<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมามันฆ่าน้องเอ๊กซ์!ญาติเหยื่อฆ่าตัดตอนโพสต์หลังฎีกาพลิกยกฟ้อง6ตร.กาฬสินธุิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12ต.ค.61-นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ถูกฆ่าอำพรางแขวนคอ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาลฎีกายกฟ้องบอกตำรวจไม่ได้ฆ่า ก็แสดงว่าหมาและได้ชาติหมามันฆ่าน้องเอ๊กซ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายเกียรติศักดิ์ หรือ&amp;quot;เอ๊กซ์&amp;quot;เสียชีวิตในช่วงสงครามปราบปรามยาเสพติดเมื่อปี2547 ถูกนำไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม.5 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ต่อมามีการยื่นฟ้องตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุิ์ 6 ราย กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่11ต.ค.ที่ผ่านมาศาลฎีกาได้พิพากษากลับยกฟ้องตำรวจ6รายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พ.ต.ท.สำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีตรอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดมียศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกานางพิกุลบอกว่า &amp;quot;พูดไม่ออก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นางพิกุล ยังโพสต์ข้อความด้วยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาประทับลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2561
......
ก่อนจะมีหมายศาลนัดคู่ความทั้งสองฝ่ายมารับฟังการอ่านคำพิพากษานั้น น่าจะมีการลงชื่อครบแล้ว
จึงทำการออกหมายศาลนัดอ่านคำพิพากษา
.......
แต่วันนี้หลังจากได้คัดสำเนาคำพิพากษามาแล้ว
ปรากฎว่า นางอารยา วิชิตชลชัย ไม่ได้ลงชื่อใน คำพิพากษา ซึ่งผู้พิพากษาลงชื่อมาเพียง 2 คน
และนางอารยา วิชิตชลชัย เสียชีวิตไปตั้งแต่
วันที่ 1 กรกฎาคม 2561และ โดยตรรกะแล้ว
การทำงานของศาลสูงคือศาลฎีกา น่าจะมีระบบ
ระเบียบดีงามอยู่แล้ว ลงชื่อครบองค์ประชุม
และน่าจะลงชื่อไว้ก่อนเสียชีวิต 1 กรกฎาคม
........
หากวันนั้น 6 กันยายน 2561 คำพิพากษาออกมา
เช่นวันนี้ ...จำเลยที่ 5 จะหนีการอ่านครั้งแรกเพื่อ?
แต่ ผ่านมา 30 วัน นัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 ในวันนี้ จำเลยหน้าระรื่นมาขึ้นศาล และญาติพี่น้องของจำเลยมารอต้อนรับจำเลย เสมือนรู้ว่า วันนี้... คำพิพากษาจะออกมาเช่นนี้
......
จำเลยเก่งมาก ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ
ยิ่งกว่านักกฎหมายเนติ ฯ เกียรตินิยมอันดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19734</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าตัดตอนจ.กาฬสินธุิ์, ฆ่าตัดตอน, นางอารยา วิชิตชลชัย, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ, พิกุล พรหมจันทร์, เกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bbff1eae1161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายกฟ้อง6ตร.กาฬสินธุ์ จี้จับคนฆ่าตัดตอนอีก20ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฎีกาพลิก! ยกฟ้องทั้งกลุ่มตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ 6 นาย คดีฆ่าอำพรางแขวนคอวัยรุ่น 17 ปี ช่วงสงครามฆ่าตัดตอนยาเสพติดรัฐบาลทักษิณ ชี้พยานโจทก์มีพิรุธไม่น่าเชื่อถือ &amp;ldquo;ญาติ-ทนายโจทก์ร่วม&amp;rdquo; &amp;nbsp;พูดไม่ออก เคารพแต่ไม่เห็นพ้อง ระบุพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ยังมีคดีอุ้มฆ่าอีกกว่า 20 ศพ จี้ สตช.หาคนร้ายตัวจริงมาลงโทษให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ.3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พ.ต.ท.สำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีตรอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดมียศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค.2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม.5 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ ซึ่งจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง พ.ต.อ.มนตรี จำเลยที่ 5 ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจึงให้ออกหมายจับปรับนายประกัน 1 ล้านบาท และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาเป็นวันนี้ ซึ่งในวันนี้ศาลเบิกตัว ด.