<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจันทู&#039;จ่อถล่มไต้หวันสุดสัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นจันทูเพิ่มกำลังเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ซึ่งรุนแรงเท่ากับเฮอริเคนระดับ 5 ภายในเวลา 48 ชั่วโมง เตรียมเคลื่อนผ่านดินแดนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงเหนือของฟิลิปปินส์มุ่งหน้าสู่เกาะไต้หวัน คาดจะทำให้เกิดลมพายุและฝนตกหนักสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ/Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีอ้างข้อมูลจากสำนักอุตุนิยมวิทยากลางของไต้หวันว่า ช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 10 กันยายน พายุไต้ฝุ่นลูกนี้อยู่ห่างจากตอนใต้สุดของเกาะไต้หวันราว 580 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความเร็วลมสูงสุด 234 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานสภาพอากาศของฟิลิปปินส์กล่าวว่า พยากรณ์อากาศคาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนเฉียดพื้่นที่ส่วนปลายสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายในวันศุกร์นี้ พร้อมกับเตือนประชาชนในเมืองซานตาอานาซึ่งมีอยู่ประมาณ 35,000 คน และพื้นที่ฝั่งตะวันออกของหมู่เกาะบาบูยันที่อยู่ไกลฝั่ง ให้เตรียมรับมือกับลมพายุรุนแรงระดับทำลายล้าง โดยทะเลอาจมีคลื่นสูง 2.5-10 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศส่วนใหญ่คาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและจะเข้าถล่มไต้หวันช่วงสุดสัปดาห์นี้ จากนั้นจะมุ่งหน้าไปยังมณฑลเจ้อเจียงของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอุตุนิยมวิทยาหลายคนมีความประหลาดใจที่พายุจันทูเพิ่มกำลังเป็นพายุรุนแรงอย่างรวดเร็วหลังจากพายุลูกนี้เริ่มก่อตัวกลางทะเลระหว่างเกาะกวมกับฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซม ลิลโล นักวิจัยจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ เขียนลงทวิตเตอร์ว่า จันทูเปลี่ยนจากพายุดีเปรสชันเป็นไต้ฝุ่นระดับ 5 ภายในเวลา 48 ชั่วโมง ซึ่งตลอดทั้งศตวรรษนี้เพิ่งมาพายุเพียง 5 ลูกที่เพิ่มกำลังรุนแรงในเวลารวดเร็วถึงระดับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้ ความเร็วลมของจันทูเพิ่มจาก 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 257 กิโลเมตร/ชั่วโมงในช่วงที่มีกำลังแรงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์หลายคนเตือนไว้นานแล้วว่าพายุไต้ฝุ่นกำลังกลายเป็นพายุที่ทรงพลังมากขึ้นและทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนาซาของสหรัฐเขียนในบทความเกี่ยวกับพายุลงในบล็อก &amp;quot;หอสังเกตการณ์โลก&amp;quot; ว่า สัปดาห์นี้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจันทูเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนว่าพายุสามารถทวีกำลังได้รวดเร็วเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์ไต้ฝุ่นนั้นมีความรุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 5 ในสหรัฐ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละปีโลกจะเจอกับพายุรุนแรงระดับนี้ประมาณ 5 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอุตุนิยมวิทยากล่าวกันว่า ถึงแม้ไต้ฝุ่นจันทูจะทรงพลัง แต่มันก็มีขนาดเล็กและคาดเดาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติแล้วไต้หวันจะเผชิญกับพายุโซนร้อนหลายลูกในช่วงฤดูร้อน แต่ปีที่แล้วกลับมีข้อยกเว้นเมื่อไม่มีพายุไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งไต้หวันเลยแม้แต่ลูกเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี แต่นั่นทำให้ไต้หวันประสบกับภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี จนกระทั่งเริ่มมีฝนตกหนักเมื่อไม่ 2-3 เดือนที่ผ่านมาที่ช่วยบรรเทาภัยแล้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงคาดการณ์ว่าจันทูจะอ่อนกำลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นเป็นไต้ฝุ่นระดับรุนแรงในวันอาทิตย์ เมื่อเคลื่อนมาใกล้ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116302</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทู, ซูเปอร์ไต้ฝุ่น, พายุไต้ฝุ่น, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b4ee338b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าลืมร่ม!