<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉุนกองทัพตั้งหลักเกณฑ์สอบเตรียมทหาร กีดกันผู้สมัครหนุนม็อบสามนิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - เวลา 14.10 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่แน่ใจว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไว้ใจให้เป็นผู้บริหารต่อไปหรือไม่ ถึงขั้นต้องไลน์ถามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมผิดอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถ้าอยากรู้ผิดอะไร ให้หาเวลาลงพื้นที่จะได้รู้ว่า ผิดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายพิจารณ์ได้อภิปรายร่ายยาวนานกว่า 70 นาที ถึงความไม่ชอบมาพากลเรื่องหลักเกณฑ์การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารปีล่าสุด ที่มีการตั้งคำถามแตกต่างจากปีที่ผ่านๆมา มีการสอบสัมภาษณ์สอบถามผู้สมัครถึงความเห็นต่อม็อบสามนิ้ว ความเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังมีแนวทางตั้งคำถามกีดกันผู้สมัครพวกLGBT&amp;nbsp;และมีแนวคิดแบบ(ไอ้เหี้ย)ส้ม คำถามเหล่านี้คือการคัดเลือกคนที่จะมาเป็นตำรวจ ทหาร เพื่อคัดเฉพาะคนที่มีเห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ ยังอภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อาทิ การจัดหารถบรรทุกขนาด 2.5ตัน ของกองทัพบก จำนวน 169คัน วงเงิน 921ล้านบาท ที่มีการเปลี่ยนแปลงงบจากจัดซื้อเปลี่ยนเป็นการซ่อมบำรุงรถ&amp;nbsp;M35 ขนาด 2.5 ตัน และรถ&amp;nbsp;UNIMOG&amp;nbsp;ขนาด 1.25 ตัน จำนวน 201คัน ที่เคยซื้อจากอินเดียคันละ 2.2ล้านบาท แต่เปลี่ยนเป็นการจัดซ่อมรถ&amp;nbsp;UNIMOG&amp;nbsp;ที่มีอายุใช้งานมาแล้ว 40-50ปี ใช้งบซ่อมทั้งหมด 518ล้านบาท&amp;nbsp; เฉลี่ยค่าซ่อมราคาคันละ 2ล้านบาท เหตุผลเดียวคือ เรื่องต้องมีใครได้ประโยชน์แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กองทัพอากาศมีโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกหัดบินในขั้นต้น&amp;nbsp;T-50&amp;nbsp;H&amp;nbsp;จำนวน 14ลำ ใช้งบประมาณปี2558-2564 แบ่งการจัดซื้อเป็น 3ระยะ แต่การซื้อแต่ละระยะ ราคาแพงขึ้นทุกรอบ ทั้งที่14 ลำมีสเปคเหมือนกันทุกอย่าง ระยะที่1 วันที่ 17ก.ย.2558 ซื้อ 4ลำๆละ 25.88 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะที่2 วันที่29 ก.ค.2560 ซื้อ 8ลำๆละ 29.54 ล้านเหรียญสหรัฐ แพงขึ้น 936ล้านบาท และระยะที่3 วันที่30ส.ค.2564 จัดซื้อ 2ลำๆละ31.81 ล้านเหรียญสหรัฐ แพงขึ้น 379ล้านเหรียญสหรัฐ รวมแล้วจัดซื้อแพงขึ้นทั้งหมด 1,315ล้านบาท บาท โดยเฉพาะการจัดซื้อระยะ2 จำนวน 8ลำ ลงนามสมัยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรมว.กลาโหม อยากให้พล.อ.ประวิตรชี้แจง กรณีนี้มีนายหน้าจัดซื้อ แพงขึ้นด้วยเงินทอน ไม่ใช่กลไกการตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115415</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, พรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130b0f19f6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านฉลุยงบสธ.-อุตฯ &#039;ก้าวไกล&#039; ค้านซื้ออาวุธปืนหากเห็นชอบ เลือดปชช.จะอยู่ในมือส.ส.ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - เวลา 14.04 น. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรา 25 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะกมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 242 ต่อ 123 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการพิจารณามาตรา 26 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงอุตสาหกรรม 2,128,298,100 บาท&amp;nbsp;ซึ่งส.ส.ใช้เวลาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ประมาณ 40 นาที จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานการประชุม ได้ให้ที่ประชุมลงมติ ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบมาตรา 26 ตามที่กมธ.แก้ไข โดยเห็นด้วย&amp;nbsp;239&amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;98&amp;nbsp;งดออกเสียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และไม่ออกเสียง 2 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ที่ประชุมสภาฯ พิจารณามาตรา 27&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง&amp;nbsp;และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี จำนวน 37,303,062,700 บาท&amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอตัดลดงบลง โดยเฉพาะในโครงการจัดซื้ออาวุธสงครามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอยู่ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดซื้อปืนเล็กสั้น จำนวน 1,000 กระบอก โครงการจัดซื้อปืนเล็กยาว จำนวน 2,000 กระบอก และโครงการจัดซื้อปืนกลมือ จำนวน 4,000 กระบอก รวม 7,000 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 53 ถึงปี 56 ตำรวจจัดซื้อเพียง 116 กระบอกเท่านั้น แต่หลังจากที่มีรัฐบาลพล.อ.ปะยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาตั้งแต่ปี 61 มีการซื้อเพิ่มขึ้น 632 เท่า ราวกับจะตั้งกองทัพ ตนเห็นว่าไม่มีความจำเป็น นอกจากนี้ ทราบว่าการจัดซื้อ 7,000 กระบอก เป็นคนละส่วนกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบังคับการกองปราบปราม สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปรามกรค้ามนุษย์ และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้ระหว่างที่อยู่ในชั้นกมธ. ผมพยายามปรับลด และทราบว่ายังไม่ได้มีการลงนาม ผมแนะนำว่าไม่ควรตั้งเป็นงบผูกพัน อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในโครงการดังกล่าว ณ ปัจจุบัน รวดเร็วมาก เพราะได้มีการลงนามแล้วเรียบร้อย หากที่ประชุมสภาฯเห็นชอบกับโครงการเหล่านี้ เท่ากับว่าเลือดของประชาชนจะอยู่ในมือของส.ส.ในสภาทันที&amp;rdquo; นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ประชุมสภาฯเห็นชอบ มาตรา 27&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ด้วยคะแนน 244 ต่อ 119 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 0 เสียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114085</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120ea7462074.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; เหน็บภูมิใจไทยทำตัวเป็นเด็กงอแง ห่วงงบสธ.