<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้ระทมจมบาดาล ‘บิ๊กตู่’เร่งซับน้ำตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 จังหวัดชายแดนใต้อ่วมท่วมหนัก! เกือบ 6 หมื่นครัวเรือนระทม ปัตตานีวิกฤติทะลักตัวเมืองสูงถึง 1.5 เมตร นายกฯ สั่งทุกหน่วยระดมกำลังเร่งช่วยเหลือ พร้อมให้กำลังใจ ปชช.ผ่านสถานการณ์โดยเร็ว ยันดูแลอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มกราคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือประชาชน ทั้งในส่วนของการขนย้าย อพยพ เร่งระบายน้ำ การมอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน เตรียมความพร้อมสำรวจความเสียหาย เพื่อฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด นอกจากนี้จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ฝากให้กำลังใจประชาชนที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยในขณะนี้ โดยขอให้ผ่านสถานการณ์ไปได้โดยเร็ว ยืนยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง กองทัพ รวมทั้งอาสาสมัคร ที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเข้มแข็ง โดยขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและตนเอง&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2564-ปัจจุบัน (10 ม.ค.2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี รวม 32 อำเภอ 185 ตำบล 996 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,497 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย (ยะลา 2 ราย สงขลา 1 ราย) บาดเจ็บ 2 ราย (สงขลา)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ และประเมินความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID@1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปัตตานีว่า ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีขณะนี้ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำยังคงเพิ่มปริมาณสูงขึ้น อีกทั้งยังมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง จึงทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปัตตานี รวมไปถึงย่านเศรษฐกิจ จากเดิมน้ำได้ที่ท่วมแล้ว ปรากฏว่าระดับน้ำยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ทั้งเมืองจมอยู่ใต้น้ำ ถนนทุกสายในเขตเทศบาลเมืองมีระดับน้ำสูง 20-30 ซม. บางสายต้องปิด เพราะไม่สามารถใช้ได้ ร้านค้า ห้างร้านต้องนำอิฐบล็อกหรือกระสอบทรายกั้นน้ำ บางร้านก็ปิดตัวลงก่อน และพื้นที่บางแห่งติดแม่น้ำปัตตานี คือ ต.จะบังติกอ ขณะนี้เข้าขั้นหนัก เนื่องจากระดับน้ำสูงเกือบ 1-1.5 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เส้นทางเข้าเมือง หรือประตูเมือง บริเวณถนนหนองจิก ต.รูสะมิแล ถือเป็นสายหลักย่านเศรษฐกิจปรากฏว่าน้ำได้ท่วมสูง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปิดเส้นทางขาออก เพราะระดับน้ำสูงกว่า 30-40 &amp;nbsp;ซม. เปิดให้รถสัญจรเส้นทางขาเข้าเพียงทางเดียว แต่ทำให้การจราจรติดขัด เนื่องจากมีรถเป็นจำนวนมากเข้า-ออก ซึ่งจุดนี้มีมวลน้ำจำนวนมากและแรงข้ามฟากฝั่งมาจาก ต.ปะกาฮารัง และเป็นจุดที่อันตรายสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ต้องผ่านเข้า-ออกตัวเมือง บางคันถึงขั้นเครื่องดับ เจ้าหน้าที่เทศบาลและกู้ภัยต้องเข้ามาอำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเมืองปัตตานีตั้งแต่ช่วงเช้านี้ น้ำได้เอ่อล้นเข้ามามากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำจากเขื่อนบางลางที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในเมืองปัตตานี ตอนนี้นอกจากน้ำที่ไหลเข้ามาทางแม่น้ำปัตตานีที่เอ่อล้นอยู่แล้วนี้ มีอีกทางหนึ่งคือจากทางพื้นที่ตำบลปะกาฮะรัง ผ่านท่อลอดทางถนนเส้น 418 ไหลมาสมทบเข้ามาในเมืองอีก 2 ทาง ทำให้ปริมาณน้ำเข้าท่วมมามากขึ้นและขยายกว้างขึ้น ในเมืองปัตตานีขณะนี้ท่วมอยู่และเพิ่มขยายเป็นวงกว้าง คาดว่าวันนี้น้ำจะยังเพิ่มอยู่ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ได้กั้นกระสอบทรายเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าเขตตัวเมือง และให้ประชาชนบางส่วนไม่กระทบกับน้ำท่วมสูง น้ำที่กั้นไว้นี้จะผันน้ำมาทางถนนหนองจิกให้ไหลเข้ามาที่เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ผันน้ำเข้าสู่คลองสามัคคีไปเข้าแม่น้ำปัตตานีไหลลงสู่ทะเลต่อไป ถ้าหากว่าประตูเขื่อนบางลางได้ปิดประตูหรือชะลอน้ำลง เราก็จะประคองปริมาณน้ำไม่ให้สูงขึ้นกว่านี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89383</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffaee8a1bef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
