<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.ยกโมเดล&#039;กรุงโตเกียว&#039;แก้น้ำท่วมกทม.เจอพายุใต้ฝุ่นยิ่งกว่าลอนดอน-นิวยอร์คแต่น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำท่วม ทะลัก ลอนดอน นิวยอร์ก ทำไมโตเกียวรอด แล้วกรุงเทพ? มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;
หน้าบ้านพี่เอ้ แถวลาดกระบัง น้ำท่วมรอระบาย น้ำรออยู่ไม่ไปไหนสองวัน และก็อยู่ที่เดิม... ก็เพราะลาดกระบัง เหมือนกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของกทม. เป็นแอ่งกระทะ (คอนกรีต) มีระดับต่ำกว่าคลอง ต่ำกว่าแม่น้ำ (บางพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไปแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อฝนตก หากสูบน้ำไม่ทัน เครื่องสูบน้ำเสีย เครื่องไม่พอ กทม.จมน้ำ ยิ่งแถวบางปู นอกจากเป็นแอ่งกระทะ ยังเจอน้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิงธรรมชาติ ก็ถูกพัฒนาเป็นเมือง เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ฝนตกมา ก็จบกัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสูจน์ ชัดยิ่งกว่าชัด หากเรายังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม แต่ปัญหาซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ตามเวลา ตามการเร่งของภัยธรรมชาติ หากยังเป็นแบบนี้ เราจะไม่มีทางจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพยังมีโอกาสเสี่ยง เผชิญภัยพิบัติ ดังเช่น มหานครนิวยอร์ก และกรุงลอนดอน ซึ่งทั้งสองเมืองนี้ได้เตรียมตัวป้องกันไว้อย่างดี (แต่ยังคงไม่ดีพอ) มีทั้งประตูกั้นน้ำที่ทันสมัย มีระบบสุดยอดคอมพิวเตอร์เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลน้ำท่วม และพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ ยังไม่รอด น้ำทะลัก ท่วมจมเมืองทั้งเมือง ท่วมทะลักสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จนมีพลเมืองเสียชีวิต!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นแล้ว เสียว กรุงเทพก็ไม่แน่ ยิ่งภัยธรรมชาติหนักขึ้นทุกวัน
แต่แปลกใจไหม กรุงโตเกียว ก็เจอพายุไต้ฝุ่นถล่มทุกปี บางปีเช่น 2019 เจอมหาพายุไต้ฝุ่นด้วยซ้ำ เจอหนักยิ่งกว่าลอนดอน นิวยอร์ค แต่ทำไมน้ำไม่ท่วมเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว ที่คนไทยไปชอบเที่ยวมากที่สุด เขาแกัปัญหาน้ำท่วมได้เบ็ดเสร็จได้อย่างไร ลองไปดูด้วยกันครับ
1. กรุงโตเกียว แก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จด้วย &amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เคยเจอพายุฝนถล่ม เจ็บมาก่อนเช่นกัน เพราะในยุค 1950-1960 หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง โตเกียวเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม สูบน้ำใต้ดินมาใช้มหาศาล จนเมืองทรุดต่ำกว่าอ่าวโตเกียว กลายเป็นแอ่งกระทะ (เหมือนกรุงเทพ) พื้นที่สีเขียว บึง คลอง รับน้ำก็หายไป เพราะทั้งเมือง ทั้งคน ก็ต้องการพื้นที่ใช้งาน พอฝนตกลงมา น้ำก็ไม่มีที่ระบาย ท่วม จมทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกๆก็แก้ปัญหาแบบบ้านเรา คือใช้เครื่องสูบน้ำเป็นหลัก เพื่อระบายน้ำ แต่ก็ไม่ได้ผล น้ำยังท่วมหนักเหมือนกรุงเทพ เพราะต้องสูบน้ำขึ้นจากล่างขึ้นบน จากซอยถนน ขึ้นคลอง ขึ้นแม่น้ำ สวนทิศทางธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ...
หากเครื่องสูบน้ำเสีย ขัดข้อง ลืมกุญแจ โตเกียวทั้งเมือง จมน้ำ!!
