<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.แรมโบ้&#039;ตอกกลับ&#039;พิชัย&#039; คนคิดลบ ผมบาง เป็นธรรมชาติคนขี้ใจน้อย อยากเรียกร้องความสนใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ออกมาทักท้วงรัฐบาล ถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ทำให้รัฐบาลมีปัญหาในการชำระหนี้ และไม่เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงว่า ตนไม่อยากถือสา คนคิดลบ ผมบาง เป็นธรรมชาติคนขี้ใจน้อย และอยากเรียกร้องความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้งเดินหน้าไม่ได้มากว่า 10 ปี เพราะนายโทนี่-นายทักษิณ และรัฐบาลพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ชื่อ แต่นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ตนอยากจะถามว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ ที่ยุติความขัดแย้ง แล้วพลิกฟื้นประเทศจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำเตี้ย ให้โตเพิ่มขึ้น 4% ต่อ GDP และแม้จะเจอสงครามการค้าช่วงปี 62 แต่ก็ยังหารายได้เพิ่ม จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกือบ 40 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดึงเงินเข้าประเทศกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เสียดายที่ปี 63-64 เกิดวิกฤตโควิดทั่วโลก ทำให้ต้องปรับแผนกันใหม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะกล่าวหาว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ชอบกู้ ชอบสร้างหนี้สาธารณะ แสดงว่านายพิชัยเจตนาบิดเบือนตาใส ใครๆ ก็รู้ว่ายามไม่ปกติแบบนี้ ทั่วโลกก็ต้องกู้เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และพยุงเศรษฐกิจของประเทศทั้งนั้น โดยเฉลี่ยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีการกู้เงินทำให้มีสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ต่อ GDP ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเพียง 14% ต่อ GDP แต่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปแล้ว 2 รอบ รอบแรก 41 ล้านราย และรอบสอง 40.37 ล้านราย ครอบคลุมกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ เกษตรกร กลุ่มเปราะบาง แรงงานประกันสังคม ผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน ที่สำคัญหนี้สาธารณะของไทย เป็นหนี้ในประเทศ 98.2% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด เม็ดเงินก็ยังหมุนเวียนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่จะมีโควิด แม้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะมีการกู้เงิน แต่ก็เป็นการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือลงทุนเพื่ออนาคต ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ประชาชนทุกคน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ลงทุนไปแล้วมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทั้งเขื่อน ทางหลวง มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่-ทางสาม ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน &amp;nbsp;EEC และ SEZ เป็นต้น เคยมีรัฐบาลไหนที่ทำมากมายเท่ารัฐบาลนี้อีกหรือไม่ หากไม่หูหนวกตาบอด ก็คงได้เห็น ได้ยิน ได้ใช้ประโยชน์กันบ้างแล้ว ดีกว่าจำนำข้าวทุกเม็ดที่สร้างแต่หนี้บาป ชดใช้กันเป็น 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าจะแถต่อว่ารัฐบาลสร้างหนี้จนชนเพดาน นายพิชัยซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย คงมีความรู้บ้างว่าประเทศพัฒนาแล้ว หลายประเทศ ที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ในระดับเกินกว่า 100% เช่น สหรัฐ อิตาลี สิงคโปร์ ส่วนญี่ปุ่นนั้นเกิน 200% ต่อ GDP มานานแล้ว แต่ประเทศไทย ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกิน 60% ของ GDP อย่างไรก็ตาม คิดง่ายๆ ใครจะกู้เงินก็มี 2 เหตุผลหลักๆ อย่างแรกคือลงทุน อีกอย่างคือเจ็บไข้ได้ป่วย-เกิดอุบัติเหตุ ประเทศชาติก็เหมือนกัน ช่วงปี 57-62 เป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้ เกิดกำไรที่มากขึ้น แต่ช่วงปี 63-64 ก็ต้องกู้เพิ่มเพราะวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นมาตรการ &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; เมื่อจบวิกฤตก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องการมีรายได้-กำไรเพิ่มขึ้นอีก ก็ต้องกู้ ก็ต้องมีแผนการลงทุนอีก เหมือนมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว มีโครงการขนาดใหญ่อย่าง EEC มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ตอบสนองโลกอนาคต เป็นโอกาสงานของเยาวชนของเรา ที่กำลังเติบโตขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่รัฐบาลเตรียมพร้อมให้ตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นายพิชัยจะเป็นตัวถ่วง จะเป็นจระเข้ขวางความเจริญของบ้านเมือง ของประชาชน ของเยาวชน ด้วยความด้อยปัญญานั้น คงไม่มีใครถือสา แต่ถ้าทำด้วยความอิจฉา ไม่อยากให้รัฐบาลสร้างบ้านแปงเมืองได้สำเร็จ เพราะกลัวพรรคเพื่อไทยจะตกกระป๋อง โดยเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ใครที่รู้ทันเขาก็จะสาปแช่งเอา&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117376</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, หนี้สาธารณะ, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbc61c2ed0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; จัดเสวนารุมสับรัฐบาลล็อกดาวน์ล้มเหลว ระบบเศรษฐกิจใกล้พังทลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดงานสัมมนา&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากล็อกดาวน์ สู่น็อคดาวน์ประเทศไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;มีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมเสวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลล้มเหลวทุกด้าน เศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้วยิ่งหนัก ไตรมาสแรกของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จีดีพีติดลบ&amp;nbsp;2.6%&amp;nbsp;และไตรมาสต่อไปจะติดลบหนักขึ้น&amp;nbsp;หนี้ครัวเรือนจะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;93%&amp;nbsp;ในปลายปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือว่าสูงมาก สำนักข่าวบลูมเบิร์ครายงานว่าประเทศไทยประสบกับภาวะการขาดดุลแฝง คือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลทางการคลังพร้อมกัน หลังจากไม่ได้เจอสภาวะนี้มา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี เพราะรายจ่ายมากกว่ารายรับ แม้สภาวะดังกล่าวจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลดีต่อการส่งออก แต่ทำให้ต่างชาติไม่มีความมั่นใจต่อประเทศไทยในระยะยาว จึงเสนอทางออก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ข้อ ได้แก่ รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมหามาตรการรองรับการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด ออกนโยบายคนละครึ่ง รัฐบาลครึ่งหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยครึ่งหนึ่ง ลงขันกันออกนโยบายเศรษฐกิจ เช่น นโยบายตัดต้นตัดดอก โดยต้องคิดล่วงหน้า นำเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ เช่น เร่งจองวัคซีนเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้ประชาชนอยู่กับโควิด-19&amp;nbsp;ให้ได้ หยุดทำร้ายประชาชนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องวัคซีนที่มีคุณภาพ ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ทำร้ายประชาชนอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลบริหารจัดการสถานการณ์โควิดล้มเหลว ประชาชนล้มตาย จำนวนมาก ทั้งที่การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องยากซ้ำซ้อน แต่รัฐบาลทำช้าซ้ำซาก โรคจึงระบาดเพราะควบคุมการระบาดไม่ได้ การล็อกดาวน์ยาวนานขนาดนี้ หากบริหารจัดการดี ความสูญเสียจะลดลงไปมาก โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพทันต่อการกลายพันธุ์ของเชื้อโรค ต้องจัดหามาอย่างรวดเร็วและทันการณ์ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน คนไทยได้รับวัคซีนเข็มแรก&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;เข็มสอง&amp;nbsp;6.9%&amp;nbsp;หรือเพียง&amp;nbsp;24%&amp;nbsp;ขณะที่ทั่วโลกได้รับวัคซีนเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;31%&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;77%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ควรควบคุมโรคเชิงรุกด้วย&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ&amp;nbsp;ถ้ารัฐบาลฟังข้อเสนอและเร่งจัดซื้อ เพื่อปูพรมตรวจและคัดแยกตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยจะไม่เดินมาถึงจุดนี้ การรักษาคนไข้ ไม่ให้เกิดเหตุนอนตายที่บ้าน รัฐบาลต้องจัดการเป็นพิเศษ ตั้งวอร์รูมรับและส่งต่อ กระจายการรักษาคนไข้ไปยังพื้นที่มีศักยภาพอย่างถูกวิธีด้วยระบบปิด อุปกรณ์ สถานที่ และบุคลากร รัฐจะต้องจัดสรรให้และต้องมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า การล็อกดาวน์ในช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา ล้มเหลว และกำลังนำไปสู่การพังทลายของระบบเศรษฐกิจ เป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขั้นบันไดสู่หายนะทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์&amp;nbsp;ซึ่งได้แก่&amp;nbsp;1.ล็อกดาวน์ ช้าและไร้ประสิทธิภาพ รัฐบาลปล่อยให้เชื้อโควิด สายพันธุ์เดลต้าระบาดทั่วพื้นที่กทม.แล้วจึงล็อกดาวน์ และยังเป็นการล็อกดาวน์แบบเหมาเข่งซึ่งทั่วโลกไม่ทำ การล็อกดาวน์ที่หลายประเทศดำเนินการ คือการเล็งเป้าหมายในการล็อกดาวน์ ไม่ล็อกดาวน์ภาคธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความเสียหายในราคาสูง โดยศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทยเคยประเมินว่า ความเสียหายจากการล็อกดาวน์ครั้งนี้อยู่ที่เดือนละ&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;แสนล้าน หรือวันละ&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;ล้านบาท เมื่อความเสียหายมีราคาสูง ทุกวันจึงมีคุณค่า การล็อกดาวน์ก็ต้องคุ้มค่าที่จะจ่าย&amp;nbsp;2.เทิร์นดาวน์ รัฐบาลไม่รับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ นำเสนอเป็นจำนวนมาก เช่น พรรคเพื่อไทยเคยนำเสนอมาตรการคงการจ้างงาน ซึ่งไม่ใช่การแจกเงินทั่วไป แต่ต้องจ่ายตรงไปที่นายจ้าง เพื่อให้นายจ้างรักษางานเก่าของแรงงานไว้ให้ได้อย่างน้อย&amp;nbsp;90%&amp;nbsp;ไม่ใช่รอตกงานแล้วหางานใหม่ให้&amp;nbsp;ซึ่งต้นทุนทางงบประมาณสูงกว่า&amp;nbsp;ทั้งนี้แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการคงการจ้างงาน&amp;nbsp;แต่ทำไปโดยไม่เข้าใจวิธีการอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สโลว์ดาวน์ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ เกิดจากรัฐบาลสโลวไลฟ์ที่ออกมาตรการช้าและไม่ถูกทิศทาง เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;ยอดวงเงินน้อยมากเพียงครึ่งหนึ่งของความต้องการของระบบอยู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;นับตั้งแต่ออกมาตรการซอฟต์โลนมาเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน ปล่อยสินเชื่อได้เพียง&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แสนล้านบาท หรือครึ่งหนึ่งของวงเงินสินเชื่อ คิดเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของความต้องการเท่านั้น&amp;nbsp;4.ชัตดาวน์ ภาคเอกชนทยอยปิดกิจการลงเรื่อยๆ&amp;nbsp;จนไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ให้กับธนาคาร&amp;nbsp;เมื่อปิดกิจการก็ต้องปลดคนงาน&amp;nbsp;คนงานไม่มีเงินจ่ายหนี้&amp;nbsp;ส่งผลต่อรายรับของธนาคาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เบรกดาวน์ ภาคสถาบันการเงินจะเริ่มมีปัญหาและอาจพังลง เพราะความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้น้อยลง&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างความอันตรายของการให้สินเชื่อในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ยังน้อยกว่าการไม่ให้สินเชื่อซอฟต์โลน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;แล้วปล่อยให้ภาคเอกชนพังลงแบบนี้&amp;nbsp;6.