<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ&#039;ชัยวัฒน์&#039;ฆ่าบิลลี่ แจ้ง8ข้อหาหนักรวมพวก4ราย/ดีเอ็นเอมัดแน่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอนุมัติหมายจับ &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; พร้อมพวกรวม 4 รายคดีอุ้มฆ่าบิลลี่ แจ้ง 8 ข้อหาหนัก &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีดีเอสไอ&amp;quot; เตรียมทีมเข้าจับกุม &amp;quot;อดีต หน.อุทยานฯ แก่งกระจาน&amp;quot; ลั่นไม่หนี พร้อมสู้ตามกระบวนการยุติธรรม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำทุกอย่างเป็นไปตาม กม.ไม่มีใครช่วยได้ &amp;quot;ปลัด ทส.&amp;quot; ยังไม่สั่งย้ายบอกให้ทำงานตามหน้าที่ต่อ &amp;quot;เมียบิลลี่&amp;quot; ขอ &amp;quot;รมว.ยธ.&amp;quot; ให้ &amp;quot;รองฯ กรวัชร์&amp;quot; คุมคดีให้ถึงที่สุด &amp;quot;ผอ.นิติวิทยาศาสตร์&amp;quot; เผยข่าวดีสกัดสารพันธุกรรมดีเอ็นเอชิ้นกระดูกที่งมได้เทียบกับแม่บิลลี่เพียงพอรอลุ้นผลเร็วนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกประชุมพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ &amp;nbsp;หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่รวบรวมได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อขออนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก รวม 4 ราย ในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ในช่วงบ่ายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวก รวม 4 ราย ในหลายข้อหา ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด โดยดีเอสไอจะเร่งประชุมหารือคณะพนักงานสอบสวนเพื่อเตรียมชุดจับกุม อย่างไรก็ตาม หากจะมามอบตัวดีเอสไอก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนและให้ความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;เป็นผู้ต้องหาที่ 1, นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต &amp;nbsp;ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 289 (4)(7), 309, 310, 33, 340, 340 ตรี &amp;nbsp;ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 ทวิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 148 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 172
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ออกหมายจับนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการ &amp;nbsp;จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
&amp;#39;ชัยวัฒน์&amp;#39; ลั่นไม่หนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนศาลอนุมัติหมายจับนั้นนายชัยวัฒน์ได้มารอต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และมอบนโยบายการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควัน การบริหารจัดการน้ำ และมาตรการรองรับภัยแล้ง ซึ่งมีนายวราวุธ ศิลปอาชา &amp;nbsp;รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า &amp;nbsp;และพันธุ์พืชให้การต้อนรับ โดยนายชัยวัฒน์ยังมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรื่องหมายจับเห็นมีเพียงข่าวออกมา แต่เป็นจังหวะที่ตนมารับผู้ใหญ่ ไม่ได้หนีไปไหนตามที่มีกระแสข่าว เพราะตนก็มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ที่จริงใช้การออกหมายเรียกก็ได้แล้ว &amp;nbsp;แต่เมื่อออกหมายจับแล้วก็ยินดีจะไปให้ความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องทำตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับการที่เอาคนอื่นเข้ากระบวนการยุติธรรม ก็จะได้รู้ว่าใครผิดหรือใครถูกในเรื่องคดีทรัพยากรธรรมชาติ ยืนยันว่าทุกอย่างทำไปตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ไม่มีปัญหา แต่อย่าสร้างกระแสทุกวัน เพราะรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่และสถาบันก็จะเสื่อมไปด้วย เพราะจริงเท็จอย่างไรก็ยังไม่รู้ และใครผิดหรือถูกก็ยังไม่รู้ แล้วจะมาบอกว่าใครผิดใครถูกก็ไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่ออกข่าวรายวัน ทุกอย่างก็ว่าไปตามขั้นตอน เมื่อเขาออกหมายจับเราก็พร้อมไปให้ความร่วมมือ และต้องรอดูว่าศาลจะออกหมายจับหรือไม่ ผมไม่ได้กังวลเพราะบอกแล้วว่าไม่ได้ทำและไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่รู้เรื่อง ผมสงสารเจ้าหน้าที่ของผม เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทุกคนทำตามหน้าที่ วันนี้มีกระแสอย่างนี้ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าพวกผมไม่ได้หนีไปไหน และขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม หลักฐานชัดเจนแค่ไหนก็ให้ว่าไปตามนั้น ไม่อยากให้มีอะไรที่เป็นเท็จ หรือถูกสร้างขึ้นมา&amp;quot; นายชัยวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเรื่องหมายจับนายชัยวัฒน์ระหว่างลงพื้นที่ จ.