<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิรัฐ&#039;สั่งเจ้าท่าเตรียมพร้อมเฝ้าระวังรับมือไซโคลน &#039;ยาอาส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26พ.ย.2464-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย เรื่อง พายุไซโคลน &amp;quot;ยาอาส&amp;quot; บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ทำให้ในช่วงวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2564 มีมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ประเทศไทย อ่าวไทยและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้สั่งการด่วนที่สุดให้กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3, 5 และ 6 ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกรมเจ้าท่า เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ที่อาจได้รับอิทธิพลจากพายุดังกล่าว โดยให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ รถ เรือ และอุปกรณ์ รวมทั้งให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุประจำ ณ ที่ตั้งสำนักงานตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์รุนแรงเกินที่จะรับมือได้ให้เร่งประสานความร่วมมือจากจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงให้หน่วยงานในพื้นที่ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน ผู้ประกอบการเรือหรือชาวเรือที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวทราบถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104216</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไซโคลน, ยาอาส, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, อ่าวเบงกอลตอนบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adcafa4d0e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนภาคใต้รับ&#039;ไซโคลนยาอาส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;พายุไซโคลน &amp;ldquo;ยาอาส&amp;rdquo; (YAAS) บริเวณอ่าวเบงกอล&amp;quot; ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุไซโคลน &amp;ldquo;ยาอาส&amp;rdquo; (YAAS) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 87.6 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 15 กม./ชม. มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กม./ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณรัฐโอริสสาและรัฐกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ในวันนี้ (26 พฤษภาคม 2564) ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2564 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรงดเว้นการเดินเรือ ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104183</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ประกาศ, พายุไซโคลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ad8f2865531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียอพยพ2ล้านริมฝั่งตะวันออกหลบพายุไซโคลนยาอาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียเผชิญพายุใหญ่ลูกที่ 2 ในเวลาแค่ข้ามสัปดาห์ พายุไซโคลนยาอาสมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันออกของอินเดียเมื่อวันอังคาร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเกือบ 2 ล้านคนถูกอพยพ คาดจะเข้าถล่มสองรัฐชายฝั่งราวช่วงเที่ยงของวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมฆทะมึนก่อตัวเหนือเมืองกัลกัตตา รัฐเบงกอลตะวันตก เมื่อวันจันทร์ ก่อนหน้าที่พายุไซโคลนยาอาสจะเคลื่อนมาถึง (Photo by Dipayan Bose/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไซโคลนเตาะแต่ที่เข้าถล่มรัฐชายฝั่งตะวันตกของอินเดียเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน เพิ่งคร่าชีวิตชาวอินเดียไม่น้อยกว่า 155 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียเมื่อวันอังคารว่า พายุไซโคลนลูกใหม่จากอ่าวเบงกอลลูกนี้น่าจะเคลื่อนถึงรัฐเบงกอลตะวันตกและรัฐโอริศาในช่วงเวลาประมาณเที่ยงวันของวันพุธ และอาจมีความเร็วลมสูงสุด 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอินเดียอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมชายฝั่งไปยังศูนย์หลบพายุแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า ที่รัฐเบงกอลตะวันตกมีประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือนริมชายฝั่งเกือบ 500,000 คน และที่รัฐโอริศา มีประชาชนถูกอพยพราว 1.4 ล้านคน เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ปัญหาท้าทายที่สุดของการจัดที่พักพิงคือการรักษามาตรการเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุลูกนี้ส่งผลกระทบต่อการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจัดส่งออกซิเจนและยาให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในบังกลาเทศ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของรัฐเบงกอลตะวันตก กล่าวว่า พวกเขาไม่คาดว่าพายุลูกนี้จะเข้าถล่มบังกลาเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่าวเบงกอลมีสภาพที่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุไซโคลน ซึ่งรวมถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูง พายุร้ายแรงหลายลูกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก่อตัวที่นี่ รวมถึงพายุลูกหนึ่งเมื่อปี 2513 ที่คร่าชีวิตผู้คนในบังกลาเทศราว 500,000 คน ส่วนที่รัฐโอริศานั้น เคยเผชิญไซโคลนครั้งเลวร้ายที่สุดเมื่อปี 2542 มีคนตายถึง 