<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรประกาศ12อำเภอ16ตำบล397หมู่บ้านเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายไพบูลย์ &amp;nbsp; ณะบุตรจอม &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.พิจิตร &amp;nbsp;โดยให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหากพบพื้นที่ใดประสบภัยน้ำท่วมบ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัยของราษฎรขอให้เร่งเข้าช่วยเหลือทันที &amp;nbsp;โดยล่าสุด นางรติฬส &amp;nbsp; พ่วงพร้อม &amp;nbsp; หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดพิจิตร ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมให้กับผู้ว่าฯพิจิตร เพื่อทราบว่าขณะนี้จังหวัดพิจิตรได้ประกาศให้พื้นที่ 12 อำเภอ 60 ตำบล 374 หมู่บ้าน เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย) ซึ่งมีบ้านเรือนราษฎรประสบภัยน้ำท่วม 3,968 หลังคาเรือน ซึ่งผลจากการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจะทำให้ผู้บริหารระดับท้องถิ่น-ระดับอำเภอ-และหน่วยงานระดับจังหวัดสามารถใช้งบประมาณเพื่อการช่วยเหลือราษฎรได้ตามระเบียบของทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของสถานการณ์น้ำท่วม &amp;nbsp;พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ &amp;nbsp; นิลจันทร์ &amp;nbsp; รองผอ.รมน.จังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นที่ดูระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ ต.รังนก อ.สามง่าม &amp;nbsp;ก็พบว่าในหลายจุดระดับน้ำในแม่น้ำยมได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ลุ่มต่ำจำนวนหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่บ้านเนินยุ้ง ต.รังนก อ.สามง่าม น้ำได้ท่วมถนน ซึ่งเป็นทางเข้า-ออก หมู่บ้านทำให้ชาวบ้านต่างต้องใช้เรือเป็นพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า ในพื้นที่ ต.บ้านบุ่ง อ.เมืองพิจิตร และในพื้นที่บ้านเนินยุ้ง ต.รังนก อ.สามง่าม ก็มีเด็กวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำแล้วถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปในสายน้ำเสียชีวิตแล้ว 2 ราย ดังนั้นจึงฝากถึงผู้ปกครองควรตักเตือนบุตรหลานว่าไม่ควรลงเล่นน้ำโดยที่ว่ายน้ำไม่เป็นหรือไม่อยู่ในความดูแลของผู้ปกครองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118806</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bd5c32a8b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตร5อำเภอจมบาดาล จนท.เร่งช่วยชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย 64 - ผลกระทบที่เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่ไหลมาจาก อ.ชนแดน ไหลบ่าเข้ามาในเขต อ.ดงเจริญ ส่งผลให้น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ล่าสุด กอ.รมน.พิจิตร-ทหารจาก ป.21 พัน 30-ฝ่ายปกครอง บูรณาการกำลังช่วยชาวบ้าน ปภ.พิจิตรรายงาน 5 อำเภอ 23 ตำบล 167 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ &amp;nbsp;นิลจันทร์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดพิจิตร , นายดนัย &amp;nbsp;ผ่องแผ้ว ปลัดอําเภอฝ่ายความมั่นคง , รต.ปฎิพล จันปุ่ม &amp;nbsp;กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยกำลังทหาร ได้บูรณาการกำลังร่วมกับชาวบ้านและผู้นำชุมชนช่วยกันกรอกกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ก็ไม่สามารถต้านมวลน้ำจำนวนมากที่เป็นน้ำป่าไหลหลากมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ผ่านเข้ามายังอำเภอชนแดน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นน้ำได้ไหลหลากเข้ามายังคลองบอระเพ็ดซึ่งมีปากคลองอยู่ในพื้นที่ อ.ชนแดน ปลายคลองไปสิ้นสุดที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ แต่คลองดังกล่าวได้ไหลผ่านตำบลห้วยพุก &amp;nbsp;อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร ที่บริเวณหมู่ 1 และ หมู่ 2 น้ำได้ไหลล้นคันคลองเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจรวมถึงคาดว่าสถานการณ์น่าจะบานปลาย เนื่องจากในเขตเพชรบูรณ์และในเขตอำเภอดงเจริญวันนี้ยังมีคงมีฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีน้ำไหลหลากมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด นางรติฬส &amp;nbsp;พ่วงพร้อม หัวหน้า สนง.ปภ.