<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> น้ำมาปลาเยอะ!ชาวขอนแก่นออกจับปลาขายได้ราคาดี ปลาสลิดไข่กก.ละ100บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อเวลา07.30น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าภายหลังอิทธิพลของพายุ 3 ลูกที่พาดผ่านประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาได้ลดระดับลง โดยเฉพาะที่ตลาดสดบางลำภู และตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่นที่พบว่าเหล่าบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า ส่วนใหญ่ต่างพากันนำปลาสดๆ ทุกขนาดและทุกชนิดมาวางจำหน่ายจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่พบว่าปลาดังกล่าวนี้ถูกชาวย้านพากันจับมาจากแหล่งน้ำสาธารณะและตามธรรมชาติทั่วไปที่มีปริมาณน้ำที่มากขึ้นจากพายุฝนที่ตกลงมารวมทั้งการออกหาปลาภายในเขื่อนอุบลรัตน์
นางวร โสสุด อายุ 69 ปี ชาวบ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น บอกว่า อิทธิพลของพายุได้ทำให้มีมวลน้ำไหลเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งบ้านของตนเองนั้นอยู่ใกล้กับแก่งน้ำต้อน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ฝนตกติดต่อกันหลายวัน มีน้ำไหลเข้าแก่งในปริมาณที่มากกว่าปกติ คนในครอบครัวจึงพากันออกหาปลา ซึ่งสามารถจับได้วันละหลายกิโลกรัม โดยเฉพาะปลาขาวอีไทย บางวันได้ร้อยกว่ากิโล จึงนำมาขายที่ตลาดในกิโลกรัมละ 50-60บาท
&amp;ldquo;ยายนำปลาสดๆที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาขายที่ตลาดแห่งนี้ซึ่งขายหมดทุกวัน โดยเฉพาะปลาสลิดไข่ ที่ขายได้ราคาดีก็มีมาก เนื่องจากปลาสลิดนั้นได้หายไปจากแก่งน้ำต้อนนานมากแล้ว แต่ปีนี้จับปลาสลิดไข่ได้จำนวนมาก จึงนำมาขายกิโลกรัมละ 100บาท ทำให้มีรายได้ในครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ เพราะลูกค้าล้วนนิยมซื้อไปบริโภคอย่างมาก&amp;rdquo;
นางวร กล่าวอีกว่า ปลาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่นี้ช่วงสายๆก็จะขายหมดในขณะที่เพื่อนบ้านที่นำปลามาขายในตลาด บางคนขายไม่หมดก็จะนำกลับไปบ้าน ไปทำเป็นปลาแดดเดียว&amp;nbsp; ทำปลาร้า ก็สามารถนำมาขายที่ตลาดได้อีกเช่นกัน
ขณะที่นางลาวัน สีทา อายุ 52ปี แม่ค้าขายปลาสด กล่าวว่า ปลาที่ร้านนำมาจำหน่ายเป็นปลาที่จับได้ในเขื่อนอุบลรัตน์ ปลาบางส่วนคนในครอบครัวจับได้เอง บางส่วนรับซื้อจากเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาขายที่ตลาดสดในเมืองขอนแก่น ซึ่งมีทั้งปลาจะละเม็ดน้ำจืด ปลาชะโด ปลานวลจันทร์ ปลาสวายและปลานิล
&amp;ldquo;ปลาน้ำจืดที่จับได้ส่วนใหญ่จะมีแต่ตัวใหญ่ๆ น้ำหนักตั้งแต่ 3- 5 กิโลกรัม ในแต่ละวันก็มีจะร้านอาหารมารับซื้อไปทำอาหารขาย เพราะเป็นปลาสดที่นำไปทำอาหารขาย จะมีรสชาติอร่อยกว่าปลาที่ผ่านการแช่แข็ง&amp;rdquo;นางลาวัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45114</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมาปลาเยอะ, พายุโพดุล, เขื่อนอุบลรัตน์, เทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71cacfc32ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รองโฆษกพปชร.โต้เด็กเพื่อไทยยันเติมเงินบัตรสวัสดิการฯแก้ปัญหาตรงจุดช่วยเหลือทุกกลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ย.62-น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึง​​กรณีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการให้เงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละ 300 บาท ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ ว่า​ การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ประคับประคองในยามเศรษฐกิจชะลอตัวเท่านั้น และเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เนื่องจากอัดฉีดเม็ดเงินตรงลงไปที่ 3 กลุ่ม&amp;nbsp; คือ กลุ่มผู้ถือบัตรทุกคน ได้ 500 บาทต่อเดือน กลุ่มผู้สูงอายุได้เพิ่ม 500 บาทต่อเดือน และกลุ่มผู้ปกครองที่เลี้ยงดูบุตรได้เพิ่ม 300 บาทต่อเดือน โดยวงเงินนี้ให้เพียง 2 เดือนคือ สิงหาคม-กันยายน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของกลุ่มเกษตรกรนั้น เพิ่งได้รับเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จากมาตรการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายละ 1 ,000บาท เพื่อเป็นต้นทุนในการจัดซื้อปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในการทำการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าการช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่ม และมีความโปร่งใสให้เงินถึงมือโดยตรง มีระบบที่ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการรั่วไหล และขอบคุณฝ่ายค้านที่หันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ดีกว่ามุ่งแต่ปัญหาการเมือง เนื่องจากความเดือดร้อนของประชาชนเป็นปัญหาเร่งด่วน&amp;nbsp; แต่ฝากข้อห่วงใยในการลงพื้นที่ไปพบปะให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือปะชาชนนั้น จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและไม่เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ส่วนกรณีที่ นายการุณ ออกมาเรียกร้องให้พักชำระหนี้เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้น&amp;nbsp; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ได้สั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ขยายเวลาชำระหนี้&amp;nbsp; ให้สินเชื่อเพื่อเป็นค้าใช้จ่ายฉุกเฉินไม่เดินรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิต รายละ 500,000 บาท ดอกเบี้ย 4.87 ชำระคืนไม่เกิน ซึ่งเกษตรกรที่ได้รับความเดือร้อนสามารถต่อต่อกับธ.