<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพย้ำหนุนงานรัฐบาลภายใต้จุดยืนพิทักษ์ชาติ ศาสนา กษัตริย์และปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศิริ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอาการ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข่าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยก่อนการประชุม ได้มีการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร โดยมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะผู้บัญชาการทหาร เข้าร่วมโดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองทัพไทย แถลงข่าวว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้เน้นย้ำและทำการตกลงกับเหล่าทัพเกี่ยวกับจุดยืนของกองทัพยังคงเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติภายใต้จุดยืนที่สำคัญ คือ พิทักษ์ปกป้องรักษาไว้ซึ่งสถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน การดำเนินการของกองทัพไม่เปลี่ยนแปลงพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศชาติในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บทบาทของทหารดูแลความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)สิ้นสภาพไปแล้ว พ.ต.กฤษณ์ กล่าวว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เน้นย้ำ กำลังพลในกองทัพไทย ขอให้อดใจรอคอยดูแลและเป็นกำลังการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล กองทัพจะใช้ศักยภาพที่มีอยู่ทำงานภายใต้จุดยืนที่ได้กล่าวไปข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, จุดยืนกองทัพไทย, ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ, พิทักษ์สถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fffb397539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิวัติแผนขั้นสุดท้าย ผบ.ทสส.ชี้อย่าตื่น/จตุพรเชื่อผบ.ทบ.แนะทางสว่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้บัญชาการเหล่าทัพประชุม ตบเท้าลั่นพิทักษ์สถาบันฯ สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ย้ำยืนอยู่จุดประชาชนมีความสุขและประเทศชาติสงบ &amp;ldquo;พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;rdquo; ระบุคำพูด &amp;ldquo;บิ๊กแดง-บิ๊กต่าย&amp;rdquo; เรื่องรัฐประหารมาจากประสบการณ์ ชี้เป็นทางเลือกสุดท้าย &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; แจง ผบ.ทบ.เปิดไฮโลแทง นักการเมืองควรตระหนักหาทางแก้ไข ไม่ใช่ประณาม &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; อัดวิสัยทัศน์คร่ำครึเหมือนฝาแฝด &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยิ่งกว่าผีเน่ากับโลงผุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พร้อมด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.พรพิพัฒน์แถลงผลประชุมว่า ถือเป็นวันสำคัญของกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ประชุมร่วมกัน ถือเป็นกลไกที่เป็นไปตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติการจัดส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม พ.ศ 2551 ที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต รวมทั้งทางด้านยุทธการ และแนวทางที่กองทัพจะดำเนินการในปีงบประมาณต่อไป โดยเรื่องหลักๆ ที่ได้เน้นย้ำเรื่องแรก คือ การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราได้เน้นย้ำคือ การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งหน้าที่ของกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือการปกป้องรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน และพิทักษ์รักษาอาณาเขตทั้งทางบกและทางทะเล ในส่วนของการปฏิบัติในเรื่องการฝึก เป็นเรื่องที่เน้นย้ำในปีงบประมาณต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.พรพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนการรักษาความมั่นคงของรัฐ กองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลต่อไป ทั้งความสงบในประเทศและการป้องกันแก้ไขปัญหาแรงงาน ยาเสพติด ตลอดจนภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในส่วนของความร่วมมือของต่างประเทศกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปีหน้าจะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ สอดคล้องกับภาระของรัฐบาลที่ต้องประชุมในระดับต่างๆ ทั้งระดับรัฐบาล กระทรวง และเหล่าทัพ&amp;nbsp;
&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ได้เน้นย้ำกวดขันกำลังพลทุกคนในเรื่องวินัยการแสดงออกว่าเป็นทหารอาชีพ การเป็นตำรวจอาชีพเพื่อให้ประชาชนทุกคนเกิดความมั่นใจว่าพวกเราทุกคนจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ตามกฎหมาย&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
รัฐประหารทางเลือกสุดท้าย
