<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานมี16จังหวัดกว่าแสนครัวเรือนจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 64 &amp;ndash; ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 9 ราย (ลพบุรี 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน ดังนี้สุโขทัย น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอคีรีมาศ ระดับน้ำลดลง พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ &amp;nbsp;ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ระดับน้ำลดลง ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโนนศิลา อำเภอพระยืน อำเภอบ้านแฮด และอำเภอบ้านไผ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชัยภูมิ น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ ระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอจักราช และอำเภอแก้งสนามนาง ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 16 จุด รวม 405 ครัวเรือน 1,644 คน นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอโกรกพระ ระดับน้ำลดลง อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำลดลง ชัยนาท น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สระบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองแค ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 6 จุด รวม 307 ครัวเรือน สุพรรณบุรี ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d13d8ae148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานบรรเทาเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุโขทัย-ตาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - เวลา 08.38 น.พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ทั้งนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวในที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี &amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,500 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย &amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดสุโขทัย แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ 86 ตำบล 843 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน &amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; และร่องลมมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำและลุ่มน้ำสาขาต่างๆ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมาก ประกอบกับ อ่างเก็บน้ำแม่รำพึง อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย และอ่างเก็บน้ำแม่มอก ในพื้นที่อำเภอเถิน มีน้ำเก็บเต็มปริมาตรความจุ และล้นอาคารระบายน้ำ ส่งผลต่อประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่อำเภอต่างๆของจังหวัดสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายใน 9 อำเภอ 62 ตำบล 330 หมู่บ้าน &amp;nbsp;อาทิ อำเภอเมืองสุโขทัย จำนวน 1,500 ครัวเรือน&amp;nbsp;อำเภอคีรีมาศ จำนวน 800 ครัวเรือน อำเภอบ้านด่านลานหอย จำนวน 300 ครัวเรือน อำเภอทุ่งเสลี่ยม จำนวน 300 ครัวเรือน อำเภอกงไกรลาศ จำนวน 300 ครัวเรือน และอำเภอสวรรคโลก จำนวน 300 ครัวเรือน&amp;nbsp;ราษฎรได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบ 7,392 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น เวลา &amp;nbsp;11.15 น.พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และคณะ เดินทางไปประชุมและติดตามสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ทั้งนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวในที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์&amp;nbsp;ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี &amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย กับมอบเงินสงเคราะห์ในการศพ แก่ครอบครัวราษฎรผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก &amp;nbsp;จังหวัดตาก &amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น &amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญ
ถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลไม้งาม อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดตาก&amp;nbsp;แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ 63 ตำบล 493 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน &amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; และร่องลมมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอต่างๆของจังหวัดตาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านตาก และอำเภอเมืองตาก ทำให้น้ำฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลากเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎรและถนนสายพหลโยธินช่วงหลักกิโลเมตร ที่ 522-532 ฝั่งขาล่อง และช่วงหลักกิโลเมตร ที่ 525-526 หน้าโรงเรียนผดุงปัญญาตาก ก่อนถึงสี่แยกทางหลวงตาก ฝั่งขาเข้า ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางขึ้น-ลงไปสู่จังหวัดภาคเหนือและจังหวัดใกล้เคียง จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน สะพาน ได้รับความเสียหายใน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตาก อำเภอบ้านตาก