10,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104139</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไซโคลน, ยาอาส, รัฐเบงกอลตะวันตก, รัฐโอริศา, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ace107c6da2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียสังเวยโควิดกว่า4,300ศพ เซ่นไซโคลนอีกเกินร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พายุไซโคลนเตาะแต่เข้าถล่มฝั่งตะวันตกของอินเดีย คร่าชีวิตคนอย่างน้อย 24 ราย เรือล่มสูญหายอีก 96 ชีวิตเมื่อวันอังคาร ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในอินเดียทะลุหลัก 25 ล้านคน เสียชีวิตวันเดียวเป็นสถิติใหม่อีกที่ 4,329 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วัคซีนโควิดแห่งหนึ่งในนครมุมไบโดนพายุพัดถล่มเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม มุมไบระงับการฉีดวัคซีนในวันเดียวกันนี้ล่วงหน้าเพื่อรับมือไซโคลนเตาะแต่ (Photo by Pratik Chorge/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไซโคลนเตาะแต่เป็นพายุโซนร้อนขนาดใหญ่ลูกแรกของฤดูพายุปีนี้ที่เข้าถล่มอินเดีย โดยมีความเร็วลมสูงสุดถึง 185 กิโลเมตร/ชั่วโมงเมื่อมีกำลังรุนแรงสูงสุด เตาะแต่เคลื่อนขึ้นฝั่งที่รัฐคุชราตเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม และได้ลดกำลังลงเล็กน้อยเหลือความเร็วลม 130 กม./ชม. แต่ลมพายุยังทำให้ต้นไม้หักโค่น เสาไฟฟ้าและเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ล้ม ประชาชนนับแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานในวันอังคารว่า เรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะน้ำมันลำหนึ่งโดนคลื่นลมรุนแรงนอกชายฝั่งมุมไบซัดอับปาง กองทัพเรืออินเดียเผยว่า มี 96 คนจาก 273 คนบนเรือลำนี้สูญหาย ที่เหลือ 177 คนนั้นได้รับการช่วยชีวิต คำแถลงของกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ชีพตลอดทั้งวันท่ามกลางสภาพคลื่นลมทะเลที่แปรปรวนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิชัย รุปานี มุขมนตรีรัฐคุชราต กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีคนเสียชีวิตแล้ว 4 คน รวมถึงเด็ก 1 คนที่โดนกำแพงถล่มทับ และหญิงอายุ 80 ปีโดนเสาไฟฟ้าล้มใส่ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า บ้านมากกว่า 16,500 หลังได้รับความเสียหาย, ต้นไม้ล้ม 40,000 ต้น และไฟฟ้าดับใน 2,400 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานการเสียชีวิตในสถานที่อื่นๆ จากผลพวงของพายุลูกนี้ ที่ทำให้บ้านที่โครงสร้างไม่แข็งแรงพังถล่มและถนนสายต่างๆ กลายสภาพเป็นลำคลอง เอเอฟพีกล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในวันอังคารเพิ่มเป็นอย่างน้อย 24 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าเตาะแต่จะเป็นพายุรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายสิบปีที่ขึ้นฝั่งตะวันตกของอินเดีย แต่พยากรณ์อากาศที่แม่นยำขึ้นช่วยให้ทางการเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้น มีประชาชนในเขตอันตรายมากกว่า 200,000 คนได้รับการอพยพในรัฐคุชราต และทั้งหมดได้รับการตรวจเชื้อโควิด-19 พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัย รวมถึงใช้มาตรการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ขณะที่ผู้ป่วยโควิดทุกคนในโรงพยาบาลรัศมี 5 กิโลเมตรจากชายฝั่งถูกเคลื่อนย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของรัฐนี้เร่งมือเตรียมความพร้อมให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลและโรงงานบรรจุออกซิเจน 41 แห่งจะไม่มีปัญหาไฟฟ้าดับ มุขมนตรีรุปานีกล่าวว่า จากโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิด 1,400 แห่ง มีเพียง 16 แห่งที่มีปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง แต่ 12 แห่งกู้ไฟได้แล้ว อีก 4 แห่งกำลังใช้เครื่องปั่นไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้น แพทย์กล่าวกันว่า มีผู้ป่วยโควิดคนหนึ่งเสียชีวิตที่เมืองมหุวะ เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันก่อนพายุมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนครมุมไบในรัฐมหาราษฏระที่อยู่ติดกัน ทางการปิดสนามบินหลายชั่วโมงเมื่อพายุมาถึงในวันจันทร์ และแนะนำประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ขณะลมพายุหอบคลื่นสูงซัดชายฝั่งของมุมไบ เมื่อวันอาทิตย์ ทางการมุมไบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิดประมาณ 600 คนจากโรงพยาบาลสนามไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมหาราษฏระรายงานว่า มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตอีก 1,000 คนในวันจันทร์เข้าสู่วันอังคาร เป็นรัฐที่มียอดเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตรวมทั้งประเทศในรอบ 24 ชั่วโมงนั้นอยู่ที่ 4,329 คน สูงเป็นสถิติใหม่ของอินเดีย แต่ยังไม่เทียบเท่าสถิติโลกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในวันเดียวถึง 5,444 คนเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพราะโควิดในอินเดียเพิ่มเป็น 278,719 คน ในช่วงเวลาเดียวกันอินเดียตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 263,533 คน ยอดติดเชื้อสะสม 25.23 ล้านคน น้อยกว่าสหรัฐเพียงประเทศเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103327</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไซโคลน, รัฐคุชราต, อินเดีย, เตาะแต่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3850db1335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไซโคลนจ่อถล่มอินเดียดับแล้ว6 รพ.