พิจิตร รายงาน สรุปสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบและเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นในพื้นที่ 5 อำเภอ 23 ตำบล 167 หมู่บ้าน 888 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117920</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61505a9c98ba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ เพิ่มตำแหน่งนักจิตวิทยา หลังผู้คุมเรือนจำพิจิตรก่อเหตุฆ่า 4 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิจิตรก่อเหตุยิงผู้อื่นด้วยอาวุธปืน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ซึ่งเป็นคนในครอบครัวและญาติของภรรยา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2564 ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายพุทธวรรณ &amp;nbsp;มั่นปาน เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานสูทกรรม สังกัดเรือนจำจังหวัดพิจิตร โดยใช้อาวุธปืนส่วนตัวยิงคนภายในครอบครัวเสียชีวิต 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันก่อเหตุ นายพุทธวรรณ อยู่ระหว่างการพักเวรปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 7 วัน (วันที่ 3-9 ก.ย ) &amp;nbsp;ในบ้านพักของตนเองตามปกติ ตามแผนบริหารกำลังพลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากที่ผ่านมาไม่พบว่ามีปัญหาหรือขัดแย้งกับผู้ใดในการทำงาน กรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อผู้สูญเสียทุกฝ่าย และขณะนี้ได้ดำเนินการรวบรวมพยานเอกสารหลักฐาน และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และจะเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ &amp;nbsp;ให้ดูแลบุคลากรในสังกัดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติงานที่ตรากตรำมากกว่าปกติ การบริหารกำลังพลจึงต้องพิจารณาให้มีความเหมาะสม &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียทั้งต่องานที่ทำและต่อผู้ปฏิบัติงานได้ โดยในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อเข้าช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายเป็นการเร่งด่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นประเด็นที่กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยอยู่เสมอ&amp;nbsp; ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปรับเพิ่มตำแหน่งนักจิตวิทยาให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และดูแลในด้านสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เพื่อให้สามารถสร้างสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หรือสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงการดำเนินชีวิต และครอบครัวของผู้ปฏิบัติงานได้ในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116145</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, ผู้คุมเรือนจำ, พิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139a747627a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้คุมเรือนจำสุดโหด ก่อเหตุยิงดับ 4 ศพ สาหัสอีก 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพิจิตร รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. พ.ต.อ.สมนึก &amp;nbsp;มากมี &amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ควบคุมสถาการณ์ในที่เกิดเหตุกรณีผู้คุมเรือนจำจังหวัดพิจิตร ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร &amp;nbsp;ก่อเหตุกราดยิงพ่อตา แม่ยาย ลูกเลี้ยงที่เป็นลูกติดภรรยาและหลานเสียชีวิตรวม 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย โดยเหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 87 / 3 หมู่ที่ 10 ตำบลคลองคะเชนทร์ &amp;nbsp;อำเภอเมืองพิจิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุยังควงอาวุธปืนกราดยิงไปมาภายในรั้วบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ได้ระดมกำลัง และได้พยายามเกลี่ยกล่อมให้นายพุทธวรรณ &amp;nbsp;มั่นปาน อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้คุมเรือนจำจังหวัดพิจิตร และเป็นผู้ใช้อาวุธปืนที่ก่อเหตุ &amp;nbsp;โดยขอให้วางอาวุธปืนลงและยินยอมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้เวลานานเกือบ 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าชาร์จตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้และเก็บอาวุธปืนควบคุมตัวไปสถานีตำรวจ จากนั้นได้ระดมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยลำเรียงผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำส่งโรงพยาบาลพิจิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนภรรยาผู้ก่อเหตุ บอกว่า สามีทำงานเป็นผู้คุมเรือนจำจังหวัดพิจิตร หลังจากออกเวรมา ได้มีปากเสียงทะเลาวิวาทกับลูกเลี้ยงเป็นประจำ &amp;nbsp;ซึ่งมีบ้านที่อยู่ในรั้วเดียวกัน &amp;nbsp;และก่อนจะเกิดเหตุวันนี้ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับลูกเลี้ยงอย่างรุนแรง &amp;nbsp;ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด &amp;nbsp;จึงได้ออกมาดูและพบว่า &amp;nbsp;สามีก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงลูกเลี้ยงและหลาน &amp;nbsp;รวมถึงปีนรั้วข้ามเข้าไปในบ้านอีกหลังหนึ่ง &amp;nbsp;เพื่อก่อเหตุใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันก่อเหตุยิงพ่อตา แม่ตายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;รวมมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหลานและเพื่อนบ้านที่ถูกอาวุธปืนของผู้ก่อเหตุ กระหน่ำยิงใส่ &amp;nbsp;ทำให้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 3 ราย &amp;nbsp; หลังจากเหตุการณ์สงบและตำรวจเข้าควบคุมมือปืนที่ก่อเหตุ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัยได้เข้าไปลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลและตำรวจเข้าคุมตัวมมือปืนที่ก่อเหตุไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116068</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิจิตร, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61389ccb75024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมแพทย์ชนบทตรวจโควิดชุมชนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลวันสุดท้าย ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย หนูน้อยกลัวสำลีแยงจมูก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องช่วยกันปล้ำ (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์เชียงรายตรวจโควิดถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ออกมาจุดตรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทปิดปฏิบัติการตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวันสุดท้าย &amp;ldquo;ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยเปิดจุดตรวจวันนี้ 26 จุด&amp;nbsp; รองรับผู้ตรวจประมาณ 50,000 ราย&amp;nbsp; คาดพบผู้ติดเชื้อ 5,000 ราย&amp;nbsp; โดยจะแจกยาและให้การรักษาทันที &amp;nbsp;เพื่อลดภาวะเตียงล้น-บุคลากรรองรับไม่พอ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.เตรียมระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง&amp;nbsp; จัดเตรียมยาสมุนไพรสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ชมรมแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศระดมกำลังประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กว่า&amp;nbsp; 40 ทีม&amp;nbsp; เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกครั้งที่ 3 ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม&amp;nbsp; ตั้งเป้าเปิดจุดตรวจทั้งหมด 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนได้ประมาณ 300 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 250,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดจุดตรวจที่ พอช.รองรับประชาชน 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ (10 สิงหาคม)&amp;nbsp; เป็นการตรวจวันสุดท้าย&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ปิดแผนปฏิบัติการวันนี้ &amp;nbsp;วันสุดท้าย กู้ภัยโควิดกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ปักหลัก 26 จุดตรวจ &amp;nbsp;กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รวมปริมณฑล จังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการอีก 2 จุดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายตรวจคัดกรอง 5 หมื่นราย &amp;nbsp;คาดหมายว่าจะพบผู้ติดเชื้อ 5 พันราย &amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;แต่ละจุดตรวจวันนี้เปิดรับประชาชนในชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ Walk-in เข้ามาขอตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะตรวจให้กับทุกคน &amp;nbsp;เพราะเรามาเพื่อตรวจคัดแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; ทุกทีมกำลังขนสัมภาระ &amp;nbsp;ล้อหมุนไปยังพื้นที่จุดหมาย &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 6.30 น.