น็อคดาวน์ เมื่อสถาบันการเงิน ภาคเอกชน ตลาด ภาคครัวเรือน มีปัญหา เศรษฐกิจไทยจะถูกน็อกดาวน์&amp;nbsp;หากเปรียบเป็นมวยที่แพ้เพราะถูกหมัดน็อกจนล้มลง เป็นความเสียหายถาวร ห่วงโซ่การผลิต การลงทุนจากต่างประเทศ การท่องเที่ยว ชื่อเสียง ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสียหายอย่างถาวร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า ตอนนี้ประเทศไทย กำลังก้าวไปสู่บันไดขั้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แม้จะยังไม่ถึงในตอนนี้ แต่มีแนวโน้มและใกล้เคียง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องป้องกันความเสียหายอย่างทันท่วงที สิ่งเหล่านี้ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็นความเสียทางเศรษฐกิจที่รุนแรง หากปล่อยไว้จะยิ่งไหล รั่ว พัง รัฐบาลควรใช้มาตรการทางการเงินและมาตรการทางการคลัง ให้ตรงจุด รวดเร็ว ทันการณ์และชาญฉลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114250</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์, ล็อกดาวน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6123571874d93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ชี้ทางรอดประเทศไทยต้องให้คนเก่งมาบริหารแทน ยก &#039;โทนี่&#039; คือทางออกวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้หั่นการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือการขยายตัวเพียง 0.7% ในขณะที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคาร สภาอุตสาหกรรมฯ และสภาหอการค้าฯ ได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวติดลบถึง - 1.5% ซึ่งเป็นไปตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และคาดว่าสถานการณ์อาจจะยังย่ำแย่กว่านี้ได้อีก จากสภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมากทะลุวันละ 2 หมื่นราย โดยยังขาดแคลนวัคซีนที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก และน่าจะต้องล็อกดาวน์อีกเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงต่อไปอีก ดังนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะต้องฝึกคิดล่วงหน้า และคาดการณ์สถานการณ์เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นให้ได้ และต้องหาวิธีป้องกันแก้ไข ไม่ใช่ตามแก้รายวันเหมือนที่เป็นอยู่ เพราะจะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่และเลวร้ายลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะการณ์ปัจจุบัน ดูเหมือนพลเอกประยุทธ์จะปล่อยประเทศและประชาชนให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่มีแนวทาง ไม่มีกำหนดการ ไม่มีหลักการ ไม่ได้สร้างความมั่นใจได้เลยว่า ประเทศไทยจะก้าวพ้นจากสภาวะวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร โดยประชาชนยังไม่รู้เลยว่าวัคซีนที่มีคุณภาพจะเข้ามาเมื่อไหร่ แล้วเมื่อไหร่จะมีการฉีดได้ 100 ล้านโดสตามที่พลเอกประยุทธ์คุยโม้ไว้ ปลายปีนี้คงเป็นไปไม่ได้แน่ แล้วจะเป็นเมื่อไหร่ จะเป็นปีหน้าเดือนไหน และ จะต้องล็อกดาวน์ไปอีกกี่เดือน 3-4 เดือนจะเอาอยู่ไหม เอาไม่อยู่จะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจไทยจะพังขนาดไหน คำถามเหล่านี้อยู่ในใจประชาชนส่วนใหญ่ แต่ไม่มีคำตอบจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้สิ่งที่ได้ยินจากพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลคือคำพูดเพื่อปลอบใจตัวพลเอกประยุทธ์เอง เหมือนกับต้องการหลอกตัวเองไปวันๆ แต่ไม่มีแนวทางและหมายกำหนดการที่ชัดเจนเลย ความพยายามที่จะหลอกตนเองและเชื่อเอง จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ พอมีคนที่รู้และเป็นห่วงออกมาเสนอแนะแนวทางแก้ไข ทั้ง นักวิชาการ นักธุรกิจ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และพี่โทนี่ ได้แนะนำ พลเอกประยุทธ์กลับไม่ฟังและไม่นำไปปฏิบัติตาม แต่ต่อมาก็พบว่าเป็นความจริงมาโดยตลอด และเมื่อจะนำมาทำก็สายไปแล้ว ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์จะได้มองย้อนหลังและกล้ายอมรับจะพบความจริงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอเตือนพลเอกประยุทธ์ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ การแพร่ระบาดจะมีมากยิ่งขึ้น คนจะติดเชื้อมากขึ้น มีคนตายเพิ่มขึ้น และ ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ โดยถ้าวัคซีนคุณภาพยังไม่มา การระบาดก็จะยังไม่จบ อีกทั้ง สถานการณ์เศรษฐกิจจะทรุดหนัก การส่งออกแม้จะเพิ่มแต่การนำเข้าก็เพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน และการขาดดุลบัญชีภาคบริการเพิ่มสูงขึ้นมาก ค่าเงินบาทจะยิ่งอ่อนค่าลงอีก สภาวะการคลังของรัฐบาลจะมีปัญหา การเก็บรายได้จะลดลงอีกมาก สภาพคล่องในระบบธนาคารจะลดลง รัฐบาลจะมีปัญหาการกู้เงินเพื่อเยียวยาและการฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันคนงงกันว่าเงินที่กู้เพิ่ม 5 แสนล้านบาท และ ของเดิมบอกมีเงินเยียวยาเหลือ 3.5 แสนล้านบาท เงินหายไปไหนหมด การเยียวยาประชาชนถึงได้กะปิดกะปอย หรือ พลเอกประยุทธ์ได้นำเงินไปใช้เรื่องอื่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หนี้ภาคครัวเรือนจะพุ่งถึง 93% ของจีดีพี ซึ่งสูงยิ่งกว่าที่ได้เคยเตือนไว้ โดยไม่มีทิศทางที่จะลดได้ และการว่างงานได้พุงขึ้นถีง 1.95 % ในไตรมาสแรกของปีนี้ สูงที่สุดในรอบ 5 ปี และจะว่างงานจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก พร้อมกับหนี้เสียในภาคธนาคารจะพุ่งขึ้น นี่เป็นเพียงบางเรื่องที่พลเอกประยุทธ์จะต้องศึกษาและเตรียมรับมือ ซึ่งหากไม่เข้าใจก็อย่าดันทุรังอีกเลยเพราะสถานการณ์จะแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งคนเจ็บคนตายจากไวรัสโควิด และ คนล้มละลาย คนอดตาย จากพิษเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า เรื่องวัคซีนยังเป็นปัญหาหลักที่พลเอกประยุทธ์ยังหาทางแก้ไม่ได้และยังไม่รู้จะหามาจากไหน ล่าสุด นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน บอกว่าจะร่วมกับเอกชนหาวัคซีนเพิ่ม แสดงถึงความสิ้นหวังของรัฐบาลในการหาวัคซีนแล้ว โดยอยากให้พิจารณาการยืมวัคซีนจากประเทศที่มีวัคซีนสำรองเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีหลายประเทศ ตามคำแนะนำของพี่โทนี่ แล้วนำไปคืนเขาเมื่อบริษัทผลิตวัคซีนส่งไทยได้ ประเทศอิสราเอลยังต้องทำลายวัคซีนไฟเซอร์ 8 หมื่นโดสทิ้งเพราะหมดอายุ ดังนั้นหลายประเทศที่มีสำรองวัคซีนจำนวนมากน่าจะยินดีให้ไทยยืมก่อนที่จะหมดอายุ เพราะจะแลกเปลี่ยนได้วัคซีนของใหม่คืนที่จะมีอายุการใช้นานกว่า ซึ่งหากรัฐบาลมีคนมีคอนเนคชั่นที่ดีพอก็น่าจะเร่งทำได้ ถ้าหาคนทำไม่ได้ก็ให้ไปขอพี่โทนี่ช่วยทำอย่างเป็นทางการ น่าจะเป็นทางออกที่ช่วยได้ในภาวะวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมองย้อนหลังจะพบว่าพลเอกประยุทธ์ได้ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่อาศัยการกินบุญเก่าของไทยที่สะสมมาในอดีต ปัญหาจึงไม่เห็นมากนัก แต่พอต้องมาเจอกับวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด การขาดความรู้ความสามารถ ความ ไม่มีประสิทธิภาพและความไม่รู้เรื่อง จึงปรากฏให้เห็นได้อย่างเด่นชัดพร้อมกับความล้มเหลวในทุกด้าน และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนคนไม่เก่งให้เป็นคนเก่งได้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ทางเดียวที่ทำได้คือต้องเปลี่ยนคนเก่งเข้ามาแทนคนไม่เก่ง ประเทศไทยถึงจะไปรอด อย่าให้ประเทศต้องล่มสลายคามือคนที่พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวเลย ประชาชนจะยิ่งโกรธแค้นและจะทนความลำบากกันไม่ไหว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112279</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรมต.ยุคปู&#039; ยก 7 วาทะเด็ด ย้อนเกล็ดเฟคนิวส์ รัฐบาลบิ๊กตู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกรทะรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ว่า ทำแบบสิ้นคิด ! ประยุทธ์เพิ่งจะรู้ดีแล้วว่า สถานการณ์จะยิ่งแย่ลง คนเจ็บเพิ่ม คนตายจะยิ่งพุ่ง เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดหนัก หมดปัญญาแก้อะไรไม่ได้ เลยต้องปิดปากสื่อ ห้ามเฟคนิวส์ ทั้งที่เฟกนิวส์มาจากรัฐบาลมากสุด บอกอะไรไม่เคยตรง #ไล่ประยุทธ์ #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้เฟคนิวส์ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;⁃วัคซีนจะมีล้น จะฉีดครบก่อนสิ้นปี&amp;nbsp;
⁃ไทยจะเป็นศูนย์กลางวัคซีนของภูมิภาค
⁃จะมีวัคซีน 150 ล้านโดสเข้ามา
⁃วัคซีนที่ใช้มีคุณภาพดี&amp;nbsp;
