<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCG ลุยสร้างปิโตรฯเวียดนามมั่นใจดันรายได้ทะลุ 4 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจีเตรียมลุยโครงการปิโตรฯคอมเพล็กซ์เวียดนาม มูลค่า 1.73 แสนล้านบาท ลุยปรับพื้นที่พร้อมหาผู้ลงทุน ตั้งเป้าปี 66 เริ่มผลิตได้เชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของตลาด มั่นใจดันรายได้ในเวียดนามเพิ่มสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย ลิ้มประไพพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี วินา พลาสติก แอนด์ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอสซีจี ที่ประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางกลุ่มเอสซีจีได้ประกาศเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) จาก 71% เป็น 100% ซึ่งโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวียดนาม ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 3 ของ 173,000 ล้านบาทของมูลค่าทรัพย์สินในไทยโดยมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.6 ล้านตันต่อปี สำหรับผลิตเม็ดพลาสติกชนิด HDPE, LLDPE และ PP เพื่อรองรับความต้องการภายในเวียดนามที่ปัจจุบันสูงถึงปีละ 2.3 ล้านตัน และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางบริษัทจะเริ่มดำเนินการเข้าปรับปรุงพื้นที่สำหรับใช้ก่อสร้างโครงการดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนนับจากนี้ ขณะเดียวกันก็ทำการประกาศหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการนี้ควบคู่กันไป และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2562 และสามารถผลิตปิโตรเคมีในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปี 2566&amp;rdquo; นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รายได้ในเวียดนามของเอสซีจี คิดเป็น 8% หรือ 40,000 ล้านบาทของรายได้รวมบริษัทที่อยู่ที่ 500,000 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจะส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิม โดยสำหรับธุรกิจปิโตรเคมีในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราการเติบโตของพลาสติกพีวีซี ที่มีอัตราการเติบโตมากกว่า 9% ต่อปี เมื่อเทียบกับไทยที่มีการขยายตัวเฉลี่ย 2-3% ต่อปี ประกอบกับเวียดนามมีการนำเข้าพีวีซีจากทั่วโลก ทำให้เป็นโอกาสอันดีที่กลุ่มบริษัทจากประเทศไทยจะเข้าไปดำเนินกิจการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิโตรเคมี, พิชัย ลิ้มประไพพงษ์, เวียดนาม, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f13f809940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