&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;เปิดยุทธการ&amp;nbsp; ทิ้งทวน&amp;nbsp; วันสุดท้าย&amp;nbsp; ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมาลงทะเบียนตรวจโควิดที่ พอช. ตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทมาเปิดบริการจุดตรวจ&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรและนครสวรรค์ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 16 คนร่วมเป็นทีมตรวจ&amp;nbsp; มีอาสาสมัครจาก พอช. ประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนการตรวจของทีมแพทย์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลงทะเบียนผู้ตรวจ&amp;nbsp; จัดคิว&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทได้มาเยี่ยมจุดตรวจที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมจุดตรวจที่ พอช.&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร พอช.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ดับไฟที่ต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้วร้อยละ 10.8 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;วัชรนุกูลเกียรติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp; ซึ่งยกทีมจำนวน 36 คนมาตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ทั้งหมดจะใช้ชุดตรวจ Rapid &amp;nbsp;Antigen Test &amp;nbsp;Kit &amp;nbsp;(ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว) สามารถรู้ผลตรวจแต่ละคนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคนที่มีผลเป็นลบ &amp;nbsp;แพทย์จะให้กลับบ้านได้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผู้ที่มีผลบวกให้รอตรวจ RT-PCR อีกครั้ง&amp;nbsp; เพื่อยืนยันผลตรวจ&amp;nbsp; หากผลติดเชื้อแน่นอน&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการรักษาแบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจ่ายยารักษาเบื้องต้นตามอาการที่พบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวก จะได้รับยาฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;หรือฟาวิพิราเวียร์ตามอาการที่พบมากน้อยจากการวินิจฉัย &amp;nbsp;และเชื้อจากการสวอปเพื่อตรวจ RT- PCR ของทุกทีมจะถูกรวบรวมส่งไปตรวจที่แล็ปของ รพ.มหาราชนครราชสีมาวันละ 3&amp;nbsp; รอบ ซึ่งจะรู้ผลภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อสามารถเข้าไปดูผลได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางชุมชนที่มีความคับแคบ&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปตรวจให้แก่ผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วย &amp;nbsp;(ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการบุกกรุง 5&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-8&amp;nbsp; สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองด้วย ATK ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 96,087&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;พบผลบวก 10,357 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 10.8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่มีผลบวกเก็บตัวอย่างส่ง RT-pcr 9,790 ราย&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 94.5&amp;nbsp; ผลตรวจ RT-pcr ยืนยันตรงกัน &amp;nbsp;มีผลบวกลวงเพียงร้อยละ&amp;nbsp; 0.55&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเมินระดับความรุนแรง &amp;nbsp;แดง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 2.5 &amp;nbsp;เหลือง &amp;nbsp;ร้อยละ &amp;nbsp;27.3&amp;nbsp; และ เขียว&amp;nbsp; ร้อยละ 70.2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์ให้การรักษาโดยจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;4,792 ราย (รวม 239, 600 เม็ด) คิดเป็นร้อยละ 46.3 ของผู้ที่ตรวจพบเชื้อให้ผลบวก &amp;nbsp;และให้การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;เข็มแรก &amp;nbsp;จำนวน 3,047 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการบุกกรุงครั้งที่ 3 ของชมรมแพทย์ชนบทครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจทั้งหมด 250,000 ราย&amp;nbsp; ประเมินว่าผลบวกจะอยู่ที่ประมาณ 