<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! อาจารย์นิด้า โวยวลี &#039;ลุงตู่ 7 ปี แล้วไง&#039; บ่งบอกถึงความก้าวร้าว โอหัง  พร้อมที่จะปรี่เข้าไปใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - จากกรณี ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC โพสต์ผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า ลุงตู่ 7 ปีแล้วไง? โดยยกผลงานต่างๆ ในช่วง 7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิต​พัฒนบริหารศาสตร์ และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) โพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งคำถาม &amp;nbsp;ประเภท &amp;ldquo;ลุงตู่ 7 ปี แล้วไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วลีนี้ แสดงน้ำเสียงของความเป็นอันธพาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่งบอกถึงความรู้สึกก้าวร้าว โอหัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพร้อมที่จะปรี่เข้าไปใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่รู้สึกแปลกที่ลูกน้องของพลเอกประยุทธ์ใช้ภาษาแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะมากจะน้อยคงได้รับอิทธิพลมาจากพฤติกรรมของเจ้านายตนเองที่แสดงออกมาบ่อยครั้งในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง พฤติกรรมแบบอันธพาล &amp;nbsp;คุกคาม อวดเบ่ง ดูเหมือนเป็นอุปนิสัยของหลายคนในรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นทั้งเจ้านายและลูกน้อง &amp;nbsp; อย่างล่าสุดก็ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีความรู้สึกว่า &amp;nbsp;รัฐบาลนี้เหมือนเป็นรัฐบาลอันธพาลมากขึ้นทุกวัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105265</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชาย รัตนดิลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb47e547e51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กครป. เปิด 3 เส้นทาง พรรคเพื่อไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทย เตรียมร่วม เตรียมรบ หรือเตรียมถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เตรียมร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมรัฐบาลประยุทธ์โดยหากรรมการบริหารพรรคใหม่ที่เข้ากันได้กับประยุทธ์และประวิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการคือ รัฐบาลปรับครม. เอา ปชป. ออก. และ เอาเพื่อไทยเข้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบ มวลชนทั้งสองฝ่ายขุ่นเคือง กปปส เคืองประยุทธ์ เสื้อแดงเคืองเพื่อไทย ความนิยมของเพื่อไทยอาจลด. แต่ผู้นำได้ประโยขน์กับการเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นไปได้ของการร่วม
มีความเป็นไปได้ต่ำ หากแกนนำพรรคใส่ใจความรู้สึกของมวลชน แต่มีความเป็นไปได้สูง. หากแกนนำคำนึงผลประโยชน์มากกว่าความรู้สึกของมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เตรียมรบ
เปลี่ยนกรรมการชุดใหม่ นำคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เข้มข้นเข้ามาเป็นกรรมการ. ยกระดับปรับยุทธศาสตร์ต่อสู้โดยประสานเชื่อมโยงมวลชนนอกสภา เพิ่มพลังกดดันรัฐบาลให้ลาออกหรือยุบสภาให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเตรียมรบมีความเสี่ยงต่อถูกยุบพรรค โดยเฉพาะหากไม่ชนะอย่างเด็ดขาด
แต่โอกาสชนะเด็ดขาดมีน้อย ดังนั้นการเตรียมรบจึงมีความเป็นไปได้ต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เตรียมถอย
ถอยจากการสนับสนุนการเคลื่อนไหวนักศึกษา ทั้งด้านการสนับสนุนเชิงจุดยืนอย่างเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ และการสนับสนุนอื่น ๆ ในเชิงรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ต้องถอย เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคและเครือญาตินายทุนของพรรคอาจถูกเล่นงานจากอำนาจรัฐ หากยังแสดงท่าทีแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถอยจะทำให้มวลชนเสื่อมความนิยม และมวลชนจำนวนหนึ่งหันไปสนับสนุนพรรคก้าวไกลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การถอยเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุด แม้ว่า พรรคอาจเสื่อมความนิยมบ้างแต่คาดว่าแกนนำพรรคคงประเมินว่าสามารถจัดการได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78887</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครป., พิชาย รัตนดิลก, เพื่อไทย, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71c1cda9e8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.แถลงจี้ปรับครม.เปลี่ยนตัวรมต.สีเทา-แก้รธน.