<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุตตม”ชงครม.เคาะมาตรการเข็นเศรษฐกิจชุดใหม่!ปัดฝุ่นแจกเงินอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อเป็นการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง อาทิ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้า โดยคาดว่าชุดมาตรการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน มี.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ จะเน้นดูแลเรื่องความเชื่อมั่นผ่านการสนับสนุนการอุปโภคบริโภค โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบผ่านการใช้จ่ายจากสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้ และยังมีมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยจะมีการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรในภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งจะมีมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีรายได้มากขึ้น ดูแลผ่อนภาระทางการเงินให้ ขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการดูแลพนักงาน ลูกจ้างให้ยังมีงานทำ ไม่ตกงาน การผ่อนภาระทางการเงินด้านอื่น ๆ โดยทั้งหมดจะออกมาเป็นแพ็คเกจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมตั้งใจว่าหากมีมาตรการออกมาก็อยากจะให้มีผล ดังนั้นก็จะมีการใช้เม็ดเงินในการดำเนินการพอประมาณ ดังนั้นขนาดของมาตรการก็มีผลเช่นกัน อยากให้ปัง แต่จะปังหรือไม่ต้องรอดู เพราะในรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ยังทำไม่เสร็จ โดยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมว่าจะมีการแจกเงินให้ประชาชนหรือไม่ ดังนั้นรายละเอียดทั้งหมดจึงอยากให้ผ่าน ครม. ก่อน&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการไปยังส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหมดให้เตรียมความพร้อมในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือนครึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายได้ โดยมีการประเมินว่าภายในเดือน พ.ค. 2563 จะสามารถเบิกจ่ายได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวอีกว่า ภายหลังการหารือร่วมกันกับ EU-ASEAN Business Council (EU-ABC) ว่า ต่างชาติยังแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในระยะยาว โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการลงทุนในประเทศไทยถือเป็นโอกาส แม้ว่าขณะนี้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่จากมาตรการดูแลเศรษฐกิจในระยะสั้นของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อมั่นว่าไทยมีความพร้อม และเมื่อปัจจัยลบต่าง ๆ คลี่คลายไป ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะลงทุนได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ได้ประกาศว่า จะถอนธุรกิจรถยนต์เชฟโรเลตออกจากตลาดของไทยภายในสิ้นปี 2563 ว่า เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงแสดงความสนใจและตั้งใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าเป็นแผนงานของบริษัทที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ในประเทศอื่นที่บริษัทมีการลงทุนก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้สำหรับธุรกิจข้ามชาติที่บางทีจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจในบางประเทศ เป็นเรื่องของบริษัทในการปรับตัว&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57682</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), พิจารณาเห็นชอบชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่, อุตตม สาวนายน, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e26476bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