อำเภอวังเจ้า อำเภอแม่สอด &amp;nbsp;อำเภอแม่ระมาด อำเภอพบพระ&amp;nbsp;และอำเภออุ้มผาง รวม 32 ตำบล 100 หมู่บ้าน&amp;nbsp;ราษฎรเสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว เหลือในบางพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้กำชับให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน องค์กร&amp;nbsp;มูลนิธิ และจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;เร่งระดมให้ความช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน กับเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร สำหรับเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันการณ์ พร้อมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118141</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตาก, ถุงพระราชทาน, น้ำท่วมพิษณุโลก, น้ำท่วมสุโขทัย, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พายุเตี้ยนหมู่, องคมนตรี, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615307563f87d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯ กพฐ.&#039; แจ้ง สพท.ทั่วประเทศ ดูแลสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ จากพายุเตี้ยนหมู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ย.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากผลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ซึ่งทำให้เกิดอุทกภัยใน 26 จังหวัด รวม 84 อำเภอ 219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้แสดงความห่วงใยถึงโรงเรียนที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการตรวจสอบและวางแผนให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ผมได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ดูแลสถานศึกษาในสังกัด พร้อมกับตรวจสอบภาพอาคารเรียน เช่น จัดเก็บอุปกรณ์การเรียนการสอนให้อยู่บนพื้นที่สูง และตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อย เป็นต้น ซึ่งการเรียนการสอนในขณะนี้เป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รวมถึงปิดภาคเรียนที่ 1 ด้วยสถานการณ์ภัยน้ำท่วมจึงไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อการเรียนการสอน ส่วนโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ขณะนี้ สพฐ.ยังไม่ทราบจำนวนโรงเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดย สพฐ.ได้จัดงบประมาณเพื่อดูแลโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118116</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, #โรงเรียนทั่วไป, พายุเตี้ยนหมู่, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe9bb96926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิสด้า&#039; เผยภาพถ่ายดาวเทียมน้ำท่วมอิสานเจอหนัก เสียหาย 1.59 แสนไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีฟ้าคือพื้นที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ก.ย.64-สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISDA ได้เผยแพร่ภาพถ่ายสถานการณ์น้ำท่วมจาก COSMO-Skymed-2 &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 05.52 น. พบพื้นที่น้ำท่วมบางส่วน (สีฟ้า) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมเนื้อที่ได้ความเสียประมาณ 159,024 ไร่ ส่วนใหญ่กระจายในที่ลุ่มพื้นที่การเกษตร และบริเวณริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำย่อยและเส้นทางการจราจรบางสาย ทั้งนี้ จิสด้า ร่วมเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผน ติดตาม สำรวจ และตรวจสอบในพื้นที่จริง เพื่อหาทางบรรเทาและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงแก้ไขปัญหาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118064</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, จิสด้า, พายุเตี้ยนหมู่, ภาคอิสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615280c9f25dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุเตือนฝนยังหนัก 10จังหวัดจมบาดาลต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุฯ แจ้งฝนตกหนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เหนือ-อีสาน-ใต้-กทม.และปริมณฑล&amp;quot;&amp;nbsp; เตือน ปชช.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก &amp;quot;ปภ.&amp;quot; สรุปผลกระทบ &amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; เกิดอุทกภัย 14 จว. 55 อำเภอจมบาดาล เดือดร้อน 13,930 ครัวเรือน ดีขึ้นแล้ว 4 จว. เหลืออีก 10 จว.ระดับน้ำยังสูง&amp;nbsp; &amp;quot;บขส.&amp;quot; แจ้งหยุดเดินรถหลายเส้นทาง &amp;quot;ทร.&amp;quot; นำเรือเร่งผลักดันน้ำคลองสาขาออกเจ้าพระยาเตรียมรับมวลน้ำเหนือ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่ง ตร.ดูแลบ้าน ปชช.หวั่นขโมยลักทรัพย์สินซ้ำเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลาง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียง ใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้&amp;nbsp; และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 ก.ย. เกิดอุทกภัยใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง&amp;nbsp; ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผล กระทบ 13,930 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก) ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานการณ์ 10 จังหวัดนั้น จ.สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีนคร อำเภอคีรีมาศ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอกงไกรลาศ อำเภอบ้านด่านลานหอย และอำเภอศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอคีรีมาศ และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึง นาราง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม และอำเภอดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอเนินสง่า และอำเภอบ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จว.พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนัก น้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอพิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย และอำเภอมัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำ ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว จ.อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันอำเภอเมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับ น้ำทรงตัว จ.นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลาดยาว อำเภอหนองบัว อำเภอชุมแสง อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมตาบง อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน อำเภอตาคลี อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp; อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบัน ระดับน้ำทรงตัว จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปภ.ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวถึงการเดินรถในพื้นที่น้ำท่วมว่า ได้สั่งกำชับไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายสถานีเดินรถในส่วนภูมิภาคให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย. ได้รับแจ้งจากสถานีเดินรถหล่มสัก และสถานีเดินรถเพชรบูรณ์ว่าเส้นทางช่วงพุขาม-พุเตย ทั้งขาขึ้นและขาล่องน้ำท่วมสูงรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ จึงต้องหยุดวิ่งให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-หล่มสัก (เที่ยวไป-กลับ) จำนวน 4 เที่ยวชั่วคราว และให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไว้แล้วสามารถเลื่อนการเดินทางหรือคืนตั๋วโดยสารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางสถานีเดินรถสุโขทัย ได้รายงานว่าระดับน้ำในจังหวัดสุโขทัย และเส้นทางเข้า-ออกสถานีขนส่งฯ มีน้ำท่วมสูง รถโดยสารไม่สามารถเข้าใช้สถานีขนส่งฯ ได้ จึงให้รถโดยสารสายอุตรดิตถ์ สาย 100 ใช้เส้นทาง นครสวรรค์-พิษณุโลก-อำเภอกงไกรลาศ-สุโขทัยแทน และให้รับ-ส่งผู้โดยสารที่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ใกล้แยกบางแก้ว (แยกโตโยต้า) เป็นการชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเดินรถชัยภูมิได้รายงานว่าระดับน้ำในจังหวัดชัยภูมิและเส้นทางเดินรถโดยสารสายที่ 5 และสายที่ 29 มีระดับน้ำท่วมสูง ช่วงหนองบัวโคก-จัตุรัส ทล.201 รถโดยสารไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงให้รถโดยสารสายกรุงเทพฯ-หนองบัวลำภู และกรุงเทพฯ-เชียงคาน ใช้เส้นทาง ทล.202 ผ่านอำเภอสีดา เข้าจังหวัดชัยภูมิแทนเป็นการชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับให้พนักงานขับรถ เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่และเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารก่อนออกเดินทาง หากพบเส้นทางใดมีน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทันที&amp;quot; กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส.กล่าว
ระบายเจ้าพระยารับน้ำเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนลำคันฉู ต.โคกเพชรพัฒนา อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ได้ทยอยปล่อยน้ำจากเขื่อน ส่งผลให้โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์น้ำท่วมทันทีถึงหลังคา รถฉุกเฉิน อาคารบ้านเรือนหลายตำบลท่วมจมบาดาล ถนนทุกเส้นทางผ่าน อ.บำเหน็จณรงค์ถูกตัดขาด รถยนต์ทุกประเภทเข้า-ออกไม่ได้แล้วตั้งแต่ช่วงค่ำ ชาวบ้านต่างเร่งขนสิ่งของขึ้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อัศมัย นรินรัตน์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำของกองทัพเรือ พร้อมกำลังพลสังกัดกรมอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ได้ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ เข้าประจำการตามคลองต่างๆ ซึ่งจุดระบายน้ำที่สำคัญรวม 5 จุด ได้แก่ คลอง 4 ต.บางปลา, คลองสุวรรณภูมิ หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ ต.บางโฉลง, คลองกิ่งแก้ว คลองขุด ตำบลบางพลีใหญ่ และคลองสำโรง โดยจะทำการผลักดันน้ำวันละ 16-20 ชั่วโมงต่อวัน รองรับปริมาณน้ำที่จะระบายลงมาจากหลายจังหวัดทั้งอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร และพายุ ซึ่งภารกิจผลักดันน้ำจะสามารถเพิ่มการไหลเวียนของมวลน้ำไปยังประตูระบายน้ำได้เร็วขึ้น โดยเรือผลักดันน้ำจะทำงาน 16-20 ชั่วโมงต่อวัน โดยทาง อบต.