สำรองไฟป้องกันผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียต้องอพยพประชาชนจากพื้นชายฝั่งรัฐคุชราตเตรียมพร้อมรับมือพายุไซโคลนลูกแรกของฤดู ฝนกระหน่ำลมแรงคร่าชีวิตคนแล้วอย่างน้อย 6 ราย โรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 สำรองแหล่งจ่ายไฟป้องกันล่วงหน้า ขณะยอดสังเวยไวรัสยังเกินวันละ 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถพยาบาลจอดเตรียมพร้อมด้านนอกศูนย์โควิด-19 บีเคซีจัมโบ ในนครมุมไบ รัฐมหาราษฏระ เมื่อวันเสาร์ เผื่อกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ขณะไซโคลนเตาะแต่มีโอกาสเพิ่มกำลังเป็นพายุรุนแรงมากๆ (Photo by Vijay Bate/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์อ้างคำประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียว่า พายุไซโคลนเตาะแต่ (Tauktae) ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนขนาดใหญ่ลูกแรกของอินเดียในฤดูพายุปีนี้ กำลังเคลื่อนตัวขึ้นเหนือขนานกับชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย ทำให้เกิดฝนตกหนัก, ฟ้าคะนอง และลมแรงในหลายรัฐ คาดว่าพายุลูกนี้จะขึ้นฝั่งที่รัฐคุชราตอย่างเร็วคืนวันจันทร์ ด้วยความเร็วลมประมาณ 150-160 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ฝนตกหนักและลมแรงในรัฐกรณาฏกะเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีคนเสียชีวิต 4 ราย เจ้าหน้าที่หลายคนบอกด้วยว่า มีหลายเมืองและหมู่บ้านถูกน้ำท่วมและทรัพย์สินเสียหาย ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีคนเสียชีวิตอีก 2 คน และหวั่นว่าชาวเรือสูญหาย 23 คนในรัฐเกรละที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมรับมือภัยพิบัติมากกว่า 50 ทีมของกองกำลังรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ใน 5 รัฐ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้ ได้แก่ เกรละ, กรณาฏกะ, ทมิฬนาฑู, คุชราต และมหาราษฏระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่หลายคนด้วยว่า มีชาวบ้านกว่า 75,000 คนเตรียมอพยพจากหลายอำเภอชายฝั่งของรัฐคุชราต ที่ซึ่งทางการสั่งระงับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวันจันทร์และอังคารแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรุณกุมาร พารันวาล เจ้าหน้าที่พัฒนาของอำเภอในพื้นที่นั้น บอกว่า โรงพยาบาลหลายแห่งที่มีผู้ป่วยโควิด-19 ในอำเภอต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ กำลังเตรียมแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมหาราษฏระเชื่อว่าการจัดส่งออกซิเจนและการจ่ายไฟฟ้าแก่โรงพยาบาลในรัฐนี้จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่คนไข้โควิดนับพันคนจะถูกเคลื่อนย้ายออกจากโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ อินเดียรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงอีก 311,170 คน เป็นยอดเพิ่มรายวันน้อยที่สุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ยอดสะสมของประเทศเพิ่มเป็นเกือบ 24.7 ล้านคน นอกจากนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 4,077 คน ยอดรวมเกือบ 28,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซูเปอร์ไซโคลนอำพันถล่มภาคตะวันออกของอินเดียและบังกลาเทศ ทำลายบ้านเรือนในหลายหมู่บ้าน มีคนเสียชีวิตมากกว่า 110 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103121</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไซโคลน, อินเดีย, เตาะแต่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a11ae875bb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20-21พ.ค.ทั่วไทยเตรียมรับผลกระทบ&#039;ไซโคลนอำพัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอล (มีผลกระทบถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 มีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (20 พ.ค. 63) พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 87.0 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 180 กม/ชม กำลังเคลื่อนตัว ทางทิศเหนือด้วยความเร็วประมาณ 16 กม/ชม คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังคลาเทศในช่วงวันที่ 20-21พ.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจจะทำเกิดน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าใกล้พายุ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 พ.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66395</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์, พายุไซโคลน, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, อำพัน, อ่าวเบงกอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec474dcbd3d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนรับมือ&#039;พายุอำพัน&#039;ฉบับที่7 ฝนถล่มทั่วไทย ภาคใต้หนักสุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน(มีผลกระทบถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 86.6 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือด้วยความเร็วประมาณ 5 นอต หรือ 10 กม/ชม ความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 นอต หรือ 175 กม/ชม มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศบังคลาเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2563 มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมบริเวณดังกล่าว ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคใต้ มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม และชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อนถึงอากาศร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร และยโสธร อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกอากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุไซโคลน, อากาศร้อน, อำพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
