<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มเมืองกาญจน์ น้ำป่าทะลักท่วม 2 หมู่บ้าน เร่งขนย้ายสิ่งของอพยพพระสงฆ์ขึ้นที่ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - พ.อ.ปรีติ กุมภิรัตน์ ผบ.นพค.11&amp;nbsp;สนง.พัฒนาภาค1หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานว่า&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุน้ำทะลักไหลหลากลงมาจากภูเขา กระแสน้ำได้เข้าท่วมบริเวณวัดป่าผาตาดธารสวรรค์ บ้านหินดาด ต.ลิ่นถิ่น และที่บ้านวังเกียง ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมป้องกันภัย จ.กาญจนบุรี มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี เดินทางเข้าช่วยเหลือ ในพื้นที่ทั้งสองแห่งทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณวัดป่าผาตาดธารสวรรค์ พบว่ากระแสน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากภูเขา เชี่ยวกรากแรงมาก ปริมาณน้ำได้ท่วมสูงราว 70&amp;nbsp;ซม. ภายในศาลาการเปรียญถูกน้ำเข้าท่วมสูงราว 50 ซม. เจ้าหน้าที่ทหารนพค.11&amp;nbsp;ตำรวจสภ.ทองผาภูมิ และมูลนิธิกู้ภัยกาญจน์กว่า30&amp;nbsp;นาย ต่างช่วยกันเร่งขนย้ายสิ่งของต่างๆ ออกจากบริเวณน้ำท่วม ไปไว้ในพื้นที่สูง รวมทั้งอพยพพระสงฆ์ ไปอยู่บนพื้นที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บริเวณบ้านวังเกียง ต.ท่าขนุน กระแสน้ำป่าได้ทะลักไหล เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 10 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ต่างชวยกันขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะรายงานข่าวแจ้งว่า ระดับน้ำเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งเก็บกวาดล้างดินโคลนทำความสะอาด วัดและบ้านเรือนราษฎรในทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78475</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำท่วม, น้ำป่าไหลหลาก, พายุโนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c344c4fce1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โนอึล&#039;ทำ31จังหวัดอ่วม&#039;ปภ.&#039;เร่งช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโนอึล และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ โดยมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 31 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 135 อำเภอ 290 ตำบล 640 หมู่บ้าน 4 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,658 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;(ระนอง) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเสียหายแยกเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา รวม 91 อำเภอ 178 ตำบล 446 หมู่บ้าน 7 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,912 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่อำเภอ ขุนหาญ ตำบลบักดอง (หมู่ที่8 และ 9) ประชาชนได้รับผลกระทบ 30 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ระดับน้ำสูงประมาณ 15 - 30 เซนติเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย จำนวน 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตราด พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 58 อำเภอ 134 ตำบล 237 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 746 หลัง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์) พื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ แพร่ และระนอง รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระนอง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., พายุโนอึล, มรสุมตะวันตกเฉียงใต้, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f641ed32c88f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฤทธิ์พายุโนอึลถนนลงเขาสังขละลื่นกระบะพุ่งชนแบริเออร์พังยับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63-ร.ต.ท.จีรพงศ์ เกิดเรณู รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำบริเวณ หลักกม.ที่265 ถนนสาย323 &amp;nbsp;ช่วงลงเขาเนินยาว ส่งผลให้การจราจรขาเข้า อ.สังขละบุรี รถราไม่สามารถสัญจรผ่านได้ &amp;nbsp;จึงแจ้งสายตรวจรถยนต์ สายตรวจสามแยกซองกาเลีย จนท.มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร โดยที่เกิดเหตุบริเวณเนินยาว เป็นช่วงเขาสูงชันความยาวกว่า 2 กม. ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุ อยู่เป็นประจำ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน 2ฒฌ 9396 กรุงเทพฯ สภาพพลิกขวางถนนขาลงเขา ล้อหลังทั้ง2ข้างหลุดออกจากกระทะล้อ ล้อหน้าข้างคนขับหลุด เศษอิฐมอญตกกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย และประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างช่วยกันเก็บอิฐที่หล่นบนถนน โยนออกไปข้างทาง ท่ามกลางรถยนต์ที่ขาเข้าตัวเมืองสังขละบุรี ติดเป็นแถวยาวเหยียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้น นายอานนท์ สุขสาลี อายุ 28 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา คนขับรถกระบะคันดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด บอกว่า รับจ้างบรรทุกอิฐมอญมาจาก จ.อยุธยา เพื่อนำมาส่งให้ลูกค้าที่ตัวอำเภอสังขละบุรี มีฝนตกมาตลอดทาง &amp;nbsp;เมื่อมาถึงบริเวณบนยอดเขาเนินยาว ซึ่งอยู่ห่างจาก ตัว อ.สังขละบุรี ประมาณ 6 กม. ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ตนเองก็ปฎิบัติตามป้ายแจ้งเตือนโดยได้ใช้เกียร์ต่ำ ขณะลงจากยอดเขามาได้ราว100 เมตร รถเริ่มมีอาการไถลลื่นส่ายไปมา จึงเหยียบเบรกเพื่อจะหยุดรถ แต่ไม่สามารถหยุดได้ รถจึงพุ่งลงเขาชนแท่งปูนแบริเออร์ ที่อยู่กลางถนนอย่างแรง จนส่งผลให้รถพลิกคว่ำ พังยับในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชัน รถยนต์บรรทุกสินค้ามักจะประสบปัญหาไม่สามารถขึ้นเขาได้บ่อยครั้ง ส่วนขาลงเขาก็มักจะเกิดอุบัติเหตุลื่นจนชนแบริเออร์ พลิกคว่ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งส่งผลกระทบ ให้มีรถติดยาวบนเขา เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ดินโคลนจะไหลลงมาจากเขาทำให้ลื่น เป็นที่มาของอุบัติเหตุ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นกับเส้นทาง จึงขอให้ผู้ที่จะเดินทางมาทำธุระและท่องเที่ยวสังขละบุรี ได้ใช้ความระมัดระวัง ในการขับขี่รถยนต์ และให้ปฎิบัติตามป้ายเตือนต่างๆ ที่กรมทางหลวงได้ติดไว้ ในบริเวณแห่งนี้ที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78053</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จ.กาญจนบุรี, ถนนลื่น, พายุโนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f67471ccedbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันหลงพายุโนอึล ชาวสุรินทร์แห่จับปลาสร้างรายได้วันละเกือบพันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63- &amp;nbsp;จากแรงอิทธิพลของพายุโซนร้อนโนอึล ที่ได้แพร่ปกคลุมภาคตระวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่18-20ก.ย.63จนถึงขณะนี้ ทําให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จากสภาพการณ์ที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันที่18-19ก.ย.ที่ผ่านมาในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ ยังไม่มีรายงานนํ้าท่วม สร้างความเสียหายต่อไร่นาประชาชนแต่อย่างใด หลังจากจังหวัดสุรินทร์ เคยประสบปัญหาภัยแล้งฝนทิ้งช่วงมายาวนานเกือบ 3 เดือนฝนตกลงมาช่วงนี้จึงเป็นผลดีต่อพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นอย่างมาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยเฉพาะอ่างเก็บนํ้าห้วยแก้ว อําเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บกักนํ้าขนาดกลาง ที่ความจุ 3ล้านลูกบาศก์เมตรที่ใช้กักเก็บนํ้าดิบ เพื่อผลิตเป็นนํ้าประปา และใช้ในทางการเกษตรหลังจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโนอึล ทําให้มีมวลนํ้าจากด้านบนของอ่างไหลลงสู่อ่างเก็บนํ้าห้วยแก้วอย่างต่อเนื่องมวลนํ้าไหลหลากมาจากเขตอําเภอสนม เขตอําเภอสําโรงทาบ เขตอําเภอโนนนารายณ์ และพื้นที่ของตําบลหนองบัวบานไหลงผ่านช่วงสะพานบ้านสร้างบก-บ้านกกข่าสู่อ่างเก็บนํ้าห้วยแก้วมีปริมาณมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทําให้ชาวบ้านในพื้นที่และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างพากันนําเบ็ด,นําตาข่าย,นําแหไปตกไปดักไปหว่านจับปลากันเป็นจํานวนมากเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา ส่วนมากปลาที่ชาวบ้านจับขึ้นมาได้เช่นปลาขาว ปลาตระเพียนหางแดง ปลานิล ปลาหมอเทศ ปลาหลดเป็นต้นและปลาที่จับได้บางคนจะนําไปขาย บางคนก็นําไปประกอบอาหาร ตากแห้งเก็บไว้รับประทานสร้างรายได้ให้กับครอบครัวกันเลยทีเดียว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวิรัตน์ เจริญรัตน์ ชาวบ้านหมู่ 12 บ้านสร้างบก ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเองและสามีและญาติๆจํา6คนออกมาจับปลาโดยนําแหมาหว่านกันวันนี้เป็นวันที่2แล้วหลังมวลนํ้าไหลลงสู่อ่างเก็บนํ้าห้วยแต่ตั้งแต่ตี5ของวันที่19 ก.ย.มากันตั้งแต่6โมงเช้าส่วนมาปลาที่จับได้จะมีปลาขาว,ปลาตะเพียนหางแดง, ปลานิล,ปลาหมอเทศ,ปลาหลดถ้ามีผู้มาขอซื้อก็จะขายโลละ40-60บาทส่วนปลาหลดก็จะมีราคาแพงคือจะขายโลละ100-150บาท ขายได้วันละเกือบ700-800บาทและที่เหลือจะนําไปประกอบอาหาร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเรียน เกิดมี ชาวบ้านหมู่9 บ้านกกข่า ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ที่พาลูกหลานและเพื่อนบ้านนําเบ็ดมาตกปลาในบริเวณใกล้เคียงแจ้งว่า ตนชอบตกปลาตกปลามาเป็นวันที่2แล้วหลังมีมวลนํ้าไหลหลากลงมาสู่อ่างเก็บนํ้าห้วยแก้วส่วนมากปลาที่ตกได้ก็จะเป็นปลานิลปลาที่ได้จะนําไปประกอบอาหารให้คนในครอบครัวได้รับประทาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78045</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับปลา, พายุโนอึล, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f6723e2b3723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯยันทุกหน่วยงานพร้อมรับมือ&#039;โนอึล&#039;พร้อมสั่งเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;18 ก.ย.63 - ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรับมือพายุโนอึล ที่จะพัดเข้าสู่ประเทศไทยในวันนี้ ว่า ได้ให้ทุกหน่วยงานเตรียมการมาตามลำดับ พายุจะพัดผ่านที่ไหนอย่างไร ซึ่งผ่านมาทางเวียดนาม ที่ 1 ปี เจอไป 300 กว่าลูก ของเราถือว่าโชคดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เราต้องการเอาน้ำเหล่านี้เก็บไว้ โดยทราบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าน้ำในเขื่อนของเรา 36 แห่ง มีจำนวนน้อย ใช้การได้ไม่ถึง 30% และปีหน้าฝนจะทิ้งช่วงอีกหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ อากาศก็เปลี่ยนแปลง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ดังนั้น ต้องเตรียมการให้พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ขอเตือนเส้นทางที่พายุจะพัดผ่าน โดยเฉพาะพื้นที่อีสานที่จะเกิดลมแรง ฝนตก จะต้องมีการเตรียมการขนย้ายข้าวของที่มีค่า หาที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตอีกต่อไป และรัฐบาลจะดูแลหลังจากนั้น แต่ขอให้เก็บน้ำให้ได้มากที่สุดจากพายุลูกนี้ ถือเป็นช่วงท้ายที่เราจะได้น้ำ ต้องไปปรับแหล่งน้ำในพื้นที่ วันนี้นายกฯเป็นห่วงทุกอย่าง รัฐบาลเป็นห่วงประชาชนทุกคน อะไรที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้และสามัคคีกันได้ในสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ อันนี้ขอฝากไว้ด้วย ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการน้ำรัฐบาลได้มีศูนย์ดูแลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งศูนย์ขึ้นมาใหม่ ที่ผ่านมาศูนย์ที่รัฐบาลตั้งขึ้นได้บริหารมาโดยตลอด&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77824</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุโนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f643f887bd8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โนอึล&#039;มาแล้วถล่มขอนแก่นน้ำท่วมขังถนนหลายเส้นทางการจราจรติดขัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 07.30 น.มีรายงานสถานการณ์พายุโนอึลพัดผ่านประเทศไทย ซึ่งจ.