ฝนยังตกทั่วทุกภาคแต่ไม่ใช่อิทธิพลไต้ฝุ่นซูรีแค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 &amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่าความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ในขณะที่มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันและอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ลักษณะเช่นทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;ซูรีแค&amp;rdquo; บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือออกห่างจากประเทศฟิลิปปินส์มากยิ่งขึ้น โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ น่าน และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร ยโสธร และร้อยเอ็ด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;ko888
jinda44
79mb
kogame
thvip
pgjoker
3kauto
jinda888
ktv888
va999
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ซูรีแค, ฝน, พายุไต้ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607f6ab6ebac9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนอุณหภูมิลดฮวบ 2-4 องศา &#039;ไต้ฝุ่นโคนี&#039; กระทบอีสานฝนเพิ่มลมแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้าระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 - 2 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงเล็กน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ให้ภาคใต้มีฝนน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 3 - 7 พ.ย. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น (พายุระดับ 5) &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในวันที่ 2 พ.ย. 2563 และมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าอ่าวตังเกี๋ย และใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 4 - 5 พ.ย. 2563 ส่งผลทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 3 - 7 พ.ย. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 อากาศเย็น กับมีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 อากาศเย็น โดยมีฝนร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 &amp;ndash; 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 2 พ.ย. 63 มีฝนร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พ.ย. 63 อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุโคนี, พายุไต้ฝุ่น, หนาว, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนรับ&#039;ไต้ฝุ่นโมเลเบ&#039;ฝนถล่มในฤดูหนาว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 &amp;ndash; น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;โมลาเบ&amp;rdquo; (พายุระดับ 5) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28 &amp;ndash; 30 ตุลาคม 2563)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาประกาศระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (28 ตุลาคม 2563) พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;โมลาเบ&amp;rdquo; (พายุระดับ 5) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกของเมืองบินห์ดินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 120 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 14.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.2องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในเช้าวันนี้ (28 ตุลาคม 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน (พายุระดับ 3) ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงวันที่ 28-29 ตุลาคม 2563 ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรง ส่งผลทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้ ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 29-30 ตุลาคม 2563 ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82009</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, พายุไต้ฝุ่น, รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, โมลาเบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f98b82e74e33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้ฝุ่นหว่องฟงถล่มปินส์ซ้ำวิกฤติไวรัส เสี่ยงอพยพชาวบ้านหลายหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้ฝุ่นหว่องฟงพัดถล่มภาคกลางของฟิลิปปินส์ในวันพฤหัสบดี ทำให้ต้องอพยพประชาชนหลายหมื่นคนด้วยความซับซ้อนและเสี่ยง