<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยอ่วมพิษเบนินคา-เซินติญ   ห่วง3อำเภอเมืองเพชรระดับน้ำเพิ่มขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.เฝ้าระวังต่อเนื่อง&amp;nbsp;8 จังหวัด &amp;nbsp;ขณะที่ 3อำเภอ เมืองเพชร ระดับน้ำเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.61-กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดสถานการณ์ภัย รวม 38 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 8 จังหวัด แยกเป็น สถานการณ์ภัยจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา และเชียงราย สถานการณ์ภัยจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; 5 จังหวัด ได้แก่ นครพนม อุบลราชธานี บึงกาฬ กาฬสินธุ์ และเพชรบุรี ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 - 20 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มใน 6 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน รวม 38 อำเภอ 146 ตำบล 602 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,106 ครัวเรือน 21,286 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 3 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 3 จังหวัด รวม 24 อำเภอ 119 ตำบล 539 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,979 ครัวเรือน 20,964 คน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าน น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเมืองน่าน อำเภอเชียงกลาง อำเภอภูเพียง อำเภอเวียงสา และอำเภอทุ่งช้าง รวม 48 ตำบล 191 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,613 ครัวเรือน 12,348 คน ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะเยา น้ำไหลหลากและ เกิดดินสไลด์ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน อำเภอเชียงคำ อำเภอแม่ใจ อำเภอเมืองพะเยา และอำเภอดอกคำใต้ รวม 25 ตำบล 154 หมู่บ้าน 3 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,680 ครัวเรือน 6,970 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงราย น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ลาว อำเภอเทิง อำเภอพาน อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอเมืองเชียงราย รวม 46 ตำบล 194 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 686 ครัวเรือน 1,646 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์จากอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม &amp;ndash; 20 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 32 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 405 ตำบล 2,350 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 51,161 ครัวเรือน 149,831 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 27 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 5 จังหวัด รวม 24 อำเภอ 137 ตำบล 1,041 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,493 ครัวเรือน 58,005 คน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า และอำเภอนาทม &amp;nbsp;อุบลราชธานี ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเขื่องใน บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด และอำเภอศรีวิไล กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย อำเภอดอนจาน และอำเภอร่องคำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ระบุว่า ส่วนที่ จ.เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง และอำเภอบ้านลาด ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำภาพรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15758</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, ชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, น้ำป่า, ปภ., พายุเซินติญ, พายุเบบินคา, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa1ff885f404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยอุทกภัย8จังหวัดเริ่มคลี่คลาย จับตา &#039;เพชรบุรี&#039; ระดับน้ำเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม &amp;ndash; 9 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 30 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง เพชรบุรี ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ อำนาจเจริญ พะเยา เชียงราย กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร หนองคาย พังงา และสุราษฎร์ธานี รวม 96 อำเภอ 343 ตำบล 2,098 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,970 ครัวเรือน 123,515 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัด รวม 36 อำเภอ 179 ตำบล 1,281 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,333 ครัวเรือน 57,811 คน ได้แก่ 1.นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอธาตุพนม อำเภอบ้านแพง อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า และอำเภอนาทม รวม 90 ตำบล 878 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,724 ครัวเรือน 31,496 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.อุบลราชธานี ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเขื่องใน รวม 5 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 509 ครัวเรือน 1,758 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด และอำเภอศรีวิไล รวม 23 ตำบล 126 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,604 ครัวเรือน 8,736 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สกลนคร ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอนิคมน้ำอูน รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1 ครัวเรือน 3 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ร้อยเอ็ด ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอเสลภูมิ รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน 34 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย อำเภอดอนจาน และอำเภอร่องคำ รวม 23 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 961 ครัวเรือน 1,873 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ยโสธร น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้ว อำเภอกุดชุม และอำเภอคำเขื่อนแก้ว รวม 24 ตำบล 105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,451 ครัวเรือน 8,972 คน ปัจจุบันระดับน้ำในลุ่มน้ำเซบายเพิ่มขึ้น ส่วนระดับน้ำในลุ่มน้ำชี&amp;nbsp; มีแนวโน้มทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง รวม 6 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 396 ครัวเรือน 1,714 คน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 9.สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพนม อำเภอพระแสง และอำเภอชัยบุรี รวม 5 ตำบล 32 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 675 ครัวเรือน 3,225 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จ.เพชรบุรี, น้ำท่วม, ปภ., พายุเซินติญ, สกลนคร, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a688af08c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยระบุ 9 จังหวัดอีสานน้ำยังท่วม ประชาชนเดือดร้อนเกือบ 9 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยใน 27 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 18 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ แลละยโสธร ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 27 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ประจบคีรีขันธ์ ระนอง เพชรบุรี ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ อำนาจเจริญ พะเยา เชียงราย กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร ร้อยเอ็ด และยโสธร รวม 85 อำเภอ 303 ตำบล 1,941 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,701 ครัวเรือน 99,629 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 18 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัด รวม 51 อำเภอ 246 ตำบล 1,745 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 34,054 ครัวเรือน 89,241 คน ได้แก่ นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอธาตุพนม อำเภอบ้านแพง อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า และอำเภอนาทม รวม 90 ตำบล 878 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,256 ครัวเรือน 26,898 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 179,704 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุกดาหาร น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดงหลวง อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอหนองสูง และอำเภอคำชะอี รวม 52 ตำบล 406 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,443 ครัวเรือน 38,355 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 28,582 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ น้ำในลำน้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ อำเภอเสนางคนิคม อำเภอหัวตะพาน อำเภอลืออำนาจ และอำเภอชานุมาน รวม 8 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 533 ครัวเรือน 1,922 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 5,548 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขมราฐ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอโขงเจียม อำเภอนาตาล อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอเขื่องใน รวม 14 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,627 ครัวเรือน 4,163 คน อพยพ 43 ครัวเรือน 215 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 4,835 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอศรีวิไล อำเภอโซ่พิสัย และอำเภอปากคาด รวม 