<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; ฝันสักวันหนึ่ง &#039;ก้าวไกล&#039; จะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการประชุมของพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมาห่างเหินกันไปนานเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้ไม่มีโอกาสได้ประชุมกัน ไม่ได้จัดทัพเพื่อเตรียมต่อสู้ ในปีที่จะถึง ทั้งนี้การมาภาคอีสานต้องการมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ซึ่งได้เห็นช่วงที่ชาวนากำลังลำบาก ทั้งเรื่องราคาพืชผลการเกษตร ทั้งยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก แต่พื้นที่อีสานยังคงแล้งต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับอีสานมานาน ตนในฐานะพรรคก้าวไกลอยากจะอยู่ใกล้ๆ เขาเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น ในการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการมาเห็นกับตาเพื่อนำข้อมูลไปจัดทำนโยบายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งนี้หากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ที่ดิน เรื่องน้ำ ให้คนอีสานได้ เชื่อว่าจะสามารถชนะใจคนอีสานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ ส.ส.เขตในพื้นที่อีสานเพิ่มขึ้น นายพิธา กล่าวว่า ในใจก็มีคำตอบอยู่ เราสามารถคิดกันด้วยสมอง ดูจากเขตยุทธศาสตร์ได้ว่าผลการเลือกตั้งปี 2562 เป็นอย่างไร แต่ละพื้นที่มีวาระอะไร เช่น การถูกเอาเปรียบในเรื่องของที่ดิน การสร้างเขื่อน ทั้งหมดนี้หากใช้หัวคิดก็สามารถคิดได้ และจะให้บอกตัวเลขก็ทำได้ ทั้งนี้ตนคิดว่าหากสู้กันด้วยใจ ทุกเขตสำคัญหมด ไม่อย่างนั้นคนทำงานจะเสียกำลังใจ ดังนั้น 116 เขตที่อยู่ในภาคอีสานตนตั้งใจจะไปให้ครบทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตยุทธศาสตร์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ในพื้นที่ขอนแก่นเราเคยได้ ส.ส.ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับเป็นงูเห่า จะมีการปรับยุทธศาสตร์ในการเลือกผู้สมัครอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า สาเหตุที่มาจัดประชุมที่ขอนแก่น นอกจากจะไม่ใช่พื้นที่สีแดงเข้ม รวมทั้งมีความสะดวกสบายในการเดินทาง แต่อีกทางคือเป็นสัญลักษณ์ในเชิงมาเปิดประตูสู่ภาคอีสาน ซึ่งตั้งใจจะมาที่เขตเลือกตั้งที่ 1 เพื่อมาทวงคืน ส.ส.ในเขตนี้ ตนเลือกนายวรนันท์ ศรีฮวด ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองมาหลายสิบปี เมื่อมาอยู่กับพรรคก็ผ่านการสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่า 7-8 คน รวมถึงตนด้วย ซึ่งมีกระบวนการคัดสรร กระบวนการพัฒนาเพื่อที่จะมั่นใจว่าคนที่มาเป็นตัวแทนในการมาทวงคืนพื้นที่ ๆ อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยทำไว้ ซึ่งเราขอเรียกความไว้วางใจ ความมั่นใจจากคนขอนแก่น เขต 1 จำนวน 1.85 แสนทั่วจังหวัดที่เคยให้พรรคอนาคตใหม่มาให้พรรคก้าวไกลเพื่อทำงานในอีสานระยะยาวและตรงไปตรงมาเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ในพื้นที่อีสานมีจังหวัดใดที่คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.บ้าง หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในใจคาดหวังทุกเขต ทุกจังหวัด &amp;nbsp;ซึ่งเราตั้งใจทำงานเท่ากันหมด แต่ถ้าหากจะให้ดูว่าเขตไหนจะชนะตนคิดว่าทุกคนก็รู้ดูได้จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าเขตไหนแพ้การเลือกตั้งไม่กี่พันคะแนน เขตไหนแพ้แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ สามารถจะบอกได้ แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยในการทำงาน เราตั้งใจที่จะสู้ทุกเขตทุกจังหวัดในภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า หนักใจหรือไม่ในการสู้กับพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp;นายพิธา กล่าวว่า ไม่หนักใจ ในระบอบประชาธิปไตย การแข่งขันเป็นเรื่องดี คนที่จะได้ประโยชน์คือประชาชน ยิ่งมีการแข่งขันอยู่ใกล้ชิดประชาชน หานโยบายที่โดนใจประชาชน ใครแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ได้ดี รวมถึงปัญหาหนี้สิน ให้กับเกษตรกรตนคิดว่าจะเป็นทางเลือก