ต.อังคาร, ด.ต.สุดธินันท์ และ ด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 1-3 จากเรือนจำมาศาล พ.ต.ท.สำเภา จำเลยที่ 4 และ พ.ต.ท.สุมิตร จำเลยที่ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วน พ.ต.อ.มนตรี จำเลยที่ 5 ยังหลบหนีไม่มาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันที่ 16 ก.ค.2547 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.กาฬสินธุ์ ถึงในชั้นฝากขัง โดยภายหลังศาลได้อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้เสียชีวิต จำเลยได้นำตัวผู้เสียชีวิตขึ้นไปที่ห้องสืบสวน เช้าวันต่อมาพบผู้เสียชีวิตเป็นศพถูกแขวนคอ ทาง สภ.กาฬสินธุ์ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปว่าไม่มีหลักฐานรู้เห็นการตายของผู้เสียชีวิต จึงให้ยุติเรื่อง ต่อมานางพิกุล พรหมจันทร์ ญาติผู้เสียชีวิตยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าผู้เสียชีวิตถูกตำรวจ สภ.กาฬสินธุ์ฆ่า ดีเอสไอจึงรับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ ดำเนินการแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งหก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานซึ่งเป็นผู้เดินทางไป สภ.กาฬสินธุ์ ในวันเกิดเหตุ เบิกความว่าพบจำเลยที่ 2 ควบคุมตัวผู้เสียชีวิตไว้เมื่อเวลา 18.00 น. ทำการถ่ายรูปและด่าทอผู้เสียชีวิต พยานได้ยินผู้เสียชีวิตโทรศัพท์คุยกับมารดาว่าให้รีบมารับ เขาจะเอาตนไปฆ่า จากนั้นเห็นจำเลยที่ 1, 3 นำตัวผู้เสียชีวิตออกไปจากห้อง วันต่อมาพยานเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวผู้เสียชีวิต และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งขอให้ช่วยเหลือ อย่าพูดความจริง จะถูกแขวนคอเหมือนผู้เสียชีวิต ตำรวจได้นำเอกสารคำให้การจำนวน 4 หน้า ที่พิมพ์ไว้แล้วมาให้พยานท่องไว้ ต่อมาพยานได้ทำบันทึกเล่าความจริง ให้การตามจริงต่อดีเอสไอ โดยความช่วยเหลือของนางพิกุล ซึ่งเป็นพยานปากเดียว ไม่มีประจักษ์พยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพยานถูกข่มขู่เกรงจะได้รับอันตราย จึงร้องขอความคุ้มครอง กองบังคับการปราบปรามให้พยานไปพักที่แฟลตตำรวจ ซอยวัชรพล อยู่ในอำนาจกองปราบฯ แล้ว ไม่มีเหตุต้องกลัวอีก หลังพักอยู่ 3 สัปดาห์ นางพิกุลพาพยานไปให้การต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แต่ไม่ได้ให้การตามจริงทั้งหมดต่อกองปราบฯ อ้างกลัวอยู่ ไม่เหมือนให้การต่อ กสม. อีกทั้งพยานไม่แจ้งความเอาผิดตำรวจที่ขอให้ช่วยเหลืออย่าพูดความจริง และเมื่ออยู่ในความคุ้มครองของกองปราบฯ แล้วเหตุใดจึงโทร.หานางพิกุลให้ไปรับออกจากการคุ้มครองของกองปราบฯ แล้วขอเงินนางพิกุลไปอยู่ จ.สระแก้ว พร้อมขอค่ามัดจำห้องเช่า เหตุใดจึงไม่ให้ กสม.ไปสอบปากคำพยานที่กองปราบฯ พฤติการณ์ของพยานเป็นพิรุธให้สงสัยว่าถูกข่มขู่เพื่อให้การเท็จและเกรงกลัวอันตรายตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พยานทำบันทึกเล่าความจริงไว้กับน้องสาวพยาน เหตุใดโจทก์และโจทก์ร่วมถึงไม่นำบันทึกดังกล่าวมาแสดงและนำน้องสาวพยานมาเบิกความต่อศาล อีกทั้งเมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 22 ก.ค.2547 ระยะเวลานับตั้งแต่จำเลยที่ 1, 3 พาผู้เสียชีวิตออกไปจากห้องสอบสวนหลังจากเวลา 19.00 น. ลงไปขึ้นรถเดินทางออกจาก สภ.กาฬสินธุ์ ถึงถนนบายพาสกาฬสินธุ์ และเชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ในเวลา 19.12 น. เป็นไปไม่ได้ พยานเป็นพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธโดยตลอด จึงน่าสงสัยว่าจำเลยทั้งหกร่วมกระทำความผิดจริงหรือไม่ ให้การช่วยเหลือในการกระทำความผิดจริงหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังขึ้น ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับองค์คณะ ประกอบด้วย นายประยูร ณ ระนอง, นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ และนางอารยา วิชิตชลชัย ในส่วนนางอารยา มีหนังสือรับรองคดีนี้ได้ทำคำพิพากษาว่า นางอารยาได้ร่วมประชุมปรึกษาเป็นองค์คณะ ลงลายมือชื่อไว้ในต้นร่างคำพิพากษาแล้ว แต่เนื่องจากนางอารยาพ้นจากตำแหน่งไปก่อนที่จะลงลายมือชื่อในคำพิพากษานี้ (เสียชีวิตเมื่อ 1 ก.ค.61) &amp;nbsp;โดยหมายศาลลงวันที่ 31 ก.