16 ตำบล 79 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 309 ครัวเรือน 2,702 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 2,706 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกลนคร น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอเต่างอย อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโคกศรีสุพรรณ และอำเภอพรรณานิคม รวม 9 ตำบล 14 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 146 ครัวเรือน 473 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย นาข้าวเสียหาย 240 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อยเอ็ด น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ และอำเภอโพนทอง รวม 15 ตำบล 80 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,971 ครัวเรือน 9,534 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย และอำเภอฆ้องชัย รวม 18 ตำบล 68 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 877 ครัวเรือน 1,646 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยโสธร น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้ว อำเภอกุดชุม และอำเภอคำเขื่อนแก้ว รวม 24 ตำบล 105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,892 ครัวเรือน 3,548 คน ปัจจุบันระดับน้ำในลุ่มน้ำเซบายลดลง ส่วนระดับน้ำในลุ่มน้ำชีทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กระทรวงมหาดไทย, น้ำท่วมอีสาน, ฝนตกหนัก, พายุเซินติญ, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa1ff885f404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเซ่นพายุ &#039;เซินติญ&#039; อย่างน้อย 19 ศพ หายอีก 13</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเวียดนามเผย พายุเซินติญที่เข้าถล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 คน สูญหายอีก 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดเอียนบ๊าย ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันที่พัดพาเอาตะกอน ต้นไม้และซากปรับหักพังเข้าถล่ม เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นเซินติญ ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 3 ที่เข้าถล่มเวียดนามในปีนี้ ขึ้นฝั่งเวียดนามเมื่อคืนวันพุธ แต่ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักจัดการภัยพิบัติของเวียดนามรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้แล้วอย่างน้อย 19 คน และสูญหาย 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนที่ตกหนักจากพายุลูกนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มทั้งในเขตเมืองและชนบทของเวียดนามหลายพื้นที่ รวมถึงในกรุงฮานอยด้วย โดยคาดว่าฝนจะยังตกหนักต่อเนื่องไปอีกหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าววีเอ็นเอกซ์เพรสของทางการเวียดนามรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลประกาศให้ชาวบ้านในอำเภอจวงเหมย ชานกรุงฮานอย อพยพหนีน้ำไปอาศัยอยู่ในพื้นที่สูง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมหนัก ชาวบ้านในอำเภอนี้ยอมขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกจากบ้านเพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากเหตุน้ำท่วมเมื่อปีกลาย ที่น้ำมาเร็วมากจนไม่มีเวลาเตรียมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุเซินติญสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนในเวียดนามไปแล้วกว่า 15,000 หลัง และท่วมไร่นาไปกว่า 687,500 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากตัวเลขของทางการเวียดนามระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ 389 ราย และสร้างความเสียหายถึง 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเปรสชัน, พายุเซินติญ, สังเวยพายุ, เวียดนาม, เอียนบ๊าย, ไต้ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b5497777b29f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังเหลือ 3 จังหวัดที่มีปัญหาอุทกภัยจากพายุโซนร้อน “เซินติญ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 17 &amp;ndash; 22 กรกฎาคม 2561 ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยใน 13 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 10 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 17 &amp;ndash; 22 กรกฎาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 13 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ระนอง เพชรบุรี และประจบคีรีขันธ์ รวม &amp;nbsp;2,369 ครัวเรือน 6,935 คน 23 อำเภอ 34 ตำบล 106 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 10 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี รวม 2 ตำบล &amp;nbsp;15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 400 ครัวเรือน 1,042 คน วัด 1 แห่ง ถนน 2 สาย สถานที่ราชการ 7 แห่ง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 