<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชคชัยท่วมรอบ2 เตือน9จว.รับฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตือน 9 จังหวัดอีสาน ตะวันออกรับมือฝนตกจากอิทธิพลพายุโคนี โคราช น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงหลากถึงอำเภอโชคชัย ท่วมปรางค์พะโค โบราณสถานอายุร่วมพันปี ชาวบ้านกว่า 30 หลังคาเรือนอพยพหนีน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-7 พ.ย.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 05 พฤศจิกายน 2563 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 170 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนาม ในเช้าวันพรุ่งนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง กับมีลมแรง บริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์น้ำในจังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำที่ล้นออกมาจากเขื่อนลำพระเพลิงและเขื่อนมูลบน ขณะนี้มวลน้ำเดินทางถึงอำเภอโชคชัยแล้ว โดยปริมาณน้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่งลำน้ำลำพระเพลิง เข้าท่วมบริเวณปรางค์พะโค โบราณสถานอายุกว่า 900 ปี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 224 สายโชคชัย-ครบุรี หมู่ 11 ต.กระโทก อ.โชคชัย โดยมวลน้ำเข้าท่วมรอบบริเวณตัวปราสาท สำรวจเบื้องต้นพบว่าน้ำท่วมเพียงส่วนของฐานราก ยังไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักตัวปราสาท แต่มีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มวลน้ำยังเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนบริเวณหลังปรางค์พะโค เสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง บางรายต้องอพยพออกไปอาศัยอยู่บ้านญาติพื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำเออเข้าท่วมหมู่บ้านปรางค์พะโค อ.โชคชัย และโบราณสถานปรางค์พะโค ถือว่าเป็นรอบที่ 2 ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 35 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ราชบุรี นครปฐม ปทุมธานี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และสงขลา รวม 157 อำเภอ 562 ตำบล 2,487 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 92,032 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย (จันทบุรี ตรัง นครราชสีมา ศรีสะเกษ จังหวัดละ 1 ราย ปราจีนบุรี 4 ราย และสุราษฎร์ธานี 3 ราย) บาดเจ็บ 4 ราย (สิงห์บุรี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ยังคงมีน้ำท่วมขัง 2 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 17 อำเภอ 79 ตำบล 365 หมู่บ้าน ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจักราช และอำเภอห้วยแถลง ระดับน้ำลดลง และสุพรรณบุรียังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอบางปลาม้า ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี พังงา ชุมพร และอุบลราชธานี รวม 19 อำเภอ 26 ตำบล 36 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 78 หลัง บาดเจ็บ 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ภูเก็ต สตูล และกระบี่ รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล &amp;nbsp;6 หมู่บ้าน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82932</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโคนี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3efb393760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือน 8 จังหวัดรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโคนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6 &amp;ndash; 7 พ.ย. 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 9 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 350 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนามในคืนนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก และปราจีนบุรี ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 8 &amp;ndash; 10 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุโคนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โคนี&#039;ถล่มซ้ำอีสาน พบแล้วศพผัวเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีสาน ตะวันออกเจอฝนหนักอีกรอบจากอิทธิพลพายุโคนี ช่วง 6-7 พ.ย.นี้ โคราชอ่วมซ้ำ ขณะที่น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ท่วม 9 ตำบลในปักธงชัย ด้านทีมค้นหาพบศพ 2 ผัวเมียถูกน้ำพัดไกลจากบ้าน 3 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-7 พ.ย.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 04 พฤศจิกายน 2563 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (4 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 500 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในคืนพรุ่งนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายอำเภอโชคชัย นำคณะลงพื้นที่บ้านท่าอ่าง ต.ท่าลาดขาว และ ต.พลับพลา อ.โชคชัย ติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลออกมาจากเขื่อนลำพระเพลิง กำลังเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนรอบที่ 2 ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำล้นจากเขื่อนลำพระเพลิงไหลเข้าพื้นที่ อ.ปักธงชัย และยังทรงตัวอยู่ แต่น้ำในเขตเทศบาลเมืองปักที่ท่วมขังอยู่บ้านมงคลชัย หรือโนนอีแซว และท่วมด้านหลังที่ว่าการอำเภอปักธงชัย 30-40 เซนติเมตร รวมทั้งหน้าที่ว่าการอำเภอ คาดว่าอีก 1-2 วัน น้ำจะไหลผ่านไป โดยพื้นที่ที่จะรับน้ำต่อไปคือ อ.ชุมพวง อ.เมืองยาง และ อ.ลำทะเมนชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า ในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดก็จะมีการทำบิ๊กคลีนนิง และเร่งสำรวจเพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรคู่ขนานกับการสำรวจถนนหนทาง สิ่งสาธารณประโยชน์ที่เสียหาย ตลอดจนพืชผลการเกษตร โดยจะทำให้เสร็จภายในเดือนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำพระเพลิง ล่าสุดปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 162 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 105% ของความจุเขื่อนที่ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำไหลล้นออกจากเขื่อนอย่างต่อเนื่องวันละกว่า 4 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยทางเขื่อนได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตพื้นที่ 9 ตำบลใน อ.ปักธงชัย ประกอบด้วย ตำบลบ่อปลาทอง ลำนางแก้ว ตะขบ สุขเกษม งิ้ว นกออก ดอน และตำบลเมืองปัก ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม และเก็บสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูงแล้ว ซึ่งมวลน้ำที่ล้นจากเขื่อนลำพระเพลิงได้เริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ 9 ตำบลดังกล่าวแล้ว มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 43 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 600 ครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมวลน้ำได้ไหลไปถึงเขตเทศบาลเมือปัก โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้นำเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่อง ไปติดตั้งผลักดันน้ำออกจากเขตเทศบาลเมืองปัก เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าบ้านเรือนประมาณ 20 หลังที่อยู่ติดลำน้ำถูกน้ำท่วมสูงถึงตัวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอปักธงชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองปัก และส่งผลกระทบกับประชาชน แต่ไม่ถึงกับสร้างความเสียหายมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราจีนบุรี จากเหตุการณ์น้ำป่าเขาใหญ่หลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.นาดี เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้สูญหาย 3 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ค้นพบร่างของพนักงานแขวงการทางที่สูญหายขณะขี่สกู๊ตเตอร์ฝ่าสายน้ำเชี่ยวไปดูอุโมงค์ทับลานที่ถูกน้ำท่วม มีรายงานต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.นี้ ทีมค้นหาได้รับแจ้งจากนายศักดา หงษา ผู้ใหญ่บ้านวังใหม่ หมู่ 8 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ว่าพบร่างผู้สูญหาย 1 ราย คือนายสำเนียง อถมพรมราช อายุ 65 ปี ศพถูกน้ำพัดไปติดในป่ากล้วยหอมที่อยู่ติดกับชายคลองยางต้นน้ำลำพญาธาร ห่างจากที่ตั้งของบ้านพักที่ถูกน้ำพัดหายประมาณ 3 กิโลเมตร โดยชาวบ้านที่พบศพเล่าว่า ได้กลิ่นเหม็นเน่าขณะเดินสำรวจภายในสวนกล้วยหอม จึงเดินตามหาที่มาของกลิ่นจนกระทั่งพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไม่นาน ทีมกู้ภัย รวมทั้งชาวบ้านซึ่งดินเท้าลุยทะเลโคลนเลียบขึ้นไปตามคลองยางประมาณ 500 เมตร ก็พบผู้เสียชีวิตรายที่ 2 คือนางโอ๋ อถมพรมราช อายุ 63 ปี ภรรยานายสำเนียง ศพติดอยู่ในกองเศษไม้ไผ่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82814</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโคนี, วิเชียร จันทรโณทัย, สำเนียง อถมพรมราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โอ๋ อถมพรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2a1f7a0fe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง3เขื่อนโคราช รับน้ำไม่ไหวแล้ว ให้เตรียมอพยพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุโคนีส่งผลไทยมีฝนเพิ่มที่อีสานตะวันออก ปราจีนฯ ออกค้นหาผัวเมียถูกน้ำพัดหายยังไร้วี่แวว แต่ช่วยม้าไว้ได้ 1 ตัวขณะลอยคอจวนหมดแรง ด้าน 3 เขื่อนสำคัญในโคราช รับน้ำเต็มแล้ว แจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อนเตรียมรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน (พายุระดับ 3) &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 พ.ย.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 02 พฤศจิกายน 2563 ความว่า
เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (2 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ส่งผลให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางกับมีลมแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าจากจังหวัดปราจีนบุรี หลังเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานไหลลงคลองยาง ซึ่งเป็นคลองต้นน้ำคลองลำพญาธาร เอ่อท่วมบ้านเรือนใกล้เชิงเขา พร้อมพัดบ้านทั้งหลังหายไปมีผู้สูญหาย 2 คน เมื่อกลางดึกวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันน้ำได้ท่วมหลายหมู่บ้าน รวมทั้งถนนสาย 304 ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และท่วมอุโมงค์เชื่อมระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทั้งนี้ ญาติผู้สูญหายและเจ้าหน้าที่ได้ออกค้นหานายสำเนียง อถมพรมราช และนางโอ๋ ภรรยา ที่ถูกน้ำพัด แต่ยังไม่พบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปราจีนบุรี ได้รายงานการเปิดการจราจรในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 บริเวณอุโมงค์เชื่อมระหว่างทับลานกับป่าเขาใหญ่ที่ถูกน้ำท่วม หมู่ 1 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำในอุโมงค์ได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สามารถเปิดการจราจรอุโมงค์ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีหนังสือด่วนจากนายรณรงค์ นครจินดา รอง ผวจ.ปราจีนบุรี ปฏิบัติราชการแทน ผวจ.ปราจีนบุรี แจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ทีมวัดน้ำอุทกภาคฯ ได้ประเมินสถานการณ์จากระดับน้ำแล้วพบว่ามีปริมาณสูงกกว่าปี 2556 ที่เคยสูงสุดประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงคาดว่าน่าจะเกิดผลกระทบกับแม่น้ำปราจีนบุรี โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี และในพื้นที่ตลาดเก่า อ.กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา และลดลงในระดับหนึ่งแล้ว โดยอาจได้รับผลกระทบจากมวลน้ำดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวติดตามข้อมูล สถานการณ์ และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปิยพงศ์ พรหมบุตร ได้โพสต์ภาพน้ำป่าอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลหลากเข้าท่วมเส้นทางสาย 304 ปักธงชัย-กบินทร์บุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ และท่วมบ้านเรือน รีสอร์ตในแหล่งท่องเที่ยว ระหว่างที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน นครราชสีมา จุดหนองบัวศาลา และจุดหนองบุญมาก นำอาหารไปมอบให้ชาวบ้าน ขากลับได้พบม้าตัวหนึ่งลอยคอต้านกระแสน้ำด้วยท่าทางที่อิดโรย จึงช่วยชีวิตไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีรายงานว่ายังวิกฤติ โดยน้ำท่วมนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ขณะที่ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลและลำน้ำจักราชยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมวลน้ำสะสมจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ได้ไหลลงสู่ลำน้ำมูล ก่อนจะไหลหลากมายังพื้นที่ อ.พิมาย ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้น และมีหลายช่วงที่เอ่อล้นตลิ่งไหล หลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ติดกับลำน้ำมูลและพื้นที่ลุ่มต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบ้านจบก ต.กระเบื้องใหญ่ อ.พิมาย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งชาวบ้านบอกว่ามวลน้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา จำนวนกว่า 80 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และบางหลังน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถเข้าออกบ้านได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย และเขื่อนมูลบน จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำเต็มความจุของเขื่อนแล้วทุกเขื่อน โดยเขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 360 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 114% เขื่อนลำพระเพลิงมีปริมาณน้ำ 173 ล้านลูกบาศ์กเมตร คิดเป็น 111% และเขื่อนลำมูลบนมีปริมาณน้ำ 142 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ทุกเขื่อนต้องวางแผนระบายน้ำออกจากเขื่อน ซึ่งตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพายุโคนี พายุลูกใหม่ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ มวลน้ำเหนือปริมาณมหาศาลจากจังหวัดนครราชสีมา ที่ไหลลงลำน้ำมูลได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่สะพานข้ามลำน้ำมูลสตึก-ชุมพลบุรี บริเวณบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ระดับน้ำสูงถึงคอสะพานแล้ว ส่งผลให้บางจุดที่ไม่ได้มีการเสริมพนัง น้ำได้เอ่อเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องของเกษตรกรที่เพาะปลูกไว้ริมลำน้ำมูลเป็นบริเวณกว้างหลายร้อยไร่ บางจุดระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร จนรถเกี่ยวไม่สามารถลงได้ เกษตรกรที่ไม่มีเรือเป็นของตัวเอง เตรียมเช่าเรือ พร้อมจ้างแรงงานคนเพื่อเร่งเก็บข้าวหนีน้ำไม่ให้จมเสียหาย ถึงแม้ต้นข้าวบางส่วนจะยังไม่แก่สุกเต็มที่ก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 34 จังหวัด รวม 155 อำเภอ 553 ตำบล 2,355 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 91,684 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย (จันทบุรี ตรัง ปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย สุราษฎร์ธานี 3 ราย และนครราชสีมา 1 ราย) บาดเจ็บ 3 ราย (สิงห์บุรี) ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี และสุพรรณบุรี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยพงศ์ พรหมบุตร, พายุโคนี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5fa00115f0b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนภัยพายุโซนร้อน&#039;โคนี&#039;ฉบับที่1 กระทบไทย4-5พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย. 63 - เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2563 ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82530</URL_LINK>
                <HASHTAG>4-5พ.ย., กรมอุตุนิยมวิทยา, น้ำท่วมฉับพลัน, พายุโคนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนอุณหภูมิลดฮวบ 2-4 องศา &#039;ไต้ฝุ่นโคนี&#039; กระทบอีสานฝนเพิ่มลมแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้าระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 - 2 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงเล็กน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ให้ภาคใต้มีฝนน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 3 - 7 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น (พายุระดับ 5) &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในวันที่ 2 พ.ย. 2563 และมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าอ่าวตังเกี๋ย และใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 4 - 5 พ.ย. 2563 ส่งผลทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 3 - 7 พ.ย. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 อากาศเย็น กับมีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 อากาศเย็น โดยมีฝนร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 &amp;ndash; 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุโคนี, พายุไต้ฝุ่น, หนาว, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