และเป็นการแข่งขันในเชิงนโยบายประชาชนจะได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าจะไม่มีการยุบสภา แต่กลับเห็นสัญญาณการลงพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นายพิธา กล่าวว่า ตนคิดว่าคนเราเวลาอะไรที่ทิ่มแทงใจก็จะพูดออกมา ในลักษณะที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือเป็นข่าวลวง หรือตั้งใจที่จะส่งสัญญาณตรงกันข้าม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด และคนนี้ไม่ใช่หรือที่บอกว่าจะไม่ทำรัฐประหาร ตนคิดว่าใครจะพูดว่าอะไรพรรคไหนจะทำอะไร เป็นเรื่องของเขา แต่พรรคก้าวไกลต้องการเตรียมตัวให้พร้อมในทุกเวลา ในทุกมิติ ทุกสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ และเราควรทำมาตั้งนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกลจะมีการส่งผู้สมัครผู้ว่า กทม. หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มี ครั้งที่แล้วได้มีการพูดกันเรียบร้อยแล้วว่า ในเรื่องของผู้ว่า กทม.จะต้องมีความพร้อม มี ส.ก. และมีว่าที่ผู้สมัครหลายคนที่ได้ทำงานไปเรื่อย แต่ในส่วนของผู้ว่า กทม.จะต้องรอจังหวะที่เหมาะสมในการที่จะเปิดออกมา ในจังหวะที่ไม่ช้ำ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงเริ่มขยับในการทำงานในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการทำไพรมารีโหวต 400 เขตจะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือไม่ &amp;nbsp;นายพิธา กล่าวว่า ต้องพูดคุยกันก่อน มีเลขาธิการพรรคเป็นผู้อำนวยการ รวมถึงมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่จะทำงาน ส่วนเรื่องระบบบัตรเลือกตั้งที่จะเปลี่ยนเป็น 2 ใบนั้น ไม่ว่าระบบไหนก็ต้องพร้อมสู้ เมื่อเป็นพรรคการเมือง &amp;nbsp;หากเป็นอย่างที่ผู้สื่อข่าวถามเราต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนให้มากขึ้น ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด สักวันหนึ่งเราจะต้องเป็นพรรคขนาดใหญ่ วันนี้เราอาจจะเป็นพรรคขนาดกลาง แต่เรามีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ ดังนั้นกติกาไหนที่คิดว่าจะได้ประโยชน์กับเขาในตอนนั้น อาจจะเป็นประโยชน์กับเราก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อที่จะเปิดทางให้พรรคการเมืองเข้าไปช่วยเลือกตั้งท้องถิ่นได้นั้น นายพิธา กล่าวว่า ตนยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าการทำงานท้องถิ่นกับการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำไปควบคู่กัน ต้องมีการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ แต่ถึงขั้นว่าจะต้องลงไปช่วยหาเสียง จะต้องมีการหารือกันก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119888</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, พิธา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073be1e07a87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิธา’นำทีมก้าวไกลลงพื้นที่ภาคตะวันออก ย้ำพร้อมสู้ทุกกติกาเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ตุลาคม&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.ที่ห้องประชุมโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เขาสมิง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประกอบด้วย&amp;nbsp;นายวุฒินันท์&amp;nbsp;บุญชู&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ,นายธีรชัย&amp;nbsp;พันธุมาศ,นางศิริกัญญา&amp;nbsp;ตันสกุล&amp;nbsp;,นายวรรัตน์&amp;nbsp;โชตปมิตกุล&amp;nbsp;นายสุรเชษ&amp;nbsp;ปลิณวงค์วุฒิ&amp;nbsp;และนางวรรณิภา&amp;nbsp;ไม้สน. ร่วมเวที&amp;rdquo;หัวหน้าพรรคก้าวไกลร่วมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน&amp;rdquo;ที่นายศักดินัย&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นผู้จัดขึ้นโดยมีภาคเอกชนหลักของจังหวัดตราดประกอบด้วย&amp;nbsp;นายสัคศิษฎ์&amp;nbsp;มุ่งการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด&amp;nbsp;,นายวุฒิพงษ์&amp;nbsp;รัตนมนต์&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจ.ตราด&amp;nbsp;,นายพิพัฒน์&amp;nbsp;ฤกษ์สหกุล&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายสว่าง&amp;nbsp;ชื่นอารมณ์&amp;nbsp;ประธานสภาการเกษตรจ.ตราด&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;สมรรถการนายกสมาคมอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งเเวดล้อมจ.ตราด&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ชัยศิริ&amp;nbsp;นายกสมาคมประมงจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นต้นร่วมพร้อมเอกชนเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าร่วมเวที&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ได้กล่าวกับสื่อมวลชนถึงการเดินทางมายัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกว่า&amp;nbsp;การเดินทางมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกครั้งนี้มาด้วยหมวกหลายใบ&amp;nbsp;ใบหนึ่งก็คือ&amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคอนาคตใหม่ได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมากทั้งปราจีนบุรี&amp;nbsp;,ระยองแพ้ไปนิดเดียวจันทบุรีได้ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;จ.ตราดได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขตซึ่งการเดินทางมาก็เพื่อทำงานการเมืองที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;และต้องการรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปแก้ไขทั้งราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ปัญหาโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;สถานการณ์ที่น่าห่วงและต้องทำไปแก้ไขก็คือสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp;และจันทบุรีที่เพิ่มสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;20 %&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;450&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งทุบสถิติ&amp;nbsp;ตราด&amp;nbsp;8 %&amp;nbsp;ซึ่งยังโชคดีทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า&amp;nbsp;การแก้ปัญหาในพื้นที่ยังมีปัญหา&amp;nbsp;เพราะส่วนกลางไม่เข้ามาสนับสนุนในท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมทั้งงบประมาณไม่มีหรือมีน้อย&amp;nbsp;จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกด้านหนึ่งคือ&amp;nbsp;ได้มีการพบปะพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัครของพรรค&amp;nbsp;สมาชิกพรรคและผู้สนใจการเมืองในพื้นที่ที่มีความฝันในการทำงานการเมืองซึ่งทางพรรคยังไม่มีผู้สมัครครบในทุกเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;จึงต้องมาหารือและกำหนดเป้าหมายทางการเมืองกัน&amp;nbsp;ซึ่งการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าในจำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่นั่งในภาคตะวันออกมีโอกาสสูงที่จะได้รับทั้งหมดก็เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์แต่เราพรรคก้าวไกลเราทำงานการเมืองเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;แต่ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;เพราะการมีครบทั้งน้ำทะเล&amp;nbsp;ทั้งภูเขาทั้งถนนมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;มีท่าเรือ&amp;nbsp;มีวัตถุดิบ&amp;nbsp;แต่การเรื่องการบริหารจัดการที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;คือการที่จะเลือกผู้แทนราษฎรและเลือกผู้นำเข้าไปบริหารจัดการให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;การเลือกผู้นำประชาชนต้องเลือกผู้ทีทจะปรุงหรือผู้เจียระไนเพชรให้งดงามเหมือนที่จ.