ถูกตัด แนะวิธีพาเสี่ยหนูกลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64 - เวลา 16.20 น. ที่รัฐสภา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เหตุผลที่ไม่รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 ในวาระที่ 1 วงเงิน 3.1ล้านล้านบาทนั้น เพราะเรามีนายกฯชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีจิตสำนึกในการทำงบประมาณ มาจากการสืบทอดอำนาจ กระทรวงกลาโหมสามารถลดงบฯได้มากกกว่านี้ แต่งบสวัสดิการประชาชนกลับถูกปรับลดมากกว่า กองทัพมักอ้างเสมอว่า จำเป็นซื้ออาวุธใหม่ ซื้อเท่าที่จำเป็น ถามว่างบสวัสดิการของประชาชนจำเป็นน้อยกว่าอาวุธหรือ ความมั่นคงในชีวิตมนุษย์สำคัญน้อยกว่าความมั่นคงทางทหารหรืออย่างไร เราต้องลด ตัด และเลื่อน โดยเฉพาะการซื้อยุทโธปกรณ์แบบจบปีเดียว เช่น การซื้อยุทธภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;และเรายังต้องผ่อนยุทโธปกรณ์ต่างๆ เป็นภาระทั้งที่งบประมาณเป็นแบบนี้ รัฐบาลควรเจรจาเลื่อนจ่ายงวดผ่อนปีนี้ไปก่อนเพื่อมีงบสวัสดิการประชาชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวว่า โครงการซื้อเรือดำน้ำ กองทัพเรือที่ยังอยู่และมีผูกพันถึงปี 2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 ไปแล้วและกำลังผ่อนอยู่ แต่ทำไมลำที่สองและลำที่สาม ไม่ซื้อมาประกอบในเมืองไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับคนของเรา พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทำ กลับรีบเซ็นสัญญา กลัวว่าจะไม่ได้ซื้อ เราจะปล่อยให้รัฐบาลนี้บริหารใช้จ่ายงบไปอีกหรือ ขณะเดียวกันได้ติดตามการใช้งบประมาณการซื้ออาวุธของกองทัพอากาศด้วย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศเมื่อไปดูงบประมาณ 3 ปีย้อนหลัง เกี่ยวข้องกับการลงทุนวิจัยและพัฒนากลับถูกปรับลดมาตลอด แต่รายจ่ายบุคลากร ไม่เคยถูกปรับลด ถามว่า เป็นสถาบันเพื่อการวิจัยหรือสถาบันเลี้ยงดูนักวิจัยกันแน่ กระทรวงกลาโหม มีโครงสร้างกำลังพลใหญ่โตเกินไป สวนทางกับงบประมาณภาพรวมกระทรวงที่ปรับลดลง ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงกลาโหมต้องแก้ไขโครงสร้างกำลังพลอย่างจริงจัง เพื่อลดงบประมาณด้านบุคลากร ควรปลดถ่ายกำลังพลก่อนเกษียณอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งบประมาณปีนี้ ให้ผ่านไม่ได้จริงๆ จากที่ฟังการอภิปรายมาตลอด2วัน เห็นพรรคภูมิใจไทย ที่มีความเป็นห่วงในการถูกปรับงบในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ว่าห่วงใยว่า งบถูกปรับลดแล้วก็ยกมือให้ ไม่ทำตัวเป็นเด็กดื้องอแง แต่เมื่อได้รถไฟฟ้ามาเป็นของเล่นแล้ว จะยกมือผ่านให้ การโหวตคว่ำร่างงบฯปี 2565 เป็นวิธีการที่รวบรัดที่สุดในการคืนงบฯให้กระทรวงสาธารณสุข เพราะจะกลับไปใช้งบฯ 2564 พลางก่อน ไม่ต้องรอแก้ไขในชั้นกรรมาธิการและไม่ต้องหวังพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เป็นวิธีโรแมนติกที่สุด ที่จะพาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับสู่บ้านคืนสุข และส่งพล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้านเก่า&amp;rdquo;นายพิจารณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายพิจารณ์ที่พาดพิงพรรคภูมิใจไทยว่า ขอให้ถอนคำว่าพรรคภูมิใจไทยทำตัวเป็นเด็กงอแง&amp;nbsp;เพราะส.ส.มีเอกสิทธิ์และหน้าที่ต้องปฏิบัติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง ไม่ต้องมีใครชี้นำ เราสามารถตัดสินใจด้วยตัวของเราเอง จากนั้นนายพิจารณ์ ได้ถอนคำพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104947</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 65, พรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b45218aa38d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 01:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 01:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดปิดท้าย! &#039;ก้าวไกล&#039; กังขากองทัพใช้งบไม่โปร่งใส &#039;บิ๊กตู่&#039; สวนกลับเวลาเดือดร้อนก็อย่านึกถึงทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - เวลา 23.00 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เหตุการณ์กราดยิงที่จ.นครราชสีมา เมื่อปี2562 นายทหารชั้นผู้น้อยถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมโดยผู้บังคับบัญชาใช่หรือไม่ มีกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนในกองทัพ พลทหารเสียชีวิตในค่ายทหารทุกปี แม้พล.อ.ประยุทธ์น่าจะพยายามสร้างแรงจูงใจให้มีคนมาสมัครเป็นทหารกองประจำการเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพราะน่าจะทราบถึง กระแสการเรียกร้องของคนรุ่นใหม่ในเรื่องยกเลิกการเกณฑ์ทหารที่ดังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้งกองทัพครองที่ราชพัสดุ เปิดช่องเอื้อประโยชน์เอกชน แบ่งเค้ก บนผลประโยชน์ชาติหรือไม่ มีกระแสข่าวความไม่โปร่งใสการใช้ที่ดินราชพัสดุ ของกองทัพบก กองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ อภิปรายว่า&amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส โครงการจัดซื้อชุดลำลองทหารเกณฑ์ โดยเฉพาะการจัดซื้อเครื่องแต่งกาย เสื้อคอวี กางเกงขาสั้นลำลอง รองเท้า&amp;nbsp;Jungle Boot&amp;nbsp;ผ้้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า ถุงเท้าต้านแบคทีเรีย กางเกงใน เมื่อเปรียบเทียบแล้วมีการซื้อในราคาสูงกว่าราคาในช็อปปี้ รัฐบาลจ่ายเงินไปกว่า&amp;nbsp;702.4&amp;nbsp;ล้านบาท หากซื้อตามราคา&amp;nbsp;shoppee&amp;nbsp;จะได้จ่ายเพียง&amp;nbsp;285&amp;nbsp;ล้านบาทเท่านั้น แปลว่ารัฐต้องจ่ายแพงกว่าถึง&amp;nbsp;417&amp;nbsp;ล้านบาท การซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือช่างก็ยังคงมีการจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือช่างที่มีราคาต่ำกว่าล้านของกองทัพเรือ ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด กล้องสำรวจวัดระยะและมุม&amp;nbsp;TOPCON&amp;nbsp;ที่ขายกัน&amp;nbsp;320,000&amp;nbsp;บาท กองทัพซื้อ&amp;nbsp;431,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รถยกไฮดรอลิก รุ่นเดียวกันนี้&amp;nbsp;ขายกัน&amp;nbsp;38,900&amp;nbsp;บาท กองทัพซื้อ&amp;nbsp;91,100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เครื่องวัดความเร็วรอบ&amp;nbsp;Fluke&amp;nbsp;ที่ขายกัน&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;บาท แต่กองทัพซื้อ&amp;nbsp;24,110&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมสามรายการ จ่ายแพงกว่าราคาขายปลีกในท้องตลาดคิดเป็น&amp;nbsp;47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าเอกชนไม่ได้ขายแพงเอง แต่เอกชนต้องขายแพงตามราคาที่มีใครบางคนต้องการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็น ผบ.ทบ.มา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปล่อยปะละเลยแบบนี้ได้อย่างไร&amp;nbsp;คือความจงใจที่จะไม่ใส่ใจ งบประมาณจะชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้วยังใช้จ่ายแบบนี้ หากเป็นบริษัทเอกชน นอกจากต้องปลดผู้บริหารคนนี้ออกจากตำแหน่ง ยังต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้วยซ้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวว่า การจัดซื้อยุทธภัณฑ์โดยกรมการทหารช่าง การจัดซื้อกล้องตรวจการณ์กลางคืน แบบตาเดียวหรือ&amp;nbsp;Night Vision Scope&amp;nbsp;โครงการนี้เป็นการจัดซื้อมาตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561-2563&amp;nbsp;โดยมีผู้ชนะรายเดียวมาตลอด ที่ชนะการประมูลที่ราคากลางพอดีตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีงบประมาณ แม้เงินบาทต่อเงินดอลล่าร์สหรัฐจะแข็งค่าหรืออ่อนค่า โดยในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นการจัดซื้อเฉพาะเจาะจงทั้งหมด&amp;nbsp;มีเอกชนรายเดิมที่ชนะการประกวดราคามาตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีติด เมื่อไปตรวจสอบสเป็คตรงตามที่กองทัพไทยต้องการ ราคากล้อง อุปกรณ์ติดตั้งบนหมวก และกระเป๋าเก็บ รวมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆที่ระบุในเอกสารสเป็คของกองทัพ รวมค่าขนส่ง ประกันภัย และภาษีแล้ว คิดเป็นเงินไทย&amp;nbsp;261,000&amp;nbsp;บาท แปลว่า กองทัพซื้อแพงกว่าราคาปลีกถึง&amp;nbsp;47%&amp;nbsp;สำหรับกล้อง&amp;nbsp;Night Vision&amp;nbsp;มีการซื้อในราคาสูงถึง&amp;nbsp;78&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวว่า การจัดซื้อรถบัสขนส่งของกองทัพบก สงสัยมีการล็อคเสป็ค ตัดขาบริษัทที่ไม่ใช่พวก สุดท้ายทำให้บางบริษัทชนะการประมูลตลอดหรือไม่ กรมการขนส่งทหารบก จัดซื้อจัดจ้างรถบัสขนาดใหญ่ ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558-2563&amp;nbsp;ทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สัญญา จำนวน&amp;nbsp;429&amp;nbsp;คัน รวมงบประมาณทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นการจัดซื้อรถบัสแบบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;448 &amp;nbsp;ล้านบาท และจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คัน วงเงิน&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โครงการนี้ มีผู้ชนะการประมูลเป็นบริษัทเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ ยังได้อภิปรายต่ออีกว่า มีเรื่องชวนให้สงสัยเหลือเกิน ทำไมอดีต ผบ.ทร.ถึงต้องเร่งรัดให้จีนมาเซ็นข้อตกลงก่อนที่ตนเองจะเกษียณอายุราชการ ประเทศเศรษฐกิจไม่ดี ประสบกับภาวะโควิด โครงการเรือดำน้ำนี้ มีใครได้เงินทอนแน่ๆหรือไม่&amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นต้นเหตุของความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ในภาวะที่ประเทศชาติกำลังยากลำบากทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรรัดเข็มขัดในรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ยังเห็น พล.อ.ประยุทธ์ใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซื้อของแพงเกินราคา ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;และท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องที่กล่าวมา อยู่ในกระบวนการ ย้ำว่า ไม่ให้เกิดการทุจริต ตนก็ห่างจากระดับล่างพอสมควร แต่ระดับบนได้กำชับมาโดยตลอด ในเรื่องการจัดซื้อ จัดหา ในฐานะรมว.กลาโหม จะไปตรวจสอบอีกครั้ง คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เรื่องวัคซีน พยายามจัดซื้อโดยเร็วที่สุด การจัดซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ ได้พูดหลายครั้ง ถึงเหตุผลและความจำเป็น ทั้งที่จัดซื้อในงบประมาณกลาโหมเอง แม้บอกว่า ไม่ได้ไปรบกับใคร ก็ไม่ใช่ เพราะเพื่อนบ้านมีหมดแล้ว ผมไม่ได้ไปมีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เรื่องที่ดินราชพัสดุ ไม่ใช่ที่ดินกองทัพบก แต่กรมธนารักษ์มอบให้กลาโหม ดูแลรักษา ใครจะใช้ต้องไปขออนุมัติ ผ่านกรมธนารักษ์ มายังกองทัพบก ก่อนจะให้ก็ต้องดูในส่วนของความจำเป็น ทหารเป็นเพียงผู้ดูแลเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของ และมีกติกา กฎหมายในการดูแลหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่รู้สึก ท่านก็ไม่ค่อยชอบทหารแน่นอน เมื่อถึงเวลาเดือดร้อน อย่านึกถึงทหารแล้วกัน หลายกรณีเราทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ประชาชนพอใจ ท่านก็โจมตีทุกเรื่อง การดูแลสวัสดิการชั้นผู้น้อย เราก็ดูแลอยู่แล้ว คนที่มาเป็น ล้วนสมัครใจเข้ามา ทุกคนรู้หมด รายได้มีเท่าไหร่ แต่จะอยู่ได้อย่างไร ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้คู่คุณธรรม ส่วนที่กล่าวหามีการทุจริต เราก็ไปแก้ไขไป ส่วนนายสิบคนหนึ่ง เพราะหนีทหาร ก็มีเรื่องมีราว ไม่ได้ตั้งใจไปลงโทษ ขอให้เข้าใจ ปกครองคนก็เยอะ ก็มีปัญหาบ้าน ผมไม่หลบตา ไม่กลัวท่าน ไม่มีใครกลัวใคร สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน เว้นแต่คนทำผิดกฎหมาย ขอให้ระมัดระวังการพูดจาในนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนฟังทางบ้าน คนรักทหารก็เยอะ จะให้ลดกำลังทหาร ให้ทุกคน ไม่ให้รับผิดชอบบ้านเมืองหรืออย่างไร ไม่ใช่เอาทหารมาเยอะ จะโกง พูดอย่างนี้ ไม่น่าใช่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา&amp;nbsp;00.25&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประสภาฯ ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในเวลา&amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;น. การประชุมวันแรกใช้เวลาทั้งสิ้น&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93289</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, กองทัพบก, งบประมาณกองทัพ, พรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602c083f90bea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ทร. เดือดฟาดกลับนักการเมืองปั้นข่าวเท็จ-เกลียดกองทัพ &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; สอนต้องเป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกิจการพลเรือน ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวกรณีเหตุผลความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ โดย&amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.เพื่อไทย ที่ออกมาโจมตีกองทัพเรือ เปิดเผยเอกสารลับการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า เป็นการพูดที่บิดเบือนข้อเท็จจริงนำไปซึ่งความแตกแยก นำมาสู่ความเกลียดชังต่อกองทัพและเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง และที่กล่าวหาว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เป็นสัญญาเก๋ ก็ไม่เป็นความจริง จำนำข้าว ที่พรรคเพื่อไทย ทำต่างหากที่เป็น จีทูจีเก๊ และไม่ถูกต้อง แต่กองทัพเรือทำการซื้อแบบจีทูจีอย่างถูกต้องโปร่งใส ขอสังคมอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องการเมือง พร้อมชี้แจงว่าการจัดซื้อครั้งนี้ ไม่ได้จ่ายทั้งก้อน 2.25 หมื่นล้านบาท ในคราวเดียว ปี 64 ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า&amp;nbsp;การบอกว่าทร.ใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นข่าวเท็จที่มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง เป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวที่สุด ถามว่าจะยอมให้นักการเมืองสร้างเรื่องที่ไม่เป็นจริงให้บ้านเมืองเดือดร้อนหรือ ถ้านักการเมืองหมดมุกแล้ว ก็หามุกอื่นเถอะ อย่าสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ ทร. เลย อย่าให้สังคมตกเป็นเครื่องมือการเมืองในวิถีเก่าๆ และสกปรกแบบนี้อีกเลย อย่าดึงประชาชนมาเกลียดชังกองทัพเรือ ตอนนี้ปัญหาต่างๆ ถาโถมมาหลายเรื่อง การต่อสู้การเมือง ระหว่างรัฐบาล กับฝ่ายค้าน จะทำให้ประเทศชาติหยุดชะงัก และทร.ไม่ใช่จำเลย จึงวิงวอนว่าให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเห็นแก่ความสุขสงบประเทศป็นหลักด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์แถลงข่าวครั้งนี้&amp;nbsp;ก็ได้ลุกขึ้นสอบถามกับคณะแถลงข่าวของกองทัพเรือ โดยนายพิจารณ์ กล่าวว่า คำชี้แจงของกองทัพเรือครั้งนี้ ไม่ได้ปรากฎในการชี้แจงของคณะอนุกรรมาธิการฯ และขอให้กองทัพวางตัวเป็นกลาง ลักษณะการพูดที่เหน็บแหนม และลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวบุคคล ตนคิดว่า พฤติกรรมนี้ไม่ทำให้กองทัพเรือได้รับความนิยมชมชอบจากประชาชน และตนได้ยินแต่คำว่าโควิดในการแถลงข่าว แต่ไม่ได้ยินคำว่า วิกฤติเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงอยากสอบถามกองทัพเรือว่า มีแนวทางลดงบประมาณจากกำลังพลอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ&amp;nbsp;ได้กล่าวขออภัยหากมีการพาดพิง เพียงแต่อยากชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมยืนยัน ก็มีแผนที่ลดกำลังพลต่อไป แต่เป็นเรื่องภายในของกองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นสื่อมวลชนได้สอบถามว่า กองทัพเรือจะฟ้องร้องบุคคลหรือพรรคการเมืองที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือไม่ พล.ร.อ.สิทธิพร กล่าวว่า หน่วยงานจะพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 มีมติไม่เห็นชอบการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 จะได้รับผลกระทบอย่างไรนั้น พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ&amp;nbsp;กล่าวว่า หากไม่สามารถซื้อได้ในปีงบประมาณ 2564 ก็ไม่มีค่าปรับอะไร แต่เกรงว่า จะเกิดปัญหาเรื่องราคาที่อาจจะสูงขึ้นมาก ตลอดจนจะกระทบความน่าเชื่อถือในเชิงพาณิชย์ ทั้งที่ไทยจะได้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในเมื่อไม่มีค่าปรับนั้น สามารถเลื่อนไปอีกได้หรือไม่ เพราะขณะนี้มีการกล่าวหาว่ากองทัพเรือหวงโปรโมชั่นของแถมกว่า 2,100 ล้านบาท พล.ร.อ.สิทธิพร กล่าวว่า ยอมรับว่าหากเลื่อนไม่มีค่าปรับจริง แต่เราต้องเริ่มการเจรจาใหม่ทั้งหมด รวมถึงกระบวนการต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ว่ากองทัพเรือหวงแก่ได้โปรโมชั่นหรือของแถม แต่ถ้าได้ก็เอา เราพยายามแสดงให้เห็นข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรงบประมาณ และยืนยันว่าทร. มียุทธศาสตร์ และจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข่าวกระแสผู้ใหญ่ในรัฐบาลล๊อบบี้คณะอนุกรรมาธิการฯโหวตผ่านการจัดหาเรือดำน้ำ พล.ร.อ.สิทธิพร กล่าวว่า กองทัพเรือมีหน้าที่การชี้แจงเท่านั้น ไม่มีหน้าที่อื่น และยืนยันว่าชี้แจงตามข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และประธานวิปพรรคก้าวไกล ให้ สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ ว่า การชี้แจงของกองทัพเรือวันนี้ เนื้อหาเหมือนกับตอนที่ชี้แจง ในชั้นคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน สภาผู้แทนราษฎร แต่มีเนื้อหาเพิ่มเติมในส่วนของการตอบโต้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ซึ่งทางตนได้เตรียมข้อมูลไว้แลกเปลี่ยนกันในชั้นคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ ซึ่งทางกองทัพเรือยืนยันว่าจำเป็นที่จะต้องมีการจัดหาเรือดำน้ำ แต่เรามองว่าไม่จำเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเราพยายามให้เหตุผล เพื่อโน้มน้าวอนุกรรมการทุกท่าน ในการลงมติ แต่ผลของการลงมติก็เป็นอย่างที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนตัวยังคงมองว่า จะต้องผลักดันในเรื่องที่ไม่ให้กรรมาธิการลงมติเห็นชอบ นายพิจารณ์ กล่าวว่า แน่นอน จริง ๆ แล้วเราอาจจะไม่ได้เรือดำน้ำลำแรก เมื่อปีงบประมาณ 60 ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ไม่ใช่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และถ้าไม่ใช่การผ่านงบประมาณโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตอนนี้ถือว่า เรื่องมันเลยผ่านมาแล้ว ได้ลำที่ 1 มาแล้ว ขณะนี้กำลังพิจารณาลำที่ 2 และลำที่ 3 ซึ่งทางกองทัพเรือได้ให้เหตุผลเรื่องความมั่นคง หลายประเด็น ตนคิดว่าบางประเด็น เช่น ประเทศอื่น ๆ มีเรือดำน้ำแล้ว ก็อาจต้องมองในเชิงลึก เพราะแต่ละประเทศมีภัยคุกคามที่ต่างกัน มีภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งหากถามว่าของประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีขนาดนั้นหรือไม่ ก็ยืนยันว่าอาจจะต้องทบทวน หรือในเรื่องการรักษาผลประโยชน์ ทางทะเล 24 ล้านล้านบาทต่อปี ขีดความสามารถบนน้ำ และทางอากาศ ก็สามารถทำได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเด็นที่ทุกคนในสังคม โดยเฉพาะส.ส. ฝั่งฝ่ายค้าน ต่างพูดเหมือนกัน คือเราเลื่อนออกไปก่อนได้หรือไม่ ภายใต้สถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งเมื่อปี 2540 ตอนรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ก็เคยทำมาแล้ว ในการยกเลิกสั่งซื้อเครื่องบิน F-18 ซึ่งขณะนั้นมีการมัดจำไปแล้ว ดังนั้นในครั้งนี้ภายใต้เอกสารข้อตกลงต่าง ๆ ที่เรามีร่วมกันกับทางประเทศจีน ก็ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถเลื่อนออกไปได้อยู่ อีกประเด็นคือเมื่อตอนปี 2563 ที่มีการโอนงบประมาณ ทางกองทัพได้ชี้แจงว่าได้เสียสละเลื่อนงวดที่ 1 ออกไป แต่ตนมองอีกมุมหนึ่งว่า ในมติครม.ระบุไว้ว่า งบประมาณที่จะต้องใช้ จะต้องมีการผูกพันงบประมาณ มีการลงนามเซ็นสัญญา ก่อนวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งแปลว่าโครงการใดที่ไม่ได้เซ็นก่อนหน้านั้น ก็ต้องพิจารณาที่จะปรับลดลงไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75423</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ซื้อเรือดำน้ำ, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43a17d23e18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านฉลุย!ร่างพรบ.โอนงบ ฝ่ายค้านฉายซํ้าตีเช็คเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านฉายหนังม้วนเก่า เปลี่ยนจาก &amp;rdquo;นักกู้&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;จอมโอน&amp;rdquo; ซัดวาทกรรมเดิมตีเช็คเปล่าให้อำนาจนายกฯ คนเดียวละเลงเงิน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ก้าวไม่พ้นสับงบกองทัพแหกตา เล่นแร่แปรธาตุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; สุดทน &amp;quot;อมรัตน์&amp;quot; อบรมอย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือพาดพิงสถาบันอื่น &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; บอกพร้อมรับฟัง &amp;nbsp;ส.ส.ที่มีเหตุผล ส่วนที่ฟุ้งก็ปล่อยให้ทะลุหู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษพิจารณาวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... วงเงิน 88,452 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า เป็นการให้โอนงบประจำปีรายจ่ายบางรายการไปเป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายที่จำเป็นฉุกเฉิน วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ปัญหาและบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งร่างกฎหมายสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลัง และทำให้การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวเท่าทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ หน่วยงานจะขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเพื่อนำไปใช้ในภารกิจ 3 เรื่อง คือ 1.การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 2.การป้องกันและเยียวยา ภัยพิบัติ ภัยแล้ง และอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในปลายปี 2563 และ 3.แก้ไขปัญหาที่มีเหตุฉุกเฉินหรือที่จำเป็น ผมหวังว่า ส.ส.จะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่างกฎหมายนี้ เพื่อนำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างคุ้มค่า โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนสืบไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ได้รับมอบจากผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายว่า การพิจารณากฎหมายโอนงบประมาณตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีแล้ว 5 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่สามารถรับหลักการได้ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ 1.ขัดกับหลักประชาธิปไตยและกฎหมายอื่น &amp;nbsp;ซึ่งตามหลักการนำงบประมาณไปใช้ต้องคำนึงถึงหลักความยินยอมของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่สภาต้องตรวจสอบได้ และใน พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 กำหนดห้ามไม่ให้โอนงบประมาณข้ามหน่วยงาน แม้จะอนุโลมให้โอนได้ก็ต้องโอนระหว่างหน่วยรับงบประมาณด้วยกันเท่านั้น แต่การโอนงบประมาณเข้างบกลางนั้นจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายทันที เพราะงบกลางไม่ได้มีสถานะเป็นหน่วยรับงบประมาณ เป็นเพียงรายการการใช้เงินเท่านั้น และงบกลางส่วนนี้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจคือ นายกฯ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า 2.รายการของการโอนงบประมาณครั้งนี้ต้องเรียกว่าจอมโอนแห่งยุค เพราะพล.อ.ประยุทธ์ได้โอนงบประมาณมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประกอบกับเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ออกประกาศคณะกรรมการฯ กำหนดสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 2% แต่ไม่เกิน 7.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นการแก้ไขระเบียบมารองรับเพื่อให้งบกลางอยู่ในอำนาจของนายกฯ แต่เพียงผู้เดียวมากขึ้น &amp;nbsp;
มุกเดิมอัดตีเช็คเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำร่างกฎหมายเช่นนี้เหมือนมัดมือสภาและตีเช็คเปล่า หากสภาอนุมัติให้ผ่านไป เราจะเป็นสภาจากการเลือกตั้งชุดแรกที่มีรอยด่างว่าถูกมัดมือชก และเห็นชอบกฎหมายโอนงบประมาณที่ไม่ควรเห็นชอบ เพราะไม่มีรายละเอียด ดังนั้นเพื่อศักดิ์ศรีของสภา เราโปรดอย่าได้รับหลักการ แต่หากจะรับหลักการก็ต้องรับหลักการแบบมีเงื่อนไข โดยหากการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณอีก ฝ่ายค้านในฐานะเสียงข้างน้อยจะโหวตคว่ำเพื่อบันทึกเอาไว้&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การโอนงบประมาณปี 2563 ถือเป็นจิกซอว์สำคัญในการแก้ไขวิกฤตินี้ต่อจาก 3 พระราชกำหนดกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่กำลังเข้าสภาเร็วๆ นี้ โดยขอตั้งข้อสังเกตในร่าง พ.ร.บ.นี้ 4 ข้อ 1.โอนล่าช้า ไม่ไยดีต่อความเดือดร้อนของประชาชน เพราะที่ผ่านมาพรรคเสนอขอเกลี่ยงบส่วนนี้ตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่รัฐบาลไม่นำมาปฏิบัติ ถ้าเกลี่ยงบตั้งแต่ตอนนั้นเราอาจไม่ต้องกู้เงินถึง 1 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท 2.โอนน้อย ทั้งที่ยอดตัดโอนของหน่วยงานต่างๆ จาก 3 แผนงาน รวม 5.3 หมื่นล้านบาทนั้น สามารถตัดได้ 8.4 หมื่นล้านบาท 3.โอนทะลุกรอบ เม็ดเงินที่โอนในคราวนี้ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ จึงมีประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของภาครัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ได้ปรับเพดานงบกลางเพิ่มเป็น 3.5% - 7.5% ของวงเงินงบประมาณ ทำให้มีปัญหาว่า รัฐบาลตั้งงบกลาง ซึ่งเป็นงบของนายกฯ สภาไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ขณะที่สัดส่วนในการชำระหนี้ภาครัฐก็ถูกปรับลดจาก 2.5% เหลือ 1.5 % ทำให้ท่านสามารถชักดาบได้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเข้าใจดีว่าในสถานการณ์วิกฤติจำเป็นต้องยืดหยุ่น แต่ผมเป็นห่วงว่าประกาศฉบับนี้จะไม่ใช่ประกาศชั่วคราว เพราะไม่มีกำหนดวันเวลาว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า 4.โอนไม่จริง จากเดิมงบประมาณทำโครงการผูกพันในปีที่ 1 กำหนดให้จ่าย 20% ของยอดค่าโครงการปีที่ 2 และ 3 ต้องจ่าย 40% แต่มติ ครม.รัฐบาลนี้ได้ปรับลดยอดของงบผูกพันในลักษณะดาวน์น้อยผ่อนนานและหนัก ส่งเสริมการเบียดบังงบในปีต่อๆ ไป เพราะปรับลดยอดจากงบ 20% ในปีแรกลงเหลือ 15% ส่วนปีที่ 2 และ 3 ปรับเพิ่มเป็น 42.5% ส่วนที่แย่ไปกว่านั้น การโอนงบของกระทรวงกลาโหมมีวงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท ตัวเลขเยอะ เหมือนยอมไม่ซื้ออาวุธเพราะเห็นแก่ประชาชน ทั้งๆ ที่เป็นการเล่นแร่แปรธาตุ แหกตาประชาชน เพราะเป็นหน่วยงานที่ฝืนมติ ครม. ลดเงินที่ต้องจ่ายในโครงการในปีแรกจาก 15% เหลือเพียง 10% เท่านั้น โดยปีที่ 2 และ 3 จ่ายถึง 45% ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้ากระทรวง แต่เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ เช่น โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ซึ่งไม่ทราบจะถูกรื้อฟื้นมาอีกเมื่อไหร่ เพราะล้วนเป็นโครงการดาวน์น้อยผ่อนหนัก ขณะที่ในส่วนของกองทัพบกมีโครงการจัดหารถยานเกราะล้อยาง Stryker ปี 2563-2565 วงเงิน 4.5 พันล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องบินใช้งานทั่วไป ปี 2563-2565 วงเงิน 1.3 พันล้านบาท และกองทัพอากาศ โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกทดแทน บ.ฝ.19 ปี 2563-2565 วงเงิน 5.1 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉพาะ 3 โครงการของกองทัพบกกับกองทัพอากาศ มีวงเงินสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาท สามารถเอาไปใช้ซื้อวัคซีนเข็มละ 1,000 บาท ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้ถึง 2.2 ล้านคน หรือเปลี่ยนเป็นเงินเยียวยา 5,000 บาท ได้ 442,400 คน ดังนั้นพรรคจึงขอเสนอให้การพิจารณางบให้มีประสิทธิภาพ โดยให้สำนักงบประมาณเผยแพร่รายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในรูปแบบดิจิทัล และควรใช้กลไกของ &amp;nbsp;กมธ.วิสามัญตรวจสอบงบประมาณ และมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในการตรวจสอบการใช้จ่าย &amp;nbsp;พร้อมออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังฉบับใหม่ โดยต้องกำหนดเวลาสิ้นสุดการขยายกรอบวินัยการเงินการคลัง&amp;rdquo; นายพิจารณ์กล่าว
&amp;#39;ชวน&amp;#39; อบรม &amp;#39;อมรัตน์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.00 น. น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มี 4 &amp;nbsp;หน่วยงานคือ ศาล, องค์กรอิสระ, อัยการ และรัฐสภา ที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 รวม 47,000 &amp;nbsp;ล้านบาท ไม่ยอมร่วมโอนงบมาช่วยประชาชน อ้างว่าเป็นการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ให้โอนงบประมาณกลับ โดยเฉพาะรัฐสภานั้นรู้สึกผิดหวังที่ไม่เห็นความพยายามของประธานสภาหาวิธีคืนเงินครั้งนี้ ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานชี้แจงทันทีว่า สภายินดีคืนงบประมาณให้ แต่ติดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าไม่สามารถตัดงบได้ ซึ่งนางอมรัตน์แย้งกลับว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะบอกตัดงบไม่ได้ แต่ไม่เห็นความพยายามประธานสภาหาวิธีอื่นคืนเงิน &amp;nbsp;ซึ่งนายชวนตอบว่าเชื่อว่าคนส่วนมากในสภาเข้าใจ แต่มีอยู่บ้างไม่ยอมเข้าใจ&amp;nbsp;