ค.2561 นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกวันที่ 6 ก.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น บรรดาญาติและผู้ติดตามให้กำลังใจพวกจำเลยต่างดีใจร่ำไห้เข้าสวมกอดพวกจำเลย ขณะที่นางพิกุล ญาติผู้เสียชีวิตระบุเบื้องต้นว่า &amp;quot;พูดไม่ออกเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัษฎา มนูรัษฏา กรรมการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความฯ ในฐานะทนายความโจทก์ร่วม ให้สัมภาษณ์ว่า เคารพคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ยังไม่เห็นพ้องด้วย ที่ศาลฎีกายกฟ้องโดยหยิบยกความเห็นของพยานที่ให้ผู้ตายยืมโทรศัพท์เพื่อโทร.ติดต่อหาย่าผู้ตายซึ่งยังมีข้อสงสัย แต่เราเห็นว่ายังมีพยานปากสำคัญอื่นๆ อีก โดยเฉพาะย่าของผู้ตายและมีบุคคลมาประกันตัวให้ผู้ตายโดยที่ญาติไม่ทราบเรื่อง แล้วตำรวจทำบันทึกประจำวันว่าปล่อยตัวกลับบ้านไปแล้ว พยานเหล่านี้อยู่ในสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งศาลฎีกายังไม่ได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้ เราจะได้ศึกษาในเชิงวิชาการว่ารายละเอียดคำพิพากษาเป็นอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะฝากถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิตใน จ.กาฬสินธุ์ กว่า 20 ราย ในช่วงปี 2546-2547 แล้วยังหาตัวคนร้ายไม่ได้เลย คดีมีอายุความนาน 20 ปี จึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องสั่งการให้สืบหาตัวคนร้ายที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ญาติพี่น้องของคนตายเขายังสงสัยอยู่ว่าคนร้ายที่ทำให้ลูกหรือคนในครอบครัวเขาตายเมื่อไหร่จะถูกนำตัวมาลงโทษ ทั้งนี้ ขอให้มีการคุ้มครองพยานในคดีนี้ ที่เขาออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่ามีความเสี่ยงที่ออกมาพูดความจริง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต้องให้ความสำคัญ&amp;quot; นายรัษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางพิกุล พรหมจันทร์ อาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ศาลฎีกาได้หยิบยกคำฎีกาของจำเลยมา ฎีกาของโจทก์แทบไม่หยิบยกมาเลย พยานคดีนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียว มีการผ่าพิสูจน์ศพของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วย เรื่องการใช้โทรศัพท์ในเขตพื้นที่ก็เป็นการดำเนินการของ พล.ต.ท.ไมตรี ฉิมเฉิด ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บังคับการปราบปรามภาค 4 ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุด รอบคอบที่สุด แทบจะไม่มีพิรุธ เป็นข้อสงสัยว่าทำไมศาลฎีกาไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย นางพิกุลกล่าวด้วยว่า ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ได้ระบุถึงมูลเหตุจูงใจที่นายเกียรติศักดิ์ถูกฆ่าไว้ในหน้า 33 ด้วยว่า น่าจะไปรู้เห็นพัวพันเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติด พร้อมหยิบคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหน้า 33 ขึ้นมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย โดยกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้มีความวิตกในความปลอดภัย ซึ่งตนก็ไม่เคยมีปัญหาพิพาทกับใคร ถ้าตนเกิดเสียชีวิต ก็ขอให้สื่อมวลชนทุกคนเป็นพยานว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในปี 2547 ช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ามีผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญใน จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่อง ที่สามารถตรวจสอบรายชื่อได้มีทั้งสิ้น 28 ราย โดยเฉพาะกรณีการฆ่าแขวนคอนายเกียรติศักดิ์ &amp;nbsp;ญาติของนายเกียรติศักดิ์ได้เข้าร้องเรียนสาเหตุการเสียชีวิตต่อดีเอสไอ พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมตัวจำเลยทั้งหกได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง, ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์, ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง, ด.ต.อังคาร คำมูลนา, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พ.ต.ท.สำเภา อินดี, พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ, พิกุล พรหมจันทร์, รัษฎา มนูรัษฏา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a19b1aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พูดไม่ออก!ญาติ-ทนาย เคารพคำพิพากษาแต่ไม่เห็นพ้องศาลฎีกายกฟ้องกลุ่มตร.คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัษฎา-พิกุล ทนายโจทก์และญาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายรัษฎา มนูรัษฏา กรรมการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความฯ ในฐานะทนายความโจทก์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังฎีกายกฟ้องหมด!กลุ่มตร.กาฬสินธุ์ คดีฆ่าอำพรางแขวนคอหนุ่มวัย 17&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าวันนี้ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยที่เป็นตำรวจทั้ง 6 ราย ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ตนเคารพคำพิพากษาของศาลฎีกาแต่ยังไม่เห็นพ้องด้วย &amp;nbsp;โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2547 มีวัยรุ่นถูกตำรวจ สภ.กาฬสินธุ์ จับกุมแล้วในวันรุ่งขึ้นพบว่าถูกแขวนคอตายอยู่ในกระท่อม จ.ร้อยเอ็ด &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุญาติผู้ตายได้ขอความช่วยเหลือทางคดีมายังสภาทนายความฯ ซึ่งเป็นองค์กรให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย แต่งตั้งคณะทำงานแล้วให้ความช่วยเหลือญาติที่เข้าเป็นโจทก์ร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เห็นว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำเลย 5 ราย ยกฟ้อง 1 ราย เราไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ลงโทษจำคุกทั้ง 6 คน ขณะที่ศาลฎีกายกฟ้อง โดยหยิบยกความเห็นของพยานที่ให้ผู้ตายยืมโทรศัพท์เพื่อโทรติดต่อหาย่าผู้ตาย ซึ่งยังมีข้อสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัษฎา กล่าวต่อว่า แต่เราเห็นว่ายังมีพยานปากสำคัญอื่นๆ อีก โดยเฉพาะย่าของผู้ตายและมีบุคคลมาประกันตัวให้ผู้ตาย โดยที่ญาติไม่ทราบเรื่อง แล้วตำรวจทำบันทึกประจำวันว่าปล่อยตัวกลับบ้านไปแล้ว พยานเหล่านี้อยู่ในสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งศาลฎีกายังไม่ได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้ เราก็จะได้ศึกษาในเชิงวิชาการว่ารายละเอียดคำพิพากษาเป็นอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้วอยากจะฝากถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิตใน จ.กาฬสินธุ์ กว่า 20 รายในช่วงปี 2546 - 2547 แล้วยังหาตัวคนร้ายไม่ได้เลย คดีมีอายุความนาน 20 ปี จึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะต้องสั่งการให้สืบหาตัวคนร้ายที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ หากหัวหน้าสถานีตำรวจระบุได้สืบหาตัวคนร้ายมาแล้วเป็นเวลานาน แต่ไม่ทราบตัวผู้กระทำผิดให้งดการสืบสวนสอบสวนนั้น ตนคิดว่าญาติพี่น้องของคนตายเขายังสงสัยอยู่ว่าคนร้ายที่ทำให้ลูกหรือคนในครอบครัวเขาตายเมื่อไหร่จะถูกนำตัวมาลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้มีการคุ้มครองพยานในคดีนี้ที่เขาออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่ามีความเสี่ยงที่ออกมาพูดความจริง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต้องให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางพิกุล พรหมจันทร์ ญาติของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ศาลฎีกาได้หยิบยกคำฎีกาของจำเลยมา ฎีกาของโจทก์แทบไม่หยิบยกมาเลย พยานคดีนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียว มีการผ่าพิสูจน์ศพของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วย เรื่องการใช้โทรศัพท์ในเขตพื้นที่ก็เป็นการดำเนินการของ พล.ต.ท.ไมตรี ฉิมเฉิด ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บังคับการปราบปรามภาค 4 ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุด รอบคอบที่สุด แทบจะไม่มีพิรุธ เป็นข้อสงสัยว่าทำไมศาลฎีกาไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในการรวบรวมพยานหลักฐานได้นำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงในคดีหรือไม่ นางพิกุล กล่าวว่า ขณะนั้นเราไม่สามารถที่จะใช้อำนาจขอข้อมูลได้ เพราะเป็นอำนาจของพนักงานสืบสวนสอบสวนกองปราบปราม ซึ่งทางนั้นได้ทำอย่างรอบคอบแล้ว ขณะที่นายรัษฎา กล่าวเสริมว่า คดีนี้มีการหาหลักฐานเชื่อมโยงจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และพบว่ามีสัญญาณโทรศัพท์มือถือของจำเลยที่ 1 ไปปรากฏอยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่พบศพผู้ตาย ในเขต อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าช่วงเวลามีความคลาดเคลื่อนไม่ใกล้เคียงกัน เพราะระยะทางจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ค่อนข้างไกล แต่ข้อเท็จจริงจุดที่เกิดเหตุ จ.