⁃ล็อกดาวน์เพียง 14 วัน
⁃ภูเก็ตแซนบอกซ์ไปได้ดี&amp;nbsp;
⁃ยืนยันจะเปิดประเทศได้ใน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไล่ประยุทธ์ #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พิชัย นริพทะพันธุ์, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; หัวเสียนายกฯสั่งจับคนปล่อยข่าวปลอม เท่ากับปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ จี้ทนฟังดาราพ่นโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า จากสภาวะการบริหารที่ล้มเหลวในการบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;ซึ่งทำให้การระบาดอย่างแพร่กระจายของไวรัสโควิด เป็นผลให้มีคนเจ็บและคนตายเพิ่มขึ้นไม่หยุดและจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ และการแพร่ระบาดอย่างหนักเป็นผลให้พลเอกประยุทธ์ ต้องสั่งล็อกดาวน์ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก โดยยังไม่รู้เลยว่าจะปลดล็อกดาวน์ได้เมื่อไหร่ อาจจะต้องล็อกดาวน์อีกเป็นหลายเดือน ซึ่งจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบค่อนข้างแน่แล้ว หลังจากที่ปีที่แล้วติดลบแล้ว -6.1% ซึ่งจะทำให้ประชาชนลำบากกันเป็นจำนวนมาก ประชาชนต้องทนทุกข์ทรมานจากการระบาดของไวรัสเป็นจำนวนแสนๆ คนจนเตียงในโรงพยาบาลเต็มหมด และต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างแสนสาหัส ที่พลเอกประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขได้เลย ประชาชนได้แต่รอว่าจะเสียชีวิตจากไวรัสหรือจะต้องรออดตาย เป็นสภาวะที่สุดจะอดทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความหวาดกลัวและความลำบากที่กระจายไปทั่ว ทำให้บุคคลที่มีชื่อเสียงและผู้มีอิทธิพลในสาขาอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะดารา นักร้อง ต่างก็ออกมา Call Out เพื่อให้พลเอกประยุทธ์ เร่งปรับปรุงแก้ไข แต่พลเอกประยุทธ์ กลับหาทางปิดปาก เหมือนไม่อยากจะรับรู้ความจริง โดยล่าสุดยังกล้าประกาศที่จะดำเนินคดีคน Call Out อีก โดยสั่งกวดขันดำเนินคดี &amp;ldquo;ข่าวปลอม&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพและน่าจะผิดหลักประชาธิปไตยและขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งสมาคมทนายความก็ได้แสดงความไม่เห็นด้วยและได้ออกมาปกป้องแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ ได้เลิกการกระทำดังกล่าว และยอมรับฟังและพิจารณาการ Call Out เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขความล้มเหลวของตนเอง อีกทั้งศึกษา Roadmap ที่พี่โทนี่ได้เสนอทางออกไว้ และหลายฝ่ายให้การยอมรับ ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ ทนไม่ไหวก็ไม่ควรจะเป็นผู้นำต่อไปแล้ว เพราะประชาชนทนทรมานกับความล้มเหลวของประยุทธ์ ต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากจำกันได้ ผมเองเป็นคนแรกๆ ที่ Call Out เรื่องเศรษฐกิจ จนพลเอกประยุทธ์ เรียกผมปรับทัศนคติหลายหน แต่สุดท้ายปัญหาเศรษฐกิจก็ย่ำแย่จริงตามที่ผมได้เตือน นอกจากจะเรียกผมแล้วยังพูดจาไม่สุภาพต่อว่าผมผ่านสื่อมวลชนหลายครั้ง ซึ่งแสดงถึงวุฒิภาวะที่เสื่อมโทรม ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ จะย้อนกลับไปฟังเรื่องต่างๆ ที่พลเอกประยุทธ์ พูดไว้เอง แต่กลับทำล้มเหลวหนักโดยอยากขออธิบายให้เห็นชัดเจนเป็น 4 ประเด็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เรื่องพลังงาน พลเอกประยุทธ์ ต่อว่าผมเรื่องพลังงาน แต่ตัวเองกลับบริหารด้านพลังงานได้ล้มเหลวมาก มีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มถึงลิตรละ 5.99 บาท ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงกว่าราคาตลาดโลกมาก อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ ยังเอาใจนายทุนพลังงานมีการผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงถึง 40-50% เลย ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เพราะประชาชนต้องจ่ายค่าความพร้อมให้กับโรงไฟฟ้าแม้จะไม่ได้ผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยกลับไม่ได้ประโยชน์เลยกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงมากตลอดหลายปี ทั้งที่ประเทศไทยประหยัดค่านำเข้าน้ำมันที่ถูกลงปีละหลายแสนล้านบาท แต่เศรษฐกิจไทยกลับขยายตัวได้ต่ำเตี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ทราบสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริง ฟังแต่คนรอบข้างที่ให้ข้อมูลผิดๆ &amp;nbsp;เอาข้อมูลที่ไม่สะท้อนความจริงมาอ้าง จนทำให้คิดว่าเศรษฐกิจไทยยังดี ทั้งที่เศรษฐกิจไทยเสื่อมถอยมาตลอด อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ พูดถึง Thailand 4.0 และ ปัญญาประดิษฐ์ (Ai) แต่ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจ ประเทศไทยเลยแย่ ไม่ได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีเลย บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ ยูนิคอร์นของไทยจึงไม่เกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พลเอกประยุทธ์ พูดในการประชุมนานาชาติ G77 ถามถึงผมว่า จบอะไรมา ทั้งที่ผมจบเศรษฐศาสตร์ และ บริหารธุรกิจ (MBA) จุฬาฯ แต่พลเอกประยุทธ์ กลับไม่ได้ดูตัวเองเลยว่า จบอะไรมา มีความรู้อะไรถึงมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยถึงได้พังขนาดนี้ใช่หรือไม่ อีกทั้งในการประชุมนานาชาติแทนที่พลเอกประยุทธ์ จะใช้โอกาสดังกล่าวแสดงวิสัยทัศน์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทย แต่กลับใช้เวทีนานาชาตินี้มาโจมตีผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ศึกษาเลยว่าก่อนเกิดการปฏิวัติในปี 2555 สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เศรษฐกิจไทยโตได้มากถึง 7.2% และในปี 2557 ที่ขยายได้เพียง 0.9% นั้น มาจากสาเหตุของการปฏิวัติและพลเอกประยุทธ์ เข้ามาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เศรษฐกิจไทยก็ย่ำแย่ตั้งแต่นั้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นการสะท้อนคำพูดของพลเอกประยุทธ์ เองที่เคยพูดสวนผมไว้ ตอนที่ผมได้เตือนแต่กลับไม่รับฟัง ปัญหาจึงได้สะสมและเศรษฐกิจไทยถึงได้ย่ำแย่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากเปิดใจรับฟังและหาทางแก้ไข เศรษฐกิจไทยก็คงจะไม่แย่ขนาดนี้ ดังนั้นจึงไม่อยากให้พลเอกประยุทธ์ ต้องผิดซ้ำซ้อน และต้องหัดเปิดใจรับฟังทุกฝ่ายและยกเลิกการปิดกั้นการแสดงความเห็นได้แล้ว ก่อนประเทศไทยจะยิ่งทรุดหนักมากไปกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเอามาก &#039;พิชัย&#039; ปล่อยโฮ วอนฟัง &#039;พี่โทนี่&#039; บ้าง! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ The Reporters ในประเด็น ข้อเสนอแก้ปัญหาโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า เรื่องแรกที่รัฐบาลจะต้องทำ คือต้องแยกคนที่ติดเชื้อ กับคนที่ไม่ติดออกมาก่อน แล้วแยกเอาไว้ในสถานที่อื่น เช่น ค่ายทหาร ทางพรรคเพื่อไทย ได้ติดตามเรื่องนี้ตลอด ตนได้ติดต่อกับทางประเทศจีนแล้วเขาทำการวิจัย เขาบอกว่าประเทศไทยมีคนติดเชื้อมากกว่าที่รัฐบาลชี้แจงเยอะมาก ดังนั้นจึงต้องแยกคนออกมา ไม่เช่นนั้นจะไม่จบ นอกจากนี้ยังต้องสนับสนุนชุดตรวจหาเชื้อโควิด ที่ควรจะแจกได้ฟรีได้แล้ว เพื่อที่จะให้พวกเขาตรวจกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สอง คือเรื่องของวัคซีน ไม่ใช่จัดหาวัคซีนอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ ถ้าหากไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้เพียงพอ จะไม่มีทางเปิดประเทศได้ และจะต้องล็อกดาวน์ไปเรื่อย ๆ ประชาชนจะเอาอะไรกิน พิชัยมองว่าสิ่งนี้รัฐบาลยังไม่ได้คิด และยังทำงาแบบนสะเปสะปะอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมแก (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) ไม่เข้าใจ หรือไม่รู้เรื่องหรือ หรือคิดไม่เป็น และอยากให้แกฟังพี่โทนี่ (ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) นิดนึง ลองฟังวิธีคิด เปิดใจกันหน่อย เชื่อว่าหลายอย่างสามารถนำไปปรับใช้ได้ พิชัยย้ำว่านาทีนี้ไม่ได้ต้องการจะเชียร์ใคร แต่ต้องเอาประชาชนให้รอดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย เริ่มมีน้ำเสียงสั่นเครือแล้วกล่าวว่า &amp;ldquo;สงสารคน คุณเห็นคนตายนอนข้างถนน คุณเป็นผู้นำ คุณไม่รู้สึกหรือ ถ้าคนไม่ตายเพราะโควิด