ราชบุรีว่า ได้รับรายงานแล้ว เรื่องคดีก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงก็ตาม ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้จักกับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับผมก็ตาม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า กระทรวงจะต้องรอคำสั่งศาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งน้อมรับคำสั่งศาล ส่วนคดีก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย นายชัยวัฒน์ก็ต้องไปสู้คดีในชั้นศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็น้อมรับ ไม่ปกป้องคนผิด ถ้ายังไม่มีคำตัดสินของศาลก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ยึดคำตัดสินของศาลเป็นหลัก&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทางคดีก็คงต้องให้นายชัยวัฒน์และผู้ถูกออกหมายจับต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องการทำงานก็จะยังให้ทำงานตามปกติ ไม่มีการย้ายใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่นายชัยวัฒน์ถูกแจ้งความดำเนินคดีขณะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น ผมจะเข้าไปดูรายละเอียดการทำงานในช่วงนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วค่อยมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือเรื่องส่วนตัวที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติงานในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐขณะถูกกล่าวหา ซึ่งต้องแยกออกจากกัน&amp;quot; ปลัด ทส.กล่าว
หลักฐาน DSI มัดแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ กองจันทึก ทนายความ ในฐานะประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นำ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอยเข้ายื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หลังดีเอสไอขอศาลออกหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก รวม 4 ราย เพื่อขอให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับผิดชอบสอบสวนคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อไป พร้อมเร่งรัดให้ออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย &amp;nbsp;และออกมาตรการคุ้มครองปกป้องนักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตนขอให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็น คือ ขอให้แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน หรือเป็นผู้รับผิดชอบทำคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อไป แม้ผู้ที่รับช่วงต่อจะมีความสามารถแต่ไม่เคยทำคดีนี้มาก่อน อาจต้องใช้เวลาศึกษาทำให้คดีมีความล่าช้าไม่ต่อเนื่อง, ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้เร่งตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว และขอให้มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยจัดทำข้อมูล white list เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแล &amp;nbsp;เนื่องจากก่อนหน้านี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเคยยกร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว แต่หลังจากมีการเปลี่ยนอธิบดีคนใหม่เรื่องก็เงียบหายไป จึงอยากให้เร่งดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีศาลอนุมัติออกหมายจับนายชัยวัฒน์และพวกแล้ว นายสุรพงษ์กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับยังไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด เพียงแต่เป็นผู้ที่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่สงสัย ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พิณนภากล่าวว่า ดีใจที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แต่ชาวบ้านบางกลอยต้องการให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ทำคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อจนจบ จึงต้องการให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.กรวัชร์รับผิดชอบคดีดังกล่าวจนกว่าคดีความจะถึงที่สุด สำหรับตนหลังจากทราบว่าผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ถูกออกหมายจับก็ไม่ได้ติดใจอะไร อยากให้เขารับสารภาพและออกมาขอโทษสังคม กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป เพราะเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากเกิดกับครอบครัวของผู้ต้องหาเองจะรู้สึกอย่างไร คนที่กล้าทำความผิดก็ควรกล้าออกมายอมรับความผิดที่ตนเองทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่ในหมู่บ้านบางครั้งก็กลัว บางครั้งก็ไม่กลัว เมื่อชาวบ้านถามว่าออกมาเรียกร้องสิทธิให้บิลลี่ ไม่กลัวถูกอุ้มหายหรือ ถูกถามแบบนี้ก็รู้สึกกลัว แต่ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าก็ไม่กลัวแล้ว และดีใจที่ดีเอสไอทำให้คดีมีความคืบหน้า แตกต่างจากความรู้สึกเมื่อก่อนที่ไม่มีความหมายอะไรเลย ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่ และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็เชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม&amp;quot; ภรรยานายบิลลี่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอยืนยันเรื่องใดที่ไม่ผิดกฎหมายก็จะทำให้ตามที่ร้องขอทั้งหมด และเชื่อว่า พ.