<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แยกกันด้วยความรัก! &#039;วัฒนา&#039;เชียร์&#039;จาตุรนต์&#039;ตั้งพรรคใหม่ อยู่พท.ก็สอบตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดไม่ให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง เพราะหากได้ ส.ส. เขตก็จะไม่ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้การเลือกตั้งล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้ ส.ส. เขต 136 คน แต่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อสอบตกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่มีข่าวนักการเมืองที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยจะรวมกลุ่มกันเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่เกินความคาดหมาย เพราะหากยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทยก็จะพากันสอบตกหมดเหมือนคุณหญิงสุดารัตน์ที่เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 แต่สอบตก การแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่จึงไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกันเหมือนที่สื่อบางฉบับพยายามจะเสี้ยมพวกเราให้ทะเลาะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกยินดีเมื่อได้อ่านโพสต์ของพี่อ๋อย (คุณจาตุรนต์ ฉายแสง) ที่ยอมรับว่าจะมีการรวมกลุ่มการเมืองที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยตั้งพรรคการเมืองเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เพราะจะเป็นประโยชน์ทำให้บุคลากรที่มีแนวทางประชาธิปไตยได้มีโอกาสเข้าไปในสภาเพื่อทำงานให้กับประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมขอแสดงความชัดเจนว่าจะไม่ไปไหน ถึงแม้การอยู่พรรคเพื่อไทยจะต้องสอบตกก็พร้อมเพราะผูกพันกับที่นี่และต่อสู้ในนามของพรรคนี้มาจนติดปาก ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยากจะเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อผมเชียร์ให้รีบไปเพราะอยู่ที่เพื่อไทยไม่มีทางได้เป็นผู้แทน รีบไปช่วยกันตอกเสาเข็มสร้างบ้านใหม่จะดีกว่าไปตอนที่เพื่อนสร้างบ้านเสร็จ ไปได้โดยไม่ต้องเขินเพราะเราแยกกันด้วยความรัก โชคดีครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66838</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, ตั้งพรรคใหม่, พท., พิชัย, วัฒนา เมืองสุข, อ๋อย, เสี่ยไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb0ea68d435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิชัย’โหนสื่อนอกขย่ม’บิ๊กตู่’ เตือนตั้งรมต.ยี้ทุบศก.ทรุดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย. 62 -&amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่สื่อใหญ่ต่างประเทศหลายสำนักได้ให้ความเห็นในทางลบอย่างมาก เช่น นิกเคอิ รีวิว ของญี่ปุ่น วิจารณ์ว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งทำประเทศไทยถอยหลังกลับไป 30 ปี ดิ อิโคโนมิสต์ ของอังกฤษ วิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ บิดเบือนกฏหมายเพื่อสืบทอดอำนาจ วอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐถึงกับแนะให้รัฐบาลสหรัฐอย่าได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลไทย โดยระบุชัดเจนว่าเป็น ประชาธิปไตยจอมปลอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า การที่สื่อใหญ่ระดับโลกให้ความเห็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศอย่างแน่นอน ตรงข้ามกับที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พยายามแก้ต่างเพื่อปลอบใจรัฐบาล&amp;nbsp; โดยจะทำให้ ถึงแม้มีการเลือกตั้งแล้ว แต่เนื่องจากมีความผิดปกติในการเลือกตั้งจำนวนมาก อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจะทำได้ยากมาก หรือ แทบทำไม่ได้เลย เพราะจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้ เศรษฐกิจไทยก็จะยังคงย่ำแย่ลงต่อไป ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น โดยรัฐบาลจะพยายามโทษไปที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งไม่น่าจะใช่เหตุผลทั้งหมดเพราะประเทศเวียดนามกลับได้ประโยชน์ ในขณะที่ประเทศไทยกลับแย่ลงเรื่อยๆ อีกทั้งช่วงเศรษฐกิจโลกดี เศรษฐกิจไทยก็แย่มาตลอด 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การคัดเลือกบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในขั้นตอนต่อไปก็อยากให้เลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง และมีประวัติการทำงานที่โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ ต้องไม่ยี้ เพราะหากเลือกคนที่มีประวัติยี้ หรือ มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะยิ่งทำให้ความมั่นใจลดต่ำลงไปอีก และประชาชนจะยิ่งไม่ยอมรับ หลายชื่อที่ปรากฏในหน้าสื่อได้เริ่มสร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก&amp;nbsp; เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจเต็มยังไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ดีได้ ประชาชนลำบากกันอย่างมาก มาตอนนี้หลังการเลือกตั้งแล้ว ต้องมาแบ่งอำนาจให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจมีรัฐมนตรีที่มีประวัติย้อนหลังที่ยี้ แล้วจะไปทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้คัดบุคคลให้เหมาะสมและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากลงไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38338</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประยุทธ์, พิชัย, รมต.ยี้, ศก.ทรุด, สื่อนอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9778c18909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ขย่มรัฐบาลหมดสภาพ ยกปม4รมต.ถือหุ้นยันเรื่องฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติว่า 4 รัฐมนตรีถือหุ้นบริษัทที่เป็นสัมปทานของรัฐขัดรัฐธรรมนูญ และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ซึ่งในอดีตมีบรรทัดฐานอยู่แล้วที่รัฐมนตรี และ ส.ส. ต้องลาออก เพราะถือหุ้นบริษัทที่เป็นสัมปทานของรัฐ แต่กลับไม่ยอมลาออก รวมทั้งรัฐมนตรีบางคนที่ถือหุ้นสัมปทานรัฐนี้น่าจะต้องลาออกตั้งแต่สมัครเข้าพรรคการเมืองแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปฏิบัติเช่นนี้สร้างบรรทัดฐานที่เสื่อมให้กับประเทศ หากเป็นเช่นนี้แล้ว ประเทศไทยจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ในรูปแบบใด หากรัฐมนตรีผู้ที่ขายไอเดีย ไทยแลนด์ 4.0 ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ โดย ทษช. เห็นว่าการพัฒนาเป็นไทยแลนด์ 4.0 นอกจากจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีเหมือนที่พรรค ทษช. เน้นและเห็นความสำคัญแล้ว ประเทศไทยจะต้องมีมาตรฐานสากลในการบังคับใช้กฏหมายด้วย มิเช่นนั้นความน่าเชื่อถือของประเทศจะไม่มีเหลือ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีรวมถึงการบังคับใช้กฏหมายให้เป็นสากลควบคู่กันไปด้วย&amp;quot; นายพิชัย ระบุ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องมีหลักคิดให้ดี เพราะหลายเรื่องมีความสับสนมาก เช่น การที่อียูปลดใบเหลืองไอยูยูการประมงของไทยกลับทำให้ชาวประมงเดือดร้อนกันอย่างมากจนหมดอาชีพกันเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่รัฐบาลควรจะต้องต่อรองโดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องชาวประมงเป็นหลัก ไม่ใช่เอาเฉพาะที่รัฐบาลได้หน้าอย่างเดียว นอกจากนี้ต้องมีมาตรการแก้ไขฝุ่นละอองอย่างจริงจังและเข้มงวด ทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้สุขภาพประชาชนต้องย่ำแย่ลงไปกว่านี้ &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้เลย แม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่น เรื่องฝุ่น จนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่นเรื่องเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก แม้กระทั่งวันเลือกตั้งก็ยังกำหนดกันไม่ได้ เหมือนกับว่ารัฐบาลชุดนี้หมดสภาพที่จะบริหารประเทศนี้ต่อไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26694</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต.ถือหุ้น, คสช., ทษช., ฝุ่น, พิชัย, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97deadb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำพท.พรึ่บเข้าคอก&#039;ทษช.&#039; อดีตบก.บางกอกโพสต์โผล่แจม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถ.แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับสมัครสมาชิกของพรรค ทษช. โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย บิดา ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค เดินทางมาสมัครตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตามมาด้วยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน พร้อมด้วยนายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชาย ซึ่งสมัครเป็นสมาชิกพรรคไปก่อนหน้านี้ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างนายนิติ เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจและ ผอ.