บางพลีใหญ่ ได้สนับสนุนน้ำมันดีเซลวันละ 1,000 ลิตรในภารกิจผลักดันน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อัศมัยกล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากนายอำเภอบางพลี ทางกองทัพเรือได้นำเรือผลักดันน้ำจำนวน 26 ลำเข้ามาทำการผลักดันน้ำตามคลองสายหลักในการระบายน้ำในเขตอำเภอบางพลี ซึ่งในการดำเนินการในครั้งนี้ต้องมีการร่วมกันพิจารณาหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอำเภอบางพลี และหน่วยงานท้องถิ่นและชลประทาน เพราะว่าหน้าที่เราคือมาให้การสนับสนุนการเร่งระบายน้ำ เพราะฉะนั้นผู้นำท้องถิ่นจะรู้ดีว่าจุดไหนมีน้ำท่วมขังนาน และเราก็จะไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระบายน้ำ เพราะทำการวางจุดเรือผลักดันน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เพื่อตรวจตราบ้านเรือนประชาชน ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ ยานพาหนะต่างๆ เพื่อรองรับภารกิจอย่างเร่งด่วน รวมถึงประชาสัมพันธ์การติดต่อขอรับความช่วยเหลือการสอบถามเส้นทางการจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามเส้นทางการจราจร สามารถโทรศัพท์สอบถามมายังสายด่วน 191,&amp;nbsp; สายด่วน 1193 หรือสายด่วน 1599&amp;nbsp; ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุ, น้ำท่วม, ฝนตกหนัก, พายุเตี้ยนหมู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61506917b07fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.สรุปพายุเตี้ยนหมู่ส่งผล13,930ครัวเรือนเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ตั้งแต่วันที่ 23-26 ก.ย.ว่า เกิดอุทกภัยใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผล กระทบ 13,930 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ( เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก) ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์ 10 จังหวัดนั้น จ.สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีนคร อำเภอคีรีมาศ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอกงไกรลาศ อำเภอ บ้านด่านลานหอย และอำเภอศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอคีรีมาศ และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึง นาราง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม และอำเภอดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอ หนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอเนินสง่า และอำเภอบ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนัก น้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอ โนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอพิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย และอำเภอมัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำ ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว จ.อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันอำเภอเมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับ น้ำทรงตัว จ.นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลาดยาว อำเภอหนองบัว อำเภอชุมแสง อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมตาบง อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน อำเภอตาคลี อำเภอพยุหะคีรี ละอำเภอไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบัน ระดับน้ำทรงตัว จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังใน พื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117925</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615061a319983.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กด่วน ‘เตี้ยนหมู่’ ทำพิษน้ำท่วม 19 จังหวัด กระทบทางหลวงผ่านไม่ได้ 34 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
26 ก.ย.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้ขานรับข้อสั่งการของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน&amp;rdquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo;พร้อมดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 26 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เวลา 15.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 19 จังหวัด &amp;nbsp;(49 &amp;nbsp;สายทาง 101 แห่ง) โดยการจราจรผ่านไม่ได้ทั้งสิ้น 34 แห่ง &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;
จ.ชัยภูมิ (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ทล. 2179 วัดปทุมชาติ &amp;ndash; หนองจาน &amp;nbsp;ช่วงกม.ที่ 12+300 &amp;ndash; 21+600 เป็นช่วงๆ ระดับน้ำสูง 10 - 30 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.นครราชสีมา (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ทล. 2217 ด่านขุนทด &amp;ndash; หนองกราด &amp;nbsp;ช่วงกม.ที่ 0+700 &amp;ndash; 20+460 เป็นช่วงๆ ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทล. 2246 โคกสี &amp;ndash; ตะโก ช่วงกม.ที่ 49+945 น้ำกัดเซาะบริเวณคอสะพาน ให้ใช้ ทล.202 หรือ ทล.2160 แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.สุโขทัย &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล. 12 &amp;nbsp;ตอน เมืองเก่า &amp;ndash; สุโขทัย ช่วงกม.ที่ 168+178 &amp;ndash; 171+270 ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 40 ซม. &amp;nbsp; ทล. 101 คลองโพธิ์ &amp;ndash; ท่าช้าง ช่วง กม.