จากนั้นนางอมรัตน์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงศาลและศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมคืนงบประมาณ โดยยกตัวอย่างงบประมาณสร้างบ้านพักตุลาการ กินหรูอยู่สบาย ทำให้นายชวนเตือนทันทีว่า &amp;quot;อย่าไปพาดพิงถึงสถาบันอื่น เราไม่ชอบใครส่วนตัว แต่อย่าใช้สภาเป็นเครื่องมือวิจารณ์สถาบันอื่น&amp;quot; ขณะที่ ส.ส.รัฐบาลก็ประท้วง น.ส.อมรัตน์ที่อภิปรายเสียดสีองค์กรภายนอก จากนั้นนายชวนจึงให้ น.ส.อมรัตน์อภิปรายต่อจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า หลายท่านพูดถึงรายจ่ายงบกลางด้วยความเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ขอเรียนว่างบกลางไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาใช้ได้ทั้งหมดโดยนายกฯ &amp;nbsp;เพียงผู้เดียว งบกลางแบ่งออกเป็นหลายส่วน อาทิ เงินเบี้ยหวัด, บำเหน็จ, บำนาญ, เงินเลื่อนขั้นปรับวุฒิข้าราชการ, เงินสมทบลูกจ้างประจำ, เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การใช้จ่ายงบกลางนั้นมีขั้นตอน ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ คนเดียว ซึ่งหน่วยงานที่จะขอใช้เงินนั้นสามารถเสนอโครงการมายัง ครม.ได้ ซึ่งผมในฐานะหัวหน้า ครม.ต้องพิจารณาอนุมัติการทำงานทั้งหมด &amp;nbsp;ขออย่าห่วงมาก ให้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ทำงาน จากนั้นจึงมาติดตามว่าระหว่างการทำนั้นทุจริตหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีงบ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ทำ พ.ร.บ.โอนงบก่อน จะได้ไม่ต้องทำ พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขอชี้แจงว่าอย่างไรก็ไม่พออยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีการประมาณการ เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ไม่ใช่เฉพาะโควิด และการออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบ หลายคนบอกว่าเอาไป เอาไปเลย คงไม่ใช่ เพราะเขียนไว้กรอบกว้างๆ ว่าใช้ทำอะไรบ้าง โควิด น้ำท่วม หรืออื่นๆ ที่จำเป็น ดังนั้นอะไรที่ถูกตัดไปช่วงแรกในช่วงโอนงบประมาณสามารถขอขึ้นมาใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การอภิปรายของ ส.ส. ผมรับฟังได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่หากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ผมฟังแบบทะลุผ่าน ไม่เช่นนั้นจะปวดหัวพอสมควร&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวปิดว่า ยินดีรับฟังความเห็นของทุกคน &amp;nbsp;วันนี้ต้องทำให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤติทั้งโควิดและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ส่วนคำถามที่ว่าเมื่อไรจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เรื่องนี้ต้องมอง 2 มุม ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจตัวเอง ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินเราคงไม่ผ่านสถานการณ์มาถึงจุดนี้ ขอให้ดูเหตุการณ์ที่บางแสนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.63 อันตรายแค่ไหน ถ้าจะให้พ้นตรงนี้ไปได้ ทุกคนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกันเตือนประชาชน จิตใจตนมั่นคง มีอย่างเดียวคือทำเพื่อประเทศบ้านเมือง ขอบคุณทุกคนในการเสนอความเห็นอันเป็นประโยชน์ ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.00 น. นายชวนซึ่งเป็นประธานการประชุมขณะนั้นได้ให้ ส.ส.ลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนน 264 ต่อ 4 งดออกเสียง 185 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ทั้งนี้ยังได้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ จำนวน 49 คน และกำหนดระยะเวลาทำงาน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชี้แจงกรณีงบของกระทรวงกลาโหมว่า เป็นไปตามเกณฑ์ที่สามารถชะลอโครงการได้ แต่โครงการใดที่ทำสัญญาผูกพันแล้ว หรืออยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไม่สามารถโอนได้ ทั้งนี้ขอให้เห็นใจทหาร เพราะต้องทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ช่วยน้ำท่วม &amp;nbsp;ฝนแล้ง ทั้งที่หน้าที่หลักคือป้องกันประเทศ
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ต้องขอบคุณ ส.ส. ของฝ่ายค้านและรัฐบาลที่อภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะนำไปพิจารณา และไม่ใช่นายกฯ คนเดียวที่รับไป หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ก็มาฟังหมด มีการสรุปรายงาน เดี๋ยวเขาก็ต้องไปแก้และปรับปรุง &amp;nbsp;อะไรที่เป็นข้อห่วงใยก็ต้องปรับให้เข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระ วุฒิสภา เสนอให้ 3 องค์กรอิสระร่วมตรวจสอบการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. 3 ฉบับว่า ได้รับหนังสือจาก กมธ.แล้ว และจะไปประชุมร่วมในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นเจตนาดีและผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นด้วย &amp;nbsp;เพราะตามข้อมูลการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ทำได้ในทุกขั้นตอน โดยที่ผ่านมาประธานองค์กรอิสระทั้ง 3 องค์กรก็ได้หารือร่วมกันอยู่ตลอดเวลา จึงขอไปประชุมร่วมกับ กมธ.ก่อนว่าจะให้เข้ามาช่วยตรวจสอบอย่างไร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67844</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8efe50ea6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.นัดเคาะ3พรก.กู้เงิน ยอมถอยตั้งกมธ.วิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาสูงทำงานด่วนจี๋เคาะ พ.ร.ก. 3 ฉบับภายในวันเดียว &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; แบะท่าไม่เอา กมธ.ส.ว. แต่บรรดาสมาชิกแนะต้องมี &amp;ldquo;คำนูณ&amp;rdquo; ชี้มี 2 กรรมการกลั่นกรองส่อหมิ่นเหม่ขัดกฎหมาย &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; หมดแรงต้านพลิกให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบแล้ว สุดอึ้ง! รองหัวหน้าก้าวไกลอภิปรายเรื่องใช้เงิน 80 ล้านบาทซื้อตัว ส.ส.ผ่านพระราชกำหนดแค่ฟังข่าวเมาธ์มอยมาไม่มีหลักฐาน สภาวางไทม์ไลน์ 4 มิ.ย. ถกกฎหมายโอนงบ 8 หมื่นล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ได้นัดพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย &amp;nbsp;พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563, พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ 3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนประชุม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า วุฒิสภาวางกรอบการอภิปราย พ.ร.ก.ไว้ 2 วัน โดยวันแรกจะพิจารณาทั้ง 3 ฉบับ โดยมี ส.ว.ขอใช้สิทธิอภิปราย 48 คน รวมเวลาประมาณ 9 ชั่วโมง จากนั้นจะลงมติทีละฉบับ ส่วนในวันที่ 2 จะพิจารณา พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเที่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.นั้น ต้องรอการอภิปรายของ ส.ว.