ก็ต้องตายเพราะเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ก่อนจะออกจากรายการไปชั่วขณะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ คุณแก้อะไรไม่ได้แล้ว คุณหมดสภาพแล้ว คุณอย่าปล่อยให้คนตายเลย ... เราเข้ามาอยู่ในวงการการเมือง เราก็ต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลัก ... ถ้าคุณไม่ไหวคุณอย่าทู่ซี้เลย สงสารประชาชนครับ ขอร้องเลย&amp;rdquo; นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111389</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, วัคซีนโควิด, เพื่อไทย, โควิด19วันนี้, โทนี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100dd4cbf62a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสกสกล&#039; เฉาะดูแล้วสมอง &#039;พิชัย&#039; ว่างมาก ด่ารัฐบาลรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 64 -&amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าวิพากษ์วิจารณ์การจัดหาวัคซีนของไทย รวมถึงการเปิดประเทศ 120 วัน ทั้งที่ยังล็อกดาวน์ คนป่วยเพิ่ม โดยระบุว่านายกฯ รัฐบาล พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำงานร่วมกันอย่างหนัก ในการหามาตรการต่างๆออกมาเพื่อที่จะให้สถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 คลี่คลายลงให้ได้ ควบคู่กับการเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเปิดประเทศ 120 วันนั้น นายกฯยังยืนยันที่จะเดินหน้าตามเป้าหมาย 120 วัน &amp;nbsp;โดยตนเองเชื่อว่าเมื่อถึงช่วงนั้นสถาณการณ์การระบาดจะคลี่คลายลง รวมถึงการที่จะเปิดประเทศนั้นจะต้องมีมาตรการต่างๆออกมาดูแลอย่างรัดกุม ขณะเดียวกันจากการนำร่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ &amp;ndash; สมุยพลัสโมเดล ก็เป็นที่น่าพอใจ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน ไทยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 ล้านโดส และวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส แล้ว ซึ่งทั้งหมดจะทยอยนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ต่อเนื่องไตรมาส 1 ปี 2565 &amp;nbsp;และสำหรับจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ที่ไทยได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา จะนำมาเป็นบูสเตอร์โดส กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้บุคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;ฉีดให้กับผู้สูงอายุ และผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หญิงมีครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป รวมถึงชาวต่างชาติเน้นไปที่ผู้สูงวัย และผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และคนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่านายกฯ และรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง และตนเองก็มองว่านายพิชัย เองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เคยเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมาแล้ว เหตุใดถึงไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงไม่รู้ว่าประเทศยังต้องฟื้นฟูในด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย &amp;nbsp;หรือว่าในสมัยที่นายพิชัยเป็นรัฐมนตรีก็ไม่ได้รู้เรื่องงานด้านเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมองนายพิชัย คงว่างมาก วันๆคิดแต่จะจ้องจับผิดรัฐบาล เสมือนหนึ่งบ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของนายพิชัย แทนที่จะเอาเวลามาคิดช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตกลับคิดแต่จะสร้างความแตกแยกให้ประชาชนจงเกลียดจงชังรัฐบาล อาฆาตแทนนายใหญ่ที่เคยมีบุญคุณตั้งนายพิชัยเป็นรัฐมนตรีหรือเปล่า จึงได้ออกมาถล่มรัฐบาลรายวันในยามบ้านเมืองมีภัยสงครามไวรัสโควิดหนักในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เคยคิดสงสารประเทศชาติและประชาชนเลยสักนิดขอเพียงได้แค่หวังทำคะแนนให้ได้ใจนายใหญ่ทางไกลตัวเองเท่านั้นใช่ไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110962</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbc61c2ed0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