ศูนย์กฎหมาย ม.ศรีปทุม น.ส.อรพินท์ เพชรทัต อดีตประธาน ส.ข.ดินแดง นายอุเมสนัส ปานเดย์ อดีตบรรณาธิการ นสพ.บางกอกโพสต์ มาร่วมสมัครเป็นสมาชิกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย ทั้งนี้ มีกรรมการบริหารพรรคมาให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี และขอต้อนรับทุกท่านที่มีอุดมการณ์ มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และจะมาร่วมงานกับพรรค ทษช. เชื่อว่าด้วยนโยบายของพรรค และประสบการณ์ของทุกท่านจะทำให้พรรคเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเลือกตั้งที่จะนำพาประเทศไปสู่ทางออก ส่วนที่จะมีแกนนำพรรคพท.ย้ายมาร่วมเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับนักการเมืองที่มีประสบการณ์ หลายคนให้ความสนใจ แต่อยู่ระกว่างการตัดสินใจ แต่จะค่อยๆ เปิดเผยผู้มาร่วมงานเพิ่มเติม ทั้งนี้ การที่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยย้ายมาพรรคทษช. จะไม่มีปัญหาทำให้เกิดความสั่นคลอนระหว่างกัน เพราะการเกิดขึ้นของพรรค ทษช. ยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง เรามีอุดมการณ์ที่ต้องการรักษาประชาธิปไตย เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ เพื่อมาวางแนวทางการทำงานให้กับพรรค ทษช. นั้น ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ไม่ทราบ อย่างไรก็ตามคนที่มาร่วม ทษช. ส่วนใหญ่จะเคยอยู่พรรคเพื่อไทย และเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณทางการเมือง ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การมาตั้งพรรค ทษช. จิตวิญญาณนั้นก็ไม่ได้หายไปจากเรา และนายทักษิณทำคุณประโยชน์ให้ประเทศมานานับประการ และยังอยู่ในหัวใจประชาชน วันนี้ท่านไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว หากมีสมาชิกเดินทางไปพบก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี ร.ต.อ.สงกรานต์ เตชะณรงค​์ จะเข้ามาร่วมงานกับพรรค ทษช. ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายสงกรานต์ ได้พูดคุยเพื่อชวนมาร่วมงาน เพราะคุยภาษาเดียวกัน ซึ่งนายสงกรานต์มีความสนใจทางการเมือง และหากมาทำงานการเมืองจะนำความรู้ ความสามารถมาทำประโยชน์ได้ แต่วันนี้นายสงกรานต์ยังไม่ได้ยืนยันเข้าร่วมพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากเดิมที่พรรคจะเปิดที่ทำการพรรค ทษช. ในวันที่ 19 พ.ย.นั้น ทางพรรคต้องขอเลื่อนกิจกรรมดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากกำหนดการการเปิดสาขาพรรคที่เขียงรายมีการเลื่อนจากวันที่ 20 พ.ย. มาเป็นวันที่ 19 พ.ย. แกนนำพรรคจึงต้องไปร่วมงาน และตั้งสาขาพรรค รวมถึงหาสมาชิกที่จังหวัดเชียงรายก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., พท., พิชัย, ร.ท.ปรีชาพล, สมัครสมาชิก, เสริมศักดิ์, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5beba70099289.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;โวยคสช.เรียกรอบที่11 หลังกลับจากเบิร์ธเดย์แม้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับหมายเรียกจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ให้ไปรายงานตัวที่ กก. 3 บก. ปอท. ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10:00 น. โดยผู้กล่าวหาคือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งกล่าวหาว่า นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าโดนกล่าวหาในเรื่องใด เพราะทุกเรื่องที่ได้เสนอต่อสาธารณะ เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้มาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณตรวจสอบได้ว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่ และไม่เข้าใจว่า ขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว เหตุใดจึงยังใช้วิธีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยอาศัยพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล จะมีนโยบายที่จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นี้ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน อีกทั้งปรับปรุงแก้ไขให้เป็นสากลในทุกด้าน ซึ่งน่าจะช่วยแก้ปัญหาการลงทุนภาคเอกชนที่หายไปด้วย ทั้งนี้ได้มอบให้ทนายความ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ประสานงานกับ บก. ปอท. ในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัยถูกเรียกครั้งนี้เป็นรอบที่11 โดย 8 ครั้งแรกเป็นการเรียกไปปรับทัศนคติ 8 ครั้ง&amp;nbsp; และหมายเรียกจากตำรวจ 3 ครั้ง เป็นที่น่าสังเกตว่านายพิชัย มีชื่อและปรากฏภาพไปร่วมงานฉลองวันเกิดกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากกลับมาจากกรุงลอนดอน นายพิชัยได้นำเสนอแนวคิดของนโยบายเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่หวังว่าจะโดนใจประชาชนและจะสร้างความนิยมให้กับพรรคเพื่อไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14490</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ทักษิณ, บก.ปอท., ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, พิชัย, หมายเรียก, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;โต้แทน&#039;ทักษิณ&#039;แก้หนี้TPIรัฐได้ประโยชน์  เทียบคดี&#039;ปรส.&#039;เสียหายหนักแต่ไม่มีใครถูกดำเนินคดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่ ปปช. มีมติดำเนินคดีกับ นายทักษิณ ชินวัตร ในคดีการให้กระทรวงการคลังแก้ปัญหาหนี้บริษัททีพีไอนั้น อยากให้พิจารณาให้รอบคอบ หากจำกันได้ประเทศไทยในช่วงนั้นอยู่ในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจมีหนี้เสียจำนวนมาก และหนี้ของบริษัททีพีไอ ก็เป็นหนี้ที่กู้เป็นเงินสกุลดอลล่าร์สูงกว่า 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ &amp;nbsp;หรือ 133,643.82 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทยในขณะนั้น ดังนั้นนายกรัฐมนตรีขณะนั้นจึงมี ภาระหนักที่จะต้องแก้ไขหนี้เสียจำนวนมหาศาลของประเทศทั้งระบบหลังเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าการที่นายกรัฐมนตรีขณะนั้นได้ให้กระทรวงการคลังเข้าแก้ไขปัญหาหนี้บริษัท ทีพีไอ น่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว เพราะขณะนั้นหนี้เสียในระบบธนาคารของไทยอยู่ในระดับที่สูงมาก การแก้ไขหนี้ทีพีไอโดยในที่สุดได้ให้ บมจ. ปตท. เข้าซื้อหุ้น บริษัท ทีพีไอ และเข้าดำเนินกิจการ ทำให้หนึ้เสียในระบบธนาคารลดลงอย่างมากและเศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง ปปช. สามารถสอบถามจากเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัท ทีพีไอ ในขณะนั้น คือ ธนาคารกรุงเทพ และ นายชาตรี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ ในขณะนั้นได้ว่า การช่วยแก้ไขหนี้เสียของบริษัท ทีพีไอ ได้ช่วยให้ระบบธนาคาร และธนาคาร กรุงเทพ ผ่านพ้นวิกฤตมาได้ และ ต่อมา บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. ไออาร์พีซี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ. ปตท. ในปัจจุบัน และมีผลประกอบการที่ดีมาก ทำให้ประเทศได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะ บมจ. ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทย &amp;nbsp;ซึ่ง ปปช. สามารถ สอบถาม ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช. คมนาคม ที่เคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของ บมจ. ไออาร์พีซี ก่อนที่จะมาเป็น ผู้บริหารสูงสุดของ บมจ. ปตท ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายทักษิณ ชินวัตรเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ เพราะไม่ได้ถือหุ้น บมจ. ปตท. เลย มีแต่ประเทศได้ประโยชน์จากการตัดสินใจแก้ไขปัญหาของผู้นำประเทศในขณะนั้น และ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้อาจเป็นสาเหตุให้คณะกรรมการร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับ ปปช. เองยังหาข้อยุติในการฟ้องเรื่องนี้ไม่ได้ ปปช. จึงต้องดำเนินการฟ้องเอง &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งได้ &amp;nbsp;เพราะปัจจุบันรัฐไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด แต่รัฐกลับได้ประโยชน์และกำไรอย่างมหาศาลจากมูลค่าหุ้นของ บมจ. ไออาร์พีซีนี้ และหากเปรียบเทียบกับการขายสินทรัพย์ ปรส. ของ รัฐบาลประชาธิปัตย์จะเห็นว่าประเทศเสียหายมากกว่ามาก และมีเงื่อนงำการเอื้อประโยชน์ให้กับกองทุนต่างประเทศที่ระดมทุนในไทยเข้ามาซื้อหนี้เสียของประเทศในราคาถูกและนำไปขายในราคาแพงได้กำไรมหาศาลขนกลับประเทศโดยไม่ต้องเสียภาษี แต่กลับไม่มีการดำเนินคดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวด้วยว่าอยากให้ข้อมูลที่เป็นจริงและไม่ได้เป็นการแก้ต่างให้ เพราะพิสูจน์ ได้จากเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ได้ฟื้นจริง และมูลค่าของบมจ. ไออาร์พีซีในปัจจุบัน โดยไม่อยากให้ผู้นำประเทศที่ตัดสินใจช่วยประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่กลับต้องมาถูกดำเนินคดีแต่ผู้นำประเทศที่ทำประเทศเสื่อมถอยกลับไม่ได้รับผลจากการกระทำเลย จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ถูกต้องในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลได้ดูผลการเลือกตั้งของประเทศมาเลเซียที่ฝ่ายค้านนำโดยอดีตนายกฯ มหาเธย์ วัย 92 ปี ชนะการเลือกตั้งอย่างพลิกล็อก ซึ่งเป็นบทเรียนให้เห็นว่าเมื่อไรที่รัฐบาลกระทำสวนความรู้สึกของประชาชนมากๆ ประชาชนจะลงโทษรัฐบาลในการเลือกตั้งได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8886</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ทีพีไอ, ปปช., พิชัย, ฟ้องทักษิณ, แก้หนี้บริษัท TPI</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa66e4b69986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เดือดลากไส้งบยุคแม้ว-ปู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปชป.สาดน้ำร้อนใส่เพื่อไทย &amp;quot;จุฤทธิ์&amp;quot; ยันต่อสู้งบประมาณเพื่อคนใต้ตลอด แต่ถูกเสียงข้างมากลากไป แฉแม้แต่ถนนเพชรเกษมที่ลงภาคใต้จากชุมพร-เข้าภูเก็ต 4 เลน เริ่มสมัยนายชวน ถูกยกเลิกสมัยทักษิณ ดำเนินการใหม่สมัยอภิสิทธิ์ มาถูกยิ่งลักษณ์ยกเลิกอีกครั้ง &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ซัด &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ปากเสีย &amp;quot;ทีมงานกรณ์&amp;quot; ย้อนเจ็บ หากเอาเงินโกงจำนำข้าวทั้งหมดมาพัฒนาถนน อาจมีถนน 6 เลน 8 เลนครบทั่วประเทศ &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; โอดทุกพรรคหนักใจปมยืนยัน-จ่ายค่าสมาชิก จี้ คสช.เร่งแก้ไข หวั่นเป็นเดดล็อก &amp;quot;มีชัย&amp;quot; มั่นใจเลือกตั้งตามโรดแมป เว้นแต่ลูกอุกกาบาตตกใส่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังคงตอบโต้กันอย่างดุเดือด ภายหลังนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. กล่าวขอบคุณรัฐบาล คสช.ที่ซ่อมถนนภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากรัฐบาลชุดนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลั่นแกล้ง ไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ซ่อมแซม โดยนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวตอบโต้นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรค พท. ที่วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของนายชวน หลีกภัย ว่าตนไม่อยากเสียเวลากับวาทกรรมของนายวัฒนาที่ออกปากว่า &amp;quot;ท่านชวน หลีกภัย กล่าวให้ร้ายคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ว่า แกล้งไม่จัดงบซ่อมถนนลงภาคใต้ให้&amp;quot; เพราะเรื่องดังกล่าวที่นายชวนพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การกล่าวให้ร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุที่นายวัฒนาดิ้นพล่านเหมือนถูกน้ำร้อน เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่คนทั้งประเทศรู้ดี จากการที่ทักษิณเคยประกาศไว้ว่า จังหวัดไหนไม่เลือกพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแลภาคใต้ ซึ่งไม่เลือกพรรคไทยรักไทยจึงถูกตัดงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมถนนมาโดยตลอด แม้กระทั่งถนนเพชรเกษม ที่ลงภาคใต้จากชุมพร ผ่านระนอง มาพังงา เข้าภูเก็ต ซึ่งนับว่าเป็นถนนสายหลักของประเทศ ยังถูกระบอบทักษิณเลือกปฏิบัติ ไม่ได้ขยายเป็นถนน 4 ช่องจราจร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุฤทธิ์ระบุว่า ถนนเส้นดังกล่าวเริ่มในสมัยนายชวนเป็นนายกฯ ต่อมาถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ และมีการขอให้ดำเนินการใหม่ในสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แล้วมาถูก น.ส.ยิ่งลักษณ์ยกเลิกอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพิ่งจะมีการเริ่มขยายช่องจราจรอีกครั้ง นายชวนจึงได้ขอบคุณ คสช. เมื่อเป็นเช่นนี้ นายวัฒนาจะตอบคนใต้ว่าอย่างไร ฝากไปบอกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลังด้วยว่า พรรค ปชป.