ก่อน แต่คิดว่ารัฐบาลดำเนินการตรวจสอบตามกลไกของรัฐบาล ขณะเดียวกันได้รับทราบมาว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเช่นกัน&amp;rdquo; นายพรเพชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วุฒิสภาได้เปิดประชุมเรื่องดังกล่าว โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเสนอหลักการและเหตุผลต่อที่ประชุม และมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาร่วมรับฟังด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า เข้าใจว่าในการแก้ไขปัญหานั้น ในรัฐธรรมนูญให้อำนาจฝ่ายบริหารออก พ.ร.ก. ซึ่งไม่ได้ติดใจ แต่ห่วงใยเรื่องความโปร่งใสที่จะต้องทำอย่างไรให้ประชาชนได้รู้ว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม จึงอยากเสนอว่าหากกระทรวงการคลังจะมารายงานต่อสภาต้องมีรายละเอียดของการใช้เงินกู้ด้วย เพราะหากรัฐบาลเปิดเผยความชัดเจน จะทำให้เกิดความเบาใจว่ารัฐบาลได้ใช้เงินตามความจำเป็น ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เชื่อว่าคนจะไม่กล้าทำผิดและฉวยโอกาสหาประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้ง กมธ.วิสามัญของสภาอาจยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะฝ่ายที่เข้าไปตรวจสอบก็มี ส.ส.รัฐบาลด้วย ดังนั้นเห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของ ส.ว.เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ โดยให้คณะ กมธ.ของ ส.ว.เข้ามาตรวจสอบเพื่อช่วยรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายถึงคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการส่วนใหญ่มาจากส่วนราชการ ส่วนที่เหลือจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนั้นเพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกลั่นกรอง ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเป็นกรรมการควรมาจากภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ส่วนกรณีปัญหาเกี่ยวกับความโปร่งใสของการใช้จ่ายเงินกู้นั้น ต้องยึดหลักการ 3 ประการ 1.หลักการเศรษฐกิจพอเพียง 2.หลักการความโปร่งใส คุ้มค่าและตรวจสอบได้ 3.หลักการให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและกลั่นกรองแผนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ที่สำคัญต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ชี้2กรรมการขัดคุณสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายว่าถึง พ.ร.ก.หุ้นกู้ที่มีอายุ 5 ปีว่า มีคำถามที่สำคัญ คือขณะนี้มีปัญหากับผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ได้แก่คนที่ 1 เป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อปี 2562 แม้พระราชกำหนดจะไม่ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามเอาไว้ แต่ พ.ร.ก.นี้จะไปยกเว้นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากอดีตเลขาธิการ ก.ล.ต.ยังพ้นจากตำแหน่งไม่ครบ 2 ปีเต็ม ซึ่งมาตรา 22/1, 22/2 และ &amp;nbsp;267/1 ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ว่าด้วยการกำหนดให้ภายใน 2 ปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบธุรกิจไม่ได้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รมว.การคลังในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย มั่นใจหรือไม่ว่าได้ทำถูกกฎหมายแล้ว ซึ่งเคยมีกรณีเทียบเคียงมาแล้วจากกรณีบอร์ดการบินไทยคนหนึ่งได้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีมาไม่ถึง 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่ 2 เป็นกรรมการกำกับตลาดทุนตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้กรรมการกำกับตลาดทุนต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นเรื่องนี้สมควรคลายปมสงสัย ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าไม่ขัดต่อกฎหมายต้องตอบคำถามนี้ เพราะมิเช่นนั้นจะเสี่ยงต่อการดำเนินการต่อไปของคณะกรรมการกำกับกองทุน และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน จึงขอทักท้วงเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณยังกล่าวถึงผู้ทรงคุณวุฒิใน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ว่าอยากเสนอเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แต่งตั้งบุคคลจากภาคประชาชนที่ทำงานต่อต้านทุจริตและเศรษฐกิจชุมชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ เพราะจุดอ่อนที่สำคัญของกฎหมายกู้เงิน คือ เป็นการกู้เงินนอกงบประมาณและจ่ายเงินตามกระบวนการที่รัฐบาลออกระเบียบ ซึ่งไม่ได้ผ่านนิติบัญญัติตามหลักการใช้จ่ายเงินแผ่นดินตามระบบงบประมาณปกติ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจ รัฐบาลจะต้องตั้งภาคประชาชนเข้ามา และเห็นด้วยกับการให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและเสนอแนะมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมกล่าวถึงการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของการใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ว่าจะไม่ล่าช้า เพราะหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมโครงการตามกรอบที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำหนดไว้ และต้องส่งแผนโครงการกลับมาที่คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับการลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ดังกล่าวของวุฒิสภา จะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะพิจารณา พ.ร.ก.ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 อีก 1 ฉบับต่อไป
พปชร.ไฟเขียวตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าของการตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินในส่วนของ ส.ส.นั้น ล่าสุด นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จะหารือในที่ประชุมวิปครั้งหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ หลังจาก 2 พรรคได้ยื่นญัตติไปแล้วคือ ภูมิใจไทย (ภท.) กับประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรค พปชร.ก็ไม่ขัดข้อง ส่วนที่ให้สัมภาษณ์คัดค้านก่อนหน้านี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะตั้ง กมธ.ได้ในวันที่ 10 หรือ 11 มิ.ย. คงไม่ทันในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีวาระที่ต้องพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาลคือ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาทก่อน และยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากการลงมติที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเสียงของรัฐบาลก็มีความเข้มแข็งขึ้น อีกทั้งไม่เชื่อว่าจะเกิดปัญหาภายในจนทำให้รัฐบาลระส่ำระสาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินว่า ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะเห็นว่า ส.ส.พรรค พท.และพรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้อย่างดี ในขณะที่รัฐบาลไม่มีรายละเอียด แม้ ส.ส.