ขอนแก่นได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น.ที่ผ่านมา โดยได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก มีลมกระโชกแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนหลายเส้นทาง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะที่ถนนบ้านกอก ตั้งแต่ช่วงหน้าโรงเรียนบ้านกอก ยาวมาถึงเกือบ 4 แยกไฟแดง ถนนบ้านกอกตัดกับถนนมิตรภาพ ระยะทางประมาณกว่า 2 กม. ระดับน้ำที่ท่วมสูงอยู่ที่ระดับ 30-50 ซม. ทั้งยังคง เอ่อล้นท่วมฟุตบาทเข้าไปในบ้านเรือนและร้านค้าของประชาชน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถขายของได้ และเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองต่างต้องเดินทางไปเรียน ไปส่งบุตรหลานและไปทำงาน ทำให้ประมาณรถต่างออกเดินทางในช่วงนี้จำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด รถทุกชนิดสัญจรด้วยความยากลำบาก รถเล็กดับกลางทางหลายคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดได้มีประกาศคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและตรวจสอบผลกระทบจากพายุโนอึลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขอนแก่นได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้เจ้าหน้าท่ทุกฝ่ายจะต้องเฝ้าระวังพร้อมรับมือและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท้วงทีตลอด 24 ชม. และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น สำหรับในพื้นที่ไหน จุดไหนเคยน้ำท่วมซ้ำซาก ให้เตรียมตัวให้พร้อม ขนย้ายทรัพย์สินของมีค่าขึ้นบนที่สูง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามสำรวจความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชนทุกพื้นที่ของจังหวัด และในช่วงบ่ายเป็นต้นไปตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จะมีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักไปจนถึงช่วงค่ำของให้ทุกคนระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77809</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ จังตระกุล, น้ำท่วมขอนแก่น, พายุโนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f641ed32c88f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามอพยพประชาชนมากกว่า1ล้านคนหนี&#039;โนอึล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเวียดนามวางแผนอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนหลบพายุโซนร้อนโนอึล ที่กำลังเคลื่อนตัวมายังชายฝั่งภาคกลางเมื่อวันพฤหัสบดี พยากรณ์อากาศเตือนความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงคาดว่า พายุรุนแรงลูกนี้จะเคลื่อนถึงฝั่งของเวียดนามที่จังหวัดเถื่อนเทียนเว้ ภาคกลางของประเทศ ในเวลาประมาณบ่ายโมงของวันศุกร์ ด้วยความเร็วลมสูงสุด 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน อ้างคำแถลงของสำนักงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามว่า อาจต้องขอให้ประชาชนรวม 1.17 ล้านคนจาก 3 จังหวัด รวมถึงเมืองดานัง อพยพออกจากบ้านเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการในเมืองท่องเที่ยวทั้งดานังและเมืองเว้ได้เตรียมรับมือกับพายุลูกนี้แล้ว และในวันศุกร์ โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคกลางได้รับคำสั่งให้ปิด สื่อของทางการเวียดนามรายงานด้วยว่า กองทัพและกองกำลังป้องกันชายแดนได้ระดมกำลังพลมากกว่า 250,000 นาย เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน รวมถึงช่วยภารกิจค้นหาและกู้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศทำนายด้วยว่า พายุลูกนี้อาจทำให้พื้นที่ภาคกลางของเวียดนามมีฝนตกหนักถึง 400 มม. ตั้งแต่ช่วงดึกของวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ และเตือนให้ระวังน้ำท่วมในเขตเมืองกับดินถล่มในพื้นที่เทือกเขา ทั้งนี้ ปริมาณน้ำฝน 180 มม.ต่อวันถือว่าเป็นฝนตกหนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77791</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโนอึล, อพยพประชาชน1ล้าน, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
