรายจะใช้วิธีการใช้ไฟส่องตอนกลางคืน และใช้ไม้ฟาดให้ตกลงมาเช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งแมงแคงจะมีทั้งแมงแคงตัวอ่อน และตัวแก่ รสชาติตัวแก่จะมีกลิ่นฉุนมากกกว่าตัวอ่อน ลักษณะกลิ่นฉุนคล้ายแมงดา&amp;nbsp;สำคัญที่สุดหากพื้นที่ป่าไหนแมงแคงเยอะถือว่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และไม่ค่อยมีการใช้สารเคมีทำการเกษตร ทำให้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ธะณะขาว อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปี เล่าถึงการล่าแมงแคงและสูตรการปรุงเมนูเด็ดว่า การล่าแมงแคงจะต้องใช้ความชำนาญพอสมควรในการหาแมงแคงที่เกาะบนต้นไม้ และใช้ไม้ฟาดให้ร่วงลงมา และจะต้องเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เช่นตามป่าภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม ยังมีจำนวนมาก ชาวบ้านจะออกล่าหาแมงแคงในช่วงต้นฤดูฝน&amp;nbsp;จะมีทั้งแมงแคงตัวอ่อน ตัวแก่&amp;nbsp;สามารถนำไปขายปรุงเป็นเมนูได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังคือ แมงคงมีกลิ่นฉุนและมีฉี่เป็นพิษ หากถูกเนื้ออ่อนตามร่างกายจะเป็นรอยไหม้แสบร้อน ระวังที่สุดอย่าให้ถูกตาเพราะอันตรายมาก บางปีหายากยิ่งมีราคาแพงตกกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท ตัวใหญ่เฉลี่ยตัวละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรุงเมนูไม่ยุ่งยาก เพียงนำแมงแคงที่ได้ตัวใหญ่จะต้องเด็ดปีก และเอาส่วนที่แข็งออก ก่อนนำมาคั่วให้สุก จากนั้นนำพริกสด กระเทียม หัวหอมแดงมาคั่ว เป็นเครื่องปรุงรส พอสุกนำไปโขลกตำใส่ครกรวมกัน โขลกให้ละเอียด สุดท้ายปรุงรสด้วยน้ำปลา ปลาร้า จะได้รสชาติอร่อยลงตัว&amp;nbsp;ส่วนรสชาติจะมีกลิ่นฉุนคล้ายแมงดาแต่อร่อยกว่า คนอีสานชอบตำป่นเป็นน้ำพริกกินกับข้าวเหนียว ผักสด ผักลวก ถือเป็นเมนูเด็ดที่หายาก รสชาติอร่อยสมราคา แต่ทุกวันนี้เริ่มหายากเพราะธรรมชาติถูกทำลาย การใช้สารเคมี การทำลายเผาป่าทำให้เริ่มสูญพันธุ์&amp;nbsp;จึงต้องช่วยกันดูแล เพื่อความอุดมสมบูรณ์และเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101712</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, บริโภคแมลง, พายุฤดูร้อน, หาของป่า, แมงแคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090e297a9c8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุถล่มตัวเมืองมุกดาหาร ป้ายล้มทับคนเจ็บเล็กน้อย น้ำท่วมสูง 50 ซม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก มีลมกรรโชกแรงทำให้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติขนาดใหญ่บริเวณหน้าหอแก้วมุกดาหาร ถล่มลงมาพังเสียหาย และขณะที่พนักงานส่งอาหารขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี&amp;nbsp;ป้ายขนาดใหญ่ล้มลงได้รับบาดเจ็บที่มือ และขาเล็กน้อย&amp;nbsp; อีกทั้งถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เกิดน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกัน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่จราจร สภ.เมืองมุกดาหาร ออกให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางของประเทศไทย มีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp; ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง&amp;nbsp; ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้น สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกัน และระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม&amp;nbsp; ขณะที่ สถานีอุตุนิยมวิทยามุกดาหาร รายงานว่าความเร็วลมสูงสุดที่ตรวจวัดได้&amp;nbsp; 43 กม/ชม. เป็นลมทิศตะวันออก เมื่อเวลา 15.55 น. ส่วนปริมาณฝนตั้งแต่ 15.20-16.00 น. วัดได้ 68 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101433</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุฤดูร้อน, มุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d54cf09fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พายุฤดูร้อน&#039; ยังถล่มทั่วไทยอีก 3 วัน ฝนฟ้าคะนอง 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. -&amp;nbsp;1 พ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดสอบเข้าหากันบริเวณประเทศไทยตอนบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มี &amp;quot;พายุฤดูร้อน&amp;quot; เกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 2 - 4 พ.ค. 64 ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน อ่าวไทย และภาคใต้ มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. -&amp;nbsp;1 พ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. -&amp;nbsp;1 พ.ค. พายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 2 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. -&amp;nbsp;1 พ.ค. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยมีลูกเห็บและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 2 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 -&amp;nbsp;30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยมีลูกเห็บและมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 1 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. -&amp;nbsp;1 พ.ค. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 2 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 28 - 30 เม.