ก.ส.ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้ทันที หรือ Call Center 02-555-0555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45113</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ  โหสกุล, ทิพานัน ศิริชนะ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผู้ประสบภัยน้ำท่วม, พายุโพดุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71c49a8bd7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.มนัญญา สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ หามาตรการช่วยสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมพายุ &quot;โพดุล&quot;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.มนัญญา สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ หามาตรการช่วยสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมพายุ &amp;quot;โพดุล&amp;quot; บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมฟื้นฟูอาชีพให้ทันทีหลังน้ำลด ด้าน กสส.เตรียมวงเงินจากกองทุนกพส. 315 ล้านบาท ให้สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล กู้ยืมปลอดดอกเบี้ย 1 ปี นำไปฟื้นฟูอาชีพ และขยายเวลาชำระหนี้อย่างน้อย 1 ปี ให้สหกรณ์ในพื้นที่ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุโซนร้อนโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงหนือ ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ส่งผลทำให้พื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงได้สั่งการให้นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะในส่วนของสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือจะเน้นดูแลเรื่องหนี้สินและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ขาดรายได้ที่จะส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ ดังนั้น จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอวงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิกในพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันนี้(4 กันยายน 2562) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พร้อมนำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่มไปมอบให้เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น ณ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อบต.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เบื้องต้นมีสหกรณ์การเกษตรโนนศิลา จำกัด สหกรณ์การเกษตรบ้านเเฮด จำกัดและสหกรณ์การเกษตรบ้านไผ่ จำกัด ที่ส่งข้อมูลขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีสมาชิก 2,620 ราย ได้รับความเดือดร้อน พื้นที่ไร่นาและเลี้ยงสัตว์ของสมาชิกสหกรณ์ทั้ง 3 แห่งเสียหายประมาณ 11,895 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่ากรมได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ โดยได้เตรียมเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์( กพส.) จำนวน315 ล้านบาท เป็นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี เพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมและนำไปให้สมาชิกของแต่ละสหกรณ์กู้ปลอดดอกเบี้ยเช่นกันเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังเกิดภัยพิบัติจากพายุโพดุล และยังได้ขยายเวลาชำระหนี้ให้สหกรณ์ ที่กู้เงินกพส.ก่อนหน้านี้ออกไปอย่างน้อย 1ปี กรณีที่สหกรณ์นั้นมีเหตุที่จะแสดงได้ว่าได้รับผลกระทบจากพายุ จนไม่สามารถชำระหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งเวียนไปทุกจังหวัดที่ประสบภัย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ถึงมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ กรมได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจความเสียของสหกรณ์ที่รับผลกระทบจากพายุโพดุล ว่ามีสหกรณ์ใดบ้างที่รับได้รับผลกระทบ จำนวนสมาชิกที่ประสบภัย พื้นที่การเกษตรที่เสียหายและประเภทของพืชที่เสียหาย รวมถึงให้รายงานถึงความช่วยเหลือเบื้องต้นที่สหกรณ์จังหวัดได้ดำเนินการแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่งเบื้องต้นมีประมาณ 20 จังหวัด แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุดรธานี นครพนม ยโสธร มหาสารคาม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ อุบลราชธานี นครราชสีมา ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ก่อนจะนำมาตรการบรรเทาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบภัยเข้าสู่ ครม.พิจารณา กรมฯจะหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ว่าควรจะเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ จากนั้นจะเร่งเสนอครม.ให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือสมาชิก ซึ่งจากการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมสมาชิกที่ประสบภัยที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ถามความเห็นสมาชิกสหกรณ์พบว่าสิ่งที่ต้องการคือ การพักชำระหนี้หรือขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป 1-2 ปี&amp;rdquo; นายพิเชษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากการช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว กรมได้ขอความร่วมมือจากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ให้พิจารณาช่วยเหลือสมาชิกของแต่ละสหกรณ์ด้วยเพราะอาจมีปัญหาเรื่องรายได้โดยการลด หรืองด การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืม รวมทั้งขยายเวลาการชำระหนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิก และให้ใช้เงินจากกองทุนสาธารณประโยชน์ นำไปช่วยเหลือสมาชิกผู้ประสบภัย เช่นการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือการเยียวยาด้านอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจากการลงพื้นที่ถามความเห็นจากสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่พบว่า สิ่งที่ต้องการและขอให้ช่วยเหลือ คือ การพักชำระหนี้หรือขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป 1-2 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พายุ, พายุโพดุล, มนัญญา ไทยเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f7e5235261.