ต.ท.กรวัชร์จะทำงานเสร็จทันตามที่รับปากไว้ 3 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 2 ธ.ค.นี้ โดยอาจจะเสร็จก่อนกำหนด และขณะนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ยังมีตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ จึงจะขาดจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงนี้จึงยังดูแลคดีอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงขอให้สบายใจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ไม่ใช่พนักงานสอบสวน แต่เป็นผู้บริหารทำหน้าที่กำกับดูแล เหมือนผมเป็นรัฐมนตรีก็แค่กำกับดูแล ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด หรือชี้ให้ไปซ้ายไปขวา ขณะนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ทำงานเสร็จไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ คดีไปถึงขั้นขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว&amp;quot; รมว.ยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์หาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอจากวัตถุพยานชิ้นกระดูก 8 ชิ้น ที่ดีเอสไองมขึ้นมาได้จากร่องน้ำลึกในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเปรียบเทียบดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งเป็นขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ ยังตอบไม่ได้ว่าดีเอ็นเอที่พบจะเพียงพอและสามารถนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของนายบิลลี่ได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นบอกได้เพียงว่า วัตถุพยานสามารถสกัดสารพันธุกรรมได้มากกว่าชิ้นส่วนกะโหลกชิ้นแรก ที่นำไปตรวจสอบเปรียบเทียบไมโทรคอนเดรียตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของนายบิลลี่&amp;quot; ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จตุพร บุรุษพัฒน์, ธัญญา เนติธรรมกุล, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พอละจี รักจงเจริญ, พิณนภา พฤกษาพรรณ, วราวุธ ศิลปอาชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุรพงษ์ กองจันทึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพฑูรย์ แช่มเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc97e2b39322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แอมเนสตี้ฯมอบรางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชน-โปสการ์ดให้กำลังใจ&#039;อังคณา-พิณนภา&#039;2นักปกป้องสิทธิฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล&amp;ldquo;รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ประจำปี 2561ณ&amp;nbsp;โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โดยมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และสื่อโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า สื่อมวลชนเปรียบเสมือน&amp;ldquo;ครู&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้ทำหน้าที่ในการร่วมกันบ่มเพาะคนในสังคมให้ตระหนักถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น&amp;nbsp; จึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างกำลังใจให้กับสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างหนักในการนำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่คำนึงถึงการเคารพ ส่งเสริม และปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้วยการจัดมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในสังคม และสื่อมวลชนจะได้มีพลังในการยืนหยัดที่จะทำงานเพื่อปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชนต่อไป ในส่วนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่ต้องได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกข่มขู่และคุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการตัดสินผลงานรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2561 ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสายสื่อมวลชนและสายสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;จากการคัดสรรและตัดสินผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ผลการตัดสินมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อสิ่งพิมพ์&amp;nbsp; ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานชุด&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ต้องกักและผู้ลี้ภัยในเขตเมือง 101&amp;rdquo;&amp;nbsp;หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และรางวัลชมเชย1รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานชุด&amp;ldquo;น้องนนท์...