ต่อสู้ เรียกร้องเรื่องงบพัฒนาภาคใต้มาตลอด แต่ไม่ได้รับการสนองตอบ เพราะพวกท่านเป็นเสียงข้างมากลากไป ตั้งกระทู้ถามหารือ และอภิปรายในสภา แต่งบประมาณก็ไม่ลงภาคใต้อยู่ดี ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายทักษิณเลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่นายวัฒนากล่าวว่า การพูดถึงบุคคลที่สามที่ไม่มีโอกาสตอบโต้เป็นสิ่งไม่พึงกระทำ นายจุฤทธิ์ตอบโต้ว่า นายวัฒนาคงกินยาลืมเขย่าขวด เพราะทั้งสองคนไม่ใช่บุคคลที่สาม แต่เป็นนักโทษหนีคดีที่นายวัฒนาไม่ควรออกมาปกป้อง ทั้งสองทำร้ายประเทศชาติมามาก อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และไม่มีใครห้ามไม่ให้ทั้งสองคนชี้แจง เพราะทั้งคู่ก็ไม่ได้เป็นใบ้ แต่ถ้าทั้งคู่จะตอบคนใต้ไม่ได้ เพราะเป็นความจริง ก็อีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้พรรคเพื่อไทย ระบุว่า เรื่องใช้ภาษีอากรที่เก็บจากคนทั้งชาติมาต่อรองประชาชนให้เลือกพรรคตัวเองเหมือนเป็นเงินส่วนตัวของตัวเอง พรรคเพื่อไทยทำมาตลอด เริ่มตั้งแต่ 1.นายทักษิณพูดที่หอประชุมโรงเรียนบรรพตพิทยาคม จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2548 ความว่า &amp;quot;จังหวัดนี้ต้องได้รับสิทธิในการได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผมตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจเรา เราต้องดูแลเป็นพิเศษ&amp;quot; 2.นายปลอดประสพ สุรัสวดี ปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2556 กรณีการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติจังหวัดภูเก็ตว่า &amp;quot;วันหน้าจะสร้างแน่นอน เมื่อเขาเห็นความดีของพวกเรา แล้วเลือกคนของเรา วันนั้นผมจะไปทำให้ วันนี้ไม่มีอารมณ์..&amp;quot;
&amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot;ซัด&amp;quot;พิชัย&amp;quot;ปากเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดมีหลักฐาน ท่านที่ไม่เชื่อไปเปิดดูใน google เพราะผมเป็นคนอภิปรายนายกฯ ทักษิณ เรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นที่ใครถามว่าหากเป็นความจริงทำไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่พูดเรื่องนี้ ขอบอกว่าผมพูดเรื่องนี้มาแล้ว แต่คนที่ถามความจำสั้นเอง การที่ท่านชวนพูดว่ามีการกีดกันการสร้างถนนในภาคใต้สมัยรัฐบาลเพื่อไทยจึงเป็นเรื่องจริง ความจริงไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว แต่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย ปากเสียเอง นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ความจริงก็คือความจริง หากในอดีตใครสร้างความเลวร้ายให้บ้านเมือง ก็นำมาปรับปรุงแก้ไขเสีย อย่าให้ความชั่วร้ายนั้นกลับมาปกคลุมประเทศนี้อีก ประชาชนชาวไทยจำไว้บ้างก็ดี&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพัสณช เหาตะวานิช ทีมงานนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน หลังกล่าวหารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท แต่ถนนภาคใต้ก็ยังไม่พัฒนาว่า งบประมาณไทยเข้มแข็งเกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศตอนนั้นได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤติการเงินโลกแฮมเบอร์เกอร์ เรื่องแรกที่ต้องเอามาทำคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังที่รัฐบาลของคุณพิชัยเองทำเละเอาไว้ เหลือจากนั้นก็เอาเงินไปใช้จ่ายสำหรับ &amp;ldquo;การลงทุนระดับเล็ก-กลาง&amp;rdquo; ทำให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ทุกจังหวัดที่ไม่ว่าเลือก ปชป.หรือไม่เลือก ไทยเข้มแข็งกระจายไปหมด ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนแบบไม่กระจุกอยู่ที่จังหวัดที่ตัวเองหัวคะแนนเยอะเหมือนโมเดลของระบบทักษิณ ทำให้ไทยรอดพ้นจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก เศรษฐกิจปี 53 พลิกกลับมาโต 7.8% จากปี 51 52 ที่รัฐบาลสมชายทิ้งตัวเลขติดลบเอาไว้ ไทยรอดพ้นจากวิกฤติได้ไวขนาดนี้ เป็นปีเดียวกันกับที่แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีตนายกฯ ของระบอบทักษิณทั้งหลายรวมตัวกัน &amp;lsquo;เผาเมือง&amp;rsquo; อยู่กลางกรุงเทพมหานคร ด้วยซ้ำไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า งบไทยเข้มแข็งถูกจัดสรรให้กระจายลงไปซ่อมสร้างถนนมากมายทั่วประเทศ รวมถึงภาคใต้ แต่ด้วยระยะเวลาเพียงสองปีเศษ เราซ่อมสร้างได้ไม่ครบ แล้วยังมาถูกชะงักอีก เพราะรัฐบาลถัดมา ล้มหลายโครงการ และล้มกฎหมายดีๆ ของรัฐบาลเราไปมาก (ไม่ว่าจะเป็นกองทุนการออมก็ไม่สานต่อ จนมาถึงรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะภาษีที่ดินที่รัฐบาลเพื่อไทยอ้างว่าสู้เพื่อความเหลื่อมล้ำ แต่กลับตีตกเป็นกฎหมายฉบับแรกๆ ไม่ว่าจะแผนรถไฟเชื่อมจีนถึงสิงคโปร์ก็ปัดตก เพื่อไปสนับสนุนความเร็วสูงไปพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ฯลฯ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็ต้องถามกลับไปว่า รัฐบาลเพื่อไทย พอชนะเลือกตั้งเข้ามาปี 54 นั้น ตัดงบเหล่านี้ทิ้ง ไม่สานต่อได้ลงคอเพราะอะไร เพราะคนใต้ไม่เลือกเพื่อไทยอย่างนั้นหรือ คุณทักษิณพูดเองไม่เลือกก็ไม่ให้งบ คุณปลอดประสพพูดซ้ำ ไม่สร้างศูนย์ประชุมที่ภูเก็ต เพราะคนภูเก็ตไม่เลือก และนอกจากงบซ่อมสร้างถนน ก็ยังมีเคสรวมไปถึงงบรถไฟทางคู่ที่มี รมช.คมนาคมคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็ล้มแผนทั้งยวง เพราะรัฐบาล ปชป.เริ่มเอาไว้ หลักคิดบริหารประเทศแบบนี้ หากเพื่อไทยได้บริหารประเทศอีกจะอันตรายมากต่อประเทศชาติ ไม่รู้ว่าหากเอาเงินที่โกงจากจำนำข้าวทั้งหมดมาพัฒนาถนน เราอาจมี 6 เลน 8เลนครบทั้งประเทศแล้วก็เป็นได้&amp;quot; นายพัสณชระบุ
ทุกพรรคหนักใจปมสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงปัญหาที่ประสบในการดำเนินการรับยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคและชำระค่าบำรุงสมาชิกของสมาชิกพรรค ที่กำหนดภายในวันที่ 30 เม.ย.61 นี้ ว่าขณะนี้ทุกพรรคการเมืองประสบปัญหาเหมือนกันหมด ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว เชื่อว่าน่าจะทำกันได้ไม่มาก เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องระยะเวลา ที่อยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผู้คนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม การจะโอนค่าบำรุงสมาชิกธนาคารก็หยุดยาวหลายวัน การส่งจดหมายตอบกลับทางไปรษณีย์ ก็ประสบปัญหา เพราะระบบไปรษณีย์ที่เขาหยุดหลายวัน แล้วอาจเกิดจดหมายสะสม ก็จะเป็นปัญหาอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว แต่เหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ คงจะทำอะไรไม่ได้มาก และที่น่าเป็นห่วงคือพรรคการเมืองใหญ่ที่มีสมาชิกพรรคจำนวนมากๆ ขนาดพรรคชาติไทยพัฒนามีเท่านี้เรายังลำบากอยู่เลย ตามกำหนดให้ยืนยันภายในวันที่ 30 เม.ย.61 นี้ จึงถือเป็นเดดล็อกไปเสียแล้ว งาไหม้ไปแล้ว ถั่วจะรอสุกก็ไม่มีประโยชน์ มาถึงตอนนี้เราเอง ก็ไม่กล้าแนะอะไรให้ คสช.แล้ว เพราะแนะไปแล้วตั้งแต่ต้นที่เริ่มออกคำสั่งมาใหม่ๆ แนะหลายหนแล้ว เรื่องนี้มีปัญหาในเชิงระบบมาก ประชาชนเขากลับภูมิลำเนา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมากกว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของเขาหรอก จะไปโทษประชาชนไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า กรณีที่ คสช.เตรียมให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เชิญพรรคการเมืองเข้าหารือเรื่องการเลือกตั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หากเชิญมา พรรคชาติไทยพัฒนาก็จะไปร่วมอย่างแน่นอน เพราะถ้าไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะไปรู้หรือว่าอะไรเป็นอะไร ที่ผ่านมาเมื่อเชิญมาก็ไปทุกครั้ง เช่น เรื่องการปฏิรูป หรือประชุม ป.ย.ป. แต่เราคงไม่พกความหวังอะไรไปมาก เพราะจะได้ไม่ต้องผิดหวังมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค ชทพ. เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้รู้สึกเหมือนกันทุกพรรคที่ยังไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ เพราะจะต้องดำเนินการประชุมพรรค ข้อบังคับพรรคต่างๆ ที่เขียนไว้เดิมก็ไม่ครอบคลุม จึงต้องมีการจัดทำข้อบังคับพรรคขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ของพรรค ที่จะต้องมีทั้งผู้เเทนจังหวัดและหัวหน้าสาขาพรรค แต่ในวันนี้ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือไม่มีสาขาพรรค แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้บอกแล้วว่าจะดำเนินการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เพื่อให้พรรคการเมืองเดินต่อไปได้ จึงเชื่อว่าตอนนี้ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือมีความหนักใจเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นอยู่หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปคือเดือน ก.พ.2562 นายธีระกล่าวว่า ถ้าเราไม่เชื่อผู้นำแล้วเราจะไปเชื่อใคร ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศไว้แล้ว และพูดชัดเจนว่า ก.พ.62 เราก็ต้องเชื่อว่าเลือกตั้ง ก.