ตราดเลือกผู้แทนราษฎรของพรรคที่มีคุณภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในส่วนของกติกาเลือกตั้งที่มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบนั้น&amp;nbsp;เรามักจะคิดว่าพรรคใดจะได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งพรรคก้าวไกลไม่ได้สนใจแต่เราพร้อมที่จะปรับตัว&amp;nbsp;และเรายังมีเวลา&amp;nbsp;และจะต่อสู้ในทุกมิติ&amp;nbsp;ทุกกติกาแน่นอน&amp;nbsp;เพราะหากเราเป็นรัฐบาลที่ดี&amp;nbsp;อำนาจจะต้องอยู่ที่ประชาชนแต่หากเราจะกำหนดกติกาอะไรออกมาเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบก็เป็นเรื่องของเขา&amp;nbsp;แต่เราก็ไม่บ่น&amp;nbsp;แต่เราพร้อมจะสู้ไม่ว่าจะ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เพราะพรรคก้าวไกลมีวิธีการสู้&amp;nbsp;เพราะปลายทางของเราคือสถาบันการเมืองที่เคารพกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคะแนนนิยมของผมและของพรรคนั้นจะเก็บไว้เป็นกำลังและทำงานให้หนักมากขึ้น&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ประมาท&amp;nbsp;ท่ามกลางวิกฤติการณ์การเมืองทีทผมจะต้องพิสูจน์ถึงภาวะผู้นำ&amp;nbsp;วิสัยทัศน์ในการทำงาน&amp;nbsp;และไม่ว่าจะมีคะแนนมากน้อยเพียงใดก็จะทำงานให้มากกว่าเดิม&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมหารือกับภาคเอกชนจนถึงเวลา16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และเดินทางไปยังตลาดเอกสิน&amp;nbsp;ต.หนองเสม็ด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;เพื่อพบพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.จะร่วมงานกับสมาคมประมงจ.ตราดจนถึงเวลา&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ตราด, พิธา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162cdc77af3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลอ้างเหตุตัดชื่อ&#039;ธรรมนัส&#039;ฟังเสียงส่วนใหญ่พรรคร่วมฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151&amp;nbsp; ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีร่วมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังมวลชนไทย เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ทั้งการบริหารวัคซีน การจัดการสถานการแพร่ระบาดโควิด-19 และการบริหารเศรษฐกิจ พรรคฝ่ายค้านจึงมีความจำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จำนวน 6 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอให้ประธานสภาฯโปรตรวจสอบและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพื่อเป็นเรื่องด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า สภาจะรับไปตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบเนื้อหาหากไม่ขัดข้อบังคับจะได้บรรจุเป็นเรื่องด่วนต่อไป ในทางปฏิบัติก็ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อหารือถึงเวลาอันสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อบรรจุญัตติแล้ว ผลทางกฎหมายจะยุบสภาฯในช่วงเวลานี้ไม่ได้ และการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญยังมีกระบวนการตามมาตรา 152 อภิปรายเพื่อขอคำชี้แจงและแนะนำ โดยไม่ลงมติ ซึ่งยังทำได้อีกครั้งหนึ่งในรอบปีนี้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจทำได้เพียงปีละหนึ่งครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลยื่นขออภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ด้วย แต่เหตุใดจึงถูกตัดชื่อออก นายพิธา กล่าวว่า แต่ละพรรคมีรายชื่อบุคคลไม่น่าไว้วางใจของตัวเอง แต่ที่สุดต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้โฟกัส 6 คน และมีความจำเป็นต้องพูดคุยกัน และรักษาบรรยากาศของการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ญัตติ, ฝ่ายค้าน, พิธา, ร.อ.ธรรมนัส, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119e6e291a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจี๊ยบก้าวไกล&#039;ทุบโต๊ะ ถ้า&#039;ทอน-ทิม&#039;เป็นนายกฯ วัคซีนจบแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64-นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แกนนำเสื้อแดงนครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ว่าปี 62 ถ้าได้ธนาธรเป็นนายกเราจะไม่พบปัญหาวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 64 ถ้าเปลี่ยนให้พิธาเป็นนายกเราจะแก้ปัญหาวัคซีนได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, พิธา, วัคซีน, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, เป็นนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de70dc9596f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;สวน&#039;พิธา&#039;ไล่&#039;บิ๊กตู่&#039;ไขก๊อก! ยิ่งทำโควิดวิกฤติหนักกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกเพราะไร้ความสามารถในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 