ย. 64 อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 28 - 30 เม.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 1 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 28 - 30 เม.ย. 64 ส่วนในช่วงวันที่ 28 -&amp;nbsp;30 เม.ย. 64 ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 1 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28 - 30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 1 -&amp;nbsp;4 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, พายุฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60778a17aec8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุพัดถล่มบ้าน-วัดพังพินาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปภ.เตือนพายุฤดูร้อนถล่มต่อเนื่องถึง 30 เมษา. ในภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ ย้ำประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ ประกาศเตือนภัยต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายขณะเกิดพายุฝน ห้ามหลบใต้ต้นไม้ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง กำชับหน่วยปฏิบัติ ในพื้นที่จับตาสถานการณ์ภัย 24 ชั่วโมง ตั้งทีม&amp;nbsp; เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเผชิญเหตุ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที นครสวรรค์อ่วมพายุคลั่งถล่มบ้าน-วัดพังยับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 27 เม.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 26-30 เมษายน 2564 หลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ อาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ในลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2564 ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนแล้ว 59 จังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ห่วงใยความปลอดภัยของประชาชน จึงขอแจ้งให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัดเมื่อได้รับการแจ้งเตือน ให้ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง กรณีที่เกิดลมพายุกระโชกแรง ให้หลบในอาคารที่มั่นคงแข็งแรง ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือหลบบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการถูกล้มทับหรือฟ้าผ่าได้ ตลอดจนไม่ใช้โทรศัพท์มือถือหรืออยู่ใกล้วัสดุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า อาทิ เงิน ทอง นาก ทองแดง และโลหะในที่ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันการถูกฟ้าผ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรควรจัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ปภ.ได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ เข้าสำรวจพร้อมให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี หลังตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 26 เม.ย. จนถึงวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกหลายระลอกในพื้นที่อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่งผลทำให้มีบ้านเรือนของประชาชน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ถูกลูกเห็บและแรงลมกระโชกแรงจนได้รับความเสียหายไปหลายหลัง โดยเฉพาะที่วัดมีนะโยธิน ในพื้นที่บ้านคลองตักน้ำ หมู่ 6 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี พายุได้โหมถล่มศาลาการเปรียญอายุกว่า 30 ปี ที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาพังถล่มเสียหายไปทั้งหลัง และยังไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้ซากตรวจสอบเพื่อประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศเตือนภัยต่อเนื่อง, พยากรณ์อากาศ, พายุฝน, พายุฤดูร้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60881de8d4779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนรับมือ &#039;พายุฤดูร้อน&#039; ถล่มทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64&amp;nbsp;- กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน ในช่วงวันที่ 26 เม.ย. &amp;ndash; 1 พ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมี &amp;quot;พายุฤดูร้อน&amp;quot; เกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน อ่าวไทย และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 26 เม.ย. &amp;ndash; 1 พ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 26 เม.ย. &amp;ndash; 1 พ.ค. มีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26 - 30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26 &amp;ndash; 30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26-30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 26 - 28 เม.ย. 64 ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 29 เม.ย.- 2 พ.ค. 64 ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 26 - 28 เม.ย. 64 ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 29 เม.ย. -&amp;nbsp;2 พ.ค. 64 ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26-30 เม.ย. 64 มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 พฤษภาคม 64 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077884f1f75e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