ต่อมา พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวถึงจุดยืนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าว่า ภารกิจการเตรียมการเลือกตั้ง สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการให้ความรู้ความเข้าใจในกฎกติกาของการเลือกตั้ง งานที่เราทำผิดชอบคือการทำให้บรรยากาศในทุกพื้นที่อยู่ในความสงบเป็นงานสำคัญของพวกเราทุกคน ส่วนการเน้นย้ำกำลังพลนั้น เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ ต้องยึดมั่นในกรอบหน้าที่ของทหารและตำรวจ คือการทำให้ประเทศชาติ ประชาชนเกิดความสงบ ให้ความรู้ความเข้าใจ จะต้องมีจุดสมดุล เพื่อไม่ให้ข้อมูลใดๆ ก็ตามที่นำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ในปีหน้านั้น หากย้อนไปเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยทุกคนได้เห็นว่า ใน 4 ปีนี้เป็น 4 ปีที่มีแต่ความสงบ ไม่มีการเดินขบวนประท้วงจนทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดปัญหา คนไทยก็อยู่อย่างมีความสุข ทำมาหากินอย่างปกติ การติดต่อค้าขาย เศรษฐกิจไปได้ด้วยดี กฎหมายมีการบังคับใช้ ทุกคนเคารพกฎหมาย ถือว่าสังคมอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีอะไรต้องกังวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จุดยืนของทหารยังอยู่เคียงข้างประชาชนใช่หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า จุดยืนของทหาร ตำรวจ คือจุดใดก็ได้ที่ประเทศชาติมีความสงบ และเมื่อถามย้ำว่า ในอนาคตเกิดวิกฤติการเมืองอีกครั้ง บทบาทของทหารจะเป็นอย่างไร หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงจากอำนาจ พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า หากเราไม่ไปพยากรณ์ว่าจะเกิดการจลาจล ขณะนี้การเดินทางของประเทศไทย 4 ปีที่ผ่านมาถือว่ามีพัฒนาการดี ก้าวหน้า และมีการเตรียมการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมาด้วยดีตลอด แทนที่เราจะคิดว่าจะเกิดการจลาจล แต่ถ้าหากเราร่วมมือการตัดสินใจให้ถูกต้อง ทุกคนมีจุดยืนที่เหมาะสมรวมกัน เราก็คงไม่ต้องไปคิดว่าจะเกิดการจลาจลหรือไม่ในอนาคต และไม่ต้องไปคิดว่าทหารต้องมาทำอะไรหรือไม่ในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.พูดนั้น ท่านพูดด้วยประสบการณ์ นั่นคือแผนเผชิญเหตุสุดท้าย แต่ในขณะที่กลไกกฎระเบียบของบ้านเมืองยังใช้บังคับได้ และผู้คนเคารพกฎหมาย ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งก็ยังไม่เห็นปรากฏว่ามีนัยสำคัญ จนถึงขนาดที่ต้องน่ากังวล การที่เราไปพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะเกิด จะทำให้สังคมเกิดความกังวลได้ ผมคิดว่าเราทุกคนต้องยืนหยัดอยู่กับการรับข้อมูลและการตัดสินใจจากข้อมูลนั้นให้เกิดความสงบ อย่าไปตื่นตามประเด็นที่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเล็กๆ น้อยๆ และคิดว่าจะเป็นเช่นนั้น&amp;quot; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว และย้ำว่า จุดยืนของกองทัพ และ สตช.คือจุดที่ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติมีความสงบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการรัฐประหาร เป็นทางเลือกสุดท้ายใช่หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดความไม่สงบ และยังไม่เห็นว่าต้องไปแก้ปัญหาความไม่สงบด้วยวิธีใด ในเมื่อกฎหมายยังบังคับได้ปกติ ไม่มีเหตุผลใดที่ทำให้คนไทยต้องกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ยังมีหนทางอื่นที่ใช้มากกว่าหนทางรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลง พล.อ.อภิรัตช์เดินไปจับมือกับ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ก่อนไปไหว้ชื่อของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทสส. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่ติดอยู่บนป้ายรายชื่อนายทหารที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.อภิรัชต์ได้เดินไปดูรูปของพล.อ.สุนทร ภายในห้องรับรองนเรศวรอีกด้วย
บิ๊กแดงเมินเสียงวิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัตช์กล่าวถึงกระแสโจมตีจากฝ่ายการเมืองหลังให้สัมภาษณ์ว่า การรัฐประหารจะไม่เกิด หากฝ่ายการเมืองไม่เป็นต้นเหตุจลาจลว่า เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนที่นายเอกชัย หงส์กังวาน จะไปแจ้งความเอาผิดในข้อหากบฏนั้น ก็ว่าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของ ผบ.เหล่าทัพ และ สตช. พล.อ.พรพิพัฒน์ได้จัดเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดครบ 59 ปี ในวันที่ 19 ต.ค. ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ด้วย โดยได้มอบเค้กให้
ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาตอบโต้การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ ว่าการชุมนุมไม่ว่าของฝ่ายไหน ไม่ใช่สาเหตุของการยึดอำนาจ การเผาบ้านเผาเมือง การสร้างกองกำลังกบฏ มาฆ่าทหาร ฆ่าประชาชนถึงในทำเนียบฯ หรือกลางเมืองหลวง การก่อสงครามกลางเมือง หรือมุ่งร้ายต่อสถาบันสำคัญและความมั่นคงของชาติ เหล่านี้แหละเป็นเหตุที่ต้องยึดอำนาจ