เลิกบทเฉพาะกาลสืบทอดอำนาจคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63 - คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นำโดย รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และนายกิตติชัย ใสสะอาด รองเลขาธิการ ครป. ได้ร่วมกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รศ.ดร.พิชาย กล่าวเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้ และไม่มีผลงานด้านการปฏิรูปใดๆ ที่เป็นรูปธรรม เพราะมันแต่ทำงานเอาหน้า แก่งแย่งผลประโยชน์ พยายามรวบอำนาจ และสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีสีเทาที่มีชื่อเสียงและพฤติกรรมอื้อฉาวเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ปกปิดทรัพย์สิน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบุคคลที่ไร้ความสามารถออกจากตำแหน่งทุกคน จากนั้นแต่งตั้งบุคคลใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนโดยพิจารณาจากความสามารถ ความซื่อสัตย์ และการเสียสละต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง มิใช่แต่งตั้งตามจำนวนโควตาของพรรคการเมือง เพราะเป็นการเมืองแบบเก่า เป็น Old Normal ล้าหลังไม่ใช่แบบ New Normal &amp;nbsp;ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง โดยเฉพาะการเปลี่ยนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การเกษตร การศึกษา มหาดไทยและแรงงาน ที่ไม่มีผลงานออก และให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำงานที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จก่อนวิกฤตจะตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ครป. กล่าวว่า หลังจากนั้นรัฐบาลจะต้องผนึกกำลังทุกภาคส่วนของประเทศแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความปรองดองของคนในชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งในช่วงสิบปีที่ผ่านมาจะต้องทำให้ลดลง คืนความเป็นธรรมให้คนยากจนในสังคมไทยที่ถูกกระบวนการยุติธรรมเลือกปฏิบัติ เมื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งลดลงแล้วจะทำให้ประชาชนทุกกลุ่มไม่ถูกกีดกัน ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพื่อร่วมกันสร้างประเทศร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้จะต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ เพราะในช่วงเวลา 29 วันไม่มีเชื้อโรคโควิดภายในประเทศแล้วตามหลักการระบาดวิทยา ดั้งนั้นการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินจึงไม่จำเป็น และมีข้อครหาว่าใช้เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลและรัฐสภาโดยคณะกรรมาธิการฯ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีข้อบกพร่องมากมายและใช้สืบทอดอำนาจคณะบุคคลเพื่อจะเป็นรัฐบาลต่อไป ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เงื่อนไขรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะนำไปสู่วิกฤตการเมืองไม่จบสิ้นหากไม่แก้ไขหรือร่างขึ้นใหม่จากการมีส่วนร่วมของพลเมือง โดยกมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 หมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะเสนอแก้ไขรายมาตราเพื่อเสนอต่อรัฐสภาไปพร้อมกันเลยก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยต้องยกเลิกบทเฉพาะกาลที่สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารทั้งหมด รวมถึงการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการโหวตร่วมของรัฐสภาในบทเฉพาะกาล ทำให้วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจเลือกผู้บริหารประเทศโดยไม่ยึดโยงเจตจำนงค์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้งผู้แทน โดยตนเห็นว่าต้องมีการยกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปเลย โดยมีการจัดตั้งสภาพลเมือง หรือ สพ. เข้ามาทำงานทดแทนในรัฐสภา จากกลไกการกระจายอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยรัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีการกระจายอำนาจตามแนวคิดจังหวัดจัดการตนเองภายใต้หลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ยกเลิกระบบรัฐราชการรวมศูนย์ และออกกฎหมายการกระจายอำนาจการปกครอง โดยให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองโดยตรง และยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งไม่ทันสมัยตามบริบทการพัฒนาที่รุดหน้าไปตามเทคโนโลยี สำหรับการพัฒนาที่ขาดธรรมาภิบาล แก้ปัญหาได้โดยให้มีการประชามติทุกโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเขียนหน้าที่และนโยบายรัฐทั้งหมด เพราะทำให้อุดมการณ์พรรคการเมืองและข้อเสนอทางนโยบายไร้ความหมาย อีกทั้งบริบทโลกและบริบทประเทศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การกำหนดหน้าที่และนโยบายแบบแข็งตัว (Rigid) จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง&amp;quot;ประธาน ครป. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายเมธา กล่าวว่า ขณะนี้เป็นโอกาสของรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่โดยเร็ว ในเวลาที่มีจำกัดเพื่อสร้างผลงานก่อนผลัดเปลี่ยนอำนาจใหม่ ก่อนที่วิกฤตและจลาจลจะตามมา ดังนั้น รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 2/2 จะต้องแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศให้ได้ คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจผูกขาด โดยให้มีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เพื่อนำไปสู่การออกกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลดหย่อนภาษีเงินได้และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มทุนรายใหญ่ รวมถึงการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยให้ที่ดินถูกครอบครองโดยไม่จำกัดจากผู้มีทุนทรัพย์มากกว่า โดยให้มีการจำกัดการถือครองที่ดินและไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (BOI.) และการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปีตามกฎหมายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างนั้นให้รัฐบาลเร่งรัดให้มีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อหาทางออกให้ประเทศ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งก่อนที่จะสายเกินแก้ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็น &amp;ldquo;สัญญาประชาคม&amp;rdquo; ในการร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น และนำระบบการเลือกตั้งแบบผสมผสานควรกลับมาใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม เพื่อให้ประชาชนเลือกคนที่รักและพรรคที่นโยบาย แยก ส.ส.เขตเลือกตั้ง กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคออกไปให้เป็นระบบ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา กล่าวว่ารัฐบาลจะต้องมีความจริงใจกับประชาชน ไม่ใช่นายกฯ ไปอีกทางรองนายกฯ ไปอีกทาง พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องการผนึกทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศไทย ทำสัญญาประชาคมสร้างสังคม New Narmal ขณะที่พล.อ.ประวิตร เล่นปาหี่ทางการเมืองอยู่ทุกวันบอกประชาชนว่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เช้าพูดอีกอย่างบ่ายพูดอีกอย่าง เล่นตลกเหมือนโกหกประชาชนรายวันเหมือนประชาชนไทยหลอกง่าย ไม่จริงใจในการทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การที่พล.อ.ประวิตร รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ณ ที่ทำการมูลนิธิป่ารอยต่อฯ สะท้อนโครงสร้างอำนาจหลายๆ อย่าง และนำมูลนิธิป่ารอยต่อสร้างเครือข่ายอำนาจใช่หรือไม่? ผมอยากให้ท่านได้นำหลักการ 7 ประการของนักการเมืองมาปรับใช้ ต้องมีความซื่อสัตย์และมีความจริงใจต่อประชาชน ไม่ใช่เล่นการเมืองแบบปาหี่เหมือนที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคอันดับหนึ่งของรัฐบาล แต่หัวหน้าพรรคกับนายกฯ จะเล่นการเมืองคนละหน้าไม่ได้ เพราะจะเป็นการหลอกลวงประชาชน&amp;quot;นายเมธา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติชัย ใสสะอาด รองเลขาธิการ ครป. กล่าวว่า สังคมไทยต้องการมีอนาคตหลังโควิด แต่ไม่เห็นอนาคตของรัฐบาลที่จะทำงานให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้แต่อย่างใด เรายังไม่เห็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับพลังงานพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ในการดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือรัฐมนตรีแรงงานที่จะปกป้องผลประโยชน์ ดูแลประชาชนและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยถึงจุดที่จะต้องเลือกว่าจะเป็นประเทศรัฐสวัสดิการหรือเป็นประเทศของนายทุน ซึ่งสังคมกำลังต้องการทิศทางในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาที่กำลังยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแถลงข่าวของ ครป.กล่ เป็นการแถลงข่าวในโอกาสครบ 88 ปีการอภิวัตน์ประชาธิปไตยในวันที่ `24 มิถุนายน 2475 ซึ่ง ครป.คาดหวังว่า บ้านเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการร่วมมือกันพัฒนาประชาธิปไตยทางการเมือง และการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ตามเจตนารมณ์ของคณะราษฎร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติชัย ใสสะอาด, ครป., พิชาย รัตนดิลก, เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1f5f8198c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