รัฐบาลจะลุกขึ้นมาช่วยก็มีข้อจำกัด สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รัฐบาลจะฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจที่จีดีพีมีโอกาสติดลบ 6-9% คนตกงาน 10 ล้านคนอย่างไร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลสารภาพว่าไม่เก่งเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ตัดพ้อว่าเบื่อเต็มทน ซึ่งหนี้เงินกู้ ภาระคนทั้งชาติ รัฐบาลผิดพลาดเศรษฐกิจ แต่โยนโควิดรับบาป จบอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องส่งคำตอบว่าต่อจากนี้จะตัดสินใจโดยยึดเอาผลประโยชน์ของใครเป็นสำคัญ ถ้าเลือกเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการฟื้นฟูเยียวยาแก้ไขเศรษฐกิจได้ ต้องลาออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พท. กล่าวว่า ในการประชุมสภาที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านได้ท้วงติง และมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการใช้เงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลไม่ตั้งใจฟัง การพิจารณาจึงเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น รวมทั้งยังไม่มีรายละเอียดการใช้เงิน ไม่มีแผนงานรองรับ เชื่อขนมกินได้ว่าอาจแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และทำประเทศทรุดหนักกว่าเดิม ทางออกที่ดีที่สุดคือให้สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของประชาชนตั้ง กมธ.ติดตามและตรวจสอบการใช้เงินของประชาชน
รับแค่ฟังเขาเมาธ์มา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีการออกมาแฉมีการแบ่งงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทให้ ส.ส. คนละ 80 ล้านบาท ว่าได้ยินมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 พ.ค. โดยเป็นการพูดคุยระหว่าง ส.ส.ด้วยกัน ทั้งในพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณให้ 80 ล้านบาทสำหรับ ส.ส.แต่ละคน ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ไม่มี แต่มีมานานแล้วที่เรียกว่างบ ส.ส. ซึ่งเมื่อครั้งที่เป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ประเด็นนี้ก็มีเรื่องเข้าหูเหมือนกัน ในครั้งนั้นมีการพูดคุยในลักษณะนี้ว่ามีการแบ่งปันงบ ส.ส.ตัวเลขอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท แต่ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ได้ เพราะขณะนั้นพรรคอนาคตใหม่ไม่มีส่วนร่วมในการพูดคุยเกี่ยวกับงบ ส.ส.ดังกล่าว แต่ครั้งนี้เมื่อได้ยินก็คิดว่าจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นพูดประเด็นนี้กลางสภา เพราะอย่างน้อยให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วงบลักษณะนี้เคยมีมาอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเอาไว้ แต่สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการบัญญัติในมาตรา 144 ว่าการที่ ส.ส.จะผันงบลงพื้นที่ตนเองทำไม่ได้ ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย เมื่อมีงบลงไปแล้วทำให้ ส.ส.สามารถเลือกใช้ได้ว่าจะใช้อย่างไรกับโครงการไหน มีโอกาสสูงมากว่าโครงการที่ดีๆ มาจากหน่วยงานข้าราชการ และโครงการที่ตอบสนองท้องถิ่นจริงอาจไม่เกิดขึ้น เพราะไม่ตรงกับผลประโยชน์นักการเมืองบางคนบางกลุ่มในท้องถิ่น โดยงบเหล่านี้จะไปถึงตัว ส.ส.โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องพูด และ ส.ส.พรรคอื่นหลายคนก็อยากพูดตีแผ่ในเรื่องนี้ แต่พูดไม่ได้ เพราะเป็นการขัดผลประโยชน์กับเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้สิ่งที่ผมพูดไปจะไม่มีหลักฐาน แต่เชื่อว่าการที่ออกมาพูดลักษณะนี้ อย่างน้อยจะเป็นการป้องปรามหยุดยั้งสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น สำคัญที่สุดคือเราต้องตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบเงินกู้เหล่านี้&amp;rdquo; นายพิจารณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หากสามารถสาวไปถึงตัวบุคคลได้ พรรคจะดำเนินการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้ขอใช้กลไกจาก กมธ.วิสามัญก่อน จึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ส่งข้อมูลมายังพรรค เรายินดีนำไปดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;อย่าหนีการตรวจสอบ! ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจใช้งบประมาณและมาตรการสู้โควิด ป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน-ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล ร่วมสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติโควิด-19 จะเป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งคงต้องขอความร่วมไม้ร่วมมือ ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันลงมติให้เกิดขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากญัตติด่วนนี้ถูกตีตกไป ไม่มีการตั้งขึ้น ก็คงต้องขอเดาเอาไว้ก่อนเลยว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแน่ๆ
4 มิ.ย.ถกโอนงบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ที่มีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาเตรียมความพร้อมประชุมสภาในวันที่ 4 มิ.ย. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2563 พ.ศ.... วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง โดยเฉพาะกรณีที่องค์กรอิสระ ศาล รวมถึงรัฐสภาที่ไม่ถูกตัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งผู้ชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า องค์กรอิสระที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว ถือว่าเป็นหน่วยงานอิสระที่สำนักงบประมาณไม่สามารถลดงบที่ได้รับจัดสรรระหว่างปีงบประมาณได้ เช่นเดียวกับเงินนอกงบประมาณ ก็ไม่สามารถเรียกคืนได้เช่นกัน ยกเว้นแต่งบประมาณที่ขอจัดสรรไม่ถูกนำไปใช้จ่ายหรือเบิกแล้วไม่ได้ใช้จริง และวิธีที่จะให้หน่วยงานส่งคืนเงินได้นอกจากสิ้นปีงบประมาณคือ ทำเรื่องว่าเป็นเงินเบิกเกินและส่งคืนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กำหนดพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 4 มิ.ย. หากไม่แล้วเสร็จจะต่อเนื่องวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งการพิจารณาจะรับหลักการ และตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ​โดยใช้เวลาพิจารณา 7 วัน ส่วนก่อนหน้านี้ที่วิปฝ่ายรัฐบาลต้องการเร่งพิจารณาและให้ตั้ง กมธ.เต็มสภานั้น ได้หารือและทำความเข้าใจแล้วว่า หากพรรคฝ่ายค้านไม่ยกมือให้กรณีเร่งรัด ด้วยตั้งกรรมาธิการเต็มสภาไม่สามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลมีข้อสรุปเรื่องเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง แบ่งเป็นของ ส.ส.ฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง และ ส.ส.รัฐบาลรวมกับ ครม. 4 ชั่วโมง และจะเริ่มพิจารณา วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.30-20.00 น. โดยจะพิจารณารับหลักการในวันเดียวกัน จากนั้นให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ มีกรอบพิจารณา 7 วัน จากนั้นจะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมสภาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาวาระสองและวาระสามในวันที่ 11 มิ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67576</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, พรรคประชาธิปัตย์, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fcc499159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