300 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ตาก เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ระมาด อำเภอพบพระ อำเภอท่าสองยาง และอำเภออุ้มผาง รวม 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 80 ครัวเรือน 271 คน ถนน &amp;nbsp;18 สาย ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ประจวบคีรีขันธ์ เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอหัวหิน รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 80 ครัวเรือน 248 คน ฝาย 3 แห่ง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ อีกทั้งเร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคุลมภาคใต้ ทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสม และคลื่นลมแรง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกสะสม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน คลื่นลมมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 &amp;ndash; 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งระมัดระวังอันตรายจากคลื่นซัดฝั่ง รวมถึงชาวประมงให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเป็นพิเศษ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง อีกทั้งนักท่องเที่ยวควรงดประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท ทั้งนี้ หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13865</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กาญจนบุรี, ตาก, ประจวบคีรีขันธ์, พายุเซินติญ, พายุโซนร้อน, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4ec7ac70f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายวง67จว.ฝนหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พายุเซินติญอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนเข้าลาว ทำให้ภาคเหนือ อีสานของไทยยังได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่ตะวันออกและใต้ก็ยังชุ่มฉ่ำ ปภ.ประสาน 67 จังหวัดติดตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุเซินติญ&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 19 ก.ค.61 พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; (SON-TINH) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันบริเวณชายแดนประเทศลาวและเวียดนามแล้ว ที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเข้าปกคลุมประเทศลาวตอนบนในวันที่ 19 ก.ค.61 และส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร และนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 19 ก.ค.2561 ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจนถึงวันที่ 22 ก.ค.61 อาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2 -3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ปภ.จึงได้ประสาน 67 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และมหาสารคาม ภาคกลาง 24 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ภาคใต้ 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ ปภ.เขต 18 ศูนย์เขต จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพลกล่าวว่า ฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และประจวบคีรีขันธ์ รวม 11 อำเภอ 15 ตำบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 172 ครัวเรือน 446 คน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด คือ ตราดและแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างซ่อมพนังกั้นน้ำที่ขาดใน อ.เสลภูมิ โดยขณะนี้น้ำได้ทะลักออกเป็นวงกว้าง ท่วมพื้นที่ทั้ง 7 ตำบล และมีพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้วกว่า 15,000 ไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม เกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักมากสุดที่ อ.บ้านแพง วัดปริมาณได้ 92.0 มม. ด้าน อ.นาทม มีฝนตกหนัก ปริมาณ 65.8 มม. คาดว่ากลุ่มฝนนี้จะยังคงปกคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของ จ.นครพนม ประกอบด้วย อ.เมือง, โพนสวรรค์, ท่าอุเทน, บ้านแพง, นาทม, นาหว้า และศรีสงคราม ต่อไป ส่วนพื้นที่ทางตอนล่างของ จ.นครพนม คือ อ.ปลาปาก, วังยาง, นาแก, เรณูนคร และธาตุพนม มีเพียงฝนเบาเกิดขึ้นในบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีรายงานว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยส้มโฮง บ้านนาโพธิ์ ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม ได้ล้นสปิลเวย์แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยคำใหญ่และห้วยบังกอเพื่อดันลงแม่น้ำโขง เบื้องต้นมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 200 ไร่ นอกจากนี้ยังมีน้ำล้นสปิลเวย์อ่างเก็บน้ำอีก 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.ปลาปาก และ อ.