10-15% &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยาฟาร์วิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; ยังเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรุงเทพฯ คือต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกลามไปถึงทุกจังหวัด&amp;nbsp; จึงต้องมาช่วยดับไฟโควิดที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อปลุกเจ้าของพื้นที่ให้ลุกตื่นขึ้นมาจัดการดับไฟให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้รัฐบาลได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 29 จังหวัด ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ จัดทำโครงการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งบประมาณเบื้องต้น 30 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนแล้ว จำนวน &amp;nbsp;50&amp;nbsp; เครือข่ายเขต/เมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;416 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; ผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp; 83,574ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบสนับสนุนรวม &amp;nbsp;18,650,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการระดับเครือข่ายเมือง/เขต &amp;nbsp;5 ล้านบาทโครงการระดับชุมชน 11.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;ถุงยังชีพแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และล่าสุดจากการประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่าสิ่งที่ชุมชนต้องการเร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้&amp;nbsp; คือ 1.จัดตั้งครัวกลางหรือศูนย์อาหารชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้บริการทั้งแบบทำอาหารรายวัน &amp;nbsp;แจกจ่ายของแห้งกลับบ้าน &amp;nbsp;หรือตั้งคลังอาหารให้สมาชิกในชุมชนมาเบิกอาหารไปปรุงเอง&amp;nbsp; 2. จัดหายาสมุนไพรรักษาโควิดให้ชุมชนให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด (ประมาณเบื้องต้นชุดละ 500 บาท/คน &amp;nbsp;สำหรับยา&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ตำรับ&amp;nbsp; กินยา&amp;nbsp; 5วัน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายชุมชนในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ส่งสมุนไพรเพื่อใช้อบตัวหรือต้มสูดดมเพื่อช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จัดหายาสมุนไพรสำหรับรักษาเด็กที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; (หมอสมุนไพรแนะนำยาเขียวหอม แคปซูลละ 4 บาท) 4.ประสานงานกับสำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และ สปสช. &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำ Home isolation และ Community isolation&amp;nbsp; 5.รณรงค์ให้มีการบริจาคยาและเงินช่วยเหลือการจัดการโควิดของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.จัดหาชุด ppe &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทพอช. 1.การประสานหน่วยงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อระดมเงินและข้าวของช่วยเหลือครัวต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ประสานเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ชนบทเพื่อซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp; ผัก สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำส่งครัวชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สช. ใช้ &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; ปลุกเครือข่ายสมัชชาสุขภาพรับมือโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากข้อเสนอจากผู้นำชุมชนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าประเทศอยู่ระหว่างวิกฤต &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ได้ทะลุ 2 หมื่นคน &amp;nbsp;เสียชีวิตมากกว่าวันละ 200 ราย&amp;nbsp; และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกำลังเดินหน้าสู่ 1 ล้านคนในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าสถิติจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า หากพิจารณาสถานการณ์การระบาด&amp;nbsp; จะพบว่าเชื้อโควิด-19 ได้ขยายออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;กระจายตัวจนใกล้เป็น &amp;ldquo;วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่&amp;rdquo; ทั่วประเทศไปแล้ว &amp;nbsp;และจากตัวเลขประชาชนที่ทยอยเดินทางออกจาก กทม. กลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามนโยบายส่งกลับผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเตียงของโรงพยาบาลใน กทม. เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์การติดเชื้อของแต่ละจังหวัดจะไม่ต่างจาก กทม. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำว่า เป้าหมายและกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ระลอก 4 จะอยู่ที่ตำบลและชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการดูแลรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation&amp;nbsp;และศูนย์พักรักษาที่ชุมชน หรือ Community Isolation &amp;nbsp;ที่จัดการโดยประชาชนในพื้นที่ จะเป็นระบบบริการหลัก &amp;nbsp;และมีจังหวัด &amp;nbsp;อำเภอเป็นฐานอำนวยการ &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;และรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก &amp;nbsp;รวมทั้งมีพระและวัดเป็นที่พึ่งด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom ของ สช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;มีตัวอย่างพลังภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และจิตอาสาของจังหวัดนครปฐม ได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายก อบจ. เกิดมาตรการของชาวนครปฐม &amp;nbsp;จนเป็นต้นแบบการจัดระบบการจัดการโควิด-19 ระดับจังหวัด &amp;nbsp;เกิดเป็น &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp;ที่มีรูปธรรมการจัดการ&amp;nbsp;กิจกรรม และนวัตกรรมทางสังคมระดับพื้นที่ที่หลากหลาย โดยล่าสุด 4จังหวัดภาคอีสาน คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ &amp;nbsp;บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือ นครชัยบุรินทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;และ 5 จังหวัดของ กขป. เขต 10 คือ อุบลราชธานี &amp;nbsp;ศรีสะเกษ &amp;nbsp;ยโสธร &amp;nbsp;มุกดาหาร &amp;nbsp;และอำนาจเจริญ ได้นำโมเดลดังกล่าวไปต่อยอดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และแกนนำสมัชชาสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากถอดบทเรียนเรื่องมาตรการของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ จาก &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ประจำจังหวัด &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่ง จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีตัวอย่างจาก &amp;lsquo;กองทุนลมหายใจ&amp;rsquo; ของ จ.นครปฐม &amp;nbsp;3. การบริหารสิ่งสนับสนุนทั้งทางการแพทย์และทางสังคมเข้าไปสู่ HI และ CI ในชุมชนพื้นที่ &amp;nbsp;และ 4.การสร้างและพัฒนาทักษะการจัดการ HI และ CI ของแกนนำ และอาสาสมัครในชุมชน ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ใช้วัดเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;นอกจากมาตรการของภาคประชาชนแล้ว &amp;nbsp;บทบาทของพระสงฆ์และวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่มีความสำคัญมากในการเป็น &amp;lsquo;ผู้นำชุมชน และสถานที่พักพิง&amp;rsquo; รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ &amp;nbsp;ดังที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้แสดงพระธรรมเทศนา ไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีเนื้อตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ทุกภาคส่วนล้วนนำเอาความดีและความเชี่ยวชาญมารวมเป็นพลังสำคัญช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;คณะสงฆ์ได้จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราชฯ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยสีเขียว &amp;nbsp;คณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล &amp;nbsp;ร่วมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเพื่อรองรับและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.สรุปในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; มีหลายพื้นที่ที่วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เช่น &amp;nbsp;1.