เนื่องจากอยู่ในช่วงกักตัวที่บ้านเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านในจังหวัดซามาร์ขับรถจักรยานยนต์ฝ่าพายุฝนและลมแรง ขณะไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไต้ฝุ่นหว่องฟงซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกของฟิลิปปินส์ในปีนี้ ขึ้นฝั่งภาคกลางของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งหรืออยู่ในบ้านที่สร้างอย่างบอบบางใกล้กับพื้นที่ที่ไต้ฝุ่นลูกนี้ขึ้นฝั่งอย่างน้อย 200,000 คน และอีกหลายสิบล้านคนอาศัยอยู่ในเส้นทางผ่านของพายุลูกนี้ คาดว่าไต้ฝุ่นจะเฉียดใกล้กรุงมะนิลาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากฟิลิปปินส์ยังอยู่ในระหว่างใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อต้องเผชิญภัยซ้ำสองจากไต้ฝุ่น ทำให้ศูนย์อพยพในภาคกลางของประเทศสามารถรองรับผู้อพยพหนีภัยไต้ฝุ่นได้เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่รับได้ และผู้เข้าพักในศูนย์อพยพจะต้องสวมหน้ากาก เจ้าหน้าที่ขอร้องไปยังโบสถ์ขนาดใหญ่ 47 แห่งในพื้นที่เปิดโบสถ์ให้ประชาชนที่หนีภัยไต้ฝุ่นเข้าไปอาศัยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซดริก ดาเอป หัวหน้าศูนย์บรรเทาภัยพิบัติจังหวัดอัลไบภาคกลางของฟิลิปปินส์เผยว่า ขณะนี้ศูนย์อพยพแต่ละแห่งมีผู้เข้าพักจนล้น ทำให้ต้องขยายการอพยพผู้ประสบภัยไต้ฝุ่นออกไปยังสถานที่อื่นด้วย รวมถึงโบสถ์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพยากรณ์อากาศแห่งชาติฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ไต้ฝุ่นหว่องฟงมีความเร็วลมสูงสุด 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะมีฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ในเส้นทางที่ไต้ฝุ่นลูกนี้จะพัดผ่านอยู่ภายใต้การกักตัวตามมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในหลายระดับ ผู้คนส่วนใหญ่อยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกซึ่งเสี่ยงที่จะติดไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพฤหัสบดี ฟิลิปปินส์มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 แล้ว 790 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 11,876 ราย คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศน่าจะสูงกว่านี้ เนื่องจากการตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสทำอย่างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละปีฟิลิปปินส์จะเผชิญพายุและไต้ฝุ่นเฉลี่ย 20 ลูก ล่าสุดคือไต้ฝุ่นคัมมูริเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากข้อมูลของกรมประชาสงเคราะห์ฟิลิปปินส์ ไต้ฝุ่นลูกนี้ทำลายบ้านเรือนประชาชน 484,000 หลัง และต้องอพยพหนีไต้ฝุ่นมากกว่า 1 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65952</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไต้ฝุ่น, ฟิลิปปินส์, หว่องฟง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd41fe198bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้ฝุ่น &#039;คัมมูริ&#039; ถล่มฟิลิปปินส์ สังเวยอย่างน้อย 2 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นคัมมูริเข้าถล่มฟิลิปปินส์เมื่อคืนวันจันทร์ คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 2 ราย สนามบินมะนิลาปิดทำการชั่วคราว เที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 500 เที่ยว ส่วนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ประเภทกลางแจ้งต้องปรับเปลี่ยนตารางใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากขยะและความเสียหายภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินในเมืองเลกาสปีซิตี จังหวัดอัลเบย์ ทางใต้ของกรุงมะนิลาภายหลังไต้ฝุ่นถล่ม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นคัมมูริขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อคืนวันจันทร์ แล้วเคลื่อนผ่านตอนใต้ของกรุงมะนิลา เมืองหลวงที่มีประชากร 13 ล้านคน และกำลังต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่นับหมื่นคนที่มาร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมะนิลาเป็น 1 ใน 3 ของเมืองที่ใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า ในวันอังคารเมื่อไต้ฝุ่นลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวพ้นฟิลิปปินส์ ลมพายุที่เข้ากระหน่ำเกาะมินโดโร ซึ่งเป็นแผ่นดินใหญ่แห่งสุดท้ายบนเส้นทางพายุ ทำให้ต้นไม้หักโค่นทับชายคนหนึ่งเสียชีวิต และมีชาวบ้านอีก 1 คน โดนวัสดุที่ลมพัดปลิวกระแทกเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่คัมมูริจะขึ้นฝั่งนั้น มีรายงานว่า ชายวัย 33 ปีคนหนึ่งโดนไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ขณะกำลังซ่อมแซมหลังคาไม่ให้ปลิวตามกระแสลม ซึ่งถึงช่วงสายวันอังคารนั้นความเร็วลมสูงสุดของพายุลูกนี้ลดลงเหลือ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ยังคงอยู่ในช่วงประเมินผลกระทบจากพายุ แต่มีรายงานว่าสนามบินท้องถิ่นขนาดเล็กแห่งนี้ได้รับความเสียหายรุนแรง ลมพายุทำให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก บ้านเรือนหลายหลังเสียหาย หลังคาปลิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ด มอนเรียล ผู้จัดการใหญ่ของท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโนของกรุงมะนิลา กล่าวไว้กับเอเอฟพีว่า สืบเนื่องจากกระแสลมรุนแรงทำให้สนามบินต้องปิดทำการชั่วคราว อย่างไรก็ดี เอเอฟพีกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุชัดเจนว่าจะเปิดให้ทำการบินได้เมื่อใด แต่ประเมินไว้ว่าจะเป็นเวลา 23.00 น. ของวันอังคาร หรือ 22.00 น. วันเดียวกันของไทย แต่เจ้าหน้าที่จะตัดสินใจอีกครั้งภายหลังพิจารณาสภาพอากาศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดสนามบินมะนิลาชั่วคราวเมื่อวันอังคาร ทำให้มีเที่ยวบินถูกยกเลิกเกือบ 500 เที่ยว และเจ้าหน้าที่เตือนผู้โดยสารว่าอย่าเพิ่งมาสนามบิน ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีได้เข้าไปที่อาคารผู้โดยสารหลังหนึ่ง ซึ่งปกติจะมีผู้โดยสารขาออกพลุกพล่านจอแจในช่วงเช้า แต่เช้าวันอังคารมีแต่เจ้าหน้าที่ไม่กี่คนและผู้โดยสารที่ตกค้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บรรเทาหายนภัยเปิดเผยด้วยว่า มีประชาชนประมาณ 340,000 คนในเขตบีโกล ภาคกลางของประเทศ อพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากพายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัมมูริยังทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์บางรายการต้องปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำและกีฬากลางแจ้งที่ถูกเลื่อนมากกว่า 12 รายการ ส่วนวันอังคารมีกีฬาถูกปรับตารางการแข่งขันราวครึ่งหนึ่ง แต่เจ้าภาพยืนยันว่าการแข่งขันจะเสร็จทันกำหนดก่อนวันปิดการแข่งขัน 11 ธันวาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51718</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัมมูริ, ซีเกมส์, ปิดสนามบิน, พายุไต้ฝุ่น, ฟิลิปปินส์, สังเวยพายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de66a4e2015b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ปิดสนามบินมะนิลารับมือไต้ฝุ่นคัมมูริ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์สั่งปิดสนามบินมะนิลาชั่วคราวเมื่อวันจันทร์ ป้องกันล่วงหน้าก่อนไต้ฝุ่นคัมมูริเข้าถล่ม ขณะประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วเกือบ 70,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านช่วยกันเคลื่อนย้ายเรือประมงก่อนพายุมาถึง ที่เมืองโบรอนกัน จังหวัดซามาร์ตะวันออก ภาคกลางของฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศคาดว่าพายุไต้ฝุ่นคัมมูริจะเคลื่อนถึงฝั่งฟิลิปปินส์คืนวันจันทร์หรือเช้าวันอังคาร จากนั้นจะเคลื่อนลงใต้สู่กรุงมะนิลา เมืองหลวงที่มีประชากรราว 13 ล้านคน และกำลังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ด มอนเรียล ผู้ว่าการการท่าอากาศยานระหว่างประเทศมะนิลา ประกาศว่า การท่าอากาศยานตัดสินใจปิดสนามบินตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 23.00 น. วันอังคารที่ 3 ธันวาคม โดยอ้างอิงจากพยากรณ์อากาศถึงผลกระทบจากพายุลูกนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนัก พร้อมกับความเร็วลมคงที่สูงสุด 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง และความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด้านบรรเทาภัยพิบัติเปิดเผยด้วยว่า ที่เขตบีโกล ซึ่งคาดว่าจะโดนไต้ฝุ่นกระหน่ำเป็นพื้นที่แรก มีประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงแล้วเกือบ 70,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัมมูริ, ปิดสนามบิน, พายุไต้ฝุ่น, ฟิลิปปินส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de521f3c01c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