และแล้วในช่วงปี 1990 กรุงโตเกียวตัดสินใจเด็ดขาด สร้างบ่อพักน้ำฝนใต้ดิน เปรียบดังแก้มลิงใต้ดิน เพราะพื้นที่บนดิน ต้องใช้พัฒนาทางเศรษฐกิจของเมือง และถูกใช้งานจนไม่มีเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการ คือ เมื่อฝนตก น้ำฝนจะไหลลงสู่ ท่อรวม และต่อลงสู่ บ่อใต้ดิน น้ำไหลจากสูง (พื้นดิน) ลงสู่ที่ต่ำกว่า (ใต้ดิน) ไม่ต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ พอฝนซา ก็ค่อยๆระบายน้ำสู่ทะเล แบบใจเย็น ไม่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อแก้มลิงใต้ดินโตเกียว มีสองแบบ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แบบอุโมงค์ทรงกระบอก ปลายปิดสองข้าง ไว้เก็บน้ำรอระบาย ใต้ชินจูกุและพื้นที่ใจกลางโตเกียว รองรับน้ำฝนได้มากถึง ห้าแสนลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. แบบกล่องสี่เหลี่ยมยักษ์ ไว้เก็บน้ำรอระบายรอบเมืองโตเกียว รองรับน้ำฝนได้เกือบ สี่แสนลูกบาศ์กเมตร
ปลายปี 2019 กรุงโตเกียวก็เจออภิมหาไต้ฝุ่น มีแต่คนบอก เอาไม่อยู่แน่ จนมีแผนอพยพพลเมือง ฝนตกทั้งวันทั้งคืน แต่แล้วเมืองกลับแห้งสนิท เพราะน้ำฝนลงไปรอระบายในแก้มลิงใต้ดิน เต็มทุกบ่อ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กล้าจินตนาการ หากกรุงโตเกียวไม่ทำแก้มลิงใต้ดิน ยังมัวแต่พึ่งพาปั๊มสูบน้ำ สภาพจะเป็นเช่นไร (คงท่วมหนักยิ่งกว่าบางปูหลายเท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการนี้ก่อสร้างไม่ยาก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินยากกว่าแพงกว่า หลายเท่านัก สิงคโปร์ก็ทำใต้ถนนออชาร์ด ฮ่องกงก็ทำใต้สนามแข่งม้า กรุงกัวลาลัมเปอร์ก็ทำอุโมงค์รับน้ำรอระบายใช้เป็นทางด่วนแก้ปัญหาจราจรเวลาปกติ แก้ปัญหาน้ำท่วม (จากต้นเหตุเพราะพื้นที่ต่ำ น้ำไปไหนไม่ได้) ได้เบ็ดเสร็จทุกๆเมือง ทั้งที่เคยเจอปัญหาหนักกว่ากรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรุงโตเกียว ใช้ &amp;quot;ระบบอัตโนมัติ&amp;quot; ในการควบคุมประตูน้ำ และเครื่องสูบน้ำ
เพราะฝนตกหนัก รอเจ้าหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลุยน้ำ ไปเปิดเครื่องสูบน้ำ หรือไปเปิดประตูน้ำ คงสายไป...
เพราะเจ้าหน้าที่ ไม่มีวันเพียงพอ และการประสานงานกันระหว่างเครื่องสูบ และประตูน้ำ มีความซับซ้อน เพราะมีเป็นพันๆเครื่อง มีเป็นร้อยๆประตูน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว บริหารจัดการแบบอัตโนมัติ ด้วยเซ็นเซอร์ ตรวจวัดระดับน้ำ ทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะโตเกียว แต่ได้ทั้งประเทศญี่ปุ่น!!! ที่สำคัญระบบการป้องกันน้ำท่วมของเมืองหลวง เป็นความรับผิดชอบของหน่วยหลักของกรุงโตเกียว มิได้มีหน่วยงานอื่นทับซ้อน วุ่นวาย งง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์ wifi ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง (ราคาไม่ได้แพง) ติดตามความพร้อมของเครื่องสูบน้ำทุกเครื่องตลอด 24 ชม. ทำให้ทำงานประสานกัน รู้ล่วงหน้าว่า เครื่องใดดี เครื่องใดเสีย แก้ไขทัน ก่อนฝนตก ทำให้ระบบระบายน้ำ สมบูรณ์ทุกตรอก ซอก ซอย (โตเกียวก็มีซอยเยอะแยะ เหมือนกรุงเทพนะครับ)
แล้วกรุงเทพ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่ากันไปแล้ว พายุก็น้อยกว่าโตเกียวมากๆ ความหนาแน่นแออัดของคนและเมืองก็น้อยกว่ามากๆ แล้วทำไมน้ำยังท่วม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงหากเปรียบเทียบกับกรุงโตเกียวแล้ว แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.
#จะทำก็ทำได้ ลองคิดดูครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ สู้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงโตเกียว, ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ, พายุใต้ฝุ่น, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