การดูแลด้านสุขภาพกันเองของพระสงฆ์ และการร่วมดูแลชุมชน&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้ง CI ซึ่งเป็นได้ทั้ง CI ของพระด้วยกันเอง &amp;nbsp;หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นฐานเพื่อจัดตั้ง CI ของชุมชน&amp;nbsp; 3. การระดมปัจจัยและสิ่งสนับสนุนในพื้นที่&amp;nbsp; 4. การช่วยเหลือญาติโยมในช่วงท้ายของชีวิต และการ &amp;ldquo;ปลุก-ปลอบ&amp;rdquo; เยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจิตวิญญาณ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทจากทั้งหมดประมาณ 400 คนที่มาบุกกรุงครั้งที่ 3 (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว, Home Isolation, Rapid  Antigen Test  Kit, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จัดตั้งครัวกลาง, ชมรมแพทย์ชนบท, ดับไฟที่ต้นทาง, ตรวจโควิดชุมชน, ทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด, นครปฐมโมเดล, นครสวรรค์, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ, นายปฏิภาณ  จุมผา, บุคลากรรองรับไม่พอ, พอช., พิจิตร, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฟ้าทะลายโจร, ลดภาวะเตียงล้น, วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมุนไพรสู้โควิด, สสจ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ไม่เสร็จ  ไม่เลิก  ไม่หมด  ไม่กลับ  กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611252397a508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรเจอศึกหนัก7วัน มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่  88ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 ก.ค. 2564 ความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ข้อมูลล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 15 ราย สถานการณ์ย้อนหลัง 7 วัน ตั้งแต่ 1-7 &amp;nbsp;ก.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อโควิดรวม 88 ราย เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพิจิตรและโรงพยาบาลอำเภอต่างๆทั้ง 12 อำเภอ รวม 111 ราย แต่ก็มีจำนวน 46 ราย ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ล่าสุด นายวิศิษฐ์ &amp;nbsp; เบญจพิทักษ์กุล &amp;nbsp;นายอำเภอทับคล้อ ได้ขอรถตราจชีวนิรภัยเคลื่อนที่ของ อบจ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้จัดซื้อรถดังกล่าว จำนวน 2 คันเพื่อมีไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ประโยชน์ในการค้นหาเชื้อเชิงรุก ซึ่งพบว่าขณะนี้ในเขตตำบลเขาทรายพบคลัสเตอร์ของผู้ป่วยที่เป็นครูในศูนย์เด็กเล็กที่ตำบลเขาทรายและผู้ที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง เช่น กรุงเทพ และปริมณฑล โดยในวันนี้สาธารณสุขอำเภอทับคล้อได้นำพาชาวบ้านกว่า 200 คน มาทำการสอบประวัติเหตุจากสัมผัสผู้ป่วยแล้วให้ทำการ Swab หาเชื้อโควิด นอกจากนี้ รพ.สต.เขาทราย ออกประกาศฉบับที่ 3 แจ้งให้ชาวบ้านที่เป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยในสถานที่ต่างๆมากถึง 20 แห่ง มีทั้งที่ธนาคาร &amp;nbsp;ร้านอาหาร แม่ค้าในตลาดสดที่มีไทม์ไลน์ของผู้ป่วยเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้สถานประกอบการทั้ง 20 แห่ง ในตลาดเขาทรายต้องประกาศหยุดกิจการกันเกือบทั้งเมืองเหตุเพราะการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์นี้ดังกล่าว ล่าสุดมีประกาศจากทีมควบคุมโรคอำเภอทับคล้อ ประกาศให้พื้นที่ตำบลเขาทรายปิดตลาดเช้า-เย็น ตั้งแต่วันที่ 9-15 ก.ค. 64 ร้านอาหารห้ามนั่งรับประทานในร้าน ซื้อกลับบ้านได้เท่านั้น , งดจัดงานจัดกิจกรรม , ชาวบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา , ประชาชนที่กลับมาจาก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงให้มารายงานตัวที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ นพ.สุรชัย &amp;nbsp;แก้วหิรัญ &amp;nbsp;ผอ.รพ.พิจิตร กล่าวว่า โรงพยาบาลพิจิตร-โรงพยาบาลสนาม-โรงพยาบาลชุมชน ใน 12 อำเภอ ของจังหวัดพิจิตรตอนนี้ต้องรับศึกหนักแต่ยืนยันว่ายังสามารถรับมือกับผู้ป่วยโควิดและผู้ป่วยโรคอื่นๆได้ตามปกติและได้รับนโยบายจาก นายรังสรรค์ &amp;nbsp;ตันเจริญ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯพิจิตร และ นพ.กมล กัญญาประสิทธิ์ นพ.สสจ.พิจิตร &amp;nbsp;ให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมด้วยการเพิ่มขยายเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงขอฝากให้ทุกคนป้องกันตนเอง ส่วนผู้ที่ป่วยหรือผู้ติดเชื้อก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมไม่ทำให้ตนเองเป็นพาหะหรือเป็นผู้แพร่เชื้อโรคดังกล่าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับการติดเชื้อไวรัสโควิดของจังหวัดพิจิตร พบว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 พบ 8 ราย , 2 ก.ค. 64 พบ 4 ราย , 3 ก.ค. 64 พบ 9 ราย , 4 ก.ค. 64 พบ 10 ราย , 5ก.ค. 64 พบ 11 ราย , 6 ก.ค. 64 พบ 31 ราย , 7 ก.ค. 64 พบ 15 ราย &amp;nbsp;และผู้ที่สัมผัสกลุ่มเสี่ยงล่าสุดที่ต้องรอลุ้นผลตรวจอีก 426 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108952</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิจิตร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e56df109f65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรเจอศึกหนัก7วัน มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่  88ราย  แพทย์ยืนยันยังรับมือไหว         </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ค. 2564 ความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ข้อมูลล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 15 ราย สถานการณ์ย้อนหลัง 7 วัน ตั้งแต่ 1-7 &amp;nbsp;ก.ค. 64 พบผู้ติดเชื้อโควิดรวม 88 ราย เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพิจิตรและโรงพยาบาลอำเภอต่างๆทั้ง 12 อำเภอ รวม 111 ราย แต่ก็มีจำนวน 46 ราย ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ล่าสุด นายวิศิษฐ์ &amp;nbsp; เบญจพิทักษ์กุล &amp;nbsp;นายอำเภอทับคล้อ ได้ขอรถตราจชีวนิรภัยเคลื่อนที่ของ อบจ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้จัดซื้อรถดังกล่าว จำนวน 2 คันเพื่อมีไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ประโยชน์ในการค้นหาเชื้อเชิงรุก ซึ่งพบว่าขณะนี้ในเขตตำบลเขาทรายพบคลัสเตอร์ของผู้ป่วยที่เป็นครูในศูนย์เด็กเล็กที่ตำบลเขาทรายและผู้ที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง เช่น กรุงเทพ และปริมณฑล โดยในวันนี้สาธารณสุขอำเภอทับคล้อได้นำพาชาวบ้านกว่า 200 คน มาทำการสอบประวัติเหตุจากสัมผัสผู้ป่วยแล้วให้ทำการ Swab หาเชื้อโควิด นอกจากนี้ รพ.สต.เขาทราย ออกประกาศฉบับที่ 3 แจ้งให้ชาวบ้านที่เป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยในสถานที่ต่างๆมากถึง 20 แห่ง มีทั้งที่ธนาคาร &amp;nbsp;ร้านอาหาร แม่ค้าในตลาดสดที่มีไทม์ไลน์ของผู้ป่วยเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้สถานประกอบการทั้ง 20 แห่ง ในตลาดเขาทรายต้องประกาศหยุดกิจการกันเกือบทั้งเมืองเหตุเพราะการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์นี้ดังกล่าว ล่าสุดมีประกาศจากทีมควบคุมโรคอำเภอทับคล้อ ประกาศให้พื้นที่ตำบลเขาทรายปิดตลาดเช้า-เย็น ตั้งแต่วันที่ 9-15 ก.ค. 64 ร้านอาหารห้ามนั่งรับประทานในร้าน ซื้อกลับบ้านได้เท่านั้น , งดจัดงานจัดกิจกรรม , ชาวบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา , ประชาชนที่กลับมาจาก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงให้มารายงานตัวที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ นพ.สุรชัย &amp;nbsp;แก้วหิรัญ &amp;nbsp;ผอ.รพ.พิจิตร กล่าวว่า โรงพยาบาลพิจิตร-โรงพยาบาลสนาม-โรงพยาบาลชุมชน ใน 12 อำเภอ ของจังหวัดพิจิตรตอนนี้ต้องรับศึกหนักแต่ยืนยันว่ายังสามารถรับมือกับผู้ป่วยโควิดและผู้ป่วยโรคอื่นๆได้ตามปกติและได้รับนโยบายจาก นายรังสรรค์ &amp;nbsp;ตันเจริญ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯพิจิตร และ นพ.กมล กัญญาประสิทธิ์ นพ.สสจ.พิจิตร &amp;nbsp;ให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมด้วยการเพิ่มขยายเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงขอฝากให้ทุกคนป้องกันตนเอง ส่วนผู้ที่ป่วยหรือผู้ติดเชื้อก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมไม่ทำให้ตนเองเป็นพาหะหรือเป็นผู้แพร่เชื้อโรคดังกล่าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับการติดเชื้อไวรัสโควิดของจังหวัดพิจิตร พบว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 พบ 8 ราย , 2 ก.ค. 64 พบ 4 ราย , 3 ก.ค. 64 พบ 9 ราย , 4 ก.ค. 64 พบ 10 ราย , 5ก.ค. 64 พบ 11 ราย , 6 ก.ค. 64 พบ 31 ราย , 7 ก.ค. 64 พบ 15 ราย &amp;nbsp;และผู้ที่สัมผัสกลุ่มเสี่ยงล่าสุดที่ต้องรอลุ้นผลตรวจอีก 426 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108951</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิจิตร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e56df109f65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