ธาตุพนม ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงกันอย่างจ้าละหวั่น เพราะเกรงพายุเซินติญกระหน่ำซ้ำ จะทำให้ยากแก่การรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุกดาหาร สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 8.93 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันพุธ 0.14 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติที่ 3.57 เมตร ทำให้น้ำโขงหนุนน้ำในลำห้วยสาขา ถ้ามีฝนตกลงมาเพิ่มอีกจะทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจิตร ผลกระทบจากอิทธิพลพายุเซินติญ ทำให้มีฝนตกหนักในเขตพื้นที่ อ.วังโป่ง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อติดกับ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ส่งผลให้มีมวลน้ำจำนวนมากจาก อ.วังโป่ง ไหลทะลักเข้ามาในคลองวังแดง ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นทางน้ำไหลเข้าสู่ตลาดทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ปริมาณน้ำมีมาก ล่าสุดเมื่อช่วงตี 2 ของวันพฤหัสบดี ปริมาณน้ำจำนวนมากดังกล่าวไม่สามารถระบายไปตามคลองธรรมชาติได้ จึงส่งผลให้น้ำเอ่อล้นและไหลเข้าท่วมย่านชุมชนตลาดทับคล้อใต้ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหลายสิบหลังคาเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราด ฝนตกหนักใน จ.ตราด 2-3 วันติดต่อกัน ทำให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว อ.บ่อไร่ ได้สั่งปิดและห้ามลงเล่นน้ำในขณะนี้ โดยนายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 (ธารมะยม) ว่าบริเวณน้ำตกธารมะยมเกิดน้ำป่าไหลหลากและอาจเกิดอันตรายได้ จึงขอปิดการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกธารมะยม ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ว่ามีเรือประมงชื่อ ต.โชคศิริสมบัติ ขนาด 4 ตันกรอส เป็นเรือวางลอบปู หลังออกเรือไปทำการประมงในช่วงเช้าได้ขาดการติดต่อ ขณะนี้ทางสำนักงานฯ ได้ประสานหน่วยงานทหารเรือเพื่อเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ซึ่งล่าสุดทราบว่าเรือได้จมลงสู่ก้นทะเลแล้ว และลูกเรือ 3 คนได้หายไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เวลา 07.12 น. วันที่ 19 ก.ค. เรือประมงพื้นบ้าน ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้นำลูกเรือทั้ง 3 คนมาขึ้นที่ท่าเรือไม้รูด หลังจากช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนได้เมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน ขณะลอยคออยู่ในทะเลกว่า 10 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พังงา เกิดเหตุดินถล่มทับร้านขายของชำเลขที่ 19/7 หมู่ 2 ต.สองแพรก อ.เมือง ของ น.ส.ชลีพรรณ ผสมทรัพย์ อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบสภาพบ้านโครงเหล็กติดฝาผนังแผ่นเรียบ 2 ชั้น หลังบ้านติดกับเนินเขาดินที่ถูกตักขาย ได้มีดินเลื่อนถล่มลงเข้าทับบ้านทางด้านหลัง กระจกแตกกระจาย ชายคาหลังบ้านพัง สินค้าภายในร้านแตกกระจาย ส่วนสาเหตุเกิดจากเนินดินดังกล่าวมีความชัน ประกอบกับที่ผ่านมามีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำจนกระทั่งถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัตตานี เรือประมงกอและซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านในหมู่บ้านปาตา ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง กว่า 50 ลำ ต้องหยุดออกทำการประมงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พายุเซินติญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจ สอนหมวก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b5094da18f04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รายการ &amp;ldquo;เดินหน้าประเทศไทย&amp;rdquo; จะมีเรตติ้งถล่มทลายอีกวันหนึ่ง เพราะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการสดๆ ของ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่จะมาเปิดใจก่อนกลับสู่ครอบครัวเป็นเวลา 45 นาที โดยเป็นการ ถ่ายทอดสดจากหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ซึ่งกองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศก็ไปปักหลักกันแล้ว ...๐ งานนี้ ไม่มี &amp;ldquo;ดรามา&amp;rdquo; แน่ เพราะมีการกำหนดประเด็นคำถามที่ผ่านการคัดกรองจากนักจิตวิทยาแล้ว โดยจะให้พิธีกรอย่าง &amp;ldquo;สุทธิชัย หยุ่น&amp;rdquo; เป็นผู้สอบถาม 13 ชีวิตเพื่อรอฟังคำตอบ ซึ่งก็มีทั้งสื่อไทยและเทศพาเหรดส่งคำถามไปนับร้อยเลยทีเดียว ก่อนจะถูกจับยำจับผสมให้เหลือแต่ คำถามเด็ดดวงที่รอ &amp;rdquo;คนแปลกหน้าที่อยากเจอมากที่สุด&amp;rdquo; ตอบ ...๐ ส่วนที่ &amp;ldquo;ดรามา&amp;rdquo; จริงๆ จังๆ คงอยู่ที่กรณี &amp;ldquo;อีลอน มัสก์&amp;rdquo; ประธานบริษัท เทสลา สเปซเอ็กซ์ กับ &amp;ldquo;เวิร์น อันสเวิร์ธ&amp;rdquo; นักดำน้ำชาวอังกฤษ หนึ่งในทีมกู้ชีวิตหมูป่า ซึ่งหลังจากทวีตซัดกันไปกันมา จนลามปามไปจนร้อนฉ่า ล่าสุด &amp;ldquo;อีลอน มัสก์&amp;rdquo; ก็ทวีตขอโทษ &amp;ldquo;เวิร์น อันสเวิร์ธ&amp;rdquo; แล้ว ซึ่งประเด็นหนึ่งที่ทำให้เจ้าอีโก้อย่าง &amp;ldquo;อีลอน&amp;rdquo; ต้องเสียงอ่อน เพราะผู้ถือหุ้นรวมทั้งราคาหุ้นในตลาดของบริษัทเริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ หลังจากคุณพี่เล่นใช้อารมณ์ล้วนๆ ในการตำหนิติติง ...