ว่า บอกนายพิธาไปหลายครั้งแล้วว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานทางการเมือง แต่เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤติโควิด-19ไปให้ได้ อยากถามนายพิธาว่า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกแล้วปัญหาโควิด-19จบใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ แต่สถานการณ์อาจจะหนักกว่าเดิม เหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก หรือนายพิธาคิดแค่ให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเพื่อให้ฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ทุ่มเททำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ปรับแผนงานให้ทันสถานการณ์ตลอดเวลา ไม่ได้ล้มเหลวแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นจัดหาวัคซีนเพิ่มจาก 100 ล้านโดสเป็น150 ล้านโดสเพื่อเร่งฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคน ภายในปี 64 รวมไปถึงการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายพิธาบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์รวบอำนาจ ทำงานแบบ one man show นั้น ก็ไม่เป็นความจริง นายกฯ กระจายอำนาจ ทำงานเป็นทีม มีแต่นายพิธาที่อยากจะ one man show ทั้งที่ไม่มีอะไรให้โชว์ สำหรับกรณีที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมขึ้นมา 1 แสนคนนั้น ก็เพราะมีการตรวจเชิงรุก นายพิธามีอคติเกินไป พอตัวเลขน้อยก็หาว่าปกปิด พอตัวเลขมากก็บอกว่าล้มเหลว นายพิธาไม่ช่วยแล้วยังโจมตีการทำงานของรัฐบาลอีก ถือว่าใช่ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวด้วยว่า กรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฟันธงว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทิ้งเก้าอี้นายกฯ ง่ายๆ นั้น อยากให้นายจาตุรนต์อดใจรอหน่อย ไม่เกิน 2ปี ก็เลือกตั้งใหม่แล้ว ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานให้ประชาชนก่อน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp; ตนเห็นใจนายจาตุรนต์ เพราะอาจจะเป็นสมัยสุดท้ายแล้วก็ได้ รวมทั้งที่นายจาตุรนต์บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากใครทั้งสิ้นก็ไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์รับฟังความเห็นทุกฝ่าย และการแก้ปัญหาโควิด-19 นายกฯฟังคำแนะนำจากคณะที่ปรึกษาที่เป็นอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นพ.อุดม คชินทร นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา นพ.ยง ภู่วรวรรณ ฯลฯ นายจาตุรนต์ไม่ควรสาดโคลนใส่ท่านนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ บุคลากรทางการแพทย์ฯ เพราะฉะนั้น ฝ่ายการเมืองควรรู้กาลเทศะบ้าง ไม่ใช่ออกมาโจมตีรัฐบาลเช้า กลางวัน เย็น ถ้าไม่คิดช่วย อย่างน้อยก็อย่าขวาง แล้วประชาชนจะตัดสินใจธาตุแท้นักการเมืองเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103151</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์, ธนกร วังบุญคงชนะ, บิ๊กตู่, พิธา, เลือกตั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cc15c903b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวหน้าพิธา แหวกโควิด ด่ารัฐบาลประยุทธ์ ไม่ปกป้องผลประโยชน์คนไทยและคนพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แถลงออนไลน์ถึงสถานการณ์ในเมียนมาร์ บทบาทของอาเซียนในการหาทางออกให้กับสถานการณ์ในเมียนมาร์ และบทบาทของไทยในการประชุมผู้นำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาในวันที่ 24 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาทั้งโลกได้ติดตามสถานการณ์ในเมียนมาร์ด้วยความสะเทือนใจ เนื่องจากมีผู้ถูกทหารเมียนมาร์สังหารแล้วกว่า 700 คน เป็นเด็กถึง 50 คน บางคนอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น คนนับพันคนถูกจับกุมหรืออุ้มหาย ซึ่งนี่เป็นปฏิบัติการอย่างเป็นระบบของทหารเมียนมาร์เพื่อปราบปรามประชาชนให้สยบด้วยความหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าไม่มีการยับยั้ง