พ.62 และในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมือง เราก็มีหน้าที่ของเราที่ต้องทำ คือเตรียมความพร้อมของเราให้พร้อมเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลหยุดยาวฉลองสงกรานต์ ทำให้มีผลกระทบต่อการยืนยันสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่บ้าง แต่เราคงไม่ร้องขอให้ คสช.ขยายเวลาให้ เราจะทำตามที่กติกากำหนดไว้ เพราะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเดิมมีอยู่ประมาณกว่าแสนคน ซึ่งถือว่าไม่มาก ดังนั้นหากมีที่มายืนยันความเป็นสมาชิกจำนวนเท่าไรก็เอาเท่าที่ได้ก่อน แต่หากพื้นที่ไหนสมาชิกขาด ไม่เพียงพอต่อองค์ประกอบ อาทิ ไม่พอต่อการตั้งผู้แทนพรรคประจำจังหวัดก็ค่อยสมัครเพิ่มเติมได้ เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะใช้แนวทางนี้ เราคงต้องปรับตัวไปตามกติกาที่เขาเขียนเอาไว้อย่างมีอคติ ไม่สอดคล้องกับหลักสากล ทำอย่างไรได้ คนใช้ไม่ได้เขียน คนเขียนไม่ต้องมาใช้ เขียนแบบตีกรอบบอนไซพรรคไปเรื่อยๆ
กกต.ชุดใหม่เจอศึกหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงความคาดหวังต่อการทำงาน กกต.ชุดใหม่ ที่กำลังมีการสรรหาอยู่ในขณะนี้ ว่า กกต.ชุดใหม่ต้องทำงานหนักเพราะมีเรื่องใหญ่ๆ ตามกฎหมายใหม่ที่ต้องทำจำนวนมาก ต้องสะสางปัญหาระหว่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกับคำสั่ง คสช.ที่มีความขัดแย้งในตัวเอง ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วว่าสร้างความเดือดร้อนและภาระเกินความจำเป็น มีปัญหาในทางปฏิบัติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคใหม่และเก่าต้องดำเนินการหาสมาชิก ตั้งสาขาพรรค ประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหาร ปรับข้อบังคับ ในฐานะที่ กกต.ต้องดูแลก็เป็นงานใหญ่อยู่แล้ว ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ก็เป็นเรื่องใหม่ หาก คสช.ยืนยันว่าต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก ก็จะเป็นงานหนักสำหรับ กกต.ชุดใหม่ เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ต้องเร่งสร้างความพร้อมรองรับกติกาใหม่ในเวลาอันสั้น ยิ่งเมื่อ คสช.เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้เล่น ก็จะยิ่งเกิดปัญหา จึงอยากให้ กกต.พร้อมแสดงตนเป็นผู้รักษากฎหมายด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุว่า เรื่องการตั้งพรรคการเมืองให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าถ้าบุคคลทั้งสองมาเป็นผู้บริหารพรรคตามข่าว ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ไม่ได้ เพราะคนที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันเริ่มบังคับใช้รัฐธรรมนูญแล้ว แสดงว่ารัฐธรรมนูญต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องการแข่งขันของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐในขณะนี้ แต่ถ้าเป็นผู้บริหารหลักแล้วไม่ลงสมัคร ส.ส.ก็เป็นการเลี่ยงในเชิงกฎหมายตามตัวอักษรเท่านั้นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า วันนี้ยังมั่นใจการเลือกตั้งจะเป็นตามโรดแมป ถ้าไม่มีการเลือกตั้งตอนนั้นก็คงไม่มีใครพูดอะไร เพราะอุกกาบาตคงตกลงมาที่ประเทศไทย และคงไม่มีใครดิ้นรนเลือกตั้ง ส่วนถ้าไม่มีเลือกตั้งจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น ตนคิดว่าขึ้นอยู่กับลักษณะความขัดแย้ง ถ้าเป็นความขัดแย้งเชิงความคิดการเมือง ก็เป็นของปกติธรรมดา เพราะการเมืองเป็นเรื่องต่างคนต่างความคิด แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งแบบจะยกพวกตีกัน ถือว่าไม่ใช่ของดี และเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าการเมืองจะกลับไปมีสภาพแบบเก่า นายมีชัยกล่าวว่า คนเปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้าดูจากโซเชียลมีเดีย และสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะในเมือง ดูจากความนิยมแต่งตัวชุดไทยแบบออเจ้าที่กระจายทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้นเพียงเล็กน้อยข้อมูลก็จะกระจาย ซึ่งแตกต่างจากอดีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7167</URL_LINK>
                <HASHTAG>40 อดีตส.ส., คสช., จุฤทธิ์, ชทพ., ชวน หลีกภัย, ทักษิณ, ธีระ วงศ์สมุทร, นิพิฏฐ์, ปชป., ประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิชัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, ยิ่งลักษณ์, รมว., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354387aec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