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า พล.อ.อภิรัชต์พูดอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าเป็นภาษานักพนันเรียกว่าเป็นการเปิดไฮโลแทง ในอดีตเราชินกับคำพูดของ ผบ.ทบ.ทุกคนว่าข้าพเจ้าจะไม่ยึดอำนาจ แต่สุดท้ายก็ยึดอำนาจทุกครั้ง คนไทยมีความสุขกับการพูดเท็จ จึงไม่รู้ว่าการรัฐประหารครั้งสุดท้ายจะสิ้นสุดเมื่อไร มีการยึดอำนาจทุกคน โดยเฉพาะคนที่บอกว่าจะไม่ยึดอำนาจ สาเหตุคือการหยิบยกเรื่องการจลาจล ความแตกแยกของคนในชาติทั้งเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549 และ 22 พ.ค.2557 &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่ ผบ.ทบ.พูดเหมือนกับเป็นการเปิดไฮโลให้แทง ถ้าเรายังแทงผิดทั้งที่เจ้าเปิดไฮโลแทงแล้วเราคงเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เราต้องการการเลือกตั้ง แต่อะไรจะเป็นเหตุไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งก็คือคำว่าไม่สงบ ซึ่งไม่สงบเทียม ไม่สงบจริง บ้านเมืองนี้สามารถทำขึ้นได้ทั้งนั้น จึงขอให้มีการพูดคุยกันเพื่อไม่ให้เข้าเงื่อนไขที่ พล.อ.อภิรัชต์พูด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวอีกว่า ในอนาคตถ้ารัฐประหารจะเกิดขึ้น อยากให้คนไทยย้อนกลับไปดูการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2500 ที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยอ้างการเลือกตั้งสกปรก จึงทำให้ตัดสินใจยึดอำนาจผู้บังคับบัญชาตัวเอง ทั้งที่จอมพลสฤษดิ์ประกาศว่าจะไม่วัดรอยเท้าจอมพล ป. จนเป็นประวัติศาสตร์ที่ทำให้ไทยสูญเสียประชาธิปไตยไปกว่า 16 ปี ทั้งนี้ ประเด็นฝ่ายการเมืองใช้กองทัพในการหาเสียง ถามว่ามีใครบ้างจะใช้ประโยชน์กองทัพ ถ้าไม่ใช่ผู้มีอำนาจ แต่มีประเด็นที่สร้างความสบายใจคือกองทัพจะสนองทุกรัฐบาล และกองทัพไม่มีวันชนะประชาชน ถ้าประชาชนไม่แตกแยกและรู้เท่าทันสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ฝ่ายการเมืองเมื่อเรารู้โจทย์นี้ เราต้องหาทางแก้ไขมากกว่าการประณามหยามเหยียด และพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และเป็นสัญญาประชาคมร่วมกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่การยึดอำนาจอีกเหมือนในปี 2500 โดยตนเสนอให้ฝ่ายผู้มีอำนาจเป็นผู้เริ่มต้นในการพูดคุย&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
เจี๊ยบอัดฝาแฝดบิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ พล.อ.อภิรัชต์ยังมีความคิดหมกมุ่นเรื่องการปฏิวัติ ซึ่งสวนกระแสความเจริญของโลก อันที่จริงหน้าตาท่านก็ดูทันสมัย อายุยังไม่มากเท่าไหร่ น่าจะเป็นนายทหารยุคใหม่ที่นำการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มาสู่กองทัพได้ แต่พอเปิดวิสัยทัศน์ออกมา ทำไมกลายเป็นเพียงตุ๊กตาฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมือนผีเน่ากับโลงผุ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าบุคคลระดับผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นคนกำหนดทิศทางของกองทัพยังมีความคิดแบบนี้ ประชาชนคงไม่สามารถฝากความหวังให้ทหารลุกขึ้นมาปฏิรูปตัวเองได้ คงต้องให้ประชาชนช่วยกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อันที่จริงแทนที่ พล.อ.อภิรัชต์จะจ้องหาเหตุผลเพื่อเข้ามาปฏิวัติ ควรเอาเวลาไปคิดเรื่องปฏิรูปกองทัพ ในลักษณะพลิกลายพราง คือพลิกโฉมกองทัพให้มีความเป็น 4.0 เช่น เลิกปฏิวัติหรือหมกมุ่นเรื่องการเมือง เลิกบังคับเกณฑ์ทหาร และเลิกคุกคามสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะทำให้ พล.อ.อภิรัชต์นั่งในใจประชาชนได้ โดยไม่ต้องเกาะกระแสนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปหรือบอยกรุ๊ปค่ายไหนๆ อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องฝืนสังขารหัดเต้นท่าคุ้กกี้เสี่ยงทายโดยไม่เกรงใจสังขารตัวเอง&amp;quot; ร.ท.หญิง สุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวอีกว่า พล.อ.อภิรัชต์ควรเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต ว่าการเอากองทัพไปรับใช้การเมือง จะส่งผลเสียหายต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่ามิได้ ทั้งยังทำลายรากฐานระบบการเมือง และทำให้ประเทศถอยหลังทุกด้าน ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตนเองคงไม่มีกำลังไปต่อกรกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือ พล.อ.อภิรัชต์ได้ แต่จะขอต่อสู้ทางความคิดผ่านแคมเปญพลิกลายพราง โดยใช้แฟนเพจเป็นช่องทางสื่อสาร เพื่อผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ ซึ่งเป็นการสื่อสารออนไลน์แบบเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังทำอยู่ ก็หวังว่า กกต.และผู้มีอำนาจรัฐจะไม่ปฏิบัติ 2 มาตรฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, ปฏิวัติแผนขั้นสุดท้าย, ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติสงบ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พิทักษ์สถาบัน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9ea3ca5bfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