ทหารเมียนมาร์ก็จะเดินหน้าปราบปรามสังหารประชาชนมือเปล่าและชนกลุ่มน้อยต่อไป ถ้าไม่มีใครทำอะไร คนอีกนับพันอาจถูกสังหาร คนนับแสนอาจต้องพลัดถิ่น และวิกฤติทางมนุษยธรรมที่ตามมาก็จะสร้างผลสะเทือนไปทั้งภูมิภาค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวต่อไปว่า เมื่ออาเซียนก่อตั้งขึ้นมาในปี 2510 ด้วยปฏิญญากรุงเทพฯ ก็ได้มีระบุไว้ถึงวัตถุประสงค์ของอาเซียนในปฏิญญาว่าก่อตั้งขึ้นเพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคผ่านหลักนิติธรรมและหลักการของสหประชาชาติ นอกจากนี้ นายพิธายังกล่าวถึงในกฎบัตรอาเซียนที่เน้นย้ำถึงหลักการสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ในอดีตอาเซียนเคยแสดงบทบาทเป็นตัวกลางเจรจาหาทางออกให้กับความขัดแย้งในภูมิภาคมาแล้วหลายครั้ง และวิกฤติของเมียนมาร์ในครั้งนี้ก็เป็นบททดสอบอีกครั้งหนึ่งของอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสของการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ ที่กรุงจาการ์ตา ในวันที่ 24 เมษายนนี้ พรรคก้าวไกลเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนจัดตั้งกระบวนการสันติภาพที่นำโดยอาเซียน เพื่อยุติการสังหารประชาชนและนำเมียนมาร์กลับคืนสู่เส้นทางประชาธิปไตย โดยกระบวนการสันติภาพก็มีหลายกลไกที่อาเซียนสามารถใช้ได้ เช่น จัดตั้ง กลุ่มผู้ประสานงานอาเซียน (ASEAN Troika) จัดตั้งทูตพิเศษของอาเซียน (Special Envoy) หรือจัดตั้งกลุ่มเพื่อนประธาน (Friends of the Chair)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคก้าวไกลเชื่อว่าเป็นความจำเป็นทางมโนสำนึกที่กระบวนการสันติภาพจะมีเป้าหมายได้แก่ การทำให้เมียนมาร์กลับคืนสู่สภาวะปกติที่ สิทธิ เสรีภาพ ความเป็นอยู่ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ได้รับการคุ้มครอง และทหารเมียนมาร์ต้องยุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข นี่คือเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมขั้นต่ำที่ประชาชนอาเซียนควรเรียกร้องจากผู้นำของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา ย้ำว่า ผู้นำอาเซียนต้องไม่ปล่อยให้การประชุมผู้นำอาเซียนเป็นเวทีที่ให้การยอมรับและความชอบธรรมกับเผด็จการทหารเมียนมาร์ ผู้นำอาเซียนควรผลักดันผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้มีโอกาสหาทางออกร่วมกันในกระบวนการจะเปิดรับทุกฝ่าย ดังนั้นผู้นำอาเซียนจึงควรยื่นคำเชิญให้กับทุกฝ่ายในการหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากพรรค NLD คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (CRPH) ไปจนถึงกองทัพ และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้กระบวนการสันติภาพที่เปิดกว้างและมีความจริงใจเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อาเซียนควรยืนยันในหลักการ &amp;ldquo;ความเป็นแกนกลางของอาเซียน&amp;rdquo; โดยตระหนักว่าถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ดำเนินการตามอำนาจในหมวด 6 และจัดตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในเมียนมาร์ และเพื่อรับมือกับวิกฤติด้านมนุษยธรรม นายพิธาเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมียนมาร์ และเรียกร้องให้ทหารเมียนมาร์ยอมเปิดให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าไปถึงได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดและเป็นประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนควรมีบทบาทเชิงรุกในการหาทางออกให้กับสถานการณ์ในเมียนมาร์ แต่รัฐบาลของ พล.