<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วม 4จว. อุบลฯ,ยโสธร,ร้อยเอ็ด,ศรีสะเกษ ยังจม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62-กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot;และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 62 จนถึงปัจจุบัน (17 ก.ย. 62 เวลา 06.00น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด 182 อำเภอ 969 ตำบล 7,115 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 418,549 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 33 ราย ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลัง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยเป็นหลัก อีกทั้งสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน (17 ก.ย. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 32 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลย ศรีสะเกษ สกลนคร ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 182 อำเภอ 969 ตำบล 7,115 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 418,549 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 33 ราย (ยโสธร 8 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย อุบลราชธานี 3 ราย พิจิตร 2 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ อพยพประชาชน 22,425 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 91 จุด ประกอบด้วย ยโสธร 7 จุด 290 คน อุบลราชธานี 56 จุด 21,886 คน ร้อยเอ็ด 22 จุด 130 คน และศรีสะเกษ 6 จุด 129 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ภัยจะคลี่คลาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้ง จัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยและเรือท้องแบนให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), น้ำท่วม, พายุโพดุล-คาจิกิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6c895551621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ!อบจ.นครพนมพาหัวคะแนนเที่ยวขณะน้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน ร้องสตง.สอบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;6ก.ย.62-นายอนุสรณ์&amp;nbsp; เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนชาวจังหวัดนครพนมจำนวนมาก ที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของผู้บริหาร อบจ.นครพนมยุคนี้ ที่เหมือนไม่สนใจทุกข์สุข ความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล และพายุคาจิกิ ทำความเสียหายให้กับเรือกสวน ไร่นา ถนนหนทาง ตลอดจนทรัพย์สินบ้านเรือนราษฎรจำนวนมาก และถ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จะทราบว่า มวลน้ำจากหนองหาร สกลนคร กำลังไหลเข้ามายังลำน้ำก่ำ จ่อคอหอยพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนครพนมแล้ว ส่วนราชการและท้องถิ่นควรจะต้องระดมสรรพกำลังในการป้องกันน้ำท่วม แต่กลับปรากฎข่าวอบจ.นครพนม นำหัวคะแนนไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเล จังหวัดระยอง เป็นรุ่น ๆ หลายรุ่น
โดยอาจใช้งบประมาณของท้องถิ่นบังหน้า จึงมีการแจ้ง สตง. ลงตรวจสอบในทันที พร้อมทั้งระงับยับยั้งการดำเนินโครงการที่จะมีขึ้นในทำนองเดียวกันอีกหลายรุ่น ผู้บริหาร อบจ.นครพนมชุดนี้ เพิ่งได้รับอานิสงส์จาก ม.44 ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่หลังจากถูก ม.44 พักงานไป พี่น้องประชาชนเห็นภาพ ใช้งบไปเที่ยวอย่างสนุกสนาน สรวลเสเฮฮา สำมะเลเทเมา มีดนตรี มีแดนเซอร์แต่งชุดวาบหวาม ท่ามกลางความทุกข์ยากของประชาชน ถ้านำงบมาซ่อมแซมถนนที่เสียหาย หรือซื้อถุงยังชีพแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุทกภัย จะเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่ามากกว่า
&amp;ldquo;ขอฝากไปยังรัฐบาลว่า เห็นภาพการใช้งบประมาณของท้องถิ่นภายใต้การบริหารของรัฐบาลนี้แล้ว อดเป็นห่วงรัฐบาลที่มีนโยบายให้ท้องถิ่นใช้งบสะสม จำนวน&amp;nbsp; 600,000 ล้านบาทอย่างมาก&amp;nbsp; เพราะแทนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจกลายเป็นงบกระตุ้นหาเสียงของผู้บริหารท้องถิ่นและพวกพ้อง จึงขอฝาก สตง.วางมาตรการในการป้องกันและตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้งบประมาณถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45121</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโพดุล-คาจิกิ, ร้องเรียน สตง., หัวคะแนน, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อบจ.นครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31803a084a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