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“โพดุล”ทำพิษทางขาด ทล.เร่งติดป้ายเตือนแนะนำเส้นทางเลี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62-รายงานข่าวจากกรมทางหลวง แจ้งว่า กรมทางหลวงได้ทำการสรุปเหตุการณ์อุทกภัยจากพายุโพดุล ประจำวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 12.00 โดยทางหลวงมีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน, ยโสธร, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, พิจิตร, พิษณุโลก, เชียงใหม่, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ จำนวน 21 สายทาง (29 แห่ง) ผ่านไม่ได้ 5 แห่ง มีรายละเอียด ดังนี้

จังหวัดน่าน
- ทางหลวงหมายเลข 101 ตอน ปัว &amp;ndash; ปางหก ช่วงกม.ที่ 459 พื้นที่ อ.ทุ่งช้าง น้ำกัดเซาะทางเบี่ยงขาดช่วงงานโครงการก่อสร้าง ใช้ทางเลี่ยงเส้นหมู่บ้านเวียงสองแทนได้ คาดว่าจะผ่านได้เวลา 22.00 น.

จังหวัดยโสธร
- ทางหลวงหมายเลข 23 ตอน เสลภูมิ - ยโสธร ช่วงกม.ที่152 - 155 พื้นที่ อ.เสลภูมิ ระดับน้ำสูง 40 - 60 ซม. รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ทางเลี่ยง เลี้ยวขวาสามแยก ทช.รอ.2027 ถึง อ.อาจสามารถ เลี้ยวซ้าย ทล.2043 เลี้ยวซ้ายแยกโนนชัยศรีเข้า ทล.202 เพื่อไป จ.ยโสธร

จังหวัดอุบลราชธานี
- ทางหลวงหมายเลข 23 ตอน บ้านสวน &amp;ndash; เขื่องใน ช่วงกม.ที่ 223 &amp;ndash; 225 พื้นที่ อ.เขื่องใน น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 70 &amp;ndash; 100 ซม. ทางเลี่ยงใช้ ทล.2406 เข้าบ้านกลางใหญ่ไปตัดกับ ทล.2382 เข้าเขื่องใน เพื่อไป จ.อุบลฯ
- ทางหลวงหมายเลข 2050 ตอน อุบลราชธานี &amp;ndash; ตระการพืชผล ช่วงกม.ที่31 อ.ตระการพืชผล คอสะพานโดนน้ำกัดเซาะ ทางเลี่ยงไปอำเภอตระการพืชผล ที่บริเวณแยกบ้านแต่ใหม่ ที่ กม.14 ไปตามเส้นทางหลวงชนบท หมายเลข 4041 เพื่อที่จะออกไปพื้นที่ตำบลกุศกร ทล.2134 ตอน ตระการฯ &amp;ndash; โขงเจียม

จังหวัดอำนาจเจริญ
- ทางหลวงหมายเลข 2210 ตอน ขมิ้น &amp;ndash; น้ำปลีก ช่วงกม.ที่ 21 &amp;ndash; 22 อ.หัวตะพาน น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 80 ซม. ทางเลี่ยง จากแยกน้ำปลีก ใช้ ทล.202 ไปตัวเมืองอำเภออำนาจเจริญ เลี้ยวขวาเข้า ทล.212 ไปแยกบ้านหลักชัย เลี้ยวขวาเข้าหัวตะพาน ทล.2210

ทั้งนี้ กรมทางหลวง ได้ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย อุปกรณ์นำทาง ในบริเวณทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย โดยขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ และ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44899</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ่อมถนนขาด, ถนนขาด, พายุโพดุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e00cc4bcfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเก็บแก้มลิง 24 ชั่วโมง รับพายุ&#039;โพดุล-คาจิกิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลากจากพายุโพดุล และฝนจากพายุลูกใหม่ คาจิกิ &amp;nbsp;ที่จะไหลหลากจากพื้นที่ภาคเหนือ ลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา ที่มีแนวโน้มว่า จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;จะบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 &amp;nbsp;จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; มายังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;โดยการผันน้ำส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;เข้าระบบชลประทานด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;ใช้สถานีสูบน้ำบ้านจักษา จ.อุทัยธานี และสถานีสูบน้ำทุ่งวัดสิงห์ จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำเข้าไปเก็บในพื้นที่แก้มลิง ไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้ำที่เหลือ จะระบายออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ลงสู่พื้นที่ตอนล่าง &amp;nbsp;ซึ่งจะควบคุมการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ &amp;nbsp;500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; ซึ่งการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยเพิ่มปริมาณขึ้นตามลำดับ &amp;nbsp;และยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ริมตลิ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา วันนี้ &amp;nbsp;ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp;มีปริมาณ &amp;nbsp;1,037 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.36 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ 8.59 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อน &amp;nbsp;480 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 &amp;nbsp;ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี &amp;nbsp; เพื่อแจ้งสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา &amp;nbsp;รวมทั้งขอความอนุเคราะห์ให้ทางจังหวัด ช่วยประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร &amp;nbsp;และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44875</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุคาจิกิ, พายุโพดุล, เขื่อนเจ้าพระยา, เร่งระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6db8d4f26f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษ “พายุโพดุล”  รร. ปิดไปแล้วกว่า 159 โรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ก.ย.62-นายสุเทพ &amp;nbsp;ชิตยวงษ์ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ.04001/พิเศษ เรื่องแจ้งเตือนสถานการณ์พายุโพดุล ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าวจึงขอให้สถานศึกษาในสังกัดติดตามข้อมูลสภาพอากาศสถานการณ์ข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา และ รายงานสถานการณ์ให้ สพฐ.รับทราบทันทีเพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม จ.ยโสธร จ.ร้อยเอ็ด จ.พิจิตร และ จ.พะเยา โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 17 เขตได้รับผลกระทบ มีสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอนแล้ว 159 โรง มีนักเรียนได้รับผลกระทบทั้งหมด 474 คน อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก และสั่งการให้ สพฐ.ดูแลช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของ สพฐ. ผมได้สั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกช่วยเหลือต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้กำชับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาให้ดูแลสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือโรงเรียนอย่างเต็มที่ โดยการดำเนินการต่างๆ ของให้ยึดความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เขตพื้นที่เร่งฟื้นฟูสถานศึกษาต่างๆให้มีความพร้อมจัดการเรียนการสอนหลังน้ำลดโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดเตรียมงบประมาณในการซ่อมแซมไว้เรียบร้อยแล้ว &amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ. กล่าว
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานล่าสุดว่า คาดว่าจะมีพายุอีก 2ลูก ที่จะพัดเข้าไทย ในระหว่างวันที่ 2-4 ก.ย.นี้ ทำให้มีฝนตกหนักในภาคเหนือ และภาคอีสาน และตกในภาคอื่นๆของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44832</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์, ปิดโรงเรียน159แห่ง, พายุโพดุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11f42c6a48b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธพว.” สั่งพักหนี้6เดือนอุ้มSMEอ่วมโพดุล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2 ก.ย. 62 - นายพงชาญ สำเภาเงิน&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออก 2 มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่ได้รับความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการประกอบธุรกิจ จากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุล ที่ทำให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ประกอบด้วย1.มาตรการพักชำระหนี้&amp;nbsp;สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan)&amp;nbsp;พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N)&amp;nbsp;ออกมาตรการช่วยธพวหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;มาตรการ วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period)&amp;nbsp;ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้ 1.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท 2.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วต้องไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อนและสามารถใช้หลักประกันบรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan)&amp;nbsp;ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านธงฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร เป็นต้น&amp;nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษบุคคลธรรมดา ใน 3 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 0.417% ต่อเดือน หรือประมาณ 5% ต่อปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนิติบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษใน 3 ปีแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหลือเพียง 0.25% ต่อเดือน หรือ&amp;nbsp;3%ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;lsquo;SME D BANK&amp;rsquo;&amp;nbsp;ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ธนาคารจะติดต่อกลับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนัดหมายเข้าพบ และดูข้อมูลเชิงประจักษ์การดำเนินธุรกิจจริง ช่วยให้สามารถพิจารณาสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาขาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล เข้าเยี่ยมเยือนและสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเปิดคอลเซ็นเตอร์&amp;nbsp;หมายเลข 1357&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไว้คอยรับแจ้งให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ มั่นใจได้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจาก ธพว. อย่างทั่วถึง และทันท่วงทีอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายพงชาญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธพว., พงชาญ สำเภาเงิน, พายุโพดุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6cd42c2582f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