๐ แล้วก็ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน เพราะเมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงอาการ 13 ชีวิต พร้อมทั้งระบุว่าจะกลับบ้านได้ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ แต่อยู่ดีๆ วันอังคารกลับมา พลิกลำบอกว่าจะออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์กลับบ้านในวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งก็ตรงกับวันสุดท้ายที่ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่บนผืนแผ่นดินไทย พอดิบพอดี เพราะในวันที่ 19-20 ก.ค. ลุงตู่จะขนคณะเดินทางไป &amp;ldquo;ภูฏาน&amp;rdquo; แหม! อะไรมันจะประจวบเหมาะยิ่งกว่าฉากในละคร ...๐ พูดถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แล้ว ก็ต้องพูดถึงการไปเป็นประธานในพิธีเปิดตัว &amp;ldquo;Google Station - CAT Wifi&amp;rdquo; ที่ได้ระบุ &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; จะเข้ามาเสริมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี งานนี้อยากกระซิบบอก &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เสียงดังๆ ว่า ในเมื่อจะเข้าสู่ยุค &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; แล้ว ทำไม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยังคงเก็บค่ารักษาเบอร์โทรศัพท์บ้าน 107 บาทต่อเดือนอยู่เล่า ทั้งที่ระบบมือถือยกเลิกไปนับ 10 ปีแล้ว แต่โทรศัพท์พื้นฐานกลับตีกินสบายใจเฉิบมานานแสนนาน จึงไม่แปลกที่ &amp;ldquo;ทีโอที&amp;rdquo; ไม่ขวนขวายในการทำธุรกิจใหม่ๆ ให้สอดรับดิจิทัล เพราะสุดท้ายก็มี &amp;ldquo;ของตาย&amp;rdquo; นับร้อยนับพันล้านต่อเดือนอยู่นี่เอง ...๐ หันมาเรื่อง การเมืองว่าด้วยตำรวจติดตามก้น &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;rdquo; อดีตนายกฯ กันบ้าง เพราะรับไม่ได้กับตรรกะวิบัติของอดีตรัฐมนตรีอย่าง &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;rdquo; ที่ให้เหตุผลในการสนับสนุน ผกก.หนุ่ยว่า &amp;ldquo;ไปพบคนที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา อดีตนายกฯ ที่เคยทำงานให้ ซึ่งในมิติความเป็นมนุษย์เข้าใจได้&amp;rdquo; พิโธ่! ต้องไม่ลืมนะทั่นเต้นว่า ผกก.หนุ่ยนั้นเป็นตำรวจ ลาราชการก็เป็นตำรวจ เพราะไม่ได้ลาออก และ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; นั้นไม่ใช่อดีตนายกฯ เท่านั้น แต่ยังมีสถานะเป็นนักโทษหนีคำพิพากษาศาลด้วย แล้วมีที่ไหนในโลกให้ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; ไปยืนหิ้วถุงช็อปปิ้งตามก้นนักโทษกัน หรือเป็น ตรรกะตามสไตล์แกนนำคนเสื้อแดงที่ว่าถ้าทำถูกใจคือความถูกต้อง แต่ถ้าไม่ถูกจริตก็เป็นพวกไม่เป็น &amp;ldquo;ประชาธิปไตย&amp;rdquo; กันเล่า ...๐ หันมาเรื่องกฎหมายใหม่สดๆ ร้อนๆ กันบ้าง คือ &amp;ldquo;พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561&amp;rdquo; ซึ่งเนื้อหาหลักคือการถวายคืนพระราชอำนาจให้พระกษัตริย์ในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอน สมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งกฎหมายก็บังคับใช้แล้ว และ สอดรับกับการประชุม มส.ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งหลังประชุมได้ติดป้ายเลื่อนประชุมไปยาว 1 เดือนแบบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ โดยหลังกฎหมายมีผลก็เชื่อว่า อีกไม่นานก็น่าจะมีรายชื่อของกรรมการ มส.ชุดเติมเต็มให้ครบ 20 หรืออาจจะเป็นชุดใหม่ยกชุด 20 ราย ก็ว่าได้ งานนี้คงต้องติดตามด้วยใจระทึกกัน โดยเฉพาะ มส.ในสายนะจ๊ะทั้งหลาย ...๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวให้ระแวดระวังกันไว้ในเรื่องสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 18-22 ก.ค. ที่พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และจะส่งผลให้ไทยรับผลกระทบไปด้วย ซึ่งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็น่าจะรู้ถึงผลกระทบไปบ้างแล้วในหลายพื้นที่ ฉะนั้นในช่วงวันเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะ 34 จังหวัดที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนไว้ ก็เฝ้าระวังกันให้ดีนะจ๊ะ ...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13669</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), ท.ศักดิ์, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บันทึกหน้า4, ประชาธิปไตย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุเซินติญ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สุทธิชัย หยุ่น, อีลอน มัสก์, เดินหน้าประเทศไทย, เวิร์น อันสเวิร์ธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