จากคนกีฬาชายขอบไร้สัญชาติ สู่วันที่คราบน้ำตาแห้งพร้อมสู้เพื่อชาวไทย&amp;rdquo;หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อออนไลน์&amp;nbsp; ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น&amp;nbsp;1 รางวัล&amp;nbsp;ๆ ละ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;quot;บทเรียนจากแดนประหารจากช่างภาพญี่ปุ่น-โทชิ คาซามะ&amp;rdquo;เว็บไซต์สนุกดอทคอมและรางวัลชมเชย4รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปิดตาตีหม้อ-สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด&amp;rdquo;เว็บไซต์&amp;nbsp;the101.worldผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชีวิตยามเกษียณ: &amp;lsquo;ชีวิตดี&amp;rsquo;เกิดจนตาย รัฐสวัสดิการเป็นไปได้ในชาตินี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;เว็บไซต์ประชาไท ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;4ปีรัฐประหาร:&amp;nbsp;ความตายของชัยภูมิ ป่าแส สิทธิมนุษยชนยุคทหารที่ไร้คำตอบ&amp;rdquo;เว็บไซต์บีบีซีไทย และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;In The Name Of The Motherเปลวเพลิงในดวงตาพะเยาว์ อัคฮาด&amp;rdquo;&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;the101.world&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ (ความยาวไม่เกิน 20 นาที)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น2รางวัล ๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;ldquo;ซ่อมVSซ้อม ธำรงวินัยทหารอดทน&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;โรฮิงญากลางฤดูอพยพ&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;ส่วนรางวัลชมเชยอีก 2รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;ldquo;วิสามัญ&amp;lsquo;ชัยภูมิ ป่าแส&amp;rsquo;&amp;nbsp;ควันปืนที่บดบังข้อเท็จจริง&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์นิวทีวี&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;ldquo;ค้ามนุษย์ข้ามชาติ&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์พีพีทีวีเอชดี 36&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารคดีหรือสารคดีเชิงข่าว ประเภทรายการโทรทัศน์&amp;nbsp;(ความยาวรวมไม่เกิน 60 นาที)&amp;nbsp;ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น 2 รางวัล ๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชีวิตหนี้มลาบรี&amp;rdquo;รายการเปิดปม&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เคยมีคนชื่อ เด่น คำแหล้&amp;rdquo;&amp;nbsp;รายการสารตั้งต้น&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์พีพีทีวีเอชดี 36ส่วนรางวัลชมเชยมี1&amp;nbsp;รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กลูกแรงงานข้ามชาติกับการได้รับการศึกษา&amp;rdquo;รายการสปริง&amp;nbsp;รีพอร์ต&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออกล่าวต่อว่าในปีนี้ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชน และยังจัดให้มีการปาฐกถาในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อสื่อทำให้เสียงของเราไม่เงียบอีกต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย นายศักดา แก้วบัวดี&amp;nbsp;นักแสดงและอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ขอลี้ภัยในประเทศไทย&amp;nbsp;และนางสุภาพ คำแหล้&amp;nbsp;ภรรยานักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ทำกัน จ. ชัยภูมิที่หายตัวไปเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นภายในงานยังมีการมอบโปสการ์ดให้กำลังใจจากผู้สนับสนุนของแอมเนสตี้ให้กับ 2 นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงของไทยได้แก่นางอังคณา นีละไพจิตร&amp;nbsp;นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่รณรงค์เพื่อยุติการอุ้มหายในประเทศไทย และภรรยาทนายความสิทธิมนุษยชนที่ถูกอุ้มหายเมื่อปี 2547&amp;nbsp;นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ&amp;nbsp;คุณแม่ลูกห้าและภรรยานักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์ ที่หายตัวไปเมื่อปี 2557 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายนายสมชายได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นบุคคลสำคัญที่สุดของงานในวันนี้ที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนและเป็นสื่อกลางในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งที่ผ่านมาและจะทำต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายสมชาย หอมลออ, พิณนภา พฤกษาพรรณ, วิทิต มันตาภรณ์, อังคณา นีละไพจิตร, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4a7b4b94867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
