<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยอ่วมพิษเบนินคา-เซินติญ   ห่วง3อำเภอเมืองเพชรระดับน้ำเพิ่มขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.เฝ้าระวังต่อเนื่อง&amp;nbsp;8 จังหวัด &amp;nbsp;ขณะที่ 3อำเภอ เมืองเพชร ระดับน้ำเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.61-กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดสถานการณ์ภัย รวม 38 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 8 จังหวัด แยกเป็น สถานการณ์ภัยจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา และเชียงราย สถานการณ์ภัยจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; 5 จังหวัด ได้แก่ นครพนม อุบลราชธานี บึงกาฬ กาฬสินธุ์ และเพชรบุรี ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 - 20 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มใน 6 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน รวม 38 อำเภอ 146 ตำบล 602 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,106 ครัวเรือน 21,286 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 3 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 3 จังหวัด รวม 24 อำเภอ 119 ตำบล 539 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,979 ครัวเรือน 20,964 คน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าน น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเมืองน่าน อำเภอเชียงกลาง อำเภอภูเพียง อำเภอเวียงสา และอำเภอทุ่งช้าง รวม 48 ตำบล 191 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,613 ครัวเรือน 12,348 คน ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะเยา น้ำไหลหลากและ เกิดดินสไลด์ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน อำเภอเชียงคำ อำเภอแม่ใจ อำเภอเมืองพะเยา และอำเภอดอกคำใต้ รวม 25 ตำบล 154 หมู่บ้าน 3 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,680 ครัวเรือน 6,970 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงราย น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ลาว อำเภอเทิง อำเภอพาน อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอเมืองเชียงราย รวม 46 ตำบล 194 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 686 ครัวเรือน 1,646 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์จากอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม &amp;ndash; 20 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 32 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 405 ตำบล 2,350 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 51,161 ครัวเรือน 149,831 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 27 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 5 จังหวัด รวม 24 อำเภอ 137 ตำบล 1,041 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,493 ครัวเรือน 58,005 คน ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า และอำเภอนาทม &amp;nbsp;อุบลราชธานี ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเขื่องใน บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด และอำเภอศรีวิไล กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย อำเภอดอนจาน และอำเภอร่องคำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ระบุว่า ส่วนที่ จ.เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง และอำเภอบ้านลาด ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำภาพรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15758</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, ชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, น้ำป่า, ปภ., พายุเซินติญ, พายุเบบินคา, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa1ff885f404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนระวังพายุเบบินคา สั่ง‘6เขื่อนใหญ่’พร่องนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ&amp;quot; &amp;nbsp; เตือนทั่ว ปท.รับมือฝนตกหนักจากพายุ &amp;quot;เบบินคา&amp;quot; สั่งเฝ้าระวังพิเศษระดับน้ำ &amp;quot;แม่น้ำเพชรบุรี-แม่น้ำนครนายก&amp;quot; พร้อมเร่งพร่องน้ำ 6 เขื่อนใหญ่ &amp;quot;อธิบดีกรมชลฯ&amp;quot; แจ้ง ปชช.พื้นที่ระบายน้ำชะลอการทำนาปีออกไปก่อน &amp;quot;ผู้ว่าฯ น่าน&amp;quot; กำชับทุกฝ่ายติดตามน้ำท่วม-ดินโคลนถล่มใกล้ชิด หลังระบบเตือนภัยแจ้งเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) &amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญว่า &amp;nbsp;ตามที่พายุโซนร้อนเบบินคาคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนวันที่ 17 ส.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาว ในวันที่ 18 ส.ค. ส่งผลให้ประเทศไทยช่วงวันที่ 17-18 ส.ค.นี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มได้ โดยปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ สูงสุดที่ จ.น่าน ถึง 188 มม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ยังคงมี 4 แห่ง ซึ่งเป็นอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ได้แก่ 1.เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 741 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้น จากเมื่อวาน 739 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 104 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 27.29 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออกวันละ 19.82 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 68 ซม. สูงกว่าเมื่อวาน 3 ซม. ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.73 ม. ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำบางจุดในบริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองฯ และ อ.บ้านแหลม ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 532 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 4.45 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออกวันละ 5.32 ล้าน ลบ.ม. โดยพื้นที่ท้ายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร รวมถึงให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.สกลนคร บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม ไหลผ่าน 3.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 7,817 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 100.02 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 41.40 ล้าน ลบ.ม. และ 4.เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 193 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 86 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 6.70 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 3.87 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 30 ซม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่/กลางที่มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 2 แห่ง คือ 1. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ปริมาณน้ำ 4,880 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 87 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 17.58 ปริมาณน้ำไหลออกวันละ 20.47 ล้าน ลบ.ม. 2.อ่างเก็บน้ำคิรีธาร จ.จันทบุรี ปริมาณน้ำ 75 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 99 ปริมาณน้ำที่ระบาย 0.66 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางศูนย์ฯ ประสานแจ้งให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแผนรองรับและแจ้งเตือนเฝ้าระวัง 3 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากปริมาณน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม และลำน้ำอูน แม่น้ำนครนายก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีน้ำมากและอาจเกิดฝนตกในพื้นที่ 2.พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลากที่ อ.ปัว และ อ.สันติสุข จ.น่าน เนื่องจาก 24 ชม. ที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก และ 3.พื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา เขื่อนขุนด่านปราการชล และเขื่อนน้ำอูน รวมถึงอ่างขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำร้อยละ 100 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนที่มีน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้น ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นต่อเนื่องไปอีก 3-4 วัน ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้กำชับกรมชลประทานพร่องน้ำออกจากเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำเกินเกณฑ์เก็บกักมากขึ้น รวมถึงเร่งผลักดันน้ำที่ระบายออกลงสู่ทะเลเร็วที่สุด รวมทั้งพร่องเขื่อนขนาดกลางที่มีน้ำเกินร้อยละ 80 โดยให้สำนักชลประทานทุกแห่งร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่อยู่พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนให้มีผลกระทบน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกระลอก หลังจากฝนตกหนักในพื้นที่เหนือเขื่อน ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งทำแนวป้องกันการกัดเซาะ ปลายท่อกาลักน้ำให้เสร็จ ซึ่งจะสามารถเพิ่มการทำงานของกาลักน้ำได้อีก 10 ชุด รวมของเดิมเป็น 22 ชุด จะช่วยเร่งการระบายน้ำมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อน้ำไหลมาถึงเขื่อนเพชร จะผันน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบคลองชลประทานทั้ง 4 สาย รวม 90 ลบ.ม./วินาที และควบคุมปริมาณน้ำให้ระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราไม่เกิน 125 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีบางแห่ง โดยได้รายงานสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่องแล้ว นอกจากนี้ยังได้กำหนดพื้นที่ทางน้ำผ่านจากคลองส่งน้ำลงคลองระบายน้ำและทะเล ซึ่งได้ชี้แจงกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ชะลอการทำนาปีออกไปก่อนเช่นกัน&amp;quot; อธิบดีกรมชลประทานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยขณะนี้คลี่คลายแล้ว 26 จังหวัด ยังเหลืออุทกภัยอีก 6 จังหวัด รวม 31 อำเภอ 175 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,818 ครัวเรือน 60,502 คน ได้แก่ จ.นครพนม อุบลราชธานี บึงกาฬ กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;ยโสธร และเพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.น่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังระบบเตือนภัยน้ำท่วมดินถล่ม กรมทรัพยากรน้ำแจ้งเตือนภัย 11 หมู่บ้าน ในอำเภอสันติสุข เข้าขั้นวิกฤติต้องอพยพ และ 68 หมู่บ้านในอำเภอปัว, ท่าวังผา และ อ.เมืองฯ เตรียมพร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลพายุโซนร้อนเบบินคา ที่ส่งผลให้จังหวัดน่านเกือบทุกพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอปัว, สันติสุข และแม่จริม มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง 158-200 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาขาลำน้ำยาว อ.ปัว เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขั้นวิกฤติ 4.50 เมตร น้ำไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน โรงเรียนบ้านส้าน อาคารเรียนชั้นล่าง น้ำเข้าท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทางโรงเรียนประกาศปิดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีรายงานที่บ้านส้านใต้ นายสนิท เนตรทิพย์ ถูกไฟดูดเสียชีวิต ขณะเก็บข้าวของภายในบ้านหนีน้ำท่วม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15629</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุเบบินคา, รับมือฝนตกหนักจากพายุ, หนังสือพิมพ์, อ่างเก็บน้ำคิรีธาร, เขื่อนขุนด่านปราการชล, เขื่อนน้ำอูน, เขื่อนรัชชประภา, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนแก่งกระจาน, แม่น้ำนครนายก, แม่น้ำเพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76d4e136c5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง58จว.พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมดินโคลนถล่มจากอิทธิพล &#039;พายุเบบินคา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม กอปรกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 16 &amp;ndash; 18 สิงหาคม 2561 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งอาจต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรง คลื่นลมทะเลสูง 2 &amp;ndash; 4 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัย แยกเป็น&amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยและดินโคลนถล่ม&amp;nbsp; 54 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 11 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง 13 จังหวัด แยกเป็น ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะที่พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมฝั่งแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา ชายฝั่งทะเล และจุดอ่อนน้ำท่วมขัง พร้อมตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่เสี่ยงคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานทางน้ำ อาทิ กรมเจ้าท่า กรมประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ และงดการเดินเรือ หากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัย พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง ตลอดจนหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, พายุเบบินคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74fb27eb2ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งขุดลอกคลองรับมือฝนตกน้ำท่วมอำเภอบ่อไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 61 - ที่เทศบาลต.บ่อพลอย แม้สถานการณ์น้ำกลับมาสู่ปกติแล้ว แต่นายภานุวัฒน์ พุทธเกสร นายอำเภอบ่อไร่ยังไม่วางใจเนื่องจากยังมีฝนตกลงมา เนื่องมาจากอิทธิพลของพายุเบบินคา จึงได้ประสานกับทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 บ่อไร่ จึงได้ดำเนินการขุดลอกและเก็บเศษขยะ โคลนดินและกองไม้จำนวนมากที่สะพานคลองยอ และพื้นที่บ้านจัดสรร โดย พ.อ.รณยุทธ โพธารามิก รองผบ.นพค.14 บ่อไร่ ได้นำกำลังและเครื่องจักรกลมาขุดลอกคลองยอเพื่อขยายให้มีพื้นที่ระบายน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่ในเขตเทศบาลบ่อพลอยชาวบ้านได้ทำความสะอาดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน แต่ยังไม่นำทรัพย์สินลงมาจากที่สูงเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประตูน้ำ 2แห่ง ทั้งที่หน้าวัดบ่อไร่ และที่บ้านหนองมาตร ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด โดยให้กำลังอส.บ่อไร่ และเจ้าหน้าที่อบต.ช้างทูนไปเก็บเศษไม้ และที่ปิดขวางทางน้ำเพื่อให้การระบายน้ำดีขึ้น สำหรับบรรยากาศที่บริเวณพื้นที่อ.บ่อไร่ยังมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมอยู่และมีแนวโน้มฝนตกในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราโมทย์ จันทน์กระจ่าง นายกอบต.สะตอ กล่าวว่า เมื่อคืนฝนตกลงมาไม่มาก ทำให้ระดับน้ำในคลองตาพลาย และคลองสาขาน้ำลดระดับลงทำให้พื้นที่น้ำท่วมในทุกหมู่บ้านระดับน้ำลดลงทั้งหมด ยกเว้น บ้านทุ่งกระบอก หมู่ 7 ที่ระดับน้ำยังสูงเนื่องจากเป็นที่ลุ่ม ประชาชนต้องมาอาศัยอยู่ที่ศาลาประจำหมู่บ้านชั้วคราว และมีเรือท้องแบนที่ใช้ในการเดินทางเข้าออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบต.สะตอ กล่าวว่า แม้ระดับน้ำในคลองสะตอจะลด แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะจากการเดินทางไปตรวจพื้นที่น้ำท่วมช่วงเช้าวันนี้ พบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนคีริธาร อ.ขลุง จ.จันทบุรีเริ่มล้นสปิลเวย์ออกมา ซึ่งทางเขื่อนจะต้องระบายลงมาผ่านคลองสะตอ ซึ่งจะเกิดปัญหาทันที เพราะน้ำจะไหลลงมาในพื้นที่และจะเกิดน้ำท่วมอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดลอกคลอง, จังหวัดตราด, น้ำท่วม, พายุเบบินคา, อำเภอบ่อไร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74f24dc08bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