กาฬสินธุ์ กับ จ.ร้อยเอ็ด ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็สามารถไปถึงกันได้ ซึ่งตนเคยลงไปดูที่เกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องไปสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ทำให้เสียชีวิต โดยคดีนี้มีอายุความ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมีโอกาสที่จะพบพยานหลักฐานใหม่ สำหรับรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่ นายรัษฎา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องรื้อฟื้นคดี ถ้ามีพยานหลักฐานเราก็สามารถเอาคนผิดมาฟ้องคดีได้ คงไม่ได้รื้อฟื้นเพราะศาลฎีกายกฟ้องจำเลยไปแล้ว การรื้อฟื้นคดีเป็นเรื่องที่ฝ่ายจำเลยจะยกขึ้นมาเพื่อขอพิจารณาคดีใหม่ กรณีลักษณะนี้มีหลายคนเสียชีวิต บางคนตายใจกลางเมือง บางคนนั่งแขวนคออยู่ที่สวนสาธารณะ แต่หาตัวคนร้ายไม่ได้ ซึ่งคดียังไม่ขาดอายุความ ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องดำเนินการ ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาร้องเรียนที่สภาทนายความฯ หลายราย &amp;nbsp;สื่อมวลชนควรจะต้องไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ว่า กรณีที่มีผู้เสียชีวิตและยังไม่ได้ตัวคนร้ายจะมีมาตรการหรือดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามว่าที่มีการให้ข้อมูลว่ามีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ในท้องที่ จ.กาฬสินธุ์ กว่า 20 รายนั้น ปัจจุบันได้มีการทำสำนวนส่งฟ้องศาลแล้วกี่ราย นางพิกุล กล่าวว่า นอกจากคดีนี้แล้ว ดีเอสไอดำเนินการอยู่อีก 2 คดี อยู่ในสำนักคดีอาญา 1 ของดีเอสไอ ซึ่งขั้นตอนอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน แต่คดียังไม่ได้ส่งให้อัยการฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล รวมแล้วคดีการฆ่าลักษณะนี้ที่ จ.กาฬสินธุ์ ดีเอสไอรับไว้ทั้งหมด 3 คดี ซึ่งโดนแขวนคอตายลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงท้าย นางพิกุล ยังกล่าวด้วยว่า ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ได้ระบุถึงมูลเหตุจูงใจที่นายเกียรติศักดิ์ถูกฆ่าไว้ในหน้า 33 ด้วยว่าน่าจะไปรู้เห็นพัวพันเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติด พร้อมหยิบคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหน้า 33 ขึ้นมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย โดยกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้มีความวิตกในความปลอดภัย ซึ่งตนก็ไม่เคยมีปัญหาพิพาทกับใคร ถ้าตนเกิดเสียชีวิตก็ขอให้สื่อมวลชนทุกคนเป็นพยานว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น บรรดาญาติและผู้ติดตามให้กำลังใจพวกจำเลยต่างดีใจร่ำไห้เข้าสวมกอดพวกจำเลย ขณะที่นางพิกุล ญาติผู้เสียชีวิตระบุเบื้องต้นว่าพูดไม่ออกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีนี้เกิดขึ้นในปี 2547 ช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ามีผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญใน จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่องที่สามารถตรวจสอบรายชื่อได้มีทั้งสิ้น 28 ราย โดยเฉพาะกรณีการฆ่าแขวนคอนายเกียรติศักดิ์ ญาติของนายเกียรติศักดิ์ได้เข้าร้องเรียนสาเหตุการเสียชีวิตต่อดีเอสไอ พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมตัวจำเลยทั้งหกได้ ก่อนศาลฎีกาจะยกฟ้องดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19703</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬสินธุ์, คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย17, พิกุล พรหมจันทร์, รัษฎา มนูรัษฏา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf4c73c2229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