ที่ 79+969 &amp;ndash; 82+000 ระดับน้ำสูง 65 ซม. ทล. 125 แจกัน &amp;ndash; บ้านสวน ช่วง กม.ที่ 14+450 &amp;ndash; 19+400 ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 75 ซม. ทล. 1347 วัดโคก &amp;ndash; สระบัว ช่วง กม.ที่ 0+000 &amp;ndash; 5+284 (เป็นช่วงๆ) ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 45 ซม. หากเดินทางจากตากไปพิษณุโลกขอให้ใช้ทางเลี่ยง ทล. 12 แทน &amp;nbsp;และทล. 1195 สุโขทัย &amp;ndash; เตว็ดใน ช่วง กม.ที่ 0+000 &amp;ndash; 1+900 ระดับน้ำสูง 60 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.ลพบุรี &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 10 แห่ง)ได้แก่ ทล. 2243 บัวชุม &amp;ndash; สี่แยกบัวชุม ช่วง กม.ที่ 0+340 สะพานทรุดตัว ทล. 2243 บัวชุม &amp;ndash; สี่แยกบัวชุม ช่วง กม.ที่ 1+400 เส้นทางขาด ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล. 2247 จงโก &amp;ndash; ลำสมพุง ช่วง กม.ที่ 1+500 &amp;ndash; 2+800 ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล. 2260 ลำสนธิ &amp;ndash; ซับลังกา ช่วง กม.ที่ 1+800 &amp;ndash; 2+500 ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทล. 205 ดงพลับ &amp;ndash; ม่วงค่อม ช่วง กม.ที่ 22+200 &amp;ndash; 24+600 ระดับน้ำสูง 70 ซม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทล. 205 ดงพลับ &amp;ndash; ม่วงค่อม ช่วง กม.ที่ 27+300 &amp;ndash; 27+500 ระดับน้ำสูง 45 ซม. ทล. 205 ดงพลับ &amp;ndash; ม่วงค่อม ช่วง กม.ที่ 32+000 &amp;ndash; 32+600 ระดับน้ำสูง 45 ซม. ทล. 205 ดงพลับ &amp;ndash; คลองห้วยไผ่ ช่วง กม.ที่ 53+300 &amp;ndash; 53+500 ระดับน้ำสูง 60 ซม. ทล. 205 เทศบาลลำนารายณ์ &amp;ndash; ช่องสำราญ ช่วง กม.ที่ 82+900 (ทางลอดใต้สะพานแม่น้ำป่าสัก) ระดับน้ำสูง 60 ซม. ทล. 205 เทศบาลลำนารายณ์ &amp;ndash; ช่องสำราญ ช่วง กม.ที่ 100+400 &amp;ndash; 104+900 ด้านซ้ายและขวาทาง ระดับน้ำสูง 20 &amp;ndash; &amp;nbsp; &amp;nbsp;70 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.กำแพงเพชร &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ได้แก่ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 432+030 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 120 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 419+036 (จุดกลับรถคลองพะยอม) ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 431+701 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 120 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.อ่างทอง &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 32 นครหลวง &amp;ndash; อ่างทอง จุดกลับรถใต้สะพานหลวงปู่ทวด ระดับน้ำสูง 40 - 50 ซม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ได้แก่ ทล. 21 คลองกระจัง &amp;ndash; ศรีเทพ ช่วง กม.ที่ 99+000 &amp;ndash; 102+500 ระดับน้ำสูง 40 - 60 ซม. ทล. 21 ศรีเทพ &amp;ndash; ซับสมอทอด ช่วง กม.ที่ 112+700 &amp;ndash; 116+000 ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทล. 2275 แยกศรีเทพ &amp;ndash; ซับบอน ช่วง กม.ที่ 44+000 &amp;ndash; 48+500 ระดับน้ำสูง 100 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.33 สุพรรณบุรี-นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) &amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทล.340 สาลี-สุพรรณ ช่วง กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม) &amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 60 &amp;ndash; 65 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ได้แก่ทล. 11 ไตตาล &amp;ndash; น้ำสาดเหนือ ช่วง กม.ที่ 71+600 &amp;ndash; 72+000 ด้านซ้ายและขวาทาง ระดับน้ำสูง 40 - 50 ซม. ทล. 225 เกยชัย &amp;ndash; ศรีมงคล ช่วง กม.ที่ 82+000 &amp;ndash; 84+500 ระดับน้ำสูง 30 - 40 ซม. ทล. 3330 เกษตรชัย &amp;ndash; สำโรงชัย ช่วง กม.ที่ 20+000 &amp;ndash; 29+000 ระดับน้ำสูง 40 - 60 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.อุทัยธานี &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 3456 หนองกระดี่ &amp;ndash; คลองข่อย ช่วง กม.ที่ 3+604 สะพานโคกหม้อ ระดับน้ำสูง 20 - 30 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จ.ตาก &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1090 ห้วยน้ำริน &amp;ndash; อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 148+750 &amp;ndash; 148+900 ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล. 1090 ห้วยน้ำริน &amp;ndash; อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 163+100 &amp;ndash; 163+175 ระดับน้ำสูง 120 ซม. ทล. 1167 แม่กลอง &amp;ndash; เขตแดนไทย-พม่า ช่วง กม.ที่ 0+300 &amp;ndash; 0+450 ระดับน้ำสูง 60 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 &amp;nbsp;(โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), น้ำท่วม, พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_6150478183538.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