อ ประยุทธ์ ก็แสดงออกให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ได้มีสำนึกที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาวไทยและชาวเมียนมาร์ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเช่นนี้ ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนนั้นอยู่บนหลักการของความเจริญผาสุกร่วมกันที่จำเป็นต้องมีเมียนมาร์ที่มั่นคงทางการเมืองและเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ถ้าเมียนมาร์เกิดวิกฤติ ก็จะเป็นวิกฤติของประเทศไทยที่มีชายแดนติดต่อกับเมียนมาร์ถึง 2,400 กิโลเมตร เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จะต้องทำตามหลักการ &amp;ldquo;การคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาวโดยรู้แจ้งถึงสิ่งที่ถูกต้อง&amp;rdquo; (Enlightened self-interest) และแสดงออกให้เห็นว่าประเทศไทยยืนอยู่ข้างประชาชนชาวเมียนมาร์ ไม่ได้เป็นสหายในสงครามร่วมหัวจมท้ายกับทหารเมียนมาร์&amp;rdquo; นายพิธา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100309</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธา, เมียนมา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608112813dce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ฉะ&#039;พิธา&#039;อวดเก่งรู้ดีกว่าอาจารย์หมอ จ้องแต่ถล่ม&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล วิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาโควิด-19 ว่า นายพิธามีสิทธิเสรีภาพที่จะวิจารณ์ได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง นายพิธาไม่ใช่หมอ แต่อวดเก่งยิ่งกว่าอาจารย์หมอ ฟังแล้วเก่งกว่า ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เสียอีก อย่าแค่อ่านหนังสือมา การเสนอแนะหากเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสามารถทำได้ แต่ไม่ควรติติงหรือบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารจัดการโควิด-19 ผ่าน ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อย่างเป็นระบบ มีระดับอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอแนะนายพิธาหลายอย่างรัฐบาลทำอยู่แล้ว แต่หลายอย่างก็วิจารณ์แบบหวังผลทางการเมือง บิดเบือนข้อมูล ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรทำ เพราะคือความทุกข์ร้อนของประชาชน ทำให้ประชาชนตื่นกลัว ในส่วนของวัคซีนป้องกันโควิด-19ก็เช่นกัน พอรัฐบาลเปิดให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดหา นายพิธาก็บอกว่าผลักภาระให้เอกชน พอเอกชนมีส่วนร่วมน้อย ส.ส.พรรคนายพิธาก็บอกว่ารัฐบาลปิดกั้นเอกชน ไม่ทราบว่านายพิธาจะเอาอย่างไรกันแน่ อย่าตั้งเป้าโจมตีพล.อ.ประยุทธ์อย่างเดียว ควรมาช่วยกันจะดีกว่า ส่วนเรื่องเตียงไม่พอนั้น ภาครัฐสั่งการให้ตั้งโรงพยาบาลสนามไว้แล้ว ทุกอย่างได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกด้าน พล.อ.ประยุทธ์ติดตามการทำงานอยู่ตลอดเวลา ท่านเป็นห่วงประชาชนมากโดยเฉพาะช่วงสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานการณ์เช่นนี้ ผมไม่อยากเห็นฝ่ายการเมืองออกมาตำหนิติเตียนหรือด่าทอท่านนายกฯ ลูกเดียว โดยไม่สนใจอะไรเลย ทุกฝ่ายควรมาช่วยกัน รัฐบาลนี้ไม่มีการปกปิดข้อมูลประชาชนเหมือนที่นายพิธากล่าวหา ผมไม่อยากจะตอบโต้ไปมา เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ แต่อยากชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่อยากให้ใครมาด่า พล.อ.ประยุทธ์ด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อยากขอความเป็นธรรมให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และพล.อ.ประยุทธ์บ้าง ที่ผ่านมาเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลก็ต้องมองทั้งด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายเรียกร้องให้สามารถทำธุรกิจได้ ไม่อยากให้ล็อกดาวน์ รัฐบาลก็ดำเนินการพร้อมทั้งมีมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาด ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ทุกฝ่ายก็ต้องร่วมกันป้องกัน ทั้งประชาชน และผู้ประกอบการ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานทางการเมือง แต่เป็นเวลาที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน อย่าเล่นการเมืองจนไม่รู้จักจังหวะเวลา ประชาชนจะเบื่อหน่าย ที่ผ่านมาท่านนายกฯ ไม่เล่นการเมือง มุ่งทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติอย่างเดียวมาตลอด&amp;quot; นายธนกร